ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องโปรดมอบหนังสือหย่าให้ข้าเถิด

ท่านอ๋องโปรดมอบหนังสือหย่าให้ข้าเถิด

หยางจื่อเหยียน บุตรสาวอนุผู้ถูกไทเฮาส่งตัวไปเป็นไส้ศึกในจวนฉีอ๋องเพื่อสืบความลับของบุรุษที่เป็นภัยต่อราชสำนัก ทว่าในวันวิวาห์เธอกลับถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าจวนโดยอ้างว่าเจ้าบ่าวล้มป่วย แต่ด้วยคำขู่ถึงชีวิตจากไทเฮา จื่อเหยียนจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ฉีไป่อวี้รับเธอเป็นพระชายาให้ได้ แม้จุดประสงค์เดียวที่เธอต้องการคือการรอวันหย่าขาดจากเขาในภายหลัง ท่ามกลางความขัดแย้งและเดิมพันด้วยชีวิตในวังวนอำนาจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ตอน
แชร์

ตอน 3

น้ำเสียงนั้นทั้งดุดันและเย็นชา เขามิได้มองหน้าหยางจื่อเหยียนด้วยซ้ำเพียงแต่มองกระดาษในขณะที่ทุกคนเงียบกริบเขาก็ก้มลงหยิบพู่กันแล้วตวัดมือรวดเร็วลงนามในหนังสือสมรสก่อนจะโดนพู่กันทิ้งแล้วหันหลังจากไปทันที

เป็นครั้งแรกที่หยางจื่อเหยียนได้พบคนผู้นี้ แม้ว่าในใจจะอุทานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า

โอ้โห ผู้ชายคนนี้ทำไมหล่อวัวตายควายล้มได้ขนาดนี้ นางก็ยังคงยืนนิ่ง

โชคดีนักที่มีผ้าคลุมหน้าสีแดงนี่ จึงทำให้เขาไม่เห็นปากที่อ้าขึ้นด้วยความตกตะลึง และน้ำลายที่ไหลยืดจนแทบจะหยดลงพื้นของนาง

เอาล่ะ ได้สามีหล่อเหลานับว่าคุ้มแล้ว แต่ทว่าสามีผู้นี้กลับทำให้อากาศในตอนนี้คล้ายจะติดลบไปแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาของเขาช่างเย็นชาประดุจน้ำแข็งของจริง ผิวพรรณขาวเนียนประดุจกระเบื้องเคลือบ ดวงตาดำขลับที่มองเช่นไรก็ไม่ถึงก้นบึ้ง ลึกลับและน่าค้นหาในขณะเดียวกันก็ชวนให้ขนลุกยิ่งนัก

ริมฝีปากของเขาคล้ายจะซีดแต่กลับมีสีระเรื่อด้านใน ความรู้สึกนี่มันอะไรกัน เหมือนว่าหยางจื่อเหยียนกำลังได้พบกับแวมไพร์ตัวเป็น ๆ แล้ว

หล่อเหลาเย็นชาและน่ากลัวที่สุด

หยางจื่อเหยียนมองชุดของเขาแล้วถอนหายใจเบา ๆ เอาเถิดเขาไม่ไว้หน้านางจริง ๆ กระทั่งงานมงคลยังใส่ชุดคลุมสีดำทั้งตัว

"ท่านอ๋องฉีไป่อวี้หรือ"

นางถามออกมาแผ่วเบา พ่อบ้านจึงพยักหน้าสีหน้าเขาเองก็มิสู้ดีนักที่พระชายาเอ่ยนามของท่านอ๋องออกมาตรง ๆ

"ขอรับพระชายา"

หยางจื่อเหยียนเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ

"ที่แท้การป่วยก็โกหกนี่เอง หาเรื่องไม่อยากแต่งจนออกนอกหน้า คนอะไรเย็นชาที่สุด"

