
ท่านอ๋องโปรดมอบหนังสือหย่าให้ข้าเถิด
ตอน 3
น้ำเสียงนั้นทั้งดุดันและเย็นชา เขามิได้มองหน้าหยางจื่อเหยียนด้วยซ้ำเพียงแต่มองกระดาษในขณะที่ทุกคนเงียบกริบเขาก็ก้มลงหยิบพู่กันแล้วตวัดมือรวดเร็วลงนามในหนังสือสมรสก่อนจะโดนพู่กันทิ้งแล้วหันหลังจากไปทันที
เป็นครั้งแรกที่หยางจื่อเหยียนได้พบคนผู้นี้ แม้ว่าในใจจะอุทานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า
โอ้โห ผู้ชายคนนี้ทำไมหล่อวัวตายควายล้มได้ขนาดนี้ นางก็ยังคงยืนนิ่ง
โชคดีนักที่มีผ้าคลุมหน้าสีแดงนี่ จึงทำให้เขาไม่เห็นปากที่อ้าขึ้นด้วยความตกตะลึง และน้ำลายที่ไหลยืดจนแทบจะหยดลงพื้นของนาง
เอาล่ะ ได้สามีหล่อเหลานับว่าคุ้มแล้ว แต่ทว่าสามีผู้นี้กลับทำให้อากาศในตอนนี้คล้ายจะติดลบไปแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาของเขาช่างเย็นชาประดุจน้ำแข็งของจริง ผิวพรรณขาวเนียนประดุจกระเบื้องเคลือบ ดวงตาดำขลับที่มองเช่นไรก็ไม่ถึงก้นบึ้ง ลึกลับและน่าค้นหาในขณะเดียวกันก็ชวนให้ขนลุกยิ่งนัก
ริมฝีปากของเขาคล้ายจะซีดแต่กลับมีสีระเรื่อด้านใน ความรู้สึกนี่มันอะไรกัน เหมือนว่าหยางจื่อเหยียนกำลังได้พบกับแวมไพร์ตัวเป็น ๆ แล้ว
หล่อเหลาเย็นชาและน่ากลัวที่สุด
หยางจื่อเหยียนมองชุดของเขาแล้วถอนหายใจเบา ๆ เอาเถิดเขาไม่ไว้หน้านางจริง ๆ กระทั่งงานมงคลยังใส่ชุดคลุมสีดำทั้งตัว
"ท่านอ๋องฉีไป่อวี้หรือ"
นางถามออกมาแผ่วเบา พ่อบ้านจึงพยักหน้าสีหน้าเขาเองก็มิสู้ดีนักที่พระชายาเอ่ยนามของท่านอ๋องออกมาตรง ๆ
"ขอรับพระชายา"
หยางจื่อเหยียนเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ
"ที่แท้การป่วยก็โกหกนี่เอง หาเรื่องไม่อยากแต่งจนออกนอกหน้า คนอะไรเย็นชาที่สุด"
ดูเหมือนว่าอ๋องแปดเขาไม่ทักทายนางไม่พอ หลังเขียนชื่อเสร็จก็สะบัดผ้าเหมือนจะเดินจากไป หยางจื่อเหยียนไม่ยอมแน่ ถึงเขาจะไม่เตะเกี้ยวเจ้าสาว ถึงเขาจะไม่ยอมเคารพฟ้าดินแต่เขาก็ควรจะเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวให้นางสักหน่อย
ก่อนที่เขาจะเดินจากไปนางพลันคว้ามือของเขาเอาไว้
"ช้าก่อนท่านอ๋อง"
อ๋องแปดมองมือเรียวคู่นั้นที่โผล่ออกมาจากอาภรณ์สีแดง พบว่ากระทั่งเล็บของนางยังเคลือบด้วยสีแดงจนตัดกับสีผิวอย่างงดงาม
แต่เขามิใช่คนที่ชอบชื่นชมสตรี เขายกยิ้มหยันแล้วเตรียมสะบัดมือนางทิ้ง
"ท่านเข้าห้องกับข้าตอนนี้ เข้าหอกัน"
คำพูดของนางทำให้บ่าวรับใช้ที่อยู่ตรงหน้าต่างหน้าแดง กระทั่งแม่สื่อยังอ้าปากค้าง หยางจื่อเหยียนมองไปรอบ ๆ
"พ่อบ้านเรือนหอของข้าอยู่ที่ใด"
พ่อบ้านปาดเหงื่อ แน่นอนว่าเขามิได้ตระเตรียมไว้แน่ด้วยไม่มีคำสั่งอันใดจากท่านอ๋อง หยางจื่อเหยียนมองไปรอบ ๆ
"ไม่มีห้องหอ เช่นนั้นเรือนพักท่านอ๋องอยู่ที่ใดข้าต้องเข้าหอแล้ว"
หยางจื่อเหยียนจำต้องให้อ๋องแปดผู้นี้เปิดผ้าคลุมหน้าของนางให้ได้ เพื่อที่การแต่งงานตามรับสั่งครานี้จะเสร็จสมบูรณ์ นางจับจูงมืออ๋องแปดแต่เขากลับยืนนิ่งไม่ไหวติง
หยางจื่อเหยียนกัดปาก
"ท่านไม่เตะประตูเกี้ยวก็ดี ไม่เข้าพิธีไหว้ฟ้าดินก็ช่าง แต่ท่านลงนามในหนังสือแต่งแล้ว ต่อไปก็ทำให้เสร็จสิ้นเถิด เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวแล้วอยากไปที่ใดก็ไป"
คำพูดของนางแน่นอนว่าทำให้เขาประหลาดใจและจู่ ๆ พลันเกิดความสนใจในตัวของหยางจื่อเหยียนอย่างประหลาด สตรีนางนี้ผิดแผกยิ่งนัก
ไร้ความเสียใจ ไร้กระทั่งยางอาย และยังทำทุกทางเพื่อที่จะแต่งกับเขาให้ได้
"ท่านอ๋อง อย่าว่าข้าล่วงเกินเลยเรือนของท่านอยู่ที่ใดรีบทำรีบจบคนจะได้กลับไปรายงานฝ่าบาท ข้าไม่ได้อยากแต่งกับท่าน และสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยว เช่นนี้ดีหรือไม่แต่งกันสักเดือนสองเดือนตบตาคนแล้วค่อยหาเรื่องหย่า ครานั้นฝ่าบาทคงเกินทัดทานแล้ว"
ใช่ สาวออฟฟิศเดนตายต้องเปิดเผย เห็นชัดเจนว่าเขาไม่อยากแต่งเธอก็แค่สนองความต้องการของเขา ดวงตาคมคู่นั้นมองนางอย่างค้นหา จู่ ๆ นางก็ยกมือปิดตาของเขาแล้วหันหน้าหนี
"เร็วเถิด นำทางเร็วข้าหิวแล้ว"
แท้ที่จริงหยางจื่อเหยียนกำลังเขิน คนบ้าคนนี้ไม่รู้ตัวเหรอว่าหล่อแค่ไหน แค่จ้องคนก็ทำเอาใจสั่นแล้ว ขืนจ้องแบบนี้บ่อย ๆ นางได้ตายเพราะสายตาของเขาแน่ ๆ
ท่ามกลางสายตาของบ่าวไพร่และแม่สื่อ อ๋องแปดในยามนี้กลับจับมือของหยางจื่อเหยียนแล้วพานางไปยังเรือนของตนเอง
หยางจื่อเหยียนถูกเขากุมมือเอาไว้ จู่ ๆ ก็รู้สึกร้อนที่หัวใจ นางเดินตามเขาไปไม่เร่งร้อน จ้องมองฝีเท้าของเขาผ่านผ้าแพรสีแดงที่คลุมหน้าตนเอง ท่าทางการเดินนี้ช่างมั่นคงและองอาจ แผนหลังกว้างเหยียดตรงแข็งแรง มือของเขาแข็งกระด้างไม่ได้อ่อนหนุ่มเหมือนมือหนุ่มออฟฟิศทั่วไป ข้างลำตัวห้อยกระบี่ที่มีปลอกหุ้มรูปมังกร
หยางจื่อเหยียนใจเต้นตึกตัก เมื่อคิดว่าผู้ชายคนนี้คือสามีของตัวเอง เขาเพิ่งลงลายมือในหนังสือสมรสตามกฎหมายคือสามีอย่างถูกต้อง คิดแบบนี้ยิ่งใจเต้นแรง
เสน่ห์ของผู้ชายคนนี้ช่างเกินต้านเสียจริง
เอาล่ะเวลาฝันของหยางจื่อเหยียนหมดไปแล้ว เมื่อเขาเปิดประตูผลักนางเข้าไปในห้อง แม่สื่อวิ่งตามมาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ก่อนที่จะพูดด้วยเสียงหอบอย่างเหนื่อยอ่อน
"ท่านอ๋องนี่คือคันชั่งสำหรับเปิดหน้าเจ้าสาวเพคะ"
อ๋องแปดรับคันชั่งมา เขาปิดประตูดังโครมคล้ายกับโกรธผู้ใดมาสิบชาติแล้วใช้คันชั่งเปิดหน้าของหยางจื่อเหยียนโดยไม่รีรอ
หยางจื่อเหยียนเงยหน้ามองเขาช้า ๆ และนั่นเองที่นางได้พบว่าบัดนี้อ๋องแปดคล้ายกำลังตกตะลึงไปแล้ว หยางจื่อเหยียนเม้มปาก ในเมื่อเขาหยุดนิ่งนางก็ไม่กล้าขยับ
กระทั่งเสียงท้องของหยางจื่อเหยียนร้องออกมา ครานั้นเองที่เขาโยนคันชั่งทิ้งอย่างไม่แยแส สีหน้าของเขากลับเยือกเย็นเช่นเดิมและหันหลังออกจากห้องหอไปทันใด
เขาปล่อยนางทิ้งไว้เช่นนั้นและเดินออกมาอย่างว่องไว สตรีผู้นั้นผิดแผกนัก เพียงเขาจ้องมองดวงตาของนาง คลับคล้ายว่าตนเองถูกแรงดึงดูดบางอย่างดูดเขาเข้าไปในนั้น กระทั่งเขาเผลอลืมตัวไปชั่วขณะ ความจริงเขาให้คนตามสืบเรื่องของนางก่อนหน้านี้ แต่สิ่งที่พบคือนางเป็นเพียงบุตรสาวอนุ มิได้รับความใส่ใจเท่าใด
ประการแรกที่ฝ่าบาทตั้งใจมอบบุตรสาวอนุให้เขา ต่อหน้าคือทรงห่วงใยต้องการให้เขาออกเรือน แต่การส่งบุตรอนุของกั๋วกงมาก็เท่ากับว่าฝ่าบาทหวังให้เขาอับอายที่ต้องรับบุตรอนุเป็นชายาเอก ประการที่สองแน่นอนว่าต้องการให้นางสืบข่าวเรื่องของเขาเป็นแน่
แต่ทว่าเพราะเป็นสตรีในห้องหอ แทบไม่เคยออกไปที่ใดจึงมิมีผู้ใดได้พบเห็นใบหน้าของนาง บ่าวในจวนก็มีไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยพบเห็น เรื่องของนางจึงไม่มีให้สืบมากนัก
ฉีไป่อวี้ไม่คิดว่านางจะประหลาดเพียงนั้น เรื่องรูปโฉมนั้นไม่ต้องเอ่ยถึงเขาสามารถบอกได้เลยว่านางเป็นสตรีที่งามล่มเมืองผู้หนึ่ง แต่ผิดแผกอยู่บ้างคนทั่วไปหากว่ามีบุตรสาวที่โฉมงามเช่นนี้ แม้ว่าจะเป็นลูกที่เกิดจากอนุก็ย่อมยกย่องออกหน้าออกตา หวังให้นางแต่งกับคนที่มอบผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด
แต่หยางกั๋วกงกลับเก็บนางไว้ในเรือนมิให้ผู้ใดได้พบ เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำเป็นแน่ แต่เมื่อคิดถึงชาติกำเนิดของนางแล้วเขาก็ยกมุมปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
ที่ไม่พาออกไปที่ใด คงเพราะไม่ต้องการให้ผู้ใดพบนางและสู่ขอนางก่อนที่เขาจะกลับจากชายแดนกระมัง
ที่แท้ฝ่าบาทก็คิดใช้แผนหญิงงามหลอกล่อเขานี่เอง ทว่าลูกไม้ต่ำต้อยเช่นนี้ฝ่าบาทประเมินเขาผิดไปแล้ว คนเช่นเขามีหรือจะตกหลุมพรางนี้
องครักษ์ของเขาเข้ามารายงาน คนของฝ่าบาทกลับไปยังวังหลวงรายงานว่าเขาได้รับหยางจื่อเหยียนเป็นพระชายาเรียบร้อย
ฉีไป่อวี้พยักหน้า สีหน้าของเขายังเย็นชาเช่นเดิมเขาไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีกราวกับว่ามันเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน และเขาเองในวันนี้ก็ไม่ได้แต่งพระชายาเข้าจวน
"ไปที่ห้องหนังสือ คืนนี้ข้าจะนอนที่นั่น"
"ขอรับ"
ขาก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว พ่อบ้านพลันวิ่งมาขวาง
"ท่านอ๋องจะให้บ่าวจัดเรือนใดให้พระชายาขอรับ"
ฉีไป่อวี้เอ่ยว่า
"เรือนหลังจวนให้ห่างจากเปิ่นหวางให้มากที่สุด อย่าได้ปล่อยให้นางมาเกะกะขวางหูขวางตาเข้าใจหรือไม่"
พ่อบ้านร้อง ไอ้หย๋า ในใจ ความจริงเขาดีใจยิ่งที่ท่านอ๋องแปดยอมรับพระชายาคิดว่าไม่นานจะมีซื่อจื่อตัวน้อยส่งเสียงในจวน คิดไม่ถึงว่าเขาจะรังเกียจนางมากเพียงนี้ แต่พ่อบ้านเช่นเขาก็เป็นเพียงบ่าว ในเมื่อเป็นรับสั่งท่านอ๋องเขาจะทำเช่นไรได้เล่า
คุณอาจจะชอบ





