ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เจ็ดปี แห่งการหลอกลวงสี่ปี

เจ็ดปี แห่งการหลอกลวงสี่ปี

ชีวิตสมรสเจ็ดปีพังทลายลงเมื่อฉันพบว่าภัทรแอบคบชู้กับขวัญข้าว เด็กฝึกงานที่ฉันเคยอุปถัมภ์มานานถึงสี่ปี ความเจ็บปวดทวีคูณเมื่อรู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกที่เขาเคยปฏิเสธที่จะมีกับฉันมาตลอด ท่ามกลางคำลวงและการทรยศจากคนที่รักที่สุด ฉันตัดสินใจเลือกทางออกที่ไม่อาจย้อนกลับได้ด้วยการติดต่อหาเจ้าหน้าที่โครงการทดลองทางประสาทวิทยา เพื่อลบทุกความทรงจำเกี่ยวกับสามีใจร้ายคนนี้ออกไปจากสมองให้สิ้นซาก แม้ต้องแลกด้วยการเป็นมนุษย์ทดลองคนแรกก็ตาม
ตอน
แชร์

ตอน 2

เอลลี่ POV:

อาจารย์เอื้อเงียบไปนานที่ปลายสาย ฉันแทบจะได้ยินเสียงความคิดในสมองอันปราดเปรื่องของเขากำลังประมวลผลความสิ้นหวังในน้ำเสียงของฉัน

“เอลลี่ นี่ไม่ใช่การทำสปานะ” ในที่สุดเขาก็พูด น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากงัวเงียเป็นตื่นตัวอย่างเฉียบพลัน “นี่เป็นกระบวนการที่รุนแรงและไม่อาจย้อนกลับได้ มันถูกออกแบบมาสำหรับทหารที่มีภาวะ PTSD รุนแรง สำหรับเหยื่อจากเหตุการณ์หายนะ มันเกิดบ้าอะไรขึ้น”

ฉันบอกเขาไม่ได้ ฉันเรียบเรียงเป็นคำพูดไม่ได้ การพูดมันออกมาจะทำให้มันเป็นจริงยิ่งขึ้น และฉันก็กำลังจมดิ่งอยู่ในความเป็นจริงของมันอยู่แล้ว

“สามีเธอ… ภัทรโอเคไหม” เขาถาม น้ำเสียงของเขาอ่อนลงด้วยความเป็นห่วง เขารู้เรื่องราวของเรา เขารู้ว่าภัทรเป็นเหมือนหลักยึดของฉัน เป็นผู้สนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน ผู้ชายที่เคยดึงฉันออกมาจากซากรถที่พังยับเมื่อหลายปีก่อน

“เขาสบายดีค่ะ” ฉันพูด คำพูดนั้นขมปร่าในปาก “เขาสบายดีมาก”

“แล้วมันเรื่องอะไรกัน เอลลี่ เธอเป็นหนึ่งในคนที่เข้มแข็งที่สุดที่ฉันรู้จัก เธอสร้างชีวิต สร้างอาณาจักรขึ้นมาจากศูนย์ ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นอะไร เธอก็ผ่านมันไปได้”

“ไม่ค่ะ” ฉันกระซิบ จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในหน้าต่างที่มืดมิด—คนแปลกหน้าที่ดวงตาโบ๋ลึก “ไม่ใช่เรื่องนี้ บางเรื่องเราผ่านมันไปไม่ได้ เราแค่… ตัดมันทิ้งไป”

เขาถอนหายใจ เสียงหนักอึ้งและเหนื่อยล้า “ขั้นตอนการรักษายังไม่เสร็จสมบูรณ์ด้วยซ้ำ เราไม่รู้เลยว่าผลข้างเคียงในระยะยาวจะเป็นยังไง การลบเหตุการณ์เลวร้ายที่เฉพาะเจาะจงเป็นเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอกำลังพูดถึง… การลบคนคนหนึ่งออกไป ทั้งช่วงชีวิต… มันอาจทำให้ความทรงจำส่วนอื่นหายไปด้วย มันอาจจะเปลี่ยนตัวตนของเธอไปเลย”

“ดีค่ะ” ฉันพูดเสียงเรียบ “นั่นแหละคือประเด็น หนูไม่อยากเป็นคนนี้อีกต่อไปแล้ว”

