ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สี่หนิงเหออนุภรรยาท้ายเรือน

สี่หนิงเหออนุภรรยาท้ายเรือน

เมื่อหนิงเหอถูกท่านอ๋องบังคับให้ลงสระอาบน้ำร่วมกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้จะพยายามยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนเป็นการฝึกวรยุทธ์เพื่อเอาตัวรอด แต่สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ต่ออำนาจและเสน่ห์อันรุกรานของบุรุษสูงศักดิ์ ร่างกายถูกสัมผัสและตีตราจองด้วยรอยรักทั่วลำคอและแผ่นอกอย่างย่ามใจ ท่ามกลางความอับอายที่ต้องปกปิดร่องรอยเหล่านี้จากสายตาลูกน้องที่จวน ในฐานะว่าที่อนุภรรยาที่ไม่อาจขัดขืนโชคชะตาและสัมผัสอันร้อนแรงที่ท่านอ๋องมอบให้ในครานี้ได้เลย
ตอน
แชร์

ตอน 2

2

เขาจะเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองให้ดีขึ้น...

โชคชะตาอยู่ที่ตัวเรากำหนด หาใช่คนอื่นไม่ หากยอมแพ้ก็เหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว ชีวิตจะอยู่ยืนยาวนานแค่ไหน สู้และเปลี่ยนแปลง ก็จะรู้ด้วยตัวเอง!

“คุณชายนอนหลับไปสามวันเต็ม ๆ บ่าว...บ่าว...” เสี่ยวฝานพูดไม่ออก เขาไปตามท่านหมอให้มาดูคุณชาย แต่กลับถูกบ่าวรับใช้ของฮูหยินและคุณหนูขัดขวาง เขาทำได้เพียงแค่เช็ดเลือด หาผ้ามาพันไว้และคอยเช็ดตัวให้คุณชายที่นอนไม่ไหวติง มีเพียงแค่ลมหายใจแผ่วเบาเท่านั้นที่บอกว่ายังคงมีชีวิตอยู่

“เสี่ยวฝาน”

“ขอรับคุณชาย”

“ข้ายังต้องออกจากที่นี่ไปที่นั่นอยู่หรือไม่”

“ไป...ไปขอรับ”

“ยังเหลือเวลาที่ข้าจะอยู่ที่นี่อีกนานเท่าใด” เขาเอ่ยถามอย่างไม่รู้สึกเสียใจหรือน้อยใจแต่อย่างใด การไปที่นั่นในครั้งนี้ จะเท่ากับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขา!

“แต่ช่างเถอะ จะมีเวลาเหลือเท่าไหร่ อย่างไรก็เปลี่ยนแปลงสิ่งใดมิได้ เจ้าช่วยเตรียมน้ำให้ข้าสักหน่อยเถิด ข้าอยากชำระล้างร่างกายเสียหน่อย”

“แต่...”

“มิเป็นไร ข้ามีสิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะต้องไปจากที่นี่ ถ้าหากชักช้าไปคงไม่ทันการณ์” เขาบอกกับเสี่ยวฝานที่ออกอาการไม่ค่อยอยากจะทำตามสักเท่าใด

“เชื่อคำพูดของข้าเถอะเสี่ยวฝาน หลังจากนี้ไป ข้าจะทำตัวใหม่ เพื่อทำให้ข้าและเจ้ามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ข้าจะไม่ทำตัวอ่อนแอให้เป็นปัญหาอีกแล้ว ข้าให้สัญญา” เขายิ้มให้กับบ่าวรับใช้ที่ติดตามดูแลกันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย แม้มีโอกาสได้ไปยังยังที่ซึ่งดีกว่านี้ หากเสี่ยวฝานก็ยังเลือกที่จะอยู่ดูแลเขา คนที่กตัญญูรู้คุณและเป็นคนดีเช่นนี้ เขาจะปล่อยให้ลำบากได้เช่นไร

“ขอรับคุณชาย”

เมื่อเสี่ยวฝานกระวีกระวาดไปทำตามคำขอของข้าแล้ว ข้าก็พยุงตัวเองที่ค่อนข้างจะไร้เรี่ยวแรงขึ้นจากเตียงนอนเก่าที่ผุพังจนแทบจะใช้นอนไม่ได้แล้วไปเตรียมตัวชำระล้างร่างกายเพื่อจะไปคุยธุระอันสำคัญยิ่งกับผู้เป็นนายหญิง...ฮูหยินสี่อิงเหม่ย!

