ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วุ่นรักเมียจำเป็น

วุ่นรักเมียจำเป็น

เมื่อพราวพิไลต้องสวมรอยเป็นภรรยาจำเป็นให้หิรัญ พ่อเลี้ยงหนุ่มผู้เย็นชาที่สูญเสียความทรงจำจากอุบัติเหตุหลังถูกคนรักทิ้ง เธอต้องคอยปั้นเรื่องโกหกและวางยานอนหลับเพื่อเอาตัวรอดจากเขาในทุกค่ำคืน ขณะเดียวกัน แพรวพิลาส พี่สาวผู้เรียบร้อยกลับต้องเผชิญวิบากกรรมในฐานะเลขาของธรัฐ น้องชายปากร้ายที่คอยตราหน้าว่าเธอไร้ยางอาย สองพี่น้องจะจัดการกับความวุ่นวายและคำลวงที่ถักทอขึ้นท่ามกลางความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนี้ได้อย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 3

"ใช่จ่ะก็หนูพราวลูกของน้าพิศไง"

หทัยรัตน์บอกลูกชายของเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"ผมจำได้ว่าผมไม่เคยเจอเธอนะครับแล้วเธอมาเป็นภรรยาของผมตอนไหน"

หิรัญยังคงตั้งคำถามกับคนเป็นแม่ด้วยท่าทีตนกเล็กน้อย

"ก็ก่อนเราเกิดอุบัติเหตุได้ไม่นานหรอกจ่ะ"

"คุณแม่อำผมเล่นหรือป่าวครับถ้าเธอเป็นภรรยาผมจริงตอนที่ผมพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลเธอทำไมไม่มาดูแลผมบ้างเลยล่ะครับ"

"เอ่อ...ก็...จริงๆแล้วน้องก็ไม่ใช่ไม่ห่วงเรานะตารัญแต่น้องรักเรามากจนทนเห็นเราป่วยอยู่ในโรงพยาบาลไม่ได้น่ะช่วงที่เรายังไม่ฟื้นน้องก็มานะแต่เห็นเราทีไรก็เป็นลมไปทุกทีเลยแม่ก็เลยไม่ให้เธอมาจะดีกว่าแล้วพอเราหายดีค่อยมาเจอกันทีเดียว"

หทัยรัตน์ตอบลูกชายของเธออย่างรื่นไหลหากลูกชายเธอไม่เชื่อเธอแล้วจะเชื่อใคร

"งั้นหรอครับ"

หิรัญขมวดคิ้วเป็นปมแน่นอยู่ครู่หนึ่งจึงหันมามองหน้าแม่ของเขาอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้คิดจะถามคำถามอะไรอีกต่อไปขอรอดูหน้าคนที่แม่เขาบอกว่ามาเป็นภรรยาของเขาก่อนก็แล้วกัน

วันต่อมา

"แม่พวงที่เค้าว่ากันว่าภรรยาคุณรัญกำลังจะมานี่จริงหรอะวะ"

บัวตองเป็นแม่ครัวอยู่ในเรือนศังกรถามพวงที่เป็นแม่ครัวที่เดียวกับเธอด้วยความสงสัยเพราะไม่เคยได้ยินว่าเจ้านายตนเองนั้นมีภรรยาแล้ว

"ก็ใช่น่ะสิเห็นได้ยินว่าแต่งงานกันก่อนจะเกิดอุบัติเหตุไม่เท่าไร"

พวงเองก็สงสัยเช่นกัน

"ฉันรู้มาว่าตอนนั้นคุณรัญพึ่งเลิกกับแฟนเก่าไปนี่นา"

บัวตองเองแอบเห็นอุ่นเรือนปลอบใจเจ้านายของพวกเธออยู่บ่อยครั้งก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ

"อย่าพูดเรื่องนี้อีกถ้าเกิดภรรยาคุณรัญมาได้ยินเข้าจะไม่ดีเท่าไร"

พวงปรามบัวตองพร้อมส่ายหัวเล็กน้อยหน้าที่ของเธอคือทำอาหารเรื่องของเจ้านายก็คือเรื่องของเจ้านายเธอไม่อยากยุ่ง

