
เล่ห์รักนายกรัฐมนตรี my love presiden (ต่อภาคจาก เล่ห์ลวงมาเฟียแค้นรัก)
ตอน 2
บทที่ 1
ผู้นำคนใหม่
ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ตอนนี้กำลังมีการเฉลิมฉลองให้กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส
นั่นคือ ริชาร์ด เคาน์ซิคาโด้ ที่มีอายุน้อยเพียงสามสิบห้าปี เท่านั้น ซึ่งพิธีสาบานตนจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า..
“ผมจะให้เวลาพวกคุณสิบห้านาที อยากถามอะไรผมก็ถามได้เลยครับ เพราะอีกไม่กี่นาทีผมต้องไปเข้าร่วมพิธีสาบานตนแล้ว”
ริชาร์ดในชุดสูทเรียบหรูยืนอย่างสง่าต่อหน้านักข่าวที่มาทำข่าวการขึ้นรับตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
“เมอซิเออร์มีความรู้สึกอย่างไรครับที่ได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างฝรั่งเศสครับ”
นักข่าวชายช่องหนึ่งถามขึ้นเมื่อถึงโอกาสของเขา ซึ่งกว่าพวกเขาจะเข้ามาได้ต้องลงทะเบียนและต้องผ่านการตรวจสอบจากบอดี้การ์ดจำนวนมาก อีกทั้งคำถามยังต้องได้รับการตรวจสอบก่อนด้วย
“ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทุกคนทั่วประเทศที่เปิดโอกาสให้ผมได้เข้ามาแสดงฝีมือ และขอบคุณที่ไว้ใจเลือกผมให้มายืนตรงจุดนี้”
ริชาร์ดโปรยยิ้มกับกล้อง เพราะเขารู้ว่าอีกไม่นานภาพของเขาจะเผยแพร่ไปทั่วประเทศหรืออาจจะทั่วโลก เขาจึงเอ่ยเสียงสุภาพและตอบคำถามนักข่าวทุกคน ไม่ว่าคำถามนั้นจะเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตประวัติของเขาก็ตาม เขาก็จะตอบคำถามนั้น
“ประเทศอยู่ในความดูแลของเมอซิเออร์แล้ว เมอซิเออร์มีโครงการ ที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายการบริหารประเทศยังไงบ้างไหมคะ?” นักข่าวหญิงจากช่องหนึ่งยิงคำถามมาอีก
“ก่อนที่ผมจะดำรงตำแหน่งนี้ ผมเคยทำงานช่วยท่านประธานาธิบดีมาก่อน นั่นทำให้ผมได้เรียนรู้งานจากท่านมามากพอที่จะเห็นหนทางทำให้ประเทศชาติเจริญขึ้น ให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ไม่ยาก ส่วนนโยบายบางส่วนที่มีปัญหาก็อาจจะปรับเปลี่ยนครับ”
ริชาร์ดตอบออกไปอย่างแน่วแน่ และแววตามีความจริงจังน่าเกรงขาม
“เช่นเรื่องอะไรบ้างครับ ที่ท่านมองว่ามันคือปัญหาที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน” และนักข่าวอีกสองช่องก็ถามซ้อนกันขึ้นมา
“ผมมองว่าประเทศของเราเป็นประเทศที่มีคนหลากหลายเชื้อชาติ และมีกลุ่มคนที่ยังไม่มีสัญชาติอยู่มาก คนที่เกิดในประเทศของเรา แต่กลับไม่มีสิทธิ์ในฐานะพลเมืองของประเทศเรา”
ริชาร์ดพูดขึ้นและมองไปที่กล้อง เหมือนกำลังสื่อสารกับใครบางคนอยู่ และเขาเชื่อว่าคนคนนั้นก็จะได้เห็นเขาผ่านทางโทรทัศน์เหมือนกัน
