
เล่ห์รักนายกรัฐมนตรี my love presiden (ต่อภาคจาก เล่ห์ลวงมาเฟียแค้นรัก)
ตอน 3
บทที่ 2
คู่กัด
ที่ชาร์โตเคาน์ซิคาโด้…
ปัง!!!..
“คุณยายคะ/คุณยายคร๊าบ” เสียงเด็กน้อยที่วิ่งขึ้นบันไดมาทุบประตูห้อง ทำให้เดวิดจำเป็นต้องผงกหัวออกจากอกอวบๆ ของเมียเด็ก
“คิกๆ ลุกไปเปิดประตูได้แล้วค่ะ กล้วยไม้จะไปอาบน้ำ” กล้วยไม้หัวเราะชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าตื่น ๆ ของสามี เธอหอมแก้มของสามีแก่เพื่อเอาใจพร้อมบอกเสียงเบา ๆ
“หัวเราะคุณเดเหรอ” เดวิดหันมาคาดโทษภรรยาโดยการจูบซ้ำบนเรียวปากนุ่ม แล้วลุกขึ้นยืน ซึ่งเขาไม่ได้ทำตามคำบอกของภรรยา
“ว้าย! คุณเดปล่อยกล้วยไม้ลงเดี๋ยวนี้นะ” กล้วยไม้ร้องกรี๊ด แต่ไม่ขัดขืนเมื่อสามีอุ้มขึ้นแนบอก ซึ่งเธอยกแขนโอบคอหนาแล้วซุกหน้าลงบนอกแกร่ง
“จะอาบน้ำไม่ใช่เหรอ” เดวิดบอกภรรยาชิดหัวของเธอ พร้อมทั้งอุ้มภรรยาเดินเข้าไปในห้องน้ำ
“คุณเดไปเปิดประตูก่อนนะคะ ไม่งั้นมีย่ากับอชิได้พังประตูเข้ามาแน่”
เสียงเคาะประตูห้องดังรัว ๆ ทำให้กล้วยไม้บอกสามี เมื่อสามีปล่อยเธอให้นั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า แต่เขายังยืนกักขังเธอ
“ต้องเป็นไอ้ลูกเขยตัวดีของเธอแน่ ที่อยู่เบื้องหลังลูกๆของมัน” ก่อนจะใส่เสื้อคลุมอาบน้ำและออกจากห้องน้ำไปเปิดประตูห้องให้หลาน ๆ นั้น เดวิดก็ทำหน้าเหี้ยมเมื่อเอ่ยถึงลูกเขยกับภรรยา..
ปังงง!!!..
เสียงประตูห้องดังรัว ๆ อีกครั้ง จนคนข้างในร้อนรนและต้องร้องบอก พร้อมทั้งเปิดประตูให้ “ครับ ๆ ตาเปิดประตูให้แล้วครับ”
และเมื่อประตูห้องนอนเปิดเพียงแง้มไว้ เด็กน้อยสองคนก็พากันดันประตูแล้ววิ่งเข้าไปในห้อง และร้องเสียงดังด้วยความดีใจพร้อมกันว่า
“เย้ ๆ คุณตาเปิดประตูแล้ว”
ด้านเดวิดต้องขยับหลีกทางให้หลานทั้งสองเข้ามาในห้อง ซึ่งเด็กชายหญิงวัยห้าขวบ ที่หน้าตาเหมือนกันมากเพราะทั้งคู่เป็นลูกแฝดและเป็นลูกของแคทรินกับแมทธิวลูกสาวและลูกเขยของเขานั้นเอง..