ดูเหมือนว่าอ๋องแปดเขาไม่ทักทายนางไม่พอ หลังเขียนชื่อเสร็จก็สะบัดผ้าเหมือนจะเดินจากไป หยางจื่อเหยียนไม่ยอมแน่ ถึงเขาจะไม่เตะเกี้ยวเจ้าสาว ถึงเขาจะไม่ยอมเคารพฟ้าดินแต่เขาก็ควรจะเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวให้นางสักหน่อย

ก่อนที่เขาจะเดินจากไปนางพลันคว้ามือของเขาเอาไว้

"ช้าก่อนท่านอ๋อง"

อ๋องแปดมองมือเรียวคู่นั้นที่โผล่ออกมาจากอาภรณ์สีแดง พบว่ากระทั่งเล็บของนางยังเคลือบด้วยสีแดงจนตัดกับสีผิวอย่างงดงาม

แต่เขามิใช่คนที่ชอบชื่นชมสตรี เขายกยิ้มหยันแล้วเตรียมสะบัดมือนางทิ้ง

"ท่านเข้าห้องกับข้าตอนนี้ เข้าหอกัน"

คำพูดของนางทำให้บ่าวรับใช้ที่อยู่ตรงหน้าต่างหน้าแดง กระทั่งแม่สื่อยังอ้าปากค้าง หยางจื่อเหยียนมองไปรอบ ๆ

"พ่อบ้านเรือนหอของข้าอยู่ที่ใด"

พ่อบ้านปาดเหงื่อ แน่นอนว่าเขามิได้ตระเตรียมไว้แน่ด้วยไม่มีคำสั่งอันใดจากท่านอ๋อง หยางจื่อเหยียนมองไปรอบ ๆ

"ไม่มีห้องหอ เช่นนั้นเรือนพักท่านอ๋องอยู่ที่ใดข้าต้องเข้าหอแล้ว"

หยางจื่อเหยียนจำต้องให้อ๋องแปดผู้นี้เปิดผ้าคลุมหน้าของนางให้ได้ เพื่อที่การแต่งงานตามรับสั่งครานี้จะเสร็จสมบูรณ์ นางจับจูงมืออ๋องแปดแต่เขากลับยืนนิ่งไม่ไหวติง

หยางจื่อเหยียนกัดปาก

"ท่านไม่เตะประตูเกี้ยวก็ดี ไม่เข้าพิธีไหว้ฟ้าดินก็ช่าง แต่ท่านลงนามในหนังสือแต่งแล้ว ต่อไปก็ทำให้เสร็จสิ้นเถิด เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวแล้วอยากไปที่ใดก็ไป"

คำพูดของนางแน่นอนว่าทำให้เขาประหลาดใจและจู่ ๆ พลันเกิดความสนใจในตัวของหยางจื่อเหยียนอย่างประหลาด สตรีนางนี้ผิดแผกยิ่งนัก

ไร้ความเสียใจ ไร้กระทั่งยางอาย และยังทำทุกทางเพื่อที่จะแต่งกับเขาให้ได้

"ท่านอ๋อง อย่าว่าข้าล่วงเกินเลยเรือนของท่านอยู่ที่ใดรีบทำรีบจบคนจะได้กลับไปรายงานฝ่าบาท ข้าไม่ได้อยากแต่งกับท่าน และสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยว เช่นนี้ดีหรือไม่แต่งกันสักเดือนสองเดือนตบตาคนแล้วค่อยหาเรื่องหย่า ครานั้นฝ่าบาทคงเกินทัดทานแล้ว"

ใช่ สาวออฟฟิศเดนตายต้องเปิดเผย เห็นชัดเจนว่าเขาไม่อยากแต่งเธอก็แค่สนองความต้องการของเขา ดวงตาคมคู่นั้นมองนางอย่างค้นหา จู่ ๆ นางก็ยกมือปิดตาของเขาแล้วหันหน้าหนี

"เร็วเถิด นำทางเร็วข้าหิวแล้ว"

แท้ที่จริงหยางจื่อเหยียนกำลังเขิน คนบ้าคนนี้ไม่รู้ตัวเหรอว่าหล่อแค่ไหน แค่จ้องคนก็ทำเอาใจสั่นแล้ว ขืนจ้องแบบนี้บ่อย ๆ นางได้ตายเพราะสายตาของเขาแน่ ๆ

ท่ามกลางสายตาของบ่าวไพร่และแม่สื่อ อ๋องแปดในยามนี้กลับจับมือของหยางจื่อเหยียนแล้วพานางไปยังเรือนของตนเอง

หยางจื่อเหยียนถูกเขากุมมือเอาไว้ จู่ ๆ ก็รู้สึกร้อนที่หัวใจ นางเดินตามเขาไปไม่เร่งร้อน จ้องมองฝีเท้าของเขาผ่านผ้าแพรสีแดงที่คลุมหน้าตนเอง ท่าทางการเดินนี้ช่างมั่นคงและองอาจ แผนหลังกว้างเหยียดตรงแข็งแรง มือของเขาแข็งกระด้างไม่ได้อ่อนหนุ่มเหมือนมือหนุ่มออฟฟิศทั่วไป ข้างลำตัวห้อยกระบี่ที่มีปลอกหุ้มรูปมังกร

หยางจื่อเหยียนใจเต้นตึกตัก เมื่อคิดว่าผู้ชายคนนี้คือสามีของตัวเอง เขาเพิ่งลงลายมือในหนังสือสมรสตามกฎหมายคือสามีอย่างถูกต้อง คิดแบบนี้ยิ่งใจเต้นแรง

เสน่ห์ของผู้ชายคนนี้ช่างเกินต้านเสียจริง

เอาล่ะเวลาฝันของหยางจื่อเหยียนหมดไปแล้ว เมื่อเขาเปิดประตูผลักนางเข้าไปในห้อง แม่สื่อวิ่งตามมาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ก่อนที่จะพูดด้วยเสียงหอบอย่างเหนื่อยอ่อน

"ท่านอ๋องนี่คือคันชั่งสำหรับเปิดหน้าเจ้าสาวเพคะ"

อ๋องแปดรับคันชั่งมา เขาปิดประตูดังโครมคล้ายกับโกรธผู้ใดมาสิบชาติแล้วใช้คันชั่งเปิดหน้าของหยางจื่อเหยียนโดยไม่รีรอ

หยางจื่อเหยียนเงยหน้ามองเขาช้า ๆ และนั่นเองที่นางได้พบว่าบัดนี้อ๋องแปดคล้ายกำลังตกตะลึงไปแล้ว หยางจื่อเหยียนเม้มปาก ในเมื่อเขาหยุดนิ่งนางก็ไม่กล้าขยับ

กระทั่งเสียงท้องของหยางจื่อเหยียนร้องออกมา ครานั้นเองที่เขาโยนคันชั่งทิ้งอย่างไม่แยแส สีหน้าของเขากลับเยือกเย็นเช่นเดิมและหันหลังออกจากห้องหอไปทันใด

เขาปล่อยนางทิ้งไว้เช่นนั้นและเดินออกมาอย่างว่องไว สตรีผู้นั้นผิดแผกนัก เพียงเขาจ้องมองดวงตาของนาง คลับคล้ายว่าตนเองถูกแรงดึงดูดบางอย่างดูดเขาเข้าไปในนั้น กระทั่งเขาเผลอลืมตัวไปชั่วขณะ ความจริงเขาให้คนตามสืบเรื่องของนางก่อนหน้านี้ แต่สิ่งที่พบคือนางเป็นเพียงบุตรสาวอนุ มิได้รับความใส่ใจเท่าใด

ประการแรกที่ฝ่าบาทตั้งใจมอบบุตรสาวอนุให้เขา ต่อหน้าคือทรงห่วงใยต้องการให้เขาออกเรือน แต่การส่งบุตรอนุของกั๋วกงมาก็เท่ากับว่าฝ่าบาทหวังให้เขาอับอายที่ต้องรับบุตรอนุเป็นชายาเอก ประการที่สองแน่นอนว่าต้องการให้นางสืบข่าวเรื่องของเขาเป็นแน่