“ผมจะผลักดันให้บุคคลเหล่านี้ให้มีสัญชาติที่ถูกต้อง ให้ได้รับสิทธิ์เหมือนเป็นพลเมืองของประเทศ และให้ทุกคนมีเสรีภาพเท่าเทียมกัน”
ริชาร์ดพูดและมองไปที่เหล่าบอดี้การ์ดผิวสีของเขาที่อาเจสันฝึกฝนมาอย่างดีและส่งมาอารักขาเขา เขาคิดว่าทุกคนมีความเก่งในแบบของตัวเอง ไม่ควรที่จะให้สีผิวมากีดกันสิทธิ์และเสรีภาพของพวกเขา
“ผมเห็นด้วยกับความคิดนี้นะครับเพราะในประเทศนี้ คงไม่มีใครโชคดีเท่าเมอซิเออร์อีกแล้ว ที่ขนาดถูกทิ้งไปแล้วยังมีเมอซิเออร์เดวิดเก็บมาเลี้ยงจนได้ดี และยังผลักดันให้มาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศแบบนี้”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากลุ่มนักข่าว และคำพูดของเขาก็ทำให้ทุกคนในห้องเกิดความเงียบพร้อมกัน เพราะน้อยคนที่จะรู้เรื่องนี้
ริชาร์ดมองบอดี้การ์ดที่จะเข้าไปล็อกตัวชายวัยกลางคนที่มีร่างท้วมคนหนึ่ง ที่ป้ายห้อยคอบ่งบอกว่ามาจากสถานีข่าวที่คอยโจมตีรัฐบาลมาตลอด ริชาร์ดโบกมือขึ้นซึ่งการ์ดก็เข้าใจจึงถอยกลับไปที่ของตัวเอง
ริชาร์ดเหลือบตาไปมองข้าง ที่เมอซิเออร์เดวิดและมาดามกล้วยไม้ที่นั่งอยู่ และเมื่อเมอซิเออร์เดวิดพยักหน้าให้ ริชาร์ดก็ตอบอย่างจริงจังว่า
“ผมถึงบอกอย่างไรครับ ว่าทุกคนที่เกิดมาในประเทศนี้ บางคนที่โชคร้ายที่หาที่ไปที่มาไม่ได้ จนทำให้สิทธิของพลเมืองหายไป ผมจึงอยากดำเนินการในเรื่องนี้ให้ทุกคนควรได้สิทธิของตัวเองอย่างชอบธรรมไงครับ”
และก่อนที่นักข่าวคนนั้นและพูดต่อ ริชาร์ดก็พูดต่อว่า
“และใช่ครับ ผมเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้มาเป็นลูกของคุณพ่อเดวิดกับแม่กล้วยไม้ ผมจึงขอสัญญากับทุกคนว่า ผมจะทำให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่ากันทุกคน ขอเพียงพวกคุณเป็นคนของประเทศฝรั่งเศส”
ริชาร์ดยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจที่ได้เป็นลูกของพ่อกับแม่ เป็นคนในตระกูลเคาน์ซิคาโด้ และเขาไม่เคยคิดที่จะอยากรู้ภูมิหลังของตนเอง จนกระทั่งตอนนี้..
ด้านปีเตอร์ลูกน้องคนสนิทของเดวิด ที่เวลานี้ได้มาเป็นมือขวาของริชาร์ด ซึ่งปีเตอร์มองหน้าแม๊กกี้เพื่อนคู่หู ก่อนจะมองไปที่นักข่าวคนนั้น และเป็นปีเตอร์เองที่เดินเข้ามาหาริชาร์ดที่อยู่ในวงล้อมของนักข่าว..
“ขอโทษครับ ได้เวลาที่ท่านจะต้องไปเข้าพิธีสาบานตนแล้วครับ” ปีเตอร์พูดขึ้น แล้วคอยป้องกันริชาร์ดจากพวกนักข่าว
ด้านริชาร์ดหันไปมองหน้าปีเตอร์นิ่ง ๆ ก่อนจะหันมาที่นักข่าวทั้งหลายและพูดกับทุกคนว่า
“สุดท้ายนี้ ขอเวลาให้ผมทำงานสักสามสี่เดือน แล้วเราค่อยมาดูกันใหม่ว่าผมจะเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง แต่ผมขอสัญญากับพลเมืองของประเทศทุกคนว่า ผมจะบริหารประเทศนี้ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ทุกคนเลือกให้ผมมาทำหน้าที่นี้ด้วยคะแนนที่ท่วมท้น ขอบคุณมากครับ”