“คุณยายไปไหนคะ” แม่หนูนามว่ามีย่าเอียงคอถามขึ้น เมื่อไม่เห็นยายกล้วยไม้
“ใช่ครับ อชิคิดถึงคุณยายคนสวยจะแย่อยู่แล้วครับ” พ่อหนูอชิก็พยักหน้ารอฟังคำตอบจากคุณตา
“คุณยายอาบน้ำอยู่ ตาว่า หนูน้อยทั้งสองลงไปรอข้างล่างก่อนไหม เดี๋ยวตากับยายจะตามลงไป” เดวิดยืนกอดอกมองหลานทั้งสองที่เดินวนเวียนไปมาในห้องนอนของเขา
“ไม่ได้ครับ พ่อแมทบอกว่าให้รอลงไปพร้อมกัน” อชิบอกพร้อมกระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียงของตาและยาย
“ใช่ค่ะ พ่อแมทบอกว่าคุณตาจะพาคุณยายลงไปช้า ให้พวกเรามารับคุณยายลงไปค่ะ”
มีย่าเสริมคำพูดพี่ชาย แล้วจะขึ้นไปนั่งบนเตียง แต่ก็ขึ้นไม่ได้ ตาเดวิดจึงเดินไปอุ้มหลานสาวและก่อนที่จะปล่อยหลานให้นั่งบนเตียงเขาก็หอมแก้มของหลานสาวไปทีหนึ่ง
“คุณตาจะไปไหนคะ” หนูน้อยมีย่าถาม เมื่อได้นั่งบนเตียง และเห็นคุณตาจะเดินไป
“ไปตามคุณยายไงครับ”
เดวิดบอกหลาน แล้วนึกถึงไอ้ลูกเขยขึ้นมา นี้คงจะเป็นแผนการของไอ้ลูกเขยตัวแสบแน่ที่พยายามเอาคืนเขาที่เขาไม่ยอมให้มันเข้าใกล้ลูกสาวของเขาในบางครั้งแน่
“ผมไปตามเองครับ” เด็กน้อยอชิบอกพร้อมจะคลานลงจากเตียง
“ตาว่า ตาไปตามคุณยายดีกว่า” เดวิดรีบบอกหลานชาย
“ทำไมต้องคุณตาไปตามคะ ทำไมไม่ให้พวกเราไปตามเองคะ” หนูน้อยมีย่าถาม แต่สายตาเจ้าเล่ห์กับมองหน้าพี่ชายฝาแฝด
“เพราะตาต้องช่วยคุณยายอาบน้ำไง” เดวิดตอบหลาน ๆ ทั้งที่ยืนกอดอก
“อ่อ เหมือนพ่อแมทชอบช่วยแม่แคทอาบน้ำเหรอคะ” หนูน้อยมีย่าบอกคุณตา พร้อมทำท่าคุ้นคิด
“อื้ม” ด้านเดวิดพยักหน้าให้หลานๆ พร้อมยิ้มมุมปาก
“ว้า ทำไมผู้ใหญ่ชอบช่วยกันอาบน้ำนะ” เด็กชายอชิทำหน้าเซ็ง ๆ ใส่น้องสาว
“นั่นสิ” หนูน้อยมีย่าก็ทำหน้าเบื่อหน่าย
“นั่งรอตาอยู่นี้นะห้ามดื้อห้ามไปไหน และห้ามเรียกเวลาในห้องน้ำมีเสียงแปลก ๆ” เดวิดเดินไปยืนตรงปลายเตียงอ้าแขนให้หลานทั้งสองเข้ามาหา
“ค่ะ/ครับ” ด้านเด็กน้อยทั้งสองเมื่อเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนกำยำของคุณตาแล้ว ก็พากันพยักหน้างึก ๆ เมื่อคุณตาให้รางวัลโดยการจูบหัวคนละที
ด้านเดวิดเมื่อพูดให้หลานเข้าใจแล้ว เขาก็ปล่อยให้หลาน ๆ อยู่ในห้องนอน ส่วนเขาก็เข้าไปในห้องน้ำ และก่อนที่จะถอดเสื้อคลุมนั้น เขาก็ไม่ลืมที่จะกดล็อกประตูห้องน้ำอย่างดี
แล้วเขาก็เดินย่างสามขุมตรงไปหาภรรยา แล้วช่วยภรรยาเปลื้องผ้าและอาบน้ำด้วยกัน โดยไม่สนใจเวลา ว่าเขาและภรรยาจะอาบน้ำนานเกือบชั่วโมง…
ที่ห้องนั่งเล่นของครอบครัว..
เดวิดโอบบ่ากล้วยไม้เดินลงบันไดมาที่ห้องรับแขก ซึ่งมีลูกสาวลูกเขยและหลาน ๆ ทั้งสี่นั่งคุยกันอยู่ เพราะวันนี้ที่บ้านมีงานเลี้ยงสังสรรค์เล็กน้อยระหว่างครอบครัวเพราะยินดีกับริชาร์ดที่ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
“คุณยายมาแล้ว” แม่หนูน้อยมีย่าเห็นยายก็รีบวิ่งไปกอดขายายกล้วยไม้
“ไงคะ เด็กน้อยของยาย” คุณยายกล้วยไม้นั่งคุกเข่าตรงหน้าเด็กน้อย แล้วเด็กน้อยก็กอดคอและหอมแก้มคนเป็นยาย ก่อนจะพูดว่า
“คุณยายตัวหอมจัง”
“มีย่าก็หอมเหมือนกันค่ะ”
“แต่ก็หอมไม่เท่าคุณยาย หนูอยากให้คุณตาอาบน้ำให้เหมือนที่คุณตาอาบน้ำให้คุณยายจังค่ะ” แม่หนูน้อยถามก่อนจะบอกเหตุผลที่ลงมาก่อน
“เอ่อ หิวไหมคะ” คุณกล้วยไม้ถามหลานสาว และไม่กล้ามองหน้าลูกสาวและลูกเขย รวมทั้งหลานแฝดจีน่าจีโน่ ซึ่งตอนนี้หลานสองคนโตอายุสิบสองปีแล้ว
“หิวค่ะ” มีย่าบอกคุณยาย
“งั้นเดี๋ยวยายไปดูให้ว่ามีอะไรกินบ้าง” กล้วยไม้รีบลุกขึ้นยืน ทั้งที่จูงมือหลานสาว เพื่อออกไปจากตรงนี้ เพื่อจะหลบสายตาลูกๆ หลานๆ..
ด้านเดวิดเมื่อเห็นภรรยาเดินจูงมือหลานสาวไป เขาก็รีบคว้าแขนเล็กของเธอไว้ พร้อมถามเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน
“จะไปไหน”
“คุณเด ปล่อยค่ะ กล้วยไม้จะพาหลานไปหาอะไรกิน” กล้วยไม้บอก พร้อมทั้งทำตาเขียวใส่สามี ซึ่งเธอยังไม่ได้คิดบัญชีกับเขา ที่เขาชอบทำให้เธอได้อายลูกและหลาน
“ไม่ต้องไปไหนหรอก เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไป มาลีมาพาเด็ก ๆ ไปหาอะไรกินที่ห้องอาหาร” เดวิดบอกภรรยา แล้วหันไปสั่งแม่บ้านให้พาเด็กๆ ออกไป
“ค่ะ” แม่บ้านขานรับ แล้วพาเด็กทั้งสี่คนไปที่ห้องอาหาร…
“คุณแม่ไม่สบายเป็นอะไรมากไหมคะ” แคทรินได้ยินว่าแม่ไม่สบาย ก็แกะแขนของสามีออกจากเอวแล้วลุกจากเก้าอี้ที่สามีคอยนั่งประกบ เธอเดินไปนั่งข้างแม่
“ก็แม่ของเรานะสิ ช่วงนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ เห็นบ่นเวียนหัวบ่อยมาก พ่อบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมไป บอกแต่ว่าไม่เป็นอะไรๆ” เดวิดพูดกับลูกสาว แต่ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มองหน้าภรรยา
“ทำไมคะ ทำไมแม่ไม่ไปหาหมอ ไปไหมเดี๋ยวพรุ่งนี้แคทพาไป” แคทรินบอก เมื่อมองหน้าแม่
