ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจฮัสซานัล

ดวงใจฮัสซานัล

ฮัสซานัล หนึ่งในจตุรเทพแห่งเอห์เดนผู้สมบูรณ์แบบ ยอมมอบหัวใจให้ช่อพุด หญิงสาวที่เขาเชื่อว่าเคยช่วยชีวิตตนไว้เมื่อแปดปีก่อน ความรักที่เขามีต่อเธอนั้นลึกซึ้งจนนำไปสู่คำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานกัน ทว่าความสุขกลับพังทลายลงเมื่อช่อพุดตัวจริงปรากฏตัวขึ้น เปิดเผยว่าที่ผ่านมาเขาถูกหลอกลวงอย่างเจ็บแสบ ฮัสซานัลผู้ไม่เคยแพ้ใครจึงเปลี่ยนความรักเป็นเพลิงแค้น เพื่อลงทัณฑ์พลับพลึง ศรีวิชัย สตรีที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีเขาให้ต้องชดใช้อย่างสาสมทั้งตัวและหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

“พี่พุด พ่อให้มาตาม เสร็จหรือยังคะ”

ทันทีที่สิ้นเสียงเรียกของ พลับพลึง ศรีวิชัย ร่างอรชรสมส่วนในชุดราตรีเรียบหรูของ ช่อพุด ศรีวิชัย ก็ก้าวข้ามธรณีประตูออกมา ดวงหน้านวลงามล้ำแย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจยิ่งนักที่เห็นสีหน้าตื่นตะลึงของน้องสาว เพราะสีหน้าแบบนี้ของน้องสาวบอกให้รู้ว่าตกตะลึงกับความงามของหล่อนมากมายแค่ไหน

“ถึงกับอ้าปากค้างเลยเหรอพลับพลึง นี่ถามจริงๆ เถอะ ยังไม่ชินอีกหรือไงที่มีพี่สาวสวยๆ อย่างฉันน่ะ”

พลับพลึงกะพริบตาปริบๆ มองพี่สาวตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยความชื่นชมอย่างจริงใจ หล่อนรู้เสมอว่าช่อพุดเป็นสาวงามที่สุดในหมู่บ้าน ถึงกระนั้นทุกครั้งที่เห็นพี่สาวแต่งตัวแต่งหน้า หล่อนก็อดอ้าปากค้างตะลึงกับความงามไม่ได้

“แหม...พี่พุดก็พูดไป ใครจะไปชินกันล่ะ นี่ขนาดฉันเป็นผู้หญิงยังอดตกหลุมรักพี่พุดไม่ได้เลย ฉันว่างานคืนนี้พี่พุดต้องเด่นที่สุดแน่ๆ เลย”

ดวงหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างเต็มที่เชิดขึ้น ความพึงพอใจในรูปลักษณ์ของตนเองมีมากมายแน่นอก ใช่...หล่อนสวยเสมอ และต้องสวยที่สุดในงานคืนนี้ด้วย ผู้ชายมากมายจะต้องมองมาที่หล่อน แน่นอนว่าหล่อนต้องได้ผู้ชายดีๆ หล่อกว่า ร่ำรวยกว่าไอ้คู่หมั้นกระจอกที่พึ่งจะถอนหมั้นมาด้วย

“แน่นอนอยู่แล้ว ผู้ชายทุกคนในงานจะต้องมองมาที่ฉัน และแกก็ต้องทำหน้าที่คอยรับใช้ฉันด้วย อย่าให้ใครที่ฉันไม่ต้องการมาเกาะแกะฉันได้ เข้าใจไหมพลับพลึง”

ผู้เป็นน้องสาวยิ้มกว้าง ก่อนจะพยักหน้ารับ

“ฉันรับรองพี่พุด จะไม่มีใครกล้ามายุ่งกับพี่ ถ้าพี่ไม่ต้องการให้ยุ่ง”