“แล้ว… มีความจำเป็นต้องใช้ผู้ทดลองสำหรับองค์ประกอบพิเศษที่อาจารย์เคยพูดถึงไหมคะ? ตัวที่สามารถสร้างชีวิตใหม่ที่ว่างเปล่าได้” ฉันถาม นึกถึงรายละเอียดจากการสนทนาในมื้อค่ำของเรา เขาเคยพูดถึงส่วนประกอบหนึ่ง เซรุ่มที่ยังอยู่ในขั้นทฤษฎี ที่ไม่เพียงแต่จะลบความทรงจำได้ แต่ยังช่วยสร้างโครงสร้างตัวตนใหม่ที่ว่างเปล่าขึ้นมาได้

น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น เกือบจะดุดัน “เอลลี่ เธอจะถามอะไร”

“หนูขออาสาค่ะ” ฉันตอบ ความตั้งใจของฉันแข็งแกร่งขึ้นทุกวินาทีที่ผ่านไป เสียงอู้อี้จากปลายทางเดินเงียบลงแล้ว และความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมก็เข้ามาแทนที่ อีกไม่นาน เขาจะเลื้อยกลับเข้ามาในเตียงของเรา กลิ่นกายของเขาปะปนด้วยกลิ่นของผู้หญิงคนอื่น และแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่จะทำตอนตีสองนะ” เขายืนกราน

“นี่คือการตัดสินใจเดียวที่มีค่ะ” ฉันโต้กลับ “อาจารย์เอื้อคะ ได้โปรด อาจารย์เป็นคนเดียวที่ช่วยหนูได้ หนูต้องหายไป หนูต้องลืม”

มีความเงียบยาวนานอีกครั้ง ฉันกลั้นหายใจ อนาคตทั้งชีวิตของฉันแขวนอยู่กับคำตอบของเขา เขารู้ประวัติของฉัน ความกลัวการถูกทอดทิ้งที่ฝังรากลึก ความภักดีอย่างแรงกล้าที่ฉันมีต่อครอบครัวที่ฉันสร้างขึ้นมาเอง เขารู้ว่าการที่ฉันต้องการจะระเบิดครอบครัวนั้นทิ้ง การทรยศนั้นต้องรุนแรงถึงที่สุด

“เจอกันที่แล็บพรุ่งนี้บ่าย” ในที่สุดเขาก็พูด น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความจำยอมอย่างหนักอึ้ง “เราจะคุยกัน และเอลลี่… อย่าทำอะไรบ้าๆ จนกว่าจะถึงตอนนั้น”

แต่มันสายเกินไปแล้ว สิ่งที่บ้าที่สุดได้เกิดขึ้นกับฉันไปแล้ว

ฉันวางสายแล้วเลื่อนตัวกลับเข้าไปใต้ผ้าห่ม หันหลังให้ประตู ฉันนอนนิ่งสนิท ร่างกายแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างในความมืด ฉันฝึกหายใจ ชะลอให้ช้าลง เลียนแบบจังหวะการนอนหลับ

ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูห้องนอนก็แง้มเปิดออก

ฉันไม่สะดุ้ง

ฉันรู้สึกถึงที่นอนที่ยุบลงเมื่อน้ำหนักของเขาทรุดตัวลงข้างๆ ฉันรู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายของเขาขณะที่เขาขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นโคโลญจน์ที่คุ้นเคยของเขาตอนนี้เจือปนด้วยกลิ่นอื่น—กลิ่นน้ำหอมหวานเลี่ยนที่ขวัญข้าวใช้เสมอ

แขนของเขาสอดรอบเอวฉัน ดึงฉันเข้าไปชิดอก ริมฝีปากของเขา ริมฝีปากเดียวกับที่เพิ่งอยู่บนตัวเธอเมื่อครู่ กดลงบนต้นคอของฉัน คลื่นความคลื่นไส้ซัดเข้ามาในตัวฉัน รุนแรงจนฉันต้องกัดกระพุ้งแก้มตัวเองเพื่อไม่ให้อาเจียนออกมา

ฉันสะดุ้งและผลักแขนเขาออก เป็นปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณของความขยะแขยง

“เอลลี่?” เขาพึมพำ เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความง่วงนอนจอมปลอม “ที่รัก ตื่นเหรอ”

“นอนเถอะภัทร” ฉันพูด เสียงอู้อี้อยู่ในหมอน “คุณมีประชุมเช้านะ”

เขาดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นความเย็นชาในน้ำเสียงของฉัน เขาแค่หัวเราะเบาๆ เสียงทุ้มต่ำอย่างพึงพอใจที่ทำให้ฉันขนลุก เขาวางแขนรอบตัวฉันอีกครั้ง คราวนี้แน่นกว่าเดิม มือของเขาวางแผ่บนท้องของฉันอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

“แค่ฝันน่ะ” เขาพึมพำใส่ผมของฉัน “ฝันว่าเธอทิ้งฉันไป ตกใจแทบแย่”

ความย้อนแย้งอันขมขื่นนี้มันเจ็บปวดราวกับถูกทำร้าย เขากลัว

“ฉันอยู่นี่” ฉันพูด ปล่อยให้เขาเชื่อคำโกหกของเขาต่อไป แต่ในใจฉัน ฉันไปไกลแล้ว ฉันกำลังเลือกชื่อใหม่ จูน จูน เบเนตต์ ชื่อเรียบง่าย ไม่โดดเด่น ชื่อที่ไม่มีประวัติ ไม่มีภูตผี ฉันกำลังนึกภาพบัตรประชาชนใหม่ พาสปอร์ตใหม่ ฉันกำลังวางแผนการหลบหนี จัดการทรัพย์สินของฉัน วางเส้นทางสู่ชีวิตใหม่ที่ชื่อภัทร วิเชียรไกร ไม่มีความหมายอะไรเลย

เสียงกรนเบาๆ ของเขาดังขึ้นในห้องในไม่ช้า เขาเหนื่อยแน่นอน คืนนี้เขางานยุ่ง

ฉันรอจนกระทั่งแสงแดดเริ่มสาดส่องผ่านมู่ลี่ก่อนที่จะขยับตัว เขาออกไปวิ่งตอนเช้า และฉันก็ตรงไปที่ห้องน้ำ แปรงฟันจนเหงือกแทบถลอก พยายามขัดรสชาติจางๆ ของการทรยศของเขาออกจากปาก

เมื่อฉันลงมาข้างล่าง ภาพในห้องครัวมันดูเป็นครอบครัวจอมปลอมจนน่าขนลุก เหมือนหลุดออกมาจากฝันร้าย ขวัญข้าวนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ในครัว จิบน้ำส้ม ขาเปลือยของเธอซ่อนอยู่ใต้ตัวบนเก้าอี้สตูล เธอสวมเสื้อยืดตัวโคร่งของภัทรตัวหนึ่ง คอเสื้อหลุดลุ่ยลงมาที่ไหล่ข้างหนึ่ง เธอมองขึ้นมาเมื่อฉันเดินเข้ามา สีหน้าของเธอเป็นหน้ากากที่สมบูรณ์แบบของความไร้เดียงสา

“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่เอลลี่!” เธอร้องเสียงแจ้ว “ตื่นเช้าจังเลยนะคะ”

ภัทรอยู่ที่เตา กำลังกลับแพนเค้ก เขาหันมา รอยยิ้มกว้างหล่อเหลาบนใบหน้า รอยยิ้มที่เคยทำให้หัวใจฉันพองโตและตอนนี้กลับทำให้ฉันอยากจะอาเจียน

“อรุณสวัสดิ์ ที่รัก” เขาพูด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอบอุ่น “ผมเก็บแป้งไว้ให้คุณด้วยนะ” เขาชี้ด้วยไม้พายไปยังจานที่เขาจัดไว้ที่ที่นั่งประจำของฉัน

“พี่เอลลี่โชคดีจังเลยนะคะ” ขวัญข้าวถอนหายใจ เท้าคาง “พี่ภัทรเป็นสามีที่ใส่ใจที่สุดในโลกเลย เขาตามใจพี่สุดๆ”

ฉันสบตาเธอผ่านขอบแก้วกาแฟของฉัน ความท้าทายนั้นส่องประกายอยู่ในแววตาของเธอ

“ใช่แล้วล่ะ” ฉันพูด น้ำเสียงสงบนิ่งอย่างน่ากลัว “เขามอบให้ทุกคนในสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ”

ภัทรผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่หัวเราะ “ผมก็แค่ดูแลคนที่ผมแคร์ ภรรยาของผม แน่นอนว่าต้องมาก่อน แต่ผมก็ดูแลเด็กในปกครองของภรรยาผมด้วย”