“ขอฮูหยินโปรดอภัยที่ข้าน้อยมารบกวนท่านยามกำลังพักผ่อนขอรับ”

สี่หนิงเหอประสานมือพร้อมโค้งคำนับให้แก่หญิงวัยกลางคนที่ปรายสายตาเกรี้ยวกราดมองมา

“ในเมื่อรู้ว่ามารบกวนก็รีบไสหัวกลับไปเสียสิ มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย”

คนกล่าวเป็นหญิงร่างบอบบาง ใบหน้าคิ้วคางช่างรับกันอย่างเหมาะเจาะกับเรียวปากอิ่ม รูปกายภายนอกของนางช่างงดงามประหนึ่งนางฟ้า หากวาจากลับ...สี่หนิงเหอแอบถอนหายใจ

“ข้าน้อยขออภัยคุณหนูใหญ่ด้วยขอรับ แต่การณ์นี้ถ้าหากมิได้มาบอกกล่าวให้กับฮูหยินได้จัดการแก้ไขอย่างเร็วไว คงมิทันท่วงทีขอรับ”

ฮูหยิงสี่อิงเหม่ยวางถ้วยชาในมือลงอย่างแรง “เจ้าจะมากล่าวโทษข้า เรื่องที่เจ้าบาดเจ็บแล้วข้ามิให้คนไปตามหมอมารักษา”

“เปล่า...เปล่าขอรับฮูหยิน ข้าน้อยมาด้วยเรื่องอื่นขอรับ” จะไม่รีบได้อย่างไรกันเล่า ก็ข้ามาหาความสบายให้กับตัวเองและหาทางออกให้กับตัวเองยามเมื่อต้องจากเรือนนี้ไปอย่างไรกันเล่า

“ถ้าไม่ใช่มาต่อว่าข้ากับท่านแม่ แล้วเจ้ามาด้วยเรื่องอันใด”

“น่าจะยังเหลือเวลาอีกหลายวันที่ข้าจะต้องจากเรือนหลังนี้ไป แต่เพราะข้าได้รับบาดเจ็บ มันทำให้ข้าได้คิดขอรับ...ตัวข้าเองก็เติบโตมาในเรือนแห่งนี้ แม้ไม่ใช่บุตรในอุทร หากท่านฮูหยินก็ดูแลข้าเป็นอย่างดี” กับผีนะสิ รังแกเสียจนข้าเกือบจะกลับบ้านเก่าเสียตั้งหลายครั้งหลายครา ถ้าไม่ใช่ว่าข้าเป็นคนดวงแข็ง คงไม่อยู่มาจนถึงตอนนี้หรอก

“เจ้าจะว่ากล่าวอันใดก็รีบพูดมา”

“ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ใช่บุตรที่สามารถเชิดชูได้ หากแต่ก็ถือว่าเป็นบุตรของนายท่านเหวินหม่า”

“เจ้าต้องการพูดอะไรกันแน่”

คุณหนูใหญ่ ท่านช่างเป็นคนที่ใจร้อนเสียจริง

“แม้ข้าจะต้องไปเป็นเพียงแค่อนุภรรยาแก่ท่านผู้นั้น” แม่ง! นี่มันบ้าเกินไปแล้ว ข้าก็เป็นบุรุษ ทำไมต้องไปอนุภรรยาให้กับบุรุษเช่นกันด้วย “แต่ตัวข้าควรจะต้องมีความรู้ติดตัวไปบ้างหรือไม่ขอรับ” ตัวข้าแค่พออ่านออกเขียนได้ แต่ก็ไม่ได้คล่องมากมายนัก ก่อนไปก็ควรจะต้องศึกษาเพิ่มเติมเอาไว้

“แต่เจ้าก็อ่านออกเขียนได้”

“ใช่ขอรับคุณหนูใหญ่ แต่ท่านคิดว่าการที่ข้าอ่านและเขียนได้เฉพาะชื่อของตนเองจะไม่เป็นปัญหาหรือขอรับ” ข้าถามให้คุณหนูใหญ่และท่านฮูหยินได้คิด

“เจ้าประเมินตัวเองสูงเกินไปหรือเปล่า แค่ฝึกอ่านเขียนแค่วันสองวันคงไม่ทำให้เจ้าฉลาดขึ้นหรอกนะ”

ข้าได้แต่ยิ้ม...คนไม่รู้ ย่อมไม่ผิด แต่คนที่ไม่คิดจะใฝ่รู้ต่างหากเล่า ที่ผิด สำหรับตัวข้านั้น ถ้าหากแสดงออกว่าอ่านออกเขียนได้มากเกินกว่าที่ได้เรียนรู้ คนฉลาดเช่นฮูหยินสี่อิงเหม่ยหรือจะไม่สงสัย เขาถึงได้พูดกันว่า ทำอันใดควรจะเหลือทางไว้อีกสาย ถ้าหากมันพลาดพลั้ง จะได้มีทางออกให้กับเรื่องที่ทำ แต่นั่นก็จะต้องหมายถึง เรื่องที่ทำไม่ร้ายแรงจนไม่อาจจะให้อภัยได้

“ขอบคุณที่คุณหนูใหญ่เป็นห่วงข้าขอรับและข้าเข้าใจในความกังวลของคุณหนูใหญ่ แม้เวลาที่ได้ร่ำเรียนจะไม่กี่วัน สิ่งที่ได้จะมากหรือน้อยก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับความสามารถที่ตัวข้ามีแล้ว แต่ข้าจะทำให้ดีที่สุด จะไม่ให้คุณหนูใหญ่ผิดหวังและขายหน้าเป็นเด็ดขาดขอรับ”

“ฮึ!”

