ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดาวคะนึงรัก

ดาวคะนึงรัก

เนตราลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่หายไปเหลือเพียงช่วงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ทว่าข้างกายเธอกลับมีชวินทร์คอยดูแล เขาเปิดเผยความจริงที่ทำให้เธอต้องตกตะลึงว่าทั้งคู่กำลังคบหาดูใจกันอยู่ ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน ชวินทร์กลับพยายามรุกเข้าหาและใกล้ชิดเธอมากขึ้นเรื่อยๆ จนเนตราอดสงสัยไม่ได้ว่าสาวธรรมดาอย่างเธอลงเอยกับเพลย์บอยตัวพ่อที่โด่งดังอย่างเขาได้อย่างไร ความสัมพันธ์ที่ดูไม่เข้ากันนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ฉันยังไม่หิว ถ้านายหิวละก็ สั่งเลย”

เนตราใช้สายตาสำรวจทั่วห้อง คะเนจากทำเล วิวและการตกแต่ง ราคาคงหลายบาท อาจเป็นสิบล้าน

ไม่น่าแปลกที่คนฐานะอย่างเขาจะเป็นเจ้าของห้องเช่นนี้ แปลกที่แปลกทางคือเธอต่างหาก ผู้หญิงธรรมดาๆ แถมความจำเสื่อม

“ผมสั่งพิซซ่ามานะ สั่งของสดเล็กๆ น้อยมาด้วย เผื่อดาวอยากทำอะไรกินเอง”

เขาบอกเมื่อละสายตาจากจอโทรศัพท์ ชวินทร์เปิดโทรทัศน์ นั่งบนโซฟา เธอยืนเก้ๆ กังๆ จะไปนั่งข้างบนโฟาตัวเดียวกันก็ยังเขินๆ

ชวินทร์รู้ทันแกล้งลุกไปเปิดตู้เย็น เนตราจึงนั่งลงได้อย่างสบายใจ เขารินน้ำส้มเผื่อเธอ ส่วนน้ำเปล่าให้ตัวเอง

“อะไรๆ เปลี่ยนไปเยอะนะตั้งหกปี” ในจอเป็นโฆษณาโทรศัพท์รุ่นใหม่ โดยดาราที่เธอไม่รู้จัก

“ฉันเหมือนคนหลงยุค”

“เวลาแค่นี้เอง ไม่ใช่สิบปีสักหน่อย อย่าคิดมากเลย”

ชวินทร์กดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ อีกแล้ว เขาก็ไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาคุยกับเธอเหมือนกัน

“เล่าเรื่องตอนเราเป็นแฟนกันให้ฟังหน่อยสิ”

“ตอนนี้เราก็ยังเป็นแฟนกันอยู่นะ” เขากลั้นยิ้ม

“ไม่ใช่ คือแบบ... ใครขอใครเป็นแฟนก่อน”

เนตราแพ้ยิ้มละลานตาแบบนี้เสียด้วยสิ มือยกเกะกะ ไม่รู้เอาไปไว้ไหนดี เขาอึ้งไปครู่ ดวงตาเปล่งประกายปลาบ

“อย่างที่เคยเล่า ผมเลิกกับแจง ไปเรียนต่อ กลับมาเมืองไทยเจอดาว เป็นผู้ใหญ่ขึ้น เลยคบกันเป็นแฟน”

“ใครขอเป็นแฟนก่อน”

“ผมเอง”

“ไม่จริงน่า” คราวนี้เขาหัวเราะ

“ดาวร้องเหมือนตอนนั้นเปี๊ยบ”

เนตราหน้าง้ำ เธอไม่ใช่ตัวตลกนะ

“นายไม่โกรธเรื่องที่ฉันทำคืนนั้นเหรอ”

เธอหันข้างไม่ยอมมองหน้าเขาตรงๆ ด้วยความละอาย เขาเงียบไปอีกครั้งจนใจเริ่มเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ

“ถ้าบอกว่าไม่โกรธ มันก็โกหก” ชวินทร์ปิดโทรทัศน์ เนตราหน้าม่อย

“แต่สุดท้ายผมกับแจงก็ไปกันไม่รอด เขามีแฟนใหม่ ผมก็มีคุณ ต่างคนต่างแฮปปี้กับชีวิตแล้ว”

ฟังแล้วใจชื้นขึ้นมาหน่อย แต่ตงิดในใจว่าอะไรจะง่ายปานนั้น ช่างเถอะ คำถามต่อไป

“เราคบกันมากี่ปีแล้ว”

“ปีกว่าๆ”

“แล้ว... เราถึงขั้นไหน”

ถึงตรงนี้เสียงค่อยเบาลงเรื่อยๆ อายจนอยากละลายเป็นเนื้อเดียวกับโซฟา

“ก็...” ชวินทร์ขยับมาใกล้ เชยคางเนตราขึ้น

“ถึงขั้นแบบคนเป็นแฟนกันนั่นแหละ อยากพิสูจน์ไหม” หมาป่าเจ้าเล่ห์ท้า

“ไม่ต้องเลยๆ” เนตราหนีจนหลังชิดที่พักแขนโซฟา

“ฉันจำอะไรไม่ได้ นายต้องสัญญาว่าจะไม่รุ่มร่าม ล่วงเกิน หรือทำอะไรที่ฉันไม่ชอบ”

“ถ้าทำล่ะ” ดวงตาฉายแววยั่วล้อ เขาสนุกกับปฏิกิริยาเธอ

“ฉัน”

สมองอันวุ่นวายของเธอกำลังประมวลผล ขณะทำตัวลีบลงเรื่อยๆ หวังเลี่ยงสัมผัสเขา

“คนอย่างนายมีศักดิ์ศรีพอ ที่จะไม่บังคับใจใครหรอก คนที่ทำอย่างนั้น ไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

“ดาวพูดอะไรเหมือนนางเอกในละคร”

“จะเหมือนอะไรก็ช่าง รับปากมาก่อนสิ”

“แล้วผมจะได้อะไรตอบแทน” นิ้วโป้งสาก ไล้คางเธอเล่นอย่างสนุกมือ

“ความเชื่อใจไง”

“แล้วมันใช้ทำอะไรได้”

สัมผัสอุ่นทำเนตราหวั่นไหวมิใช่น้อย แต่ยังก่อนเธอต้องป้องกันตัวให้พ้นจากเพลย์บอย หมาป่า จอมเจ้าชู้ รวมๆ กันแล้วคือชวินทร์

“ถ้ามีใครสักคนเชื่อใจ นายจะไม่รู้สึกดีหรือไง”

“เถียงกับดาวนี่ปวดหัวจัง” เสียงเขาราวกับอ่อนใจกับเธอเสียเต็มประดา

“สงสัยต้องโทรถามหมออีกทีว่าความจำเสื่อมแน่นะ”

“นายรับปากก่อนสิว่าจะไม่ทำอะไรฉัน”

“คร๊าบๆ”

เธอฉุนกับการรับปากเหมือนเสียไม่ได้นั้น แต่ไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะตอนนี้ตนเองอยู่ในสภาพลูกไก่ในกำมือเขา

“ผมอยู่ในห้องทำงานนะ มีอะไรก็เรียกได้”

ชวินทร์หมดความสนใจในตัวเธอเร็วเกินคาด เขาพยักหน้าไปทางประตูอีกบ้านใกล้ห้องนอน เนตราค่อยโล่งอก

ดูโทรทัศน์ด้วยใจปลอดโปร่ง

เธอนั่งอยู่นานจนเบื่อจึงเข้าห้องไปจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ เนตรายังชอบเสื้อผ้าเรียบๆ แบบเดิม มีชุดแซก กางเกงสแล็ค รองเท้าคัชชู ชวินทร์เอากระเป๋าเครื่องสำอางมาให้ด้วย