เป็นอีกครั้งที่ช่อพุดเชิดหน้าสูง

“ถ้าแกทำหน้าที่ดี ฉันจะไม่ทิ้งแก”

“ฉันไม่ได้หวังอะไรแบบนั้นหรอกพี่พุด ฉันทำเพราะรักพี่พุดน่ะ ไม่อยากให้พี่พุดไม่สบายใจ และอีกอย่าง พ่อก็ต้องการแบบนี้ด้วย”

พ่อหรือ...วินัย ศรีวิชัย ข้าราชการครูวัยเกษียณที่ตอนนี้อายุอานามก็ปาเข้าไป ๖๘ ปีแล้ว ตั้งแต่มารดาเสียไปเมื่อห้าปีก่อน หล่อนก็ทุ่มเทความรักให้ท่านเพียงคนเดียว ขณะที่ท่านทุ่มเทความรักทั้งหมดให้แก่ช่อพุดเพียงคนเดียวเช่นกัน ไม่มีเผื่อแผ่มาที่หล่อนเลยสักนิด...บางครั้งหล่อนก็น้อยใจนะ แต่ก็พยายามไม่คิดอะไรมาก มองโลกในแง่ดีให้มากที่สุด

ยังไงพ่อก็ต้องรักลูก ไม่ว่าจะแสดงออกหรือไม่ก็ตาม...หล่อนคิดแบบนี้ และการคิดแบบนี้ทำให้หล่อนยิ้มได้ มีความสุขได้

“แน่นอนอยู่แล้ว พ่อรักฉันมากกว่าแก” ช่อพุดไม่เคยคิดจะรักษาน้ำใจของน้องสาวเลย เพราะตั้งแต่เกิดมาพ่อกับแม่ก็แบ่งแยกอย่างชัดเจนว่าหล่อนอยู่เหนือน้องสาวเสมอ อะไรที่ต้องการก็ต้องได้เดี๋ยวนั้น ส่วนพลับพลึงต้องรอจนกว่าหล่อนจะเบื่อถึงจะได้รับสิ่งเหล่านั้น

พลับพลึงยิ้มเจื่อนๆ พูดไม่ออก ความรู้สึกบางอย่างจุกอยู่ในอก

ช่อพุดไม่ใส่ใจท่าทางของน้องสาว หล่อนเชิดหน้าและเดินผ่านไปด้วยท่าทางราวกับนางพญาแสนสวย พลับพลึงสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อกลบเกลื่อนความเศร้า จากนั้นก็รีบเดินตามหลังพี่สาวไปติดๆ ขืนไปช้าหล่อนอาจจะถูกพ่อตำหนิเอาได้

วินัย ศรีวิชัย กำลังเดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องรับแขกยิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อเห็นบุตรสาวคนโตผู้เป็นความหวังเดียวก้าวลงมาจากบันได

“สวยมากลูกพุดของพ่อ ไม่เสียแรงที่พ่อทุ่มเททุกอย่างเพื่อลูก”

ยิ่งบิดาชมเชยและแสดงท่าทางพึงพอใจความงดงามของหล่อนมากแค่ไหน ช่อพุดก็ยิ่งหยิ่งผยองในรูปลักษณ์ของตนเอง

“พุดสวยตั้งแต่เกิดแล้ว พ่อจำไม่ได้หรือไงคะ”

“จำได้สิ ลูกพุดของพ่อน่ารัก มีแต่คนรักมาตั้งแต่เล็กๆ แล้ว”

วินัยดึงร่างของบุตรสาวคนโตมากอดเบาๆ พลับพลึงที่เดินตามหลังมามองภาพนั้นด้วยความเสียใจ แต่ก็ไม่สามารถแสดงอารมณ์ใดๆ ออกไปได้นอกจากก้มหน้าซ่อนความรู้สึก

