ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อย่าไปยุ่งกับทายาทสาวลึกลับ

อย่าไปยุ่งกับทายาทสาวลึกลับ

อวิ๋นเจินที่ถูกเลี้ยงดูมา 20 ปีเพิ่งรู้ความจริงว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของบ้านอวิ๋น แถมยังถูกพ่อแม่บุญธรรมวางยาหวังเงินลงทุนก่อนจะเฉดหัวเธอไปชนบท แต่โชคชะตาพลิกผันเมื่อเธอคือทายาทตัวจริงของตระกูลเฉียวผู้มั่งคั่ง แม้จะถูกน้องสาวจอมปลอมคอยใส่ร้าย แต่อวิ๋นเจินก็ใช้ความสามารถรอบตัวโต้กลับอย่างเหนือชั้น ท่ามกลางข่าวลือเรื่องความโสด กู้ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกลับต้อนเธอเข้ากำแพงพร้อมทวงถามถึงฐานะคุณนายกู้ที่เธอปกปิดไว้
ตอน
แชร์

ตอน 1

ณ เมืองเจียง บ้านตระกูลอวิ๋น

“พี่ กลับมาแล้วเหรอ? ถึงคุณหวังจะอายุมากแล้ว แต่เขาก็ยังดูแลคนอื่นได้อยู่นะ อีกอย่างธุรกิจเขาก็ใหญ่โต หลังจากที่พี่แต่งงานเข้าไปแล้ว พี่ก็จะได้เป็นคุณนายหวัง ถือว่าเป็นความโชคดีของพี่เลยนะ” พออวิ๋นเหยาเห็นอวิ๋นเจินเดินเข้าประตูมา เธอก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาด้วยความสะใจทันที

ก่อนที่อวิ๋นเหยาจะพูดจบ อวิ๋นเจินก็สาวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วก็ตบหน้าอวิ๋นเหยาเข้าอย่างจัง

“งั้นฉันขอมอบความโชคดีนี้ให้เธอ เธอเอาไหมล่ะ? เธอเป็นคนใส่ยาลงในไวน์ใช่ไหม?”

ในดวงตาสีดำเข้มของหญิงสาวที่มีผิวขาวอมชมพูแฝงไปด้วยการประชดประชัน ซึ่งสายตาของเธอดูน่ากลัวอย่างมาก

อวิ๋นเหยาตะโกนขึ้นมาว่า “โอ๊ย” ทันใดนั้นใบหน้าของเธอก็มีลายนิ้วมือทั้งห้าปรากฏขึ้นมา

“อวิ๋นเจิน! นังเด็กเหลือขอ! นี่แกบ้าไปแล้วรึไง? แกกล้าดียังไงมาตบเหยาเหยาแบบนี้ฮะ?” เมื่อเสิ่นหยู่หลานเห็นลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองถูกตบ เธอก็เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ แล้วก็โมโหจนตัวสั่นขึ้นมาทันที

แกตายแน่! นังสารเลว!

อวิ๋นเจินไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริงของตระกูลอวิ๋น

เมื่อสามเดือนก่อน อวิ๋นเจินได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่แล้วตอนที่เจาะเลือดก็ได้พบว่าเลือดของเธอเป็นกรุ๊ปอาร์เอชซึ่งมีแค่หนึ่งในล้านเท่านั้น

ซึ่งไม่ได้ตรงกันกับกรุ๊ปเลือดของสามีภรรยาตระกูลอวิ๋นแต่อย่างใด จึงหมายความว่าอวิ๋นเจินไม่ใช่ลูกของตระกูลอวิ๋นนั่นเอง

หลังจากอวิ๋นหงเจียและภรรยาทำทุกวิถีทาง ในที่สุดเขาก็หาตัวสายเลือดที่แท้จริงของตระกูลอวิ๋นกลับมาได้ ซึ่งก็คืออวิ๋นเหยานั่นเอง

นับตั้งแต่นั้นมา ตระกูลอวิ๋นก็รู้สึกไม่ชอบอวิ๋นเจินไปโดยปริยาย โดยรู้สึกว่าเธอเข้ามาครอบครองสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง เข้ามาใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขตั้งนานหลายปีแทนอวิ๋นเหยา

พวกเขาเป็นกังวลใจว่าอวิ๋นเหยาก็จะคิดเช่นนี้เหมือนกัน ดังนั้นพวกเขาจึงอยากจะขับไล่อวิ๋นเจินออกไป

แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เพราะรู้สึกว่าเลี้ยงดูเธอมาโดยเปล่าประโยชน์ตั้งนานหลายปีแล้ว ประจวบเหมาะกับว่าหุ้นส่วนของพวกเขาสนใจในตัวอวิ๋นเจินอยู่พอดี ซึ่งหากทำให้เขาสามารถสมปรารถนาได้ เขาจะลงทุนให้ตระกูลอวิ๋นยี่สิบห้าล้าน