เมื่อเห็นว่าสี่ซูเจียวไม่อาจจะโต้ตอบกลับมาได้และฮูหยินก็เพียงแค่มองมาอย่างไม่สนใจหากแต่ก็รับฟัง มันก็ทำให้ข้ากล้าที่จะเอ่ยในเรื่องต่อไป

“ตัวข้าเพิ่งฟื้นจากไข้ ควรจะต้องได้รับอาหารที่ดีและมีประโยชน์กับร่างกายบ้าง”

“เจ้าจะหาว่าท่านแม่ดูแลเจ้าไม่ดี ไม่ได้รับความยุติธรรมเช่นนั้นหรือ”

“ปะ...เปล่าขอรับคุณหนูใหญ่ เห็นทีว่าท่านคงจะตีความในคำพูดของข้าน้อยผิดไปเสียแล้วขอรับ...คุณหนูใหญ่ดูข้าสิขอรับ” เขายื่นมือที่เล็กราวกับเด็กไปให้คุณหนูใหญ่ดู

“ที่นี่ทุกคนล้วนแล้วแต่มีงานต้องทำ ไม่มีใครสนใจใคร แต่หากไปที่นั่น...คนที่นั่นเห็นข้าเป็นแบบนี้ก็คงจะตกใจเป็นยิ่งนัก อาจคิดไปได้ว่าเราเล่นตลกหลอกลวง จะกล่าวอ้างว่าไม่สบาย เพิ่งฟื้นจากป่วยไข้ก็ฟังดูจะไร้เหตุผล ไม่น่าเชื่อถืออยู่ดี ถ้าหากทางนั้นคิดว่าทางเราส่งใครก็ไม่รู้ ไม่ได้เป็นอะไรกับท่านฮูหยินและนายท่านเหวินหม่าไป...หรือไม่ขอรับ” เขารู้ว่าฮูหยินเป็นคนฉลาด ย่อมฟังความต้องการของเขาออก แต่แล้วอย่างไรเล่า เขาพูดความจริงนี่นา

“อีกเรื่องที่ข้าน้อยเห็นทีจะต้องขอความกรุณาจากฮูหยิน...อาภรณ์ที่สวมใส่และของใช้สอย”

“ที่พูดมาทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า...”

“ซูเจียว”

“แต่ท่านแม่...ท่านดูที่มันพูดออกมาสิ แค่อ้าปากก็รู้แล้วว่ามักใหญ่ใฝ่สูงแค่ไหน มันกำลังจะทำตัวเทียบเทียมข้าและเจ้ารองอยู่นะท่านแม่”

สี่ซูเจียวออกอาการฮึดงัดไม่พอใจอย่างยิ่ง พลางชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อให้ผู้เป็นมารดาเชื่อและหาทางลงโทษเขา ทว่าคราวนี้คำพูดของข้าล้วนแล้วแต่ถูกกลั่นกรองมาอย่างดีแล้วและมีน้ำหนัก ทำให้เชื่อได้ว่าหวังดีต่อตระกูลสี่จริง ๆ เมื่อเห็นว่าผู้เป็นมารดาไม่คิดจะใส่ใจคำที่นางพูด นางจึงหันมาถลึงตาใส่ข้า ในสมองอันด้อยปัญญาของนางคงกำลังคิดว่าจะเล่นงานข้าอย่างไรดี แต่ฮึ! คราวนี้เห็นทีข้าคงจะไม่ยอมให้นางสมหวังเสียแล้วล่ะ

“คุณหนูอย่าตีความหมายที่ข้าพูดไปผิดเลยนะขอรับ ยังไงที่นี่ก็เป็นบ้านของข้า ข้า...ข้าย่อมไม่ต้องการให้ใครได้รับความเดือดร้อน” เขาพูดเสียงเบาและเศร้า แต่ในใจนั้นกลับคิดไปคนละทาง ใครจะเป็นเช่นไรก็ช่าง ข้าไม่สนใจเลยสักนิด แต่เพราะข้าต้องการให้คนที่นี่หายไปให้หมด