เนตราลองแต่งหน้า รวบผมหางม้า บุคลิกเป็นสาวทำงานขึ้นทันตา เธอคุ้นเคยกับการแต่งหน้าแต่งตัวแบบนี้

คนความจำเสื่อมทิ้งตัวลงนอนบนเตียง คิดว่าหากความจำไม่กลับมา ยังเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะทำเช่นไรดี

จะพึ่งชวินทร์ตลอดไปคงไม่ได้ เขาเป็นแค่แฟน ไม่รู้จะเลิกกันวันไหน

นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอรู้สึกเคว้งคว้างอีกครั้งหลังพ่อแม่เสียชีวิต หนทางข้างหน้ามัวซัว เต็มไปด้วยหมอก

อยากร้องไห้เหมือนกัน แต่ร้องไม่ออก ได้แต่มองไฟบนเพดานห้องนิ่ง... เนิ่นนานจนสายตาอ่อนล้า ล่วงเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด

เนตราอยู่ในสำนักงาน เธอเดินไปตามทางเดินมุ่งสู่ห้องที่มีประตูกระจกขุ่น ในมือถือแฟ้ม คนในห้องเป็นผู้ชาย เธอไม่เห็นหน้าเพราะเขาอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์

“เที่ยงนี้ผมนัดกินข้าวกับโน้ตนะ คุณไปด้วยไหม”

เธอรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกซ้ายที่กำลังบีบตัวอย่างแรง เขายื่นมือรับแฟ้ม ใบหน้าเขามืดเหมือนภาพระบายด้วยดินสอดำ

“ไม่ละค่ะ คุณแป...”

“ดาว!”

ชวินทร์เขย่าไหล่เนตราอย่างแรง เธอลืมตาและกะพริบปริบๆ เขาพ่นลมหายใจยาว กลัวเธอจะเป็นอะไรไป เพราะเรียกหลายครั้งแล้ว

“นายรู้จักผู้ชายที่ชื่อแปไหม” ตาชวินทร์วาวโรจน์ ก่อนเขารีบปรับให้เป็นปรกติ

“ไม่รู้จัก”

“ความทรงจำฉันกำลังกลับมา ฉันเห็นออฟฟิศ เรียกผู้ชายคนหนึ่งว่าคุณแป”

“อย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้ จะยิ่งปวดหัวเปล่าๆ มาเถอะ กินข้าวกันแล้วจะได้กินยา”

“เขาเรียกชื่อนายด้วยนะ” เธอพยายามเค้นความทรงจำที่พร่าเลือนในความฝันให้ได้รายละเอียดมากที่สุด

“บอกแล้วไงผมไม่รู้จักผู้ชายคนที่คนพูดถึง ความทรงจำคุณอาจสับสน เอาเรื่องเก่าปนเรื่องใหม่”

เขาใช้มือช้อนหลังเธอออกจากเตียง แล้วรุนหลังไปข้างนอก เธอตั้งใจเก็บความสงสัยไว้ถามหมอ ว่านั่นคือความทรงจำที่ลืมไปหรือเปล่า

ชวินทร์ทำอาหารเย็นง่ายๆ ข้าวไข่เจียวกับยำปลากระป๋อง

“เหมือนกับข้าวไปเข้าค่ายเลยเนอะ”

“อาหารกันตายของโน้ตเลยนะสมัยอยู่อเมริกา” เขาเล่าอย่างภูมิใจ

“นายไม่ได้ไปกินอาหารร้านไทยหรอกเหรอ”

เธอไม่คิดเลย วันหนึ่งจะได้เห็นเขาทานอาหารพื้นๆ ง่ายๆ

“ที่ร้านคนเยอะ ถ้าสั่งมาก็รอนานอาหารเย็นหมด โน้ตเลยทำกับข้าวเอง ทำเป็นตั้งหลายอย่างนะ”

ชวินทร์ไม่ได้โม้ อาหารรสชาติดีจริงๆ ดีกว่าที่เนตราเคยทำเสียอีก จนเธออายนิดๆ มื้อนี้เนตรารับหน้าที่ล้างจาน เพราะ เขาทำอาหารไปแล้ว หลังจากนั้นเธอรีบเข้าห้องโดยไว แต่นอนไม่หลับ

หมอให้ยานอนหลับมาด้วย แต่เนตราไม่กิน หลายวันมานี้เธอใช้หลายครั้งแล้ว เธอกลัวเสพย์ติด

นอนกระสับกระส่ายบนเตียง พยายามนับแกะก็แล้ว สวดมนต์ก็แล้ว แต่ยังไม่หลับ ตัดสินใจออกมาข้างนอก

ห้องรับแขกมืดแต่ไม่สนิทนัก นอกหน้าต่างมีแสงไฟสะท้อนบนผืนแม่น้ำเป็นทางระยิบระยิบเหมือนสะพานทอดสู่ดวงจันทร์ เนตรายืนมองเพลิน หันมาอีกทีก็เจอเงาตะคุ่มๆ กำลังจะกรี๊ด แต่ร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาเสียก่อน

“โน้ตเอง”

ไฟในห้องสว่างวาบ ชวินทร์ยืนข้างเธอ เขาสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงลายสก็อต

“นอนไม่หลับเหรอ ให้ไปนอนเป็นเพื่อนไหม”

ชวินทร์กลับเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์อีกแล้ว

“ทะลึ่ง นายรับปากว่าจะไม่ทำอะไรฉัน”

“คร๊าบๆ ผมเป็นสุภาพบุรุษต้องรักษาสัญญา เพื่อให้ได้รับความเชื่อใจจากสุภาพสตรี”

เขาล้อ ก่อนเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำรินใส่แก้ว

เนตราหันหลังให้เขา กลับไปสนใจวิวแม่น้ำเหมือนเดิม

ชวินทร์ยักไหล่ กลับไปห้อง แต่ภาพเนตราหลับไม่รู้เรื่องเมื่อช่วงเย็นรบกวนใจเขา เหมือนวันที่เขาพาเธอไปโรงพยาบาลในสภาพศีรษะโชกเลือด เนตราสะดุ้งนิดๆ เมื่อเจ้าของห้องกลับมายืนใกล้ๆ

“เวลาผมนอนไม่หลับก็ชอบมาดูวิวตรงนี้เหมือนกัน”

“นายยังมีเรื่องอะไรที่ทำให้นอนไม่หลับอีกเหรอ”

“ก็เรื่องดาวไง”

“เรื่องฉันเนี่ยนะ” นิ้วยกขึ้นชี้ตัวเอง

“ผมห่วงเรื่องดาวความจำเสื่อม สมองกระทบกระเทือน”

ในอกเนตราพองฟูอย่างที่สุด คุ้มแล้ว เกิดมาชาตินี้มีผู้ชายหล่อๆ มาห่วงใย ไม่ใช่ฐานะเพื่อนเสียด้วย

“ขอบใจที่ห่วง”

เธอพยายามบังคับเสียงให้เป็นปรกติที่สุด ด้วยกลัวมันจะสั่นเพราะความดีใจ

“เล่าเรื่องตัวฉันในปัจจุบันให้ฟังหน่อยสิ”

“อย่าเพิ่งเลย เดี๋ยวจะปวดหัว”

“เถอะน่า... นะ ไม่งั้นฉันจะยิ่งนอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นยังไงหลังจากผ่านมาหกปี”

ชวินทร์สูงกว่าเธอเป็นคืบ เวลามองเขา เธอคิดว่าตัวเองแหงน แต่ชวินทร์กลับเห็นเป็นช้อนตามอง

“ดาวทำงานเป็นเลขาฯให้บริษัทหนึ่ง”