"เออๆฉันไม่พูดแล้วก็ได้..แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีล่ะวะว่าไปแต่งกันตอนไหน"

บัวตองรับปากว่าจะไม่พูดแต่เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคนเป็นนายแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ตอนไหน

ถึงเธอจะไม่เคยเห็นแฟนเจ้านายเธอมาที่นี่แต่ก็รู้ว่านายของเธอไปหาอยู่เรื่อยๆที่กรุงเทพแต่หลังจากเลิกกับแฟนเก่าไม่นานก็ได้แต่งงานกับแฟนใหม่เลยหรืออันนี้เธอคิดหนัก

"อย่ายุ่งเรื่องเจ้านายให้เยอะนักเรื่องตัวเองเอาให้รอดเห็นว่าลูกสาวแกก็พึ่งจะตกงานกลับมาอยู่บ้านไม่ใช่รึ"

พวงเห็นว่าบัวตองนั่งครุ่นคิดเรื่องเมื่อครู่ที่พูดกันไม่ตกเธอจึงหันไปบอกบัวตองให้คิดเรื่องมาลีลูกสาวตัวเองจะดีกว่า

"ก็ใช่น่ะสินี่ฉันก็คะยั้นคะยอให้มันมาทำงานในไร่อยู่ขืนเลี้ยงมันอยู่อย่างนี้ไม่ไหวแน่"

เมื่อพวงพูดถึงลูกสาวเธอบัวตองจึงเกิดหงุดหงิดขึ้นมาเพราะลูกสาวของเธอเป็นคนบอกอะไรยากเย็นเสียเหลือเกินหลังจากกลับตากกรุงเทพก็มาเกาะเธอกินอยู่ทั้งที่ร่่างกายครบถ้วนพร้อมที่จะทำงานได้

"รีบเอามาฉันจะให้ลูกสาวแกมาช่วยงานครัว"

พวงเองก็กำลังหาคนช่วยทำครัวอยู่เหมือนกันเธอจะได้ให้บัวตองไปช่วยแม่ครัวของไร่ทำอาหารให้คนงานในไร่กินเหมือนเดิม

"เห็นว่ามันจะเข้ามาพรุ่งนี้นะ"

บัวตองพูดอย่างไม่รู้เลยว่าลูกสาวของเธอจะมาตามที่บอกหรือป่าว

สนามบินxxx

"นี่อย่าลืมที่บอกล่ะ...ดูรูปคุณชายเค้าไว้เยอะๆแล้วก็พยายามอินว่าเค้าคือสามีเธออ่ะ"

ปอแก้วมาส่งพราวพิไลเพื่อนของเธอที่สนามบินพร้อมทั้งย้ำเตือนเพื่อนเธอถึงวิธีที่จะทำให้คุ้นกับคนที่เพื่อนเธอจะไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยาปลอมๆโดยเร็ว

"โหย...ใครมันจะไปอินง่ายขนาดนั้น"

พราวพิไลพูดด้วยสีหน้าที่บูดบึ้ง

"ทำไมหน้าบูดแบบนั้นล่ะแก"

"ตอนแรกฉันก็ค่อนข้างไม่กลัวอะไรนะแต่ตอนนี้รู้สึกใจโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูกเลยอะ"

"ตัดสินใจมาแล้วนี่ยัยพราว..เออแล้วแม่แกได้บอกมั้ยว่าไอ้การเป็นเมียปลอมๆเนี่ยจนถึงเมื่อไร"

"เห็นว่ารอให้ยัยแฟนเก่าหน้าเงินแต่งงานไปก่อนมั้ง"

พราวพิไลได้ยินว่าหทัยรัตน์ป้าของเธอต้องการให้คนที่เป็นแฟนเก่าของหิรัญแต่งงานไปก่อนจะได้สบายใจว่ายังไงก็ไม่กลับมาหาหิรัญอีก

"แล้วถ้า...เค้าจะ..."