ดังนั้นพวกเขาจึงอยากจะโช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์ขึ้นมา

พวกเขาจึงวางแผนวางยาอวิ๋นเจิน เพื่อที่จะให้เธอได้ชิงสุกก่อนห่ามกับคุณหวังไป

ทว่าอวิ๋นเจินกลับดันรู้ตัวซะก่อน จากนั้นก็หลบหนีไป

ไม่อย่างนั้นตอนนี้เนื้อคงเข้าปากเสือไปแล้ว

น้ำเสียงของอวิ๋นเจินเย็นชาอย่างมาก “เธอวางยาฉัน แถมยังเสียงดังโวยวาย พูดจาเยาะเย้ยต่อหน้าฉันอีก แล้วฉันไม่ควรตบเธอรึไง?”

“พี่ ฉันหวังดีกับพี่นะ ฉันได้ยินจากคุณแม่บอกว่าตอนนั้นที่อยู่ในชนบทมีการหยิบลูกผิดเกิดขึ้น ความจริงแล้วครอบครัวของพี่น่าจะเป็นคนชนบท ตอนนี้ที่พี่จะได้แต่งงานเข้าไปเป็นคุณนายน้อยในตระกูลหวัง มันก็ถือว่าเป็นเหมือนพรที่พระเจ้าประทานมาให้ไม่ใช่รึไง?” สีหน้าอวิ๋นเหยาดูเสียใจ แต่จริง ๆ แล้วเธอเกลียดชังจนกัดฟันกรอดอยู่

นังชั่ว แกมันสมควรตาย ยังจะกล้าดีมาตบฉันอีกเหรอฮะ?

คอยดูเถอะว่าต่อไปฉันจะจัดการแกยังไง?

“ในเมื่อการได้แต่งงานเข้าไปเป็นคุณนายในตระกูลที่ร่ำรวยถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แล้วทำไมเธอถึงไม่ไปแต่งซะเองเลยล่ะ?” อวิ๋นเจินหรี่ตาลง แสงอันเย็นชาปรากฏขึ้นมาในทันที

“นังโง่ คนอย่างแกสามารถมาเทียบกับเหยาเหยาได้ด้วยเหรอ? เหยาเหยาหมั้นหมายกับตระกูลลู่เมืองเจียงไปแล้วย่ะ” เสิ่นหยู่หลานต่อว่าออกมา

“ใช่แล้ว พี่ พี่ลู่เฟิงบอกว่า คนที่เขาชอบมากที่สุดก็คือฉัน” อวิ๋นเหยาพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ

เดิมทีคนที่หมั้นหมายกับตระกูลลู่ไว้คืออวิ๋นเจิน แต่เนื่องจากอวิ๋นเหยาเป็นลูกสาวที่แท้จริง ดังนั้นจึงเปลี่ยนไปเป็นอวิ๋นเหยาแทน

ส่วนลู่เฟิงกับอวิ๋นเหยา ต่างฝ่ายต่างก็มีศีลเสมอกันมองตากันก็รู้ใจกัน

เมื่อเห็นใบหน้าอันงดงามของอวิ๋นเจิน ผิวที่ขาวละมุน ออร่าอันเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความสง่างรอบตัวเธอ ทำให้อวิ๋นเหยารู้สึกอิจฉาขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

“เธอไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันไม่ได้สนใจพี่ลู่คนนั้นของเธอเลยสักนิด พวกเธอมันก็แค่ชายโฉดหญิงชั่วต้องอยู่ด้วยกันจนตายนั่นแหละ จะได้ไม่ต้องไปเดือดร้อนคนอื่น” อวิ๋นเจินหัวเราะเยาะเย้ยออกมา

“อวิ๋นเจิน พวกเราหวังดีกับเธอนะถึงได้หาคนดี ๆ ให้เธอ แต่ถ้าเธอไม่ค่าในน้ำใจของเรา งั้นก็แล้วแต่ เธอไปหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอซะไป!” อวิ๋นหงเจียรู้ว่าภรรยาและลูกสาวของเขาวางยาอวิ๋นเจิน เขารู้ดีอยู่แกใจว่าตัวเองนั้นไร้เหตุผล

ตอนนี้ในเมื่อเปิดเผยธาตุแท้ออกมาแล้ว งั้นก็ไม่สามารถที่จะเก็บอวิ๋นเจินเอาไว้ในตระกูลอวิ๋นได้อีก

หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็หยิบเงินห้าหมื่นออกมา แล้วก็ยื่นให้ไป

