
ดวงใจฮัสซานัล
ตอน 3
“ฮัสซานัล ลูกยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
เสียงเฉียบขาดนั้นเป็นของฟาติมาห์มารดาของเขานั่นเอง ฮัสซานัลในชุดพร้อมเดินทางชะงักเท้า แล้วเดินกลับมาหยุดตรงหน้ามารดา
“สวัสดีครับคุณแม่”
“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย แม่ไม่อนุญาตให้ลูกเดินทางไปเมืองไทย”
ฮัสซานัลเหลือบมองชาร์คีลที่ก้มหน้าตัวสั่นเล็กน้อยก็เข้าใจทุกอย่างทันที แม่ของเขาคงรู้เรื่องนี้จากคนสนิทของเขานั่นเอง
“ผมบอกพี่ฮะซูลแล้วครับคุณแม่”
“แล้วแม่กับพ่อล่ะ ไม่คิดจะบอกเลยหรือไง ไม่ได้ ยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้ลูกเดินทางฉุกละหุกแบบนี้หรอก”
“คุณแม่ครับ ได้โปรดเห็นใจผมด้วย ผมมีความจำเป็นต้องไปจริงๆ ครับ” ฮัสซานัลเดินไปจับมือของมารดา หวังว่าท่านจะใจอ่อน
“แม่รู้ว่าลูกจะเดินทางไปที่นั่นทำไม”
“ครับ” ชายหนุ่มรับคำสั้นๆ โดยไม่ปฏิเสธ นั่นยิ่งทำให้ผู้เป็นแม่ยิ่งไม่พอใจ
“แต่ลูกก็รู้นี่ว่าแม่เลือกผู้หญิงเอาไว้ให้แล้ว จามิลาสวยและเพียบพร้อมทุกอย่าง ลูกไม่ควรมองข้ามผู้หญิงดีๆ แบบนี้นะฮัสซานัล”
“ผมรู้ว่าคุณแม่หวังดี แต่ผมไม่ได้รักจามิลา”
“ลูกรู้ได้ยังไงว่าจะไม่รักจามิลา ในเมื่อยังไม่เคยเจอกันสักครั้ง” น้ำเสียงของฟาติมาห์ยังเต็มไปด้วยความไม่พอใจเหมือนเดิม แต่ฮัสซานัลดื้อดึงมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว เขาเชื่อมั่นในตัวเองเสมอ และไม่เคยยอมให้ใครมาบงการชีวิตแม้แต่มารดาก็ตาม
“นางผู้เคยช่วยชีวิตของผมเอาไว้คือคนที่ผมรักครับ ผมไม่มีทางมองผู้หญิงคนไหนอีก”
“แม่ไม่เชื่อหรอก ถ้าลูกรักนางจริง ทำไมลูกยังนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าทุกคืนล่ะฮัสซานัล แม่ว่ามันเป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเลยนะ”
“คุณแม่ครับ ผมนอนกับผู้หญิงได้ทุกคน แต่ผมรักผู้หญิงได้แค่คนเดียวเท่านั้นครับ ซึ่งผู้หญิงคนนั้นชื่อ ช่อพุด ศรีวิชัย เธอช่วยชีวิตผมเอาไว้เมื่อแปดปีก่อน ดังนั้นผมจำเป็นต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ ผมต้องขออภัยด้วยที่ขัดใจคุณแม่ แต่ผม...จำเป็นครับ”
“ฮัสซานัล!”
“แล้วผมจะติดต่อกลับมาทันทีเมื่อถึงเมืองไทยครับ”
ฮัสซานัลโค้งคำนับมารดาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเดินจากไป ฟาติมาห์มองตามด้วยความไม่สบายใจเช่นทุกครั้ง ลูกชายคนรองดื้อเสมอ ดื้อหัวชนฝาเลยทีเดียว
“ชาร์คีล ตามฮัสซานัลไปด้วย”
“แต่คุณชายรองไม่ต้องการให้ผม...ตามไปครับ”
ฟาติมาห์หันไปทำตาดุใส่คนสนิทของฮัสซานัล
“ถ้าหาวิธีตามลูกชายของฉันไปเมืองไทยไม่ได้ ก็เก็บข้าวเก็บของออกไปจากอาณาจักรมะอาลีย์ได้เลย ชาร์คีล”
“เอ่อ...ครับนายหญิง ผมจะตามคุณชายรองไปเมืองไทยครับ” ชาร์คีลรีบตอบรับเสียงสั่น
“ก็รีบไปสิ ป่านนี้ฮัสซานัลออกไปแล้วมั้ง”
“ครับ ครับนายหญิง”
ฟาติมาห์รีบเดินไปที่หน้าต่างแล้วมองลงไปยังลานจอดรถ เมื่อเห็นฮัสซานัลก้าวขึ้นไปบนรถลีมูซีนสีครีม ผู้เป็นมารดาก็ถอนใจออกมาด้วยความกังวล
“นี่ฉันต้องมีสะใภ้เป็นคนต่างเมืองจริงๆ ใช่ไหม เฮ้อ...” ไม่มีใครเชื่อฟังคำสั่งสอนของหล่อนเหมือนลูกชายคนเล็กอย่างทารีกอีกแล้ว
เตียงนอนสีขาวสะอาดไหวยวบเมื่อร่างของผู้ชายตัวใหญ่ที่เคยนอนหลับใหลอยู่ลุกพรวดขึ้นนั่ง ช่อพุดรีบบีบน้ำตาออกมาและปั้นเสียงสะอื้นไห้ให้สั่นเครือออกมาจากลำคอ
“พุด ผม...ขอโทษ”
มือใหญ่วางบนบ่าขาวเปลือยเปล่า และรั้งให้หญิงสาวหันกลับมา ช่อพุดแสร้งทำเป็นเสียอกเสียใจมากมายกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทั้งๆ ที่ทุกอย่างคือสิ่งที่หล่อนต้องการ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณชัย พุด...พุดผิดเอง”
อภิชัย รัตนฤทธิ์ ทายาทมหาเศรษฐีพันล้านตกหลุมเสน่ห์ของช่อพุดตั้งแต่แรกสบตายิ่งพึงพอใจ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวแตกต่างไปจากผู้หญิงทุกคนที่ตัวเองเคยผ่านมา แม้จะไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ แต่หล่อนก็ไม่ใช่ผู้หญิงกร้านโลกที่พร้อมจะกระโจนจับเขา
“พุดจะผิดได้ยังไงล่ะครับ ผมต่างหากที่ผิด...ผมล่วงเกินพุด”
ช่อพุดแสร้งช้อนตาที่ฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตาขึ้นมองบุรุษรูปงามและมากมายไปด้วยทรัพย์สมบัติ หล่อนจะต้องเล่นละครให้เนียน บทนางเอกผู้แสนดีเท่านั้นที่จะทำให้หล่อนได้ตำแหน่งภรรยาของผู้ชายตรงหน้ามาครอบครอง หล่อนไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปแน่
“แต่ถ้าพุด...พุดไม่ใจง่าย”
“พุดไม่ได้ใจง่ายหรอกครับ ผมต่างหากที่ถูกใจพุด และล่วงเกินพุด”
“เรา...ลืมเรื่องเมื่อคืนไปเถอะค่ะ พุด...จะได้กลับบ้าน ป่านนี้พ่อคง...คงรอพุดทั้งคืน”
หญิงสาวพยายามพูดให้อภิชัยรู้สึกผิดที่สุดเท่าที่จะทำได้
“แต่คุณชัยไม่ต้องกังวลใจนะคะ พุด...พุดจะโกหกพ่อเอง” หล่อนแกล้งบีบน้ำตาและสะอึกสะอื้นมากขึ้น “ถึงแม้ว่าตั้งแต่เกิดมาพุดจะไม่เคยโกหกพ่อเลยก็ตาม”
“โธ่...พุดครับ คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอกครับ” อภิชัยหมุนร่างเล็กขาวเนียนของช่อพุดให้หันมาหา และเชยคางมนให้เงยหน้าประสานสายตา
“ถ้าไม่โกหก พ่อก็จะสงสัย”
“ผมจะรับผิดชอบพุดเองครับ”
รู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างจะต้องสำเร็จ อภิชัย รัตนฤทธิ์ ไม่มีทางหนีเงื้อมมือของหล่อนพ้น ก็แน่ละ หล่อนไม่เคยพลาดปล่อยให้ผู้ชายที่ต้องการหลุดมือเลยสักคน ยกเว้นไอ้คู่หมั้นหน้าเจ๊กนั่นคนเดียวที่หนีไป เพราะรู้ว่าครอบครัวของหล่อนกำลังถังแตกและต้องการที่ยึดเกาะ
“อย่า...อย่าเลยค่ะ พุด...พุดไม่อยากทำให้คุณชัยเดือดร้อน”
ยิ่งฟังช่อพุดพูด อภิชัยก็ยิ่งมั่นใจว่าหญิงสาวตรงหน้าคือคนที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด หล่อนไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาจะจับเขา แถมยังปฏิเสธความรับผิดชอบของเขาเสียอีก ช่างน่าพึงพอใจนัก ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ากลับมาจากอเมริกาคราวนี้จะทำให้พบกับหญิงที่งามทั้งกายและใจแบบนี้
“ผมยินดีที่จะเดือดร้อน ถ้านั่นหมายถึงเรื่องของเรา”
“คุณชัย...หมายความว่า...” ช่อพุดแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอก
อภิชัยยิ้มกว้าง เลื่อนมือลงไปกุมมือนุ่มขึ้นมาจูบเบาๆ
“ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างช่อพุด เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด”
“คุณชัย...”
“คุณคือเจ้าสาวของผม ช่อพุด”
ในที่สุดสิ่งที่ช่อพุดฝันมาตลอดก็เป็นความจริง ความสุขสบายแบบเจ้าหญิงในนิยาย เจ้าชายรูปงามพร้อมกับทรัพย์สมบัติกำลังจะปรากฏในชีวิต หล่อนกำลังจะสบาย กำลังจะเชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจ หล่อนจะต้องเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกอย่างแน่นอน
พลับพลึงที่แทบไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะมีหน้าที่คอยเปิดประตูบ้านให้ทุกคนในบ้าน แต่รอจนถึงเช้าพี่สาวก็ยังไม่กลับ ความห่วงใยพี่สาวทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านเลยมาจนถึงสิบเอ็ดโมงเช้า
“พ่อคะ ฉันว่าไปแจ้งความเถอะ พี่พุดหายไปทั้งคืนแล้ว”
วินัยที่นั่งดื่มกาแฟอย่างอารมณ์ดีอยู่หันมาตวาดลั่น
“แกอย่าทำเป็นรู้ดีนังพลับพลึง หัดคิดหาทางทำให้ครอบครัวสบายแบบลูกพุดบ้าง”
แม้จะถูกบิดาตำหนิแต่พลับพลึงก็ยังเป็นห่วงพี่สาว
“แต่พ่อคะ นี่มันจะเที่ยงแล้วนะ พี่พุดยังไม่กลับมาเลย ไม่โทร. มาด้วย ฉันเป็นห่วง...”
“คนโง่ๆ แบบแกจะไปรู้อะไร” วินัยยิ้มเกลื่อนหน้า นึกถึงตอนที่ช่อพุดแอบโทร. มาบอกว่าทุกอย่างที่หวังสำเร็จแล้ว อภิชัย รัตนฤทธิ์ กำลังจะเดินทางมาสู่ขอลูกสาวคนโตในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
“พ่อ...พ่อหมายถึงอะไรคะ”
“ไปเตรียมน้ำเตรียมท่าเอาไว้รับแขกเลย อีกประเดี๋ยวจะมีแขกพิเศษมาที่บ้าน” วินัยตัดบทอย่างรำคาญ ในขณะที่พลับพลึงมึนงง
“แขก? ใครหรือคะพ่อ”
“ไม่ต้องรู้สักเรื่องจะได้ไหม ไปทำตามที่ฉันบอก เร็วเข้า”
เมื่อถูกพ่อตวาดอีกครั้ง พลับพลึงก็เดินลนลานหายเข้าไปในห้องครัวตามคำสั่ง แม้ว่าภายในใจจะยังคงสงสัยท่าทางของบิดามากแค่ไหนก็ตาม
“ลืมถามว่ามากี่คน ยกไปสองแก้วก่อนดีกว่า”
พลับพลึงบ่นกับตัวเอง ก่อนจะรีบยกถาดวางแก้วน้ำเย็นๆ สองแก้วออกจากห้องครัวไปยังห้องรับแขกเล็กๆ ของบ้าน แล้วก็ต้องชะงักเท้า เบิกตากว้าง เมื่อเห็นช่อพุดปรากฏตัวพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งหันหลังให้ ด้วยความดีใจหล่อนจึงตะโกนเรียกพี่สาวโดยไม่ทันคิดว่าจะถูกตำหนิ
“พี่พุดกลับมาแล้ว นี่พี่หายไปไหนมาทั้งคืนคะ ฉันเป็นห่วงมากนะ”
พลับพลึงวางถาดบนโต๊ะกระจกและคว้ามือพี่สาวมาจับ แต่ช่อพุดสะบัดแรงๆ มือจนหลุด พร้อมกับมองด้วยแววตาไม่พอใจ
“ฉันสบายดี”
“พลับพลึง ไปข้างนอกก่อนไป พ่อกับพี่ของแกมีแขก ไม่เห็นหรือไง”
คุณอาจจะชอบ