แต่ทว่าเพราะเป็นสตรีในห้องหอ แทบไม่เคยออกไปที่ใดจึงมิมีผู้ใดได้พบเห็นใบหน้าของนาง บ่าวในจวนก็มีไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยพบเห็น เรื่องของนางจึงไม่มีให้สืบมากนัก

ฉีไป่อวี้ไม่คิดว่านางจะประหลาดเพียงนั้น เรื่องรูปโฉมนั้นไม่ต้องเอ่ยถึงเขาสามารถบอกได้เลยว่านางเป็นสตรีที่งามล่มเมืองผู้หนึ่ง แต่ผิดแผกอยู่บ้างคนทั่วไปหากว่ามีบุตรสาวที่โฉมงามเช่นนี้ แม้ว่าจะเป็นลูกที่เกิดจากอนุก็ย่อมยกย่องออกหน้าออกตา หวังให้นางแต่งกับคนที่มอบผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

แต่หยางกั๋วกงกลับเก็บนางไว้ในเรือนมิให้ผู้ใดได้พบ เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำเป็นแน่ แต่เมื่อคิดถึงชาติกำเนิดของนางแล้วเขาก็ยกมุมปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม

ที่ไม่พาออกไปที่ใด คงเพราะไม่ต้องการให้ผู้ใดพบนางและสู่ขอนางก่อนที่เขาจะกลับจากชายแดนกระมัง

ที่แท้ฝ่าบาทก็คิดใช้แผนหญิงงามหลอกล่อเขานี่เอง ทว่าลูกไม้ต่ำต้อยเช่นนี้ฝ่าบาทประเมินเขาผิดไปแล้ว คนเช่นเขามีหรือจะตกหลุมพรางนี้

องครักษ์ของเขาเข้ามารายงาน คนของฝ่าบาทกลับไปยังวังหลวงรายงานว่าเขาได้รับหยางจื่อเหยียนเป็นพระชายาเรียบร้อย

ฉีไป่อวี้พยักหน้า สีหน้าของเขายังเย็นชาเช่นเดิมเขาไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีกราวกับว่ามันเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน และเขาเองในวันนี้ก็ไม่ได้แต่งพระชายาเข้าจวน

"ไปที่ห้องหนังสือ คืนนี้ข้าจะนอนที่นั่น"

"ขอรับ"

ขาก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว พ่อบ้านพลันวิ่งมาขวาง

"ท่านอ๋องจะให้บ่าวจัดเรือนใดให้พระชายาขอรับ"

ฉีไป่อวี้เอ่ยว่า

"เรือนหลังจวนให้ห่างจากเปิ่นหวางให้มากที่สุด อย่าได้ปล่อยให้นางมาเกะกะขวางหูขวางตาเข้าใจหรือไม่"

พ่อบ้านร้อง ไอ้หย๋า ในใจ ความจริงเขาดีใจยิ่งที่ท่านอ๋องแปดยอมรับพระชายาคิดว่าไม่นานจะมีซื่อจื่อตัวน้อยส่งเสียงในจวน คิดไม่ถึงว่าเขาจะรังเกียจนางมากเพียงนี้ แต่พ่อบ้านเช่นเขาก็เป็นเพียงบ่าว ในเมื่อเป็นรับสั่งท่านอ๋องเขาจะทำเช่นไรได้เล่า