“เจ้า!”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้าอยู่เหนือราชาพยัคฆ์
9.4
ซูฮวาเดินทางข้ามมิติมายังยุคโบราณเหนือจินตนาการพร้อมร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ ทว่านางยังโชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากราชาพยัคฆ์ผู้ลึกลับภายใต้หน้ากากทองคำ เขาคือบุรุษผู้ต้องคำสาปจากหินมรกตจนกลายร่างเป็นปีศาจและคืนร่างมนุษย์ได้เพียงชั่วครู่มานานนับสิบปี ราชาพยัคฆ์ยอมช่วยเหลือนางหลังนิมิตประหลาดเรื่องดาวหางพุ่งชนอกเผยให้เห็นเงาของสตรีชุดขาว แต่ซูฮวาต้องยอมทำสัญญาแลกเปลี่ยนเพื่ออิสรภาพและการกลับสู่โลกเดิมท่ามกลางกงล้อแห่งโชคชะตาที่ยากจะหลบหนี
หน้าปกนวนิยาย ฝืนชะตาหวนคืนมารัก
7.9
กู้เฟยหลง หัวหน้าหน่วยอวี้หลินผู้ภักดี จบชีวิตลงขณะปฏิบัติภารกิจลับ ทิ้งให้หยางลี่อินภรรยาผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ต้องเผชิญความโศกเศร้าเพียงลำพังในคืนเทศกาลหยวนเซียว ทว่าด้วยพรสวรรค์ลึกลับทำให้นางสัมผัสได้ว่าวิญญาณของเขายังไม่ไปไหน นางจึงตัดสินใจท้าทายโชคชะตาเพื่อดึงคนรักกลับมาจากโลกหลังความตาย แม้เขาจะฟื้นคืนมาในสภาพที่จำนางไม่ได้เลยก็ตาม แต่นางพร้อมจะจ่ายค่าตอบแทนอันแสนแพงให้กับสวรรค์เพื่อให้ได้หัวใจเขากลับคืนมาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย สามีท่านหย่ากับข้าเถอะ
8.6
หยางซูมี่ บุตรสาวคนโตของเสนาบดีผู้สูงศักดิ์ จำใจเข้าพิธีวิวาห์กับอ๋องทมิฬตามพระบรมราชโองการที่มิอาจขัดขืนได้ ทว่าชีวิตในวังหลังกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อสามีของนางแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย และไร้ความใยดี มิหนำซ้ำเขายังรับชายารองเข้ามาหยามเกียรติกันถึงเรือน เมื่อความรักไม่มีค่าและความสุขสูญสิ้น นางจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเหตุใดต้องทนใช้ชีวิตยึดติดกับบุรุษผู้ไร้หัวใจเช่นนี้ต่อไป ถึงเวลาแล้วที่นางจะทวงคืนอิสระและยุติความสัมพันธ์ที่แสนขื่นขมนี้
หน้าปกนวนิยาย ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
9.1
ในอดีตชาติที่ผ่านมา นางเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะความไร้เดียงสาที่มอบหัวใจให้บุรุษผิดคน จนพลั้งมือทำร้ายชายผู้ที่รักและภักดีต่อตัวนางอย่างสุดหัวใจ เมื่อโอกาสครั้งใหม่มาถึงพร้อมการย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงขอละทิ้งความรักที่มีต่อท่านอ๋องอย่างไม่ใยดี และตั้งมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจรองแม่ทัพแสนดีผู้นี้ให้มาเป็นสามีของนางเพียงคนเดียวให้จงได้ เรื่องราวการแก้ตัวและภารกิจเกี้ยวรักจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย อาเฟย
8.8
อาเฟยคือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้กลางพงหญ้าตั้งแต่เกิด แม้โชคดีมีชาวบ้านช่วยชีวิตไว้ แต่สุดท้ายเขากลับถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยราคาเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรน อาเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินไถ่ถอนอิสรภาพและสร้างตัวให้แข็งแกร่ง ทว่าอุปสรรคใหญ่กลับเป็นอ๋องสี่ผู้มีร่างกายกำยำทรงพลังที่คอยขัดขวางแผนการนี้ด้วยการจับเขาหนีบรักแร้ไปมาอยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยแสนขำขันและวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายเน้นความฮาเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย เสน่หานางมารหน้าใส
8.1
โชคชะตาช่างเล่นตลกกับนางมารสาวผู้มีรูปโฉมงดงามและใสซื่อ แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่ดูไร้เดียงสา เพียงเพราะนางเลือกที่จะแสดงด้านที่ร้ายกาจออกมาเพียงเล็กน้อยเพื่อปกป้องตนเองในโลกแฟนตาซีอันโหดร้าย กลับถูกตราหน้าและตัดสินอย่างไม่เป็นธรรมจากคนรอบข้าง นางจึงตั้งคำถามต่อสวรรค์ว่าสิ่งที่นางทำลงไปนั้นมันผิดมหันต์ถึงเพียงนั้นเลยหรือ ท่ามกลางไฟแห่งความรักและความขัดแย้งที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของนาง