
มะลิในเพลิงแค้น
ตอน 3
รับประทานอาหารเสร็จก็แยกย้ายกันไป มะลิระแคะระคายมาสักพักแล้วว่าทั้งสองมีบางสิ่งปิดบังไว้ซึ่งเธอก็พยายามสืบหาอยู่ว่ามันคืออะไร
หลายเดือนก่อนมะลิลืมมือถือไว้ที่บ้าน โทรกลับมาหาก็ไม่มีใครรับสายแม้จะพยายามโทรทั้งเบอร์บ้านและเบอร์มือถือก็ตาม พักเที่ยงจึงแวะมาเอาแล้วก็พบบ้านที่ว่างเปล่า เย็นนั้นเธอถามพ่อกับแม่ว่าวันนี้ไปไหนกันมาบ้างและคำตอบที่ได้รับคือไม่ได้ไปไหนอยู่บ้านทั้งวัน
หลังจากวันนั้นมะลิก็เริ่มสงสัยถึงการหายตัวไปแบบไร้เหตุผล บางคืนทั้งคู่กลับมาถึงบ้านดึกมากโดยอ้างว่าไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแต่เท่าที่อยู่ด้วยกันมา พ่อกับแม่ไม่มีเพื่อนที่ไหนสักคนทั้งคู่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน วันๆ ปลูกแต่ต้นไม้ใบหญ้าจนสวนข้างหน้าจะกลายเป็นอุทยานแห่งชาติอยู่แล้ว
และเย็นนี้อีกเช่นกันที่พ่อกับแม่บอกว่าไปเดินห้างอยู่ร้านหนังสือ เธอไปดูเข็มไมล์ที่รถมันบอกระยะต่างจากเมื่อวานหกสิบกิโลเมตร ซึ่งห้างที่ทั้งสองไปประจำอยู่เลยซอยบ้านไปไม่กี่นาทีหรือสองกิโลเมตรเท่านั้นเอง
“พวกเขาไปไหนกันนะแล้วทำไมต้องปิดเป็นความลับด้วย” มะลิถามตัวเอง
ꕥ ꕥ ꕥ ꕥ
“มะลิ” สาวน้อยวัยยี่สิบสามปีเพิ่งเรียนจบด้านการโรงแรมมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เธอมีรูปร่างบอบบางสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ดวงตาของเธอสดใสสีดำสนิทดั่งท้องฟ้ายามค่ำคืน ริมฝีปากเล็กๆ บางเฉียบ เครื่องหน้าของเธอจิ้มลิ้มพริ้มเพราเหมือนตุ๊กตากระเบื้อง
ด้วยความที่อยู่โรงเรียนหญิงล้วนมาตลอดพอมาเข้ามหาวิทยาลัย มะลิจึงทนความห้าวห่ามของผู้ชายไม่ได้ เธอไม่ใช่เลสเบี้ยนหรือดี้เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ชอบผู้ชายแต่ผู้ชายคนนั้นจะต้องอ่อนโยนและสุภาพมากๆ ถึงจะกล้าเปิดปากคุยด้วย เวลาสี่ปีในมหาวิทยาลัยทำให้คุ้นเคยกับเพศตรงข้ามมากขึ้นและหน้าที่การงานก็ทำให้เธอได้เป็นมนุษย์ปกติกับเขาสักที
เช้าวันใหม่
“หนูไปนะคะ” มะลิยกมือไหว้พ่อกับแม่แล้วออกไปทำงาน ระหว่างเดินทางก็ครุ่นคิดถึงเรื่องของพวกท่านตลอด
“เป็นอะไรมะลิหน้ายุ่งแต่เช้า” พี่ก้อยหัวหน้าแผนกเดินเข้ามาทัก
“โดนเบียดบนรถไฟฟ้าค่ะพี่ก้อย” มะลิพูดปด เธอไม่มีวันว่าร้ายพ่อกับแม่ของตัวเองให้คนอื่นฟังเด็ดขาด
“โธ่ มะลิน้อยของพี่” ก้อยหัวเราะอย่างเอ็นดู ก็ลูกน้องของเธอตัวเล็กกะทัดรัดไซส์มินิมากๆ
“วันนี้คงยุ่งๆ หน่อยนะมะลิ มีลูกค้าเช็กอินน์หลายกลุ่มเลย” ก้อยเปิดดูรายชื่อลูกค้าเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อความแน่ใจ
“อ้อ แล้วคุณคริสโตเฟอร์จะมาทานมื้อเที่ยงนะ”
“ค่ะ พี่ก้อยมะลิจำได้ค่ะ”
คริสโตเฟอร์ เฟอร์นานเดซ ติดใจอาหารไทยของโรงแรมที่มะลิทำงานเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่บินมาเมืองไทยเขาจะต้องมารับประทานข้าวที่นี่ให้ได้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