วิธีที่เขาแบ่งแยกเราอย่างไม่ใส่ใจ ภรรยาของเขากับเมียเก็บของเขา นั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกัน มันช่างหยิ่งยโสจนน่าทึ่ง

ฉันวางแก้วกาแฟลงเบาๆ “ภัทร” ฉันถาม เสียงของฉันชัดเจนมาก “คุณรักฉันไหม”

เขาดูตกใจกับคำถามที่ตรงไปตรงมา ขวัญข้าวตัวแข็งทื่อ ส้อมของเธอค้างอยู่กลางอากาศ

“แน่นอนสิ ผมรักคุณ” เขาพูด ขมวดคิ้วด้วยความสับสน “คุณเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมเคยรัก คุณก็รู้”

คำพูดของเขาเป็นบทที่ท่องมาอย่างดี ราบรื่นและฝึกฝนมาอย่างช่ำชอง แต่เมื่อคืน ฉันได้ยินเวอร์ชันที่ไม่ได้อยู่ในบท

“ฉันแค่สงสัยน่ะ” ฉันพูด คนกาแฟที่ยังไม่ได้แตะของฉัน “คุณคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่ผู้ชายจะรักผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกัน”

เขาหัวเราะเยาะ เสียงที่มั่นใจและไม่ใส่ใจ “ไม่ แน่นอนว่าไม่ ความรักไม่ใช่สิ่งที่คุณจะแบ่งปันได้ เมื่อคุณรักใครสักคนอย่างแท้จริง มันจะไม่มีที่ว่างสำหรับคนอื่น มันคือทั้งหมด”

ฉันจ้องมองเขา สีหน้าของฉันอ่านไม่ออก “ฉันก็เห็นด้วย”

“ทำไมคุณถึงถามคำถามแปลกๆ แบบนี้ล่ะ เอล” เขาถาม น้ำเสียงเจือความหงุดหงิด

“ไม่มีอะไรหรอก” ฉันพูด จิบกาแฟช้าๆ “แค่สมมติฐานน่ะ ถ้าคุณเกิดไปรักคนอื่นขึ้นมา คุณจะบอกฉันใช่ไหม คุณจะไม่… เก็บฉันไว้เฉยๆ ใช่ไหม”

เขาเดินอ้อมเคาน์เตอร์มาวางมือบนไหล่ฉัน ก้มลงจูบหน้าผาก ฉันต้องฝืนความรู้สึกที่อยากจะถอยหนี

“มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น” เขาพูด น้ำเสียงของเขาเป็นคำสัญญาที่หนักแน่นและจริงใจ “แต่ถ้ามันเกิดขึ้น ผมจะไม่มีวันรั้งคุณไว้”