ปอแก้วพูดพร้อมมองหน้าพราวพิไลอย่างมีเลศนัย

"นี่หยุดพูดไปเลย...ฉันรู้ว่าแกคิดอะไรเรื่องนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นหรอกน่าฉันว่าฉันเอาตัวรอดได้"

พราวพิไลปรามเพื่อนเธอเอาไว้ก่อนเพราะรู้ว่าจะพูดอะไรคงไม่พ้นเรื่องที่คู่สามีภรรยาต้องทำกันบนเตียงเธอจึงบอกให้เพื่อนเธอรู้ว่าคงไม่มีวันนั้นแน่นอน

"แล้วถ้าเค้าคุณชายคนนั้นเค้ารู้ความจริงก่อนล่ะว่าแกไม่ใช่เมียเค้าจริงๆอะ"

"ไม่มีทางหรอกน่าคุณป้าฉันเธอบอกว่าเตรียมแผนไว้ออย่างรอบคอบแล้วเหลือแค่ฉันทำตัวเป็นภรรยาที่ดีก็พอ"

พราวพิไลเชื่อใจว่ายังไงมันก็ไม่เป็นปัญหาอยู่แล้วเพราะเธอเหฌนว่าหทัยรัตน์ได้เตรียมการทุกอย่างไว้้รียบร้อยแล้วหากเกิดปัญหาอย่างมากเธอก็คงถูกหิรัญต่อว่าแต่เดี๋ยวแม่ลูกเค้าก็เคลียกันได้เองเพราะทุกอย่างเป็นแผนของแม่หิรัญ

"อืมๆ.."

ปอแก้วพยักหน้าและหวังว่ามันจะเป็นอย่างที่เพื่อนเธอพูดแต่เธออดคิดไม่ได้ว่าเรื่องแบบนั้นที่เธอคิดมันจะเกิดขึ้นจริงเพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าเพื่อนเธอจะต้องอยู่กับผู้ชายคนนั้นนานเท่าไรอีกอย่างคนอย่างพราวพิไลก็ไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชายมาก่อนด้วยเธอกลัวว่าเพื่อนเธอจะมีใจให้อีกฝ่ายอย่างง่ายดายน่ะสิแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะมันอาจจะเกิดหรือไม่เกิดก็ได้

"นี่จะได้เวลาแล้วฉันไปก่อนนะ"

พราวพิไลดูนาฬิกาก็ได้เวลาที่จะต้องไปขึ้นเครื่องแล้วเธอจึงรีบบอกลาเพื่อนเธอ

"โชคดีล่ะ"

ครู่ต่อมา

พราวพิไลนั่งเครื่องได้ครู่หนึางแล้วเธอนับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่าวันนี้เธอถอนหายใจไปกี่ครั้งเพราะเมื่อจะถึงเวลาที่จะต้องถึงเชียงใหม่จริงๆเธอกลับประหม่ามากขึ้นเรื่อยๆ

สองชั่วโมงต่อมา

ไร่ศังกร

"คุณป้า...เอ่อคุณแม่"

กว่าลุงครามผู้จัดการไร่จะพราวพิไลมาถึงไร่ศังกรก็เล่นเอาเป็นชั่วโมงเพราะว่าทางจากสนามบินมาที่ไร่ค่อนข้างไกลกันมากเมื่อมาถึงก็รีบสวัสดีหทัยรัตน์คนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าบ้านครั้งแรกเธอเกือบจะเรียกอีกฝ่ายผิดแต่เธอก็เปลี่ยนเป็นคุณแม่อย่างรวดเร็วตามแผนที่คุยกันเอาไว้

"พี่เค้าอยู่ข้างในน่ะหนูพราว"

"ขอพราวสูดหายใจลึกๆก่อนนะคะ"

พราวพิไลยังคงประหม่าไม่หายตอนนี้เธอขอทำอารมณ์ให้เป็นคนรักคนนึงที่ต้องคิดถึงคนรักอีกคนมากๆก่อนภาพในหัวของเธอตอนนี้กำลังคิดถึงการกอดพี่สาวของเธออยู่และคิดว่าการทักทายชายหนุ่มก็ต้องทำแบบนั้นเช่นกัน

"โอเคจ่ะ.."

ซื้ดดดด..ฟู่ฟฟฟฟ

"เฮ่อออ.."