“เธอรับเงินนี้ไปเถอะ ตอนนั้นที่พวกเราอยู่อำเภอฉินอวิ๋นเผลออุ้มเธอผิดมา พ่อแม่ของเธอน่าจะอยู่ที่นั่นแหละ”

อำเภอฉินอวิ๋นเป็นสถานที่ที่ยากจนที่สุดในประเทศแล้ว ในแต่ละปีต้องขอเงินบริจาคจากองค์กร

“คุณพี่ ตระกูลอวิ๋นเลี้ยงดูเธอมาตั้งสิบกว่าปี เราไม่ขอค่าเลี้ยงดูจากเธอก็ดีแค่ไหนแล้ว ทำไมคุณพี่ต้องให้เงินเธออีกล่ะคะ? คุณพี่ไม่เห็นที่เธอตบหน้าเหยาเหยาเมื่อกี้นี้รึไง? เธอเป็นคนอกตัญญูจริง ๆ เลี้ยงหมา หมามันยังรู้จักตอบแทนคุณมากกว่าเลย”

ตอบแทนคุณงั้นเหรอ?

อวิ๋นเจินเยาะเย้ยออกมาเล็กน้อย

เดิมทีเธอรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ใช่ลูกทางสายเลือดของตระกูลอวิ๋น แต่อย่างไรเธอก็อาศัยอยู่กับพวกเขามาตั้งสิบกว่าปีแล้ว ดังนั้นเธอจึงตั้งใจเอาไว้ว่าตอนที่ออกไป เธอจะให้เงินพวกเขาเอาไว้สักก้อนหนึ่ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องแล้วล่ะ

อันที่จริงอวิ๋นหงเจียไม่เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการแต่อย่างใด ส่วนเสิ่นหยู่หลานก็รู้แค่การใช้จ่ายเงินในการช้อปปิ้งเท่านั้น ช่วงหลายปีมานี้ถ้าหากว่าเธอไม่ได้อยู่เบื้องหลังคอยช่วยเหลือในหลาย ๆ เรื่อง อวิ๋นซือ กรุ๊ปคงล้มไม่เป็นท่าไปนานแล้ว

อวิ๋นเจินเห็นถึงธาตุแท้ของความละโมบ และความโหดเหี้ยมของคนในครอบครัวนี้หมดแล้ว

“ต้องขอบคุณคุณอวิ๋นมากเลยนะคะ แต่ไม่จำเป็นหรอกค่ะ” สีหน้าของอวิ๋นเจินดูเย็นชาราวกับสระน้ำที่เย็นยะเยือก ริมฝีปากบาง ๆ ของเธอขยับไปมา

หลังจากพูดจบ อวิ๋นเจินก็ขึ้นไปชั้นบนเพื่อเก็บข้าวของของเธอทันที

อวิ๋นเหยาจึงรีบตามขึ้นไปชั้นบนด้วย

ตอนที่ลงมาชั้นล่าง อวิ๋นเจินแค่แบกกระเป๋าสีดำเก่า ๆ ใบหนึ่งมาด้วยเท่านั้น

อวิ๋นเหยาตามหลังเธอไปและพูดขึ้นมาอย่างหน้าซื่อใจคดว่า “พี่ เดี๋ยว เสื้อผ้าพวกนี้มีแต่ของที่ยังไม่ได้ใส่ทั้งนั้นเลย พี่จะเอาไปด้วยก็ได้นะ ได้ยินว่าบ้านพี่ที่นั่นจนมากเลยหนิ”

หลังจากพูดจบ เธอก็ยื่นมือไปดึงกระเป๋าหนังสือของอวิ๋นเจินมา

หลังจากเสียง “แกว๊ก” ดังขึ้นมา ของในกระเป๋าก็ร่วงตามเสียงลงมาทันที

ทันใดนั้นสร้อยข้อมือ ‘ซานฉาฮัว’ ที่แวววาวสะดุดตาเส้นหนึ่งก็ร่วงออกจากในกระเป๋า

อวิ๋นเหยาพูดขึ้นมาด้วยความตกใจว่า “นี่....นี่มันของขวัญที่คุณพ่อเพิ่งมอบให้ฉันเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมมันถึงไปอยู่ในกระเป๋าของพี่ได้ล่ะ?”

ริมฝีปากของอวิ๋นเจินยกขึ้นมาอย่างเย้ยหยัน

ยัยแอ๊บแบ๊วนี่เริ่มเล่นเกมยัดของโยนความผิดให้คนอื่นอีกแล้วเหรอ?

ดีเลย งั้นเธอก็จะเล่นเป็นเพื่อนด้วย!