ด้านกล้วยไม้มองสามีด้วยสายตาไม่พอใจ ที่เธอเป็นแบบนี้ก็เพราะเขานั้นแหละ ที่ทำให้เธอหมดแรง เธอทำหน้ายักษ์ใส่สามีแล้วหันไปพูดกับลูกสาวว่า
“แม่ก็เวียนหัวตามประสาคนแก่นั่นแหละ แคทไม่ต้องเป็นห่วงนะลูก”
“ทำไมพูดแต่แบบนั้นกับลูกละ คุณเดรู้นะว่าเรานะไม่สบาย” เดวิดถอนหายใจแรง ๆ เมื่อภรรยาจะทำให้แผนการที่เขาคิดไว้จะเสีย
“แบบนี้ก็แย่สิคะ” ด้านแคทรินก็ห่วงแม่เช่นกัน
“ใช่ พ่อกลัวแต่จะเป็นลมเป็นแล้งตอนไม่มีคนอยู่ด้วยนะสิ” เดวิดพูดขึ้นอีก ก่อนจะมองหน้าลูกสาว
ด้านแมทธิวเริ่มมองออกแล้วว่าพ่อตาพยายามจะทำอะไร หลังจากที่เขานั่งเงียบคอยสังเกตพ่อตามาสักพัก เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า
“งั้นผมจะให้เอริคส่งคนจากโรงแรมมาคอยดูแลคุณแม่นะครับ”
“ไม่ต้องหรอก ถ้าจะให้แม่บ้านที่โรงแรมมาอยู่เฝ้าแม่ พ่อว่าไม่ต้อง เพราะที่นี่ก็มีแม่บ้านเหมือนกัน” เดวิดบอกลูกเขยยิ้ม ๆ
“ทำไมครับ” แมทธิวแกล้งถาม ทั้งที่รู้ว่าพ่อตาคิดอะไรอยู่
“นั้นสิคะ ทำไมคุณพ่อไม่อยากให้แม่บ้านที่โรงแรมมาดูแลคุณแม่คะ” แคทรินที่นั่งอยู่ในอ้อมกอดสามีนั้น เธอก็ถามพ่อเช่นกัน
“พ่อคิดว่าที่แม่เขาเป็นแบบนี้ แม่เขาเหงานะสิ ไหนแคทก็มาแล้ว ก็อยู่เป็นเพื่อนแม่เขาสักสองสามเดือนก่อนดีไหมลูก ให้หลานๆ อยู่ด้วย แม่เขาจะได้ไม่เหงา ช่วงนี้เด็ก ๆ ก็ปิดเทอมด้วยไม่ใช่เหรอ” เดวิดพูดขึ้นมา
‘นั่นไง’ แมทธิวคิดในใจ ในที่สุดพ่อตาของเขาก็เปิดไพ่ออกมา ซึ่งไม่ต่างจากที่เขาคิดไว้เลย
“แบบนั้นคงจะไม่ได้ ถ้าแคทอยู่ที่นี่แล้วผมจะอยู่กับใครล่ะ” แมทธิวรีบแย้งทันที
“ทำไมจะไม่ได้แค่สองสามเดือนเอง ทีเมื่อก่อนไม่มีลูกมีเมียยังอยู่ได้เลย” เดวิดสวนกลับ
“ไม่ได้” แมทธิวร้องประท้วง
“ได้” เดวิดก็เอ่ยเสียงใหญ่ขึ้น
ซึ่งทั้งสองคนยังเถียงกันไม่หยุด จนคนกลางอย่างแคทรินไม่รู้ว่าทำยังไง จึงเอาแต่มองหน้ากับแม่อย่างจนปัญญาจนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า
“มีอะไรกันเหรอครับ”
ริชาร์ดที่เดินเข้ามาในห้องรับแขกเห็นชายทั้งสองคนมองสบตากันอย่างไม่ยอมกัน โดยเดวิดนั่งจ้องลูกสาวที่โดนลูกเขยจับมานั่งตักและกอดไว้อย่างหวงแหน เหมือนงูจงอางหวงไข่
“ก็พ่อเราน่ะสิ จะให้น้องกับหลานๆ มาอยู่ที่นี่สักสองสามเดือน แต่แมทเขาไม่ยอม เลยเล่นชักเย่อกันอยู่แบบนี้” กล้วยไม้นั่งกุมขมับ เมื่อเห็นลูกชาย เธอก็เล่าให้ลูกชายฟัง