และเมื่อพูดจบริชาร์ดก็เดินไปหาพ่อและแม่ และเข้าไปกอดพ่อ และพ่อก็กอดตอบและยังตบหลังลูกชายเพื่อให้กำลังใจ
“ขอบคุณนะครับพ่อ ที่เลี้ยงผมมาอย่างดี ให้ชีวิตใหม่กับผม ขอบคุณครับ” ริชาร์ดพูดกับพ่อเมื่อได้กอดพ่อเดวิด
“ริคเป็นลูกของพ่อกับแม่ พ่อดีใจด้วยนะที่ริคได้ทำในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ พ่อภูมิใจในตัวลูกมากนะ” เดวิดบอกกับลูกชายคนโตจากใจริง
“ขอบคุณครับ” ริชาร์ดบอก และหันไปเมื่อรู้สึกถึงมือเล็ก ๆ ที่ลูบหลังเขาอยู่ มือนั้นที่อยู่กับเขาเสนอมาตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้
“ผมรักแม่นะครับ ขอบคุณครับที่ดูแลผมมาอย่างดี” ริชาร์ดหัน กลับไปกอดแม่ที่สูงแค่อกของเขา ทำให้เขาต้องคุกเข่าลงกอดเอวบางของแม่ไว้
กล้วยไม้ลูบหัวลูกชายที่กอดเธอไว้เหมือนเป็นเด็ก ๆ ก่อนจะจับไหล่ให้เขาลุกขึ้นยืน ใช้มือจับปกเสื้อ จัดแจงแต่งตัวให้ลูกเหมือนตอนเด็ก ๆ
“ลูกแม่โตเป็นหนุ่มแล้ว แม่จะบอกว่าเป็นเด็กดีนะลูกก็ไม่ได้แล้วสินะ งั้นแม่ขอบอกว่าตั้งใจทำงานนะครับ อดทนกับงานที่ได้รับ แต่ถ้าเหนื่อยนักก็กลับไปบ้าน เดี๋ยวแม่จะทำอาหารอร่อย ๆ ไว้ให้กิน แม่รักลูกมากนะริค รักมากเพราะริคเป็นลูกชายของแม่ อย่าไปฟังอะไรที่มันบั่นทอนจิตใจ ขอให้ริคจำไว้แค่พวกเราทุกคนรักริคมาก เพราะริคเป็นลูกของพ่อกับแม่ เป็นพี่ของแคท ริคเป็นคนที่มาต่อลมหายใจของแม่ไว้ จำไว้แค่นั้นก็พอนะริค”
กล้วยไม้บอกลูกชาย เพราะเธอกลัวว่าลูกชายจะคิดมากกับคำถามของนักข่าวเมื่อกี้นี้
“ขอบคุณครับแม่ ผมไม่ได้คิดอะไร เพราะพ่อกับแม่และแคทคือครอบครัวของผมเสมอมา ขอบคุณนะครับ ผมต้องไปแล้ว”
ริชาร์ดก้มหน้าลงไปให้แม่หอมแก้ม และเขาก็หอมแก้มแม่กลับไป
“ไปเถอะ เดี๋ยวเย็นนี้พ่อจะจัดงานเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ ให้ที่บ้านของเรา” เดวิดบอกลูกชาย
“ขอบคุณครับพ่อ เสียดายที่ยัยแคทกับพวกเด็กแสบไม่ได้มาด้วย คิดถึงนะครับ แต่ผมไม่ปล่อยให้พ่อกับแม่เหงาแน่นอนครับ ผมจะกลับบ้านบ่อย ๆ”
ริชาร์ดบอก เมื่อเขารู้ว่าแม่คงจะเหงาถ้าเขาทำงานจนไม่มีเวลากลับบ้าน เพราะตอนนี้แคทรินกับหลาน ๆ ทั้งสี่คนไปอยู่ที่อิตาลีกับแมทธิว
“ถ้ากลัวแม่เหงา ก็มีหลานให้แม่สักสองคนซิ แม่อยากเป็นย่าแล้วนะ” มาดามกล้วยไม้บอกลูกชาย เมื่อตอนนี้เขายังครองตัวเป็นโสด
“แน่นอนครับแม่ อีกไม่นานแม่ได้เลี้ยงลูกของผมแน่นอน ขอให้อะไร ๆ ลงตัวสักพัก ผมจะไปตามแม่ของลูกกลับมาอยู่บ้านกับแม่นะครับ”
ริชาร์ดพูดจบ ก็รีบเดินออกไป เมื่อเห็นปีเตอร์เดินเข้ามาส่งซิกว่าหมดเวลาในห้องนี้แล้ว..