“เยี่ยมไปเลย อวิ๋นเจิน นี่แกกล้าขโมยของเลยเหรอฮะ? มิน่าล่ะถึงได้ไม่สนใจเงินห้าหมื่นนั้น ที่แท้ก็ขโมยสร้อยข้อมือมูลค่าห้าล้านไปนี่เอง คนในนี่มันน่ากลัวกว่าคนนอกจริง ๆ ด้วย!” เมื่อนายหญิงตระกูลอวิ๋นเห็นเช่นนั้นก็ก็พูดขึ้นมาด้วยความโมโหเดือดดาลทันที

อวิ๋นหงเจียขมวดคิ้วแน่นเช่นกัน “อวิ๋นเจิน นี่มันอะไรกัน?”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอไร้ราคี
9.0
ทัดดาวจำต้องเดินทางไกลมาเป็นสาวใช้ในสเปนเพื่อปากท้อง แม้จะต้อยต่ำแต่เธอยังคงยิ้มสู้ จนกระทั่งโชคชะตาพาให้พบกับอีเกร์ มาทาดอร์ผู้ทรงอิทธิพลที่สยบเธอไว้ในฐานะนางบำเรอลับๆ ทว่าเมื่อความสัมพันธ์ถูกเปิดโปง เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยจนเธอต้องหนีไปพร้อมหยาดน้ำตาและลูกในท้อง เมื่อทัดดาวหายไปอีเกร์กลับคลุ้มคลั่งด้วยความโหยหา เขาจึงต้องออกตามหาเมียและลูกเพื่อขอโอกาสแก้ตัว ท่ามกลางกระแสสังคมที่ดูแคลนความรักต่างชนชั้นครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย อวบอยู่ไหนจ๊ะ
9.7
อาทิตยาหลงรักคำเรียกขานว่าอวบจากคิง ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยฐานะแต่ติดดินอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เธออยากเปลี่ยนตัวเองให้ผอมเพรียวเพื่อความสวยงาม แต่เขากลับแสดงความโกรธเกรี้ยวและสั่งห้ามไม่ให้เธอลดน้ำหนักอย่างเด็ดขาด เพราะเขาหลงใหลในตัวตนที่เธอเป็น ความสัมพันธ์ยิ่งลึกซึ้งเมื่อคิงยอมขัดใจครอบครัวและฝ่าความเหนื่อยล้าจากการรับแขกเพื่อมาหาเธอในยามดึก เพียงเพราะอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางความอบอุ่นละมุนหัวใจที่เขาคอยเติมเต็มให้สาวอวบอย่างเธอเสมอมา
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’
หน้าปกนวนิยาย วันวิวาห์ของเขา แค้นสมบูรณ์แบบของเธอ
8.8
จากชายบาดเจ็บในซอกตึก ฉันปั้นอิสระจนกลายเป็นราชาแห่งสาทรและสามีลับๆ แต่เขากลับหักหลังด้วยการดูถูกฉันลับหลังและทำลายตึกรำลึกถึงลูกสาวที่เสียชีวิตเพื่อสร้างสปาเอาใจชู้รัก แถมยังโยนความผิดเรื่องการสูญเสียลูกมาที่ฉัน เมื่อเขาพยายามลบอดีตและสร้างชีวิตใหม่บนความพินาศของฉัน ฉันจึงตอบรับคำเชิญงานแต่งงานของเขาด้วยรอยยิ้ม เพราะก่อนจะทำลายเขาให้ย่อยยับจนไม่เหลือซาก ฉันจะปล่อยให้เขาได้สัมผัสความสุขให้ถึงขีดสุดเสียก่อนในวันสำคัญนั้น
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย รักนี้ไม่ยอมหย่า
9.7
ท่ามกลางสายตาคนนอกที่มองว่าวิลเลียมจำใจแต่งงานกับรีนี และพร้อมจะสลัดเธอทิ้งทันทีที่คนรักเก่ากลับมาพร้อมทายาท รีนีกลับเป็นฝ่ายยืนยันอย่างชัดเจนว่าเธอเองต่างหากที่พยายามขอหย่าทุกวันเพื่อจบความสัมพันธ์นี้ ทว่าผู้คนกลับคิดว่าเธอแค่แสร้งทำเป็นเข้มแข็งเพื่อปกปิดความเสียใจ จนกระทั่งวิลเลียมประกาศกร้าวต่อสาธารณะว่าจะไม่มีการหย่าเกิดขึ้นเด็ดขาด พร้อมขู่ดำเนินคดีกับทุกคนที่ปล่อยข่าวลือ รีนีจึงได้แต่สับสนว่าแท้จริงแล้วสามีผู้เย็นชาคนนี้กำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่