ถึงพ่อจะไม่เคยแสดงความรัก แต่หญิงสาวก็รักและเคารพท่านเสมอมา เพราะถ้าไม่ได้ท่านหล่อนก็คงไม่ได้เรียนหนังสือ หล่อนต้องดีใจและควรพอใจกับสิ่งที่ได้รับ ห้ามน้อยใจ ห้ามอิจฉาช่อพุดเด็ดขาด พวกเขาทั้งสองคือคนที่หล่อนรัก คือญาติสองคนสุดท้ายในโลกใบนี้

“พอแล้วพ่อ เดี๋ยวหน้าพุดเลอะหมด”

วินัยยอมปล่อยบุตรสาว แต่ก็ยังยิ้มไม่หุบ

“คืนนี้พุดของพ่อจะต้องเป็นดาว และแน่นอนว่ามหาเศรษฐีสักคนในงานจะต้องเข้ามาหาลูกสาวของพ่อ พุดต้องเลือกคนที่รวยที่สุดนะ รู้ไหมลูก”

“แหม...พ่อน่ะ พุดจะไปรู้ได้ยังไงคะว่าคนไหนมีเงินในธนาคารมากกว่ากัน” ช่อพุดพูดไปหัวเราะไปอย่างมีจริต ดวงตากลมโตที่แต่งแต้มเครื่องสำอางจนหวานฉ่ำเป็นประกายอย่างพึงพอใจ ในสมองเต็มไปด้วยความคาดหวัง หล่อนจะต้องคว้าผู้ชายที่หล่อและรวยที่สุดในงานมาครองให้ได้

“อภิชัย รัตนฤทธิ์ ลูกพุดจำชื่อนี้เอาไว้นะ และเลือกคนนี้”

“อภิชัย รัตนฤทธิ์” ช่อพุดทวนชื่อของผู้ชายที่บิดานำเสนอเบาๆ พลางเลิกคิ้วสูง แล้วหันไปถามบิดาถึงประวัติความเป็นมาของผู้ชายคนนี้ “เขาเป็นใครกันคะพ่อ อภิชัย รัตนฤทธิ์ พุดไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย”

“ก็ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองไทยไง เห็นว่าพึ่งบินกลับมาจากอเมริกาได้แค่สองอาทิตย์เท่านั้น แถมยังโสดด้วยนะลูกพุด”

“โสด...” ช่อพุดพึมพำเบาๆ ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ “แต่พุดคงต้องดูหน้าตาอีกทีนะพ่อว่าคู่ควรกับคนสวยๆ แบบพุดหรือเปล่า เพราะถ้ารวยแล้วหน้าตาเหมือนผี พุดก็คงไม่ไหว”

“พ่อรับรองว่าลูกพุดจะต้องถูกใจ เชื่อพ่อสิ”

ช่อพุดยิ้มหวาน

“งั้นเราไปงานกันเถอะพ่อ เดี๋ยวไปสายจะไม่ดี”

วินัยพยักหน้ารับ พร้อมกับเดินนำหน้าไปยังรถหรูที่จอดรออยู่หน้าบ้าน แต่รถหรูราคาแพงคันนี้ไม่ใช่รถของเขาหรอกนะ เขาจ้างมารับส่งในงานนี้โดยเฉพาะเท่านั้น

“พลับพลึง เดี๋ยวแกขึ้นไปหยิบรองเท้าสีชมพูบนห้องฉันให้หน่อย”

“แต่ว่า...พี่พุดมีรองเท้าอยู่แล้วนี่คะ”

เมื่อน้องสาวค้าน ช่อพุดจึงชักสีหน้าใส่ทันที

“ฉันสั่งยังไงแกก็รีบไปทำเถอะ หรืออยากให้ฉันฟ้องพ่อว่าแกไม่ตามใจฉัน”

“เอ่อ ฉัน...ไปหยิบให้ก็ได้ รอแป๊บนึงแล้วกันนะ”