“ลูกเรานี่เลียนแบบคุณเดทุกอย่างเลยนะคะ ทั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งมีความคิดที่ดี กล้วยไม้ภูมิใจในตัวคุณเดและริคนะคะ” กล้วยไม้กอดเอวของสามี และเงยหน้ามองเวลาพูดกับสามี ซึ่งเดวิดได้ละสายตาจากลูกชายก้มมองหน้าภรรยา
“ก็เพราะตาริคเป็นลูกคุณเดกับกล้วยไม้ไงครับ ที่ลูกเติบโตมาแบบนี้เพราะมีแม่อย่างกล้วยไม้อบรมสั่งสอนเป็นอย่างดี คุณเดยังจำได้ว่าในตอนนั้น เวลาคุณเดไปทำงานที่ทำเนียบ ตาริคยังขอตามไปด้วยในบางครั้งเลย”
เดวิดกอดเมียไว้หลวม ๆ และลูบหลังเธอเล่นเบา ๆ แล้วภาพความหลังของลูกชายตอนเด็กๆ ก็ปรากฏขึ้น..
‘พ่อครับ พ่อจะไปไหนครับ’ เด็กชายอายุห้าขวบมองพ่อแต่งตัวและถามขึ้น
‘พ่อจะไปทำงาน ริคอยู่บ้านนะลูก ช่วยดูแลแม่กับน้องในท้องแทนพ่อด้วย’ เดวิดบอกเด็กน้อยที่มองมาที่เขาอย่างเทิดทูน
‘ครับ ริคจะดูแลแม่กับน้องให้ดีที่สุดเลยครับ’
‘ดีมากลูก นี่สิถึงจะสมกับเป็น ริชาร์ด เคาน์ซิคาโด้’
‘ครับ โตขึ้นผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนพ่อครับ’
‘ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีความรับผิดชอบ ตอนนี้เริ่มจากดูแลคนในตระกูลแทนพ่อก่อน ให้สมกับเป็นลูกชายคนโตของเคาน์ซิคาโด้ ทำได้ไหม’
‘ทำได้ครับ ริคจะเป็นลูกชายตระกูลเคาน์ซิคาโด้และนายกรัฐมนตรีครับ’..
เดวิดยังจำท่าทางของเด็กชายตัวน้อยแอ่นอกรับตำแหน่งจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างดี ซึ่งภาพเมื่อหลายสิบก่อนช่างเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่นานนี้เอง ทั้งที่ความจริงมันผ่านมาสามสิบปีแล้ว
“ขอบคุณคุณเดนะคะ ที่มอบลูกชายที่น่ารักที่สุดในโลกให้กล้วยไม้ กล้วยไม้รักคุณเดที่สุดเลยค่ะ” กล้วยไม้จูบที่อกของสามีเบา ๆ
“งั้นรีบกลับบ้านดีกว่า คุณเดอยากให้กล้วยไม้แสดงให้ดูว่ารักคุณเดมากแค่ไหน” เดวิดผู้ชายที่ไม่หยุดหื่น เมื่อถูกภรรยาจับนิดจับหน่อยเขาก็เกิดอารมณ์อยากจะกินเมีย
ตุบ!..
คำพูดของชายสูงวัยที่ไม่ยอมแก่ ทำให้ภรรยาสาวอายจนหน้าแดงระเรื่อ เธอจึงทุบที่อกแกร่งของสามีทีหนึ่ง
“บ้า! คุณเดพูดอะไร ดีนะคะที่ไม่มีใครอยู่แล้ว” กล้วยไม้มองซ้ายขาวแล้วหันมาทำหน้างอใส่สามี
“ฮ่าๆ คุณเดชอบที่สุดเลยที่เห็นเมียหน้าแดงแบบนี้ ป่ะ กลับบ้านกัน คุณเดอยากรู้แล้วว่าเมียจะรักคุณเดมากแค่ไหน”
เดวิดหัวเราะชอบใจ ก่อนจะโอบกอดเมียเด็กไปที่ลิฟต์ที่เขาคุ้นเคย เพราะที่นี่ก็เหมือนบ้านหลังที่สองของเขามา 30 ปี เพราะเขาเคยเป็นทั้งนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของนายกรัฐมนตรีมาแล้ว..
ริชาร์ดแม้จะไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ของเขา แต่ริชาร์ดก็เปรียบเสมือนต้นไม้เล็กที่ปลิวมาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างเดวิด โดยมีกล้วยไม้เป็นคนดูแล รดน้ำใส่ปุ๋ยอย่างดี ทำให้ตอนนี้ริชาร์ดเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแกร่ง
ฉะนั้นจะเรียกว่า...ลูกไม้(หลง)หล่นไม่ไกลต้นก็เรียกได้นะ…..
คุณอาจจะชอบ