“ผมว่าก็ดีนะครับ ช่วงนี้คุณพ่อคงต้องช่วยผมทำงานก่อนสักระยะ แม่อยู่บ้านคนเดียวก็คงเหงา ถ้ายัยแคทกับหลาน ๆ มาอยู่ด้วยผมคิดว่าดีที่สุดครับ”
ริชาร์ดเดินไปนั่งขนาบข้างแม่คนละฝั่งใกลัน้อง เขายิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นพ่อแอบยิ้มมุมปากอย่างถูกใจ
แมทธิวที่หน้าตาบูดบึ้งไม่พอใจในคำตอบ จึงพูดเสียงเข้มว่า “ทำแบบนั้นได้ยังไง ผัวเมียก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ จะมาพรากลูกพรากเมียผมไปได้ยังไงกันครับ”
“พี่แมท” แคทรินทำเสียงดุสามี ที่เขาเถียงพ่อ
“ถ้าอย่างนั้น เราให้คุณแม่ไปอยู่อิตาลีกับเราดีไหมครับแคท” เมื่อถูกภรรยาทำตาเขียวใส่ แมทธิวก็ลุกขึ้นไปนั่งเบียดเมีย ไม่สนใจหรอกว่าโซฟานั่งได้แค่สามคน
“ไม่ได้” แคทรินยังไม่ได้พูดอะไร เดวิดก็พูดแทรกขึ้นมา
“ผมก็ไม่เห็นด้วยถ้าคุณแม่จะไปอยู่อิตาลี อย่าลืมว่าพี่แมทเป็นมาเฟีย ถึงแม้ว่าจะเป็นมาเฟียมีคุณธรรมเถอะ แต่พี่แมทอย่าลืมว่าศัตรูพี่มีมากแค่ไหน แค่พี่ดูแลยัยแคทกับเด็กๆ ก็พอแล้วครับ ส่วนคุณแม่พวกเราดูแลได้” ริชาร์ดพูดตามความคิด
“ถ้าอย่างนั้นแคทขออยู่เป็นเพื่อนคุณแม่สักหนึ่งเดือนนะคะพี่แมท ให้คุณพ่อช่วยงานพี่ริคให้เข้าที่เข้าทางก่อน อีกอย่างช่วงนี้เด็ก ๆ ก็ปิดเทอมแล้ว”
แคทรินเห็นด้วยกับพี่ชายและพ่อที่ไม่อยากให้แม่อยู่บ้านคนเดียว อีกอย่างเธออยากให้ลูก ๆ ได้ซึมซับวัฒนธรรมของฝรั่งเศส
“ไม่เอานะแคท พี่ไม่ยอมหรอก แล้วพี่จะอยู่กับใครล่ะ” แมทธิวพูดขึ้น เมื่อเมียเห็นด้วยกับพ่อและพี่ชาย เขาอยู่ไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีเมียและลูก ๆ
“แค่เดือนเดียวเองค่ะ ถ้าพี่แมทคิดถึงก็มาหาแคทได้ตลอดอยู่แล้ว ปกติเราก็ไป ๆ มา ๆ อยู่แล้ว” แคทรินหน้างอใส่สามีเวลาพูด
“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นเราจะมาอยู่ที่นี่ด้วยกันทั้งหมดหนึ่งเดือนดีไหม แล้วค่อยกลับไปพร้อมกัน” สุดท้ายแมทธิวก็ต้องยอมแพ้ แต่เขาจะไม่ยอมห่างเมียเด็ดขาด
“ขอบคุณนะคะพี่แมท” แคทรินบอกแมทธิว พร้อมกับจุ๊บแก้มอย่างเอาใจ
“พี่ทำเพราะรักเธอนะ” แมทธิวบอกชิดแก้มของเมีย แต่สายตาเจ้าเล่ห์รู้ทันกลับมองหน้าพ่อตาอย่างคนมีชัยชนะ..