พลับพลึงมองหน้าพี่สาวด้วยแววตาไม่สบายใจ ก่อนจะรีบวิ่งกลับขึ้นไปหยิบรองเท้าให้พี่สาวอย่างขัดใจไม่ได้ ช่อพุดยิ้มเยาะก่อนจะเดินไปรอที่รถ

สถานที่จัดงานปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้ช่างหรูหรายิ่งนัก ห้องบอลรูมใหญ่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่หญิงสาวที่พึ่งจะเคยมางานปาร์ตี้เป็นครั้งแรกอย่างพลับพลึงยิ่งนัก หล่อนสวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนเรียบร้อย ในมือหิ้วของพะรุงพะรังหมุนไปรอบๆ ตัว มองแสงสีและผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างตื่นเต้น รอบกายเต็มไปด้วยผู้ชายในชุดสูทหรูหรา ผู้หญิงก็แต่งตัวมาแข่งขันกันเต็มที่ สวยงามจนหล่อนที่เปรียบเสมือนลูกเป็ดขี้เหร่ตาหูลายไปหมด

“เลิกทำตัวเหมือนเด็กบ้านนอกได้แล้วยายพลับพลึง ฉันอายคนอื่นเขา” เสียงของช่อพุดทำให้คนที่กำลังมองไปรอบๆ ตัวหน้าเจื่อนและเอ่ยขอโทษ

“ขอโทษค่ะพี่พุด ฉัน...ไม่เคยมางานแบบนี้ ก็เลยตื่นเต้นไปหน่อย”

“เห็นไหมพ่อ พุดบอกแล้วว่าอย่าพามันมาก็ไม่เชื่อ ถ้ามันทำให้พุดอายเมื่อไหร่ พุดจะกลับทันทีนะพ่อ” ช่อพุดหันไปตัดพ้อบิดาด้วยสีหน้าไม่พอใจ วินัยที่ตั้งความหวังในงานค่ำคืนนี้เป็นที่สุดรีบหันไปส่งแววตาดุดันใส่บุตรสาวคนเล็กทันที

“ถ้าแกทำลูกพุดของฉันอับอายละก็ ฉันจะไล่แกออกจากบ้าน นังพลับพลึง”

“พ่อ!” พลับพลึงอุทานอย่างไม่อยากเชื่อหู ก่อนจะก้มหน้าซ่อนน้ำตาแห่งความน้อยใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บิดาพูดแบบนี้ แต่ฟังกี่ครั้งหล่อนก็ไม่เคยชินสักที

“จำเอาไว้ แกมันลูกเป็ดขี้เหร่ ไม่มีวันได้ดีไปกว่าฉัน นังพลับพลึง” ช่อพุดหัวเราะเยาะน้องสาว ก่อนจะเชิดหน้าเดินเข้าไปในงาน โดยมีบิดาเดินขนาบข้างไปติดๆ

พลับพลึงเงยหน้าขึ้นรีบปาดน้ำตาทิ้ง ก่อนจะรีบเดินตามพ่อกับพี่สาวเข้าไปภายในงานพร้อมๆ กับโลกที่แสนมืดมน

ทำไมพ่อถึงรักช่อพุดมากกว่าหล่อน...คำถามนี้เกิดขึ้นในหัวใจเสมอ แต่หล่อนไม่เคยล่วงรู้คำตอบสักที ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาสักกี่ปีก็ตาม

“สวัสดีครับ ท่านอนาวิน คุณหญิงไม่มาด้วยหรือครับ”

พ่อพาช่อพุดไปแนะนำตัวกับผู้ใหญ่ในงานหลายต่อหลายคน ขณะที่หล่อนถูกมองข้ามและไม่ถูกพูดถึงแม้แต่น้อย พ่อกับพี่สาวมีรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้า ไหว้คนนั้นพูดคุยกับคนนี้อย่างสนุกสนาน สายตาทุกคู่ในงานไม่ว่าจะเป็นสตรีหรือบุรุษต่างจับจ้องมาที่ช่อพุด ก็พี่สาวของหล่อนออกจะสวยขนาดนี้นี่ ราวกับนางฟ้าก้าวลงมาจากสวรรค์...