“สวัสดีค่ะคุณคริสโตเฟอร์” เที่ยงตรงเป๊ะลูกค้าชายวัยหกสิบกว่าแต่งตัวภูมิฐานและดูน่าเกรงขามก็มาถึงพร้อมผู้คุมกันสองคน
“เรียกลุงคริสสิหนูมะลิ มาทุกครั้งก็ต้องให้บอกทุกครั้งเลย” คริสโตเฟอร์บอกเด็กสาวที่เขาเอ็นดู
ความที่มีแต่ลูกชายเลยได้เจอแต่ลิงทโมนและความดื้อรั้นมาตลอดชีวิต เมื่อแรกพบหนูมะลิเขาก็คิดว่าถ้ามีลูกสาวก็คงจะหน้าตาคล้ายๆ แม่หนูคนนี้นี่แหละเพราะเธอช่างมีใบหน้าละม้าย “นงนภา” ภรรยาที่ล่วงลับไปเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม ดวงตา หรือรูปร่างเล็กๆ แบบสาวเอเชีย
“ลุงคริสเชิญทางนี้นะคะ” มะลิเดินค้อมหลังผ่านหน้าคริสโตเฟอร์แล้วเป็นฝ่ายเดินนำไปที่ห้องอาหาร
คริสโตเฟอร์มองตามหลังเด็กสาวแล้วก็ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่หนอจะได้อุ้มหลานตัวน้อยๆ จากไอ้ลูกชายทั้งสองคน มิคาเอลลูกคนโตก็ไร้หัวใจอยู่มาสามสิบกว่าปี ไอ้ลูกตัวดีไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนสักคนนอกจากแม่ของมันเอง สาวๆ แต่ละคนเป็นได้แค่ที่ระบายความใคร่ของเจ้ามิคกี้เท่านั้น
ส่วนเซทดี้ลูกชายคนเล็กต่างกับพี่มันคนละขั้ว รายนั้นขี้อาย อ่อนโยน ไม่ค่อยพูดก็เลยกินแห้วเป็นประจำเพราะไม่ว่าจะชอบใครก็เอาแต่เก็บไว้ในใจสุดท้ายก็โดนหมาคาบไปรับประทานเป็นประจำ
“เชิญนั่งค่ะลุงคริส” มะลิเดินมาส่งลูกค้าของเธอถึงโต๊ะ
“เสียดายนะ ลุงมาตอนหนูทำงานตลอดไม่อย่างนั้นจะได้กินข้าวด้วยกันบ้าง” คริสโตเฟอร์ยิ้มให้เด็กสาวด้วยความเอ็นดู
“หนูชอบกินอะไร บอกลุงได้ไหมมะลิ”
“หนูชอบกินกระเพาะปลาค่ะลุงคริส” มะลิตอบ เธอรู้สึกถูกชะตากับชายสูงวัยคนนี้แบบไม่มีสาเหตุเขาดูเป็นคนใจดีและมีเมตตาเหลือเกิน
“งั้นครั้งหน้าลุงจะซื้อมาฝากนะ” มะลิยกมือไหว้คริสโตเฟอร์อย่างนอบน้อมแล้วเธอก็ขอตัวออกไปทำงานต่อ หนุ่มใหญ่นั่งรับประทานอาหารคนเดียวพร้อมกับบอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่
คริสโตเฟอร์เพิ่งมาถึงเมืองไทยเมื่อตอนสายแล้วก็ให้คนขับรถพามาที่โรงแรมเป็นแห่งแรกส่วนตอนบ่ายมีนัดกับเจ้าลูกชายคนโตเพื่อหารือเรื่องธุรกิจ
เช้าตรู่ของวันนี้ก่อนที่มะลิจะออกมาทำงานเธอแอบวางเครื่องบันทึกเสียงไว้ในรถของพ่อกับแม่ เธอต้องรู้ให้ได้ว่าทั้งคู่หายไปไหนและไปทำอะไรก็ในเมื่อพวกเขาเลือกจะปกปิด เธอก็ต้องใช้วิธีขี้โกงเพื่อสืบหาความจริง
ตกค่ำเมื่อกลับถึงบ้านก็ย่องไปดูที่รถ วันนี้เข็มไมล์ไม่กระดิกเลยสักนิด ทั้งคู่ไม่ได้ใช้รถไปไหนแน่ๆ
“หนูกลับมาแล้วค่ะ” มะลิไหว้พ่อกับแม่แล้วมองทั้งสองคนด้วยความสงสัย มันมีความลับอะไรที่ต้องปิดบังลูกที่มีอยู่คนเดียวกันนะ
“เหนื่อยไหมลูก” แม่เดินมาลูบหัวเธอแล้วยิ้มให้อย่างเอ็นดู แม่เป็นผู้หญิงร่างเล็กและแสนใจดี ส่วนพ่อเป็นผู้ชายร่างใหญ่ภายนอกดูน่ากลัวแต่จริงๆ แล้วพ่อเป็นคนใจดีและอ่อนโยนมากแต่ตอนนี้เธอกำลังสงสัยในสิ่งที่น่ากลัวบางอย่างและขอให้มันอย่าเป็นแบบที่คิดเลย
คุณอาจจะชอบ