ด้านริชาร์ดมองพ่อและน้องเขยจ้องหน้ากัน ซึ่งเขาได้ละสายตาจากคนทั้งสองมองไปรอบ ๆ ห้อง จนแคทรินสังเกตเห็นและอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นอย่างยิ้ม ๆ ว่า
“พี่ริคมองหาใครคะ”
“ปะ..เปล่า อ้อ พี่มองหาเด็ก ๆ น่ะ เห็นบ้านเงียบ” ริชาร์ดแกล้งถามหาหลานทั้งความจริงแล้วเขามองหาใครอีกคนที่เขาคิดถึง..
และช่วงเวลาที่แอบมองไปรอบห้องนั้น เสียงของเด็กน้อยทั้งสองก็ดังขึ้น “ลุงริคขา/ลุงริคคร๊าบ”
เด็กหนูน้อยมีย่าวิ่งมาก่อน ตามด้วยเจ้าหนูอชิ ก่อนที่ทั้งคู่จะแย่งกันเข้าไปกอด และขึ้นไปนั่งบนตักของลุงริค ทำให้ทุกคนเห็นอดที่จะยิ้มไม่ได้
“ไงครับ” ริชาร์ดอุ้มหลานทั้งสองให้นั่งบนตัก และหอมหัวของหลานทั้งสองสลับกันไปมา แล้วช่วงเวลาที่เล่นกับหลานทั้งสองอยู่นั้น
ก็มีเสียงเด็กรุ่น ๆ สองคนเดินตามมา ซึ่งเด็กทั้งสองได้สวมกอดริชาร์ด “สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะลุงริค”
ตอนนี้ทั้งจีน่ากับจีโน่ในวัยสิบสองปี ได้รู้ความจริงแล้วว่าทั้งคู่เป็นลูกแม่แคทกับพ่อแมท และพ่อริคคือลุงริค
“จีน่าจี่โน่ ไง หลานลุง”
ริชาร์ดอุ้มสองหนูน้อยให้นั่งข้าง แล้วเขาก็ทักทายหลานทั้งสองโดยการโอบกอดและหอมหลานสาว ส่วนหลานชายนั้นริชาร์ดทักทายแบบจับมือที่วัยรุ่นจับมือกัน..
และเวลาผ่านไปหลายสิบนาทีที่นั่งคุยกันเพื่อรอเวลาอาหารเย็น ริชาร์ดมองทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่สายตาของเขาก็ยังมองไปที่ประตูตลอดเวลา เพราะยังไม่เห็นอีกคนหนึ่งที่ควรจะอยู่ในห้องนี้
‘ไปไหนของเธอนะ ถ้ารู้ว่าไปโปรยเสน่ห์กับผู้ชายคนอื่นอยู่ ฉันจะไม่ไว้หน้าเธอแน่ จะลงโทษให้สาสมแน่’ ริชาร์ดคิดในใจ และตั้งอกตั้งใจรอต่อไป…
ในห้องนั่งเล่น..