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย BLOOD NIGHT รัตติกาลสีเลือด
9.3
โชคชะตาที่ผูกพันด้วยพันธสัญญาในอดีต ความรักที่แสนหวาน และเงาแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามา สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาที่ค้างคาใจเธอมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางบรรยากาศของรัตติกาลอันลึกลับ เธอต้องเผชิญหน้ากับคำถามที่ไร้คำตอบว่าแท้จริงแล้วเกิดเหตุการณ์พลิกผันอะไรขึ้นกันแน่เมื่อหนึ่งพันปีก่อน ความลับที่ถูกฝังไว้ในกาลเวลากำลังจะถูกเปิดเผยในเรื่องราวของแวมไพร์สุดเข้มข้นที่ผสมผสานความโรแมนติกและแฟนตาซีได้อย่างลงตัวเพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย สามีท่านหย่ากับข้าเถอะ
8.6
หยางซูมี่ บุตรสาวคนโตของเสนาบดีผู้สูงศักดิ์ จำใจเข้าพิธีวิวาห์กับอ๋องทมิฬตามพระบรมราชโองการที่มิอาจขัดขืนได้ ทว่าชีวิตในวังหลังกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อสามีของนางแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย และไร้ความใยดี มิหนำซ้ำเขายังรับชายารองเข้ามาหยามเกียรติกันถึงเรือน เมื่อความรักไม่มีค่าและความสุขสูญสิ้น นางจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเหตุใดต้องทนใช้ชีวิตยึดติดกับบุรุษผู้ไร้หัวใจเช่นนี้ต่อไป ถึงเวลาแล้วที่นางจะทวงคืนอิสระและยุติความสัมพันธ์ที่แสนขื่นขมนี้
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาพบรักพระรอง
8.0
ลี่ถัง สาวผู้คลั่งไคล้อนิเมะดันหลุดเข้าไปในร่างของ ซูหนี่ว์ นางร้ายเศรษฐีนีที่เอาแต่ตามตื๊อพระเอกอย่าง จางหย่ง จนเสียศักดิ์ศรี ทั้งที่เธอมีทุกอย่างเพียบพร้อมและมีพระรองแสนดีอยู่ข้างกายแท้ๆ เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในโลกการ์ตูน ลี่ถังจึงตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมเดินตามรอยเดิมที่แสนโง่เขลา เธอตัดสินใจประกาศกร้าวว่าจะเขี่ยพระเอกทิ้งไปให้พ้นทาง แล้วหันมาคว้าหัวใจพระรองสุดหล่อผู้แสนอบอุ่นแทน เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของนางร้ายให้มีความสุขในแบบที่เธอต้องการ
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2
9.6
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ต้องเผชิญโชคชะตาใหม่ในร่างหลิวตาน หญิงสาวผู้สู้ชีวิตในยุค 80 ท่ามกลางการกดขี่จากครอบครัวปู่ย่าที่ปฏิบัติกับบ้านรองเหมือนคนรับใช้ เมื่อได้รับโอกาสมีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นครั้งแรก เธอจึงมุ่งมั่นนำพาพวกเขาสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดแปลกประหลาด แม้ระบบที่ได้รับมาจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และสร้างความหนักใจให้เธออยู่บ่อยครั้ง แต่หลิวตานก็ไม่ยอมแพ้ที่จะบุกเบิกเส้นทางเกษตรกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ถึงจุดสูงสุด
หน้าปกนวนิยาย การเกิดใหม่ของนางร้ายหลงยุค (ยุค80)
8.0
เมื่อวิญญาณนางร้ายตัวแม่ต้องมาเกิดใหม่ในร่าง หลิงชิงเย่ว หญิงสาวผู้น่าสงสารในยุค 80 ที่ถูกสามีหมางเมินและแม่สามีบีบคั้นให้รับเมียน้อยซึ่งเป็นคนรักเก่าของเขาเข้ามาในบ้าน แทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ท่านยมบาลส่งมาผิดพลาด เธอตัดสินใจสะบัดบ๊อบใส่พระเอกงี่เง่าแล้วขอใช้ชีวิตสวยรวยเก่งด้วยพรวิเศษ 3 ข้อที่ได้รับมา เตรียมพบกับการแก้แค้นฉบับตัวมารดาที่จะหย่าขาดจากความทุกข์เพื่อก้าวสู่ความมั่งคั่งและเริดเชิดยิ่งกว่าใครในปฐพี
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้