“มาครับ แต่ปลีกตัวไปคุยกับเพื่อนๆ น่ะครับ ว่าแต่...ลูกสาวใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ” วินัยรีบตอบรับด้วยความภาคภูมิใจ “ช่อพุดไหว้ท่านอนาวินสิลูก ท่านเป็นนายกสมาคมการค้าระหว่างประเทศเชียวนะ”

ช่อพุดยิ้มหวาน ทิ้งสายตาให้อย่างมีจริต หล่อนไม่สนใจหรอกว่าอีกฝ่ายจะโสดหรือมีภรรยาแล้ว ขอแค่ได้หว่านเสน่ห์เป็นพอ

“สวัสดีค่ะท่าน พุดฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

“ยินดีครับ คืนนี้หนูพุดสวยมากเลยนะครับ”

ช่อพุดแกล้งขวยเขินและหลบสายตา ขณะที่วินัยอมยิ้มกับเสน่ห์ของบุตรสาวคนโต

“ถ้าท่านมีตำแหน่งงานว่างๆ ก็อย่าลืมคิดถึงลูกพุดของผมนะครับ”

“รับรองว่าผมจะหาตำแหน่งที่ดีที่สุดให้แก่หนูพุด”

“ขอบคุณท่านมากค่ะ”

ช่อพุดพนมมือจดหน้าผากด้วยกิริยาแสนอ่อนหวาน ผู้คนรอบกายต่างลุ่มหลงในเสน่ห์และมองมาที่หญิงสาวตาเป็นมัน ซึ่งแน่นอนว่าสองพ่อลูกเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เพราะถ้าเป็นอย่างนี้สิ่งที่ต้องการคงไม่ไกลเกินเอื้อม

“งั้นผมขอตัวสักครู่นะครับ”

“ตามสบายครับท่าน ผมจะพาลูกพุดไปหาอะไรดื่มเหมือนกัน”

ช่อพุดมองชายวัยกลางคนผู้มีอำนาจอีกครั้งด้วยแววตายั่วยวน ก่อนจะค่อยๆ เดินนวยนาดตามบิดาไปยังเคาน์เตอร์บาร์ พลับพลึงที่เป็นเหมือนส่วนเกินรีบเดินหิ้วกระเป๋าตามไป แม้จะรู้ดีว่าทำไมบิดาต้องการให้พี่สาวมางานนี้ ถึงกระนั้นหล่อนก็ไม่เคยเห็นด้วยกับการรวยทางลัดแบบนี้เลยสักนิด

พลับพลึงยืนอยู่ด้านหลังบิดากับพี่สาว เรื่องราวมากมายตั้งแต่มารดาเสียชีวิตค่อยๆ ย้อนกลับเข้ามาในสมอง บ้านหลังใหญ่ถูกธนาคารยึด ครอบครัวจึงต้องย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่บ้านหลังเล็กๆ อย่างไม่มีทางเลือก ชีวิตหรูหราเปลี่ยนไป และนั่นก็ทำให้คู่หมั้นของช่อพุดแสดงความไม่พอใจ ความสัมพันธ์ห่างเหินกันไปทุกขณะ จนในที่สุดช่อพุดก็เป็นฝ่ายขอถอนหมั้นก่อนที่อีกฝ่ายจะทำ

หล่อนรู้ดีว่าพี่สาวไม่ได้เสียใจอะไรมากมายนัก แต่เสียหน้ามากกว่า คนเป็นพี่จึงตั้งใจจะจับผู้ชายรวยๆ มาเป็นเจ้าบ่าวให้ได้เพื่อฉีกหน้าอดีตคู่หมั้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องทำได้ เพราะพี่สาวของหล่อนสวยราวกับนางฟ้า ยิ่งแต่งก็ยิ่งสวย คงไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกปฏิเสธได้