แคทรินเมื่อพาลูกๆ กินข้าวเย็นและขึ้นห้องแล้ว เธอก็ลงมาหาสามีที่นั่งคุยอยู่กับพี่ชาย เธอจึงเดินไปนั่งตักของสามี และช่วงเวลาที่ทุบสามีที่เขาแอบจูบเธอนั้น เธอก็เห็นพี่ชายมองซ้ายมองขวาไปรอบบ้าน และไม่ยอมละสายตาจากประตูบ้าน เธอจึงยิ้มและถามขึ้นว่า
“พี่ริค มองหาใครคะ”
“เพื่อนเราไปไหนล่ะ ทำไมป่านนี้ยังไม่เห็นเลย” ริชาร์ดถามออกไปตามตรง เพราะที่ผ่านมาทุกคนก็รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเพื่อนของน้องสาวที่เป็นน้องสาวของน้องเขย
“อ๋อ ยูริ ไปตรวจงานที่โรงแรมค่ะ เดี๋ยวคงมา” แคทรินบอกพี่ชาย แต่สายตากับจ้องหน้าสามี ซึ่งแมทธิวไม่ยอมปล่อยภรรยา ขนานภรรยาจะขยับนั่งข้าง ๆ เขายังไม่ยอม ยิ่งกระชับกอดน้องไว้แน่กว่าเดิม
“อื้อ” ริชาร์ดเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้วพยักหน้าให้น้องสาวรับรู้
“พี่ริครู้หรือยัง” แคทรินคุยกับพี่ชาย โดยที่มีสามียื่นหน้ามาคลอเคลีย
“อะไร” ริชาร์ดทำหน้าสงสัย
“ยูริจะกลับมาบริหารงานโรงแรมที่ฝรั่งเศสแล้วนะ”
แคทรินเชียร์ทั้งคู่มาตลอด แต่พี่ชายของเธอเอาแต่มุ่งมั่นในการทำงานเพื่อจะให้ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา จึงทำให้ทั้งสองห่างกันไปบ้าง
และแคทรินรู้ว่าถึงแมทธิวจะแกล้งหวงน้องสาวต่างพ่อ แต่แมทธิวไม่คิดจะกีดกันความรักของใคร เพราะเขารู้ดีว่ายูริก็มีใจให้กับริชาร์ด
“ก็ดีนะ เพราะต่อไปยูริก็ต้องมาอยู่ที่นี่อย่างถาวรอยู่แล้ว” ริชาร์ดพูดขึ้น โดยไม่สนใจแมทธิวที่เกิดอาการหวงน้องสาวขึ้นมาทันที
“ทำไมน้องฉันจะต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย ยูริแค่จะมาดูแลงานก็เท่านั้นเอง” แมทธิวอุ้มเมียให้นั่งข้าง ๆ แล้วหันไปถามพี่ชายของเมียด้วยเสียงตึง ๆ
“ก็ต่อไปยูริก็จะต้องมาเป็นเมียผม ก็ต้องอยู่กับผมที่นี่ซิครับพี่ชายว่าที่เมีย”
ริชาร์ดยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะเขารู้ว่าแมทธิวหวงยูริมาก แต่จะว่าไปแมทธิวไม่ใช่แค่หวงยูริหรอก แมทธิวจะหวงทุกคนนั่นแหละ ทั้งเมีย ทั้งลูก ทั้งน้องนั้นแหละ แต่เขาไม่สนหรอก
“ใครเป็นเมียแก อย่ามาพูดมั่วซั่วนะ น้องสาวฉันเสียหายได้นะโว๊ย” แมทธิวโวยวายเสียงดัง
“ก็ยูริไง ว่าที่เมียผม” ริชาร์ดสวนกลับเสียงดังเช่นกัน
“ไม่ใช่โว๊ย” แมทธิวยังโวยวายไม่หยุด
“ใช่/ไม่ใช่” ทั้งสองเสียงดังใส่กัน..
ซึ่งแคทรินที่นั่งเป็นกลาง เธอมองสองหนุ่มที่เถียง ใช่ ไม่ใช่ กันอยู่อย่างไม่รู้จะห้ามยังไง เธอจึงเอาแต่นั่งกุมขมับถอดหายใจแรง แล้วบ่นเบา ๆ ว่า
“เฮ้ย”
และช่วงเวลาที่แคทรินนั่งถอนหายใจฟังพี่ชายและสามีทะเลาะกันนั้นก็ต้องเงยหน้าขึ้น เมื่อได้ยินเสียงของลูกน้องพี่ชายพูดขึ้นว่า
“ขอโทษครับ แขกเริ่มมาแล้วครับ” ปีเตอร์ได้รับคำสั่งจากเดวิดให้มาตามริชาร์ด
“อื้อ ขอบใจ”
ริชาร์ดหยุดทะเลาะกับสามีของน้องสาว แล้วลุกขึ้นเดินนำหน้าแมทธิวที่โอบบ่าเมียเดินตามริชาร์ดออกไปหาพ่อแม่ที่ห้องรับแขกอีกห้องหนึ่ง...
คุณอาจจะชอบ