“ดีที่ได้รู้” ฉันพูด น้ำเสียงของฉันสงบนิ่ง “เพราะถ้าวันนั้นมาถึง ฉันจะไม่สู้ ฉันจะไป และฉันจะทำให้แน่ใจว่าฉันลืมทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิศวาสล่ามรัก
8.2
เมื่อดลประสบอุบัติเหตุ มีนาจึงก้าวเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความสงสารแปรเปลี่ยนเป็นความเสน่หาลึกซึ้ง จนทั้งสองยอมมอบกายและใจให้แก่กันอย่างเร่าร้อน แม้มีนาจะไร้เดียงสาแต่เธอก็พร้อมพิสูจน์ความรักที่มีให้เขา ทว่าความสุขกลับพังทลายลงเมื่อคู่หมั้นที่หายสาบสูญไปนานถึงห้าปีปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เพื่อทวงถามสัญญาแต่งงานที่เคยให้ไว้ กลายเป็นบททดสอบความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและพันธะในอดีตที่ยากจะตัดขาด
หน้าปกนวนิยาย ใต้ร่มสกุณี [Shadiness]
9.4
วิรรญาจำต้องยอมรับข้อเสนอขายเรือนร่างเพื่อกอบกู้ธุรกิจครอบครัวที่กำลังล่มสลาย โดยมีปาลิน มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและอดีตชายที่เคยหลอกลวงเธอเป็นผู้กุมชะตาชีวิต แม้บิดาของเขาจะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงโลภที่หวังในทรัพย์สิน แต่ความปรารถนาที่เร่าร้อนระหว่างกันกลับยากจะปฏิเสธ เมื่อเธอต้องตกอยู่ในฐานะภรรยาตามกฎหมายที่ทำหน้าที่เพียงนางบำเรอเพื่อธุรกิจ ความชิงชังในอดีตจึงปะทะกับความรักที่ยังคงซ่อนอยู่ท่ามกลางพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย รอยรักสีจาง
8.3
เมื่อเข็มอาการดีขึ้น ภูรินจึงบีบบังคับให้เลิฟไปขอโทษอีกฝ่ายทันที แม้เธอจะยืนกรานว่าตนเองบริสุทธิ์และไม่ได้เป็นคนทำผิด แต่เขากลับไม่รับฟังซ้ำยังตวาดใส่ด้วยความโกรธแค้น ภูรินตราหน้าว่าเธอคือคนลวงโลกที่เขาไม่รู้จักอีกต่อไป พร้อมประกาศกร้าวว่าความเกลียดชังที่มีต่อตัวเธอนั้นเพิ่มขึ้นในทุกวัน เขาไล่ให้เธอเลิกหวังและไปจากชีวิตเสีย ท่ามกลางหยดน้ำตาที่พร่ามัว เลิฟมองแผ่นหลังของชายที่เคยรักเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย แม้จะอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือแต่เธอกลับไม่เคยคว้าใจเขาได้เลย
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบบนผาชันผลิบานท่ามกลางน้ำค้างแข็ง
8.8
อีฟ คุณหนูตระกูลคอสต้าที่ซ่อนตัวตนเพื่อรักกับลูคามาห้าปี ตัดสินใจทิ้งความรักอันขมขื่นหลังเขาเมินเฉยต่อการถูกลักพาตัวของเธอเพื่อไปอยู่กับน้องสาวต่างแม่ แม้รอดตายจากหน้าผามาได้แต่หัวใจเธอกลับเย็นชา อีฟเลือกแก้แค้นด้วยการยอมแต่งงานกับทายาทมาเฟียตระกูลวิตอรีผู้โหดเหี้ยมเพื่ออำนาจ โดยมีเงื่อนไขลับแลกกับการสละตำแหน่งว่าที่เจ้าสาวของลูคาในวันที่เขามาขอแต่งงาน เพื่อมอบอิสรภาพที่แฝงไปด้วยความพินาศเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายให้แก่คนทรยศ
หน้าปกนวนิยาย พี่สาวผมโคตรหื่น
9.3
เจมส์คือเด็กหนุ่มผู้เติบโตมาในฐานะลูกบุญธรรมของครอบครัวที่มีพี่สาวร่วมบ้านถึงสามคน แต่ละคนล้วนมีเสน่ห์อันเย้ายวนและมีความต้องการทางเพศที่รุนแรงอย่างคาดไม่ถึง ท่ามกลางบรรยากาศในบ้านที่เต็มไปด้วยความใกล้ชิดและแรงดึงดูดทางกาย ในที่สุดหนุ่มน้อยผู้อ่อนประสบการณ์ก็ไม่อาจต้านทานไหว เขาพลาดท่าเสียทีถูกเหล่าพี่สาวรุมล้อมจู่โจมด้วยบทรักอันเร่าร้อน จนร่างกายแทบจะรับไม่ไหวในวังวนแห่งกามารมณ์ที่พี่สาวทั้งสามเป็นผู้ควบคุมเกมรักนี้ไว้ทั้งหมด
หน้าปกนวนิยาย บ่วงรักทาสเสน่หา
7.9
ประณาลีพยายามขัดขืนเมื่อถูกนิธิภัทรรุกรานด้วยเสน่หา แม้เธอจะย้ำเตือนฐานะพี่เลี้ยงของตนเอง แต่เขากลับยืนยันที่จะครอบครองเธออย่างลึกซึ้ง นิธิภัทรใช้จูบอันเร่าร้อนละลายกำแพงในใจของหญิงสาว จนความรู้สึกที่ซ่อนเร้นเริ่มเปิดเผยออกมา ประณาลีสูญเสียการควบคุมและตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างไม่อาจต้านทานได้ ท่ามกลางไฟปรารถนาที่แผดเผา นิธิภัทรพร้อมจะทวงคืนเวลาที่สูญเสียไปในค่ำคืนนี้เพื่อให้เธอชดเชยให้เขาอย่างถึงที่สุด