“พลับพลึง...นังพลับพลึง เรียกไม่ได้ยินหรือไง”

เสียงเอ็ดตะโรของพี่สาวทำให้พลับพลึงหลุดจากภวังค์ หล่อนรีบละล่ำละลักถามด้วยความตกใจ

“เอ่อ พี่พุดมีอะไรจะให้ฉันทำเหรอคะ”

“แกนี่มันตัวถ่วงจริงๆ ไม่เคยทำอะไรได้ดั่งใจฉันสักนิด” ช่อพุดชักสีหน้า

“นั่นสิ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำให้พ่อแม่ภูมิใจสักครั้ง แกมันไม่น่าเกิดมาเป็นลูกฉันเลย นังพลับพลึง” วินัยตำหนิอีกคน จนพลับพลึงน้ำตาร่วง

“พ่อ...”

“ไม่ต้องมาบีบน้ำตาเลย ไปตักอาหารมาให้ฉันเร็วเข้า หิว”

“ค่ะ เดี๋ยวฉันมานะพี่พุด”

พลับพลึงรีบผลุนผลันเดินไปยังโต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายหลายชนิด หล่อนพยายามมองหาอาหารที่พี่สาวและบิดาชอบ พอเจอก็ตักใส่จานและรีบเอาไปให้ทั้งสองคน แต่เมื่อเดินกลับมาที่เดิมก็ไม่เจอทั้งสองคนแล้ว หล่อนพยายามมองหา ในที่สุดก็เห็น

ช่อพุดกำลังยืนหัวเราะแย้มยิ้มอยู่กับผู้ชายตัวสูงใหญ่คนหนึ่ง แต่บิดาไม่ได้อยู่แถวนั้น หล่อนก้มลงมองอาหารในมือแล้วก็ตัดสินใจเดินเอาเข้าไปให้พี่สาว แต่มือของใครคนหนึ่งกระชากเอาไว้เสียก่อนจนจานแทบร่วงจากมือ

“พ่อ...”

“แกจะไปไหนนังพลับพลึง”

“เอ่อ...ฉันจะเอาอาหารไปให้พี่พุดน่ะค่ะ”

“ไม่ต้องเลย” วินัยต่อว่าลูกสาวคนเล็กเสียงแผ่วเบาแต่แข็งกร้าวยิ่งนัก “แกไม่เห็นหรือไงว่าลูกพุดไม่ว่าง แกนี่มันโง่เง่าจริงๆ นะ”

“พ่อ...ก็พี่พุดบอกว่าหิว”

“ยังจะมาเถียงอีก มานี่...กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้” วินัยลากพลับพลึงออกมานอกงาน

“พ่อคะ เราจะทิ้งพี่พุดเอาไว้แบบนั้นเหรอคะ พี่พุดจะกลับยังไง”

“แกไม่ต้องห่วงลูกพุดหรอก พี่สาวของแกน่ะฉลาด ห่วงตัวเองดีกว่าว่าจะทำอะไรตอบแทนบุญคุณของฉันได้บ้าง”

พลับพลึงหน้าเศร้า น้ำตาซึม

“พ่อจ๋า...ฉันสัญญาว่าจะรีบหางานทำให้เร็วที่สุด ฉันจะให้เงินเดือนพ่อทุกบาททุกสตางค์ ฉันรักพ่อนะ”

“เงินเดือน? เงินเดือนพนักงานบัญชีจะได้สักกี่บาทเชียว”

“ก็เกือบสองหมื่นนะพ่อ ฉันให้พ่อหมดเลย” หญิงสาวหวังว่าบิดาจะมองเห็นคุณค่าในตัวของหล่อนบ้าง แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่หวังแม้แต่น้อย

“ฉันต้องการเงินล้าน ไม่ใช่เงินหมื่น”

“เงินเยอะขนาดนั้น ฉันคง...”