พราวพิไลหลับตาพร้อมพ่นลมหายใจออกมาช้าๆ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
หน้าปกนวนิยาย สะดุดรัก Lady cook.
9.1
นักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชาและสมบูรณ์แบบจนเป็นที่หมายปองของสาวๆ กลับไม่เคยเปิดตัวคนรักจนใครก็ต่างสงสัย แต่โชคชะตานำพาให้เขาต้องมาพัวพันกับองุ่น อดีตสาวสวยผู้ผกผันมาเป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่งรสเลิศจนเป็นขวัญใจลูกค้าโรงงาน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเริ่มต้นด้วยหนี้สิน เมื่อเขาตามทวงเงินลงทุนคืนจากเธอทั้งต้นและดอกเบี้ย บทสรุปความรักของเศรษฐีหนุ่มและแม่ค้าสาวสวยจะเป็นเช่นไรในภาคต่อของซีรีส์ชุด Follow your heart ที่จะมาทำให้คุณประทับใจไปกับหัวใจของพวกเขา
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’
หน้าปกนวนิยาย ใช้ความรักเพื่อแสวงหา: ฉันได้กลับคืนมรดกด้วยแฟนเก่า
9.6
หลังสูญเสียครอบครัว ฉันตัดสินใจแต่งงานกับพี่ชายของรักแรก แม้แฟนเก่าจะอ้อนวอนเพียงใดฉันก็ไม่เคยใยดี จนกระทั่งสี่ปีผ่านไป สามีจากไปด้วยโรคร้าย ทิ้งให้ฉันและลูกถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์ขับไล่จนไร้ที่ซุกหัวนอน ในสถานการณ์บีบคั้น ฉันจึงต้องกลับไปหาเขาอีกครั้ง เขาทักทายด้วยคำเยาะเย้ยเรียกฉันว่าพี่สะใภ้ แต่คราวนี้ฉันจะไม่ถอยหนี ฉันยอมก้าวเข้าสู่กรงขังแห่งความสัมพันธ์เดิมเพื่อทวงคืนมรดกที่ถูกพรากไป และจะทำให้ลูกของฉันได้รับทุกอย่างที่เป็นของพวกเรากลับคืนมาให้ได้
หน้าปกนวนิยาย หลังจากฉันเสียชีวิต เขาก็ล่มสลาย
8.1
ฉินซื่อเฝ้ารักเจียงหร่วนมานับสิบปี จนสบโอกาสแต่งงานกับเธอในวันที่ตระกูลเจียงล่มสลาย แต่ชีวิตคู่ที่แสนหวานกลับกลายเป็นฝันร้ายในปีที่ห้า เมื่อเขาบังคับให้เธอทำแท้งเพื่อผู้หญิงอีกคน เจียงหร่วนได้รู้ความจริงอันโหดร้ายว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการล่มจมของครอบครัวเธอ เธอจึงร่วมมือกับศัตรูแกล้งตายเพื่อหลบหนีไป ทิ้งให้ฉินซื่อจมกองน้ำตาด้วยความเสียใจที่สายเกินไป พร้อมเตรียมแผนการล้างแค้นให้เขาชดใช้อย่างสาสมกับความเจ็บปวดที่เธอได้รับ
หน้าปกนวนิยาย ทวงสวาท ทายาทเมียเก็บ
8.9
รวิสราต้องเผชิญกับจุดพลิกผันเมื่อ พริบีนา เอล เชสตัค มกุฎราชกุมารหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์อ้างสิทธิ์เหนือเพนต์เฮาส์หรูที่แม่ของเธอทิ้งไว้ให้ก่อนหายตัวไป สถานการณ์ยิ่งวิกฤตเมื่อพบว่าน้องชายวัยทารกของเธอคือทายาทที่เกิดจากการขโมยสเปิร์มของเจ้าชาย หญิงสาวจึงต้องจำใจใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกับเขาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการดูแลเด็กน้อย เธอต้องเผชิญกับความเร่าร้อนและการคุกคามที่ยากจะต้านทาน โดยพยายามรักษาพรหมจรรย์ของตนเองเอาไว้ท่ามกลางเกมเสน่หาที่เดิมพันด้วยหัวใจ