พลับพลึงมีสีหน้าหม่นหมอง ในขณะที่วินัยระบายยิ้มกว้าง

“แต่ลูกพุดจะหามาให้ฉันได้ ซึ่งคนโง่ๆ แบบแกไม่มีปัญญาทำได้”

หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ทะลักออกมา มือบางปาดน้ำตาทิ้ง กลีบปากอิ่มที่ใครๆ บอกเสมอว่าหนาเกินไปสั่นระริก

“พ่อจ๋า...ฉันขอโทษ”

“ไม่ต้องมาบีบน้ำตา ไม่ต้องมาพูดดีกับฉัน ถ้าแกอยากให้ฉันหายโกรธก็หาผู้ชายรวยๆ มาเป็นลูกเขยฉันสิ แล้ววันนั้นแหละฉันจะมองเห็นหัวแก”

พ่อของหล่อนก้าวขึ้นรถ ขณะที่หล่อนยืนสะอื้นไห้ด้วยความเสียใจอยู่ข้างๆ

“ขึ้นมาสิ หรือจะเดินกลับบ้านเอง”

“จ้ะ พ่อ ฉันขึ้นไปเดี๋ยวนี้” ร่างเล็กรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถอย่างลนลาน

ตลอดทาง หล่อนอดลอบมองบิดาไม่ได้ รอยยิ้มทะลุความมืดนั้นบอกให้รู้ว่าท่านกำลังมีความสุขมากแค่ไหน ช่อพุดคือลูกรัก ไม่ว่าจะทำอะไรก็สำเร็จดั่งที่พ่อต้องการทุกอย่าง ในขณะที่หล่อนเรียนไม่เก่ง หน้าตาไม่สวย แถมยังไม่เคยทำอะไรให้พ่อภูมิใจสักครั้ง ไม่ผิดเลยที่ท่านจะไม่รักหล่อน พลับพลึงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ก้มหน้ามองฝ่ามือบนตัก ปลงกับชะตาชีวิตของตนเอง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง
9.6
ชิงหลิง นางแบบสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้มีไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ ทั้งการดูแลตัวเองและทำคอนเทนต์สุขภาพจนมีผู้ติดตามมหาศาล วันหนึ่งขณะกำลังไลฟ์สดทานอาหารและพูดคุยกับแฟนคลับอย่างสนุกสนาน อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเศษอาหารติดคอจนเธอเริ่มขาดอากาศหายใจ แม้จะพยายามช่วยเหลือตัวเองแต่เธอกลับห่วงภาพลักษณ์จนไม่กล้าลงแรงกระแทกท้องแรงๆ สุดท้ายเธอสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยวหน้ากล้องไลฟ์สดที่ยังคงทำงานอยู่ โดยไม่มีใครสามารถส่งความช่วยเหลือไปได้ทันเวลาเพราะเธอปกปิดที่อยู่เป็นความลับมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย หลังจากที่เธอไปต่างประเทศ พี่ชายของเพื่อนบ้านของเธอเสียใจมากจนเป็นบ้า
7.8
ฉินหยานแอบคบหาลับๆ กับลู่จื่อเหยียน พี่ชายข้างบ้านสุดอบอุ่นที่คอยติวบทเรียนและมอบสัมผัสอ่อนโยนให้จนเธอเชื่อมั่นในความรัก ทว่าในวันที่เธอสอบติดมหาวิทยาลัยตามที่เขาสัญญา ความจริงอันเจ็บปวดก็ถูกเปิดเผย เมื่อเขาบอกใครต่อใครว่าเธอเป็นเพียงตัวแทนของหญิงสาวที่เขาโหยหา ลู่จื่อเหยียนเข้าหาเธอเพียงเพราะใบหน้าที่คล้ายกับคนรักเก่าที่ไปต่างประเทศ เมื่อตัวจริงกลับมา เขาจึงเขี่ยเธอทิ้งอย่างไร้เยื่อใยพร้อมคำดูถูกที่กรีดลึกถึงหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักละลายใจ
9.6
ตฤณภพ นักธุรกิจหนุ่มมาดนิ่งวัย 32 ปี ผู้รักความสงบและจริงจังกับงาน ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับ อั่งเปา สาวน้อยวัย 22 ปีที่ร่าเริงและแสนซุ่มซ่าม เธอตกลงยอมอุ้มท้องลูกของเขาตามคำขอร้องของผู้ใหญ่ แม้เขาจะมองว่าเธอเป็นเด็กแสบที่คอยป่วนชีวิตส่วนตัวจนน่ารำคาญ แต่ความสดใสกลับทำให้เขาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ขณะที่อั่งเปาพยายามผูกมิตรกับคนเย็นชาอย่างเขา แม้จะถูกดุบ่อยครั้งแต่เธอกลับพ่ายแพ้ต่อสายตาคู่นั้นจนโกรธเขาไม่ลง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันที่ค่อยๆ ละลายหัวใจที่แสนเย็นชา
หน้าปกนวนิยาย อสูรเสน่หา
8.0
ความสัมพันธ์เพียงชั่วคืนที่ควรจบลงกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย เมื่อชายแปลกหน้าคนนั้นคือเจ้านายคนใหม่ของมีนา และเขายังมีฐานะเป็นพี่ชายของแฟนเก่าที่เธอเคยเลิกรากันไปอีกด้วย ค่ำคืนแห่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความเมามายและความขาดสติกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจสลัดหลุดได้ง่ายๆ เมื่อเขาประกาศชัดว่าเธอกำลังทำให้เขาคลั่งจนแทบเสียการควบคุมตัวเอง ท่ามกลางความอัปยศที่ตามหลอกหลอน มีนาต้องเผชิญหน้ากับแรงดึงดูดและฐานะที่ซับซ้อนเกินกว่าจะถอยหลังกลับได้
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวถูกทิ้งกลางงานแต่ง
8.6
หนึ่งเดือนก่อนงานวิวาห์ ธัชขอทำเด็กหลอดแก้วกับรัญญา หญิงคนรักเก่าที่ป่วยหนักเพื่อเติมเต็มความฝันสุดท้ายของเธอ เมื่อนกปฏิเสธเธอกลับถูกประณามว่าใจดำ ทว่าความจริงกลับโหดร้ายกว่านั้นเมื่อนกพบว่ารัญญาตั้งท้องจากการลักลอบไปเที่ยวด้วยกัน ธัชทิ้งให้นกเตรียมงานเพียงลำพังและมองว่าเธอไร้เหตุผล ในวันแต่งงานธัชรีบมาหาเจ้าสาวตามสัญญา แต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่าและแหวนหมั้นที่ถูกทิ้งไว้พร้อมคำบอกเลิก นกได้จากไปอย่างถาวรทิ้งให้เขาเผชิญผลจากการทรยศ
หน้าปกนวนิยาย ท่านประธานคะอย่ารุนแรงนักเลย
8.5
หญิงสาวผู้ถูกบิดาแท้ๆ สังหารอย่างโหดเหี้ยมหลังเพิ่งได้พบหน้ากัน เธอคิดว่าชีวิตคงจบสิ้นลงแล้วและไม่มีโอกาสได้เจอชายผู้ติดค้างหนี้ชีวิตเธออีก แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอฟื้นคืนชีพขึ้นมาในร่างของน้องสาวตนเองอย่างไม่คาดฝัน การกลับมาครั้งนี้ทำให้เธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับชายหนุ่มที่เธอเคยรักจนหมดหัวใจ ท่ามกลางความสับสนในตัวตนใหม่และพันธนาการแห่งรักที่เธอมิอาจหลีกเลี่ยงได้ในฐานะภรรยาของเขา