“แล้วลางานหลายวัน ฉันไม่โดนเจ้านายว่าแย่เหรอ”

ทีแรกคิดว่าตัวเองเป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดา ไม่คิดเลยว่าจะอยู่ใกล้เจ้านายขนาดเป็นเลขาฯ

“คุณลาออกแล้ว อยู่ในช่วงหางานใหม่”

“ทำไมถึงลาออกล่ะ”

“ดาวไม่ยอมบอกผม นั่นอาจเป็นสาเหตุให้ใจลอยจนเกิดอุบัติเหตุ”

เธอยกมือแตะศีรษะ ทำท่าจะปวดอีกรอบ

“เห็นไหม ได้ฟังแล้วดาวก็ไม่สบายใจ”

“เปล่าเสียหน่อย”

“หน้าดาวฟ้อง”

เนตราเถียงไม่ออก เธอกำลังไม่สบายใจจริงๆ ความจำเสื่อม แถมยังตกงาน มีอะไรจะโชคร้ายกว่านี้ไหม

“ไปนอนได้แล้ว ถ้าไม่หลับก็กินยา หมอให้มาด้วยไม่ใช่เหรอ”

“ฉันขอคิดอะไรหน่อย นายนอนก่อนเถอะ”

เขามองเธอสักพักแล้วเดินลับหายไปในห้อง ชวินทร์กลับมาใหม่พร้อมหมอนและผ้าห่มในมือ

“ผมจะอยู่เป็นเพื่อน ดาวอยากนอนเมื่อไรก็นอนเลย”

มือใหญ่เรียงหมอนบนพื้น

“นายไม่ต้องทำขนาดนี้หรอก”

“ผมยินดีทำ”

เธอนั่งลงใกล้ แต่รักษาระยะห่าง คืนนี้พระจันทร์สวย วิวก็ดี คนข้างกายคือหนุ่มที่พึงใจ เนตรากำลังคิดหาเรื่องคุย

“เล่าเรื่องนายให้ฉันฟังหน่อยสิ อย่างงานที่ทำอยู่ตอนนี้”

“จะมาสอบประวัติผมกลางดึกเนี่ยนะ” เขาร้อง

“ก็ฉันจำอะไรไม่ได้เลยนี่ เราต้องทำความรู้จักกันใหม่” เธอให้เหตุผล

“เรารู้จักกันตั้งสี่ปีในมหาวิทยาลัยแล้วนะ”

“นั่นไม่นับ ฉันหมายถึงปัจจุบันตอนเราเป็นแฟนกัน”

“ผมกลับมาช่วยที่บ้านบริหารบริษัทครอบครัว กิจการไปด้วยดี”

เธอจำได้ ครอบครัวชวินทร์ทำกิจการเกี่ยวกับเหล็ก

“แค่นี้เหรอ”

“ใช่ แค่นี้ล่ะ” ข้อมูลที่เขาให้ไม่ได้ช่วยเธอสักเท่าใดเลย

“เล่าอะไรมากกว่านี้สิ”

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว” ชวินทร์เริ่มกวน

“ไม่ใช่ให้เล่านิทาน” เนตราเสียงเขียว

“แล้วอะไรล่ะที่คุณอยากรู้”

“ไม่รู้สิ ฉันเหมือนอยู่ในความฝัน มันงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูก”

“ถ้าเป็นความฝัน อย่างเดียวที่จะทำได้คือหลับอีกครั้ง เพื่อให้ตื่น”

แต่ฝันนี้เธอก็ไม่อยากตื่นเหมือนกันน่ะสิ

“ถ้านอนไม่หลับ โน้ตร้องเพลงกล่อมไหม”

“ฉันไม่ใช่เด็กนะ”

“ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็ทำใจให้สบายๆ นอนเถอะ มานี่” ชวินทร์ดึงแขนเธอ จนหน้าชิดแนบอก

“เฮ้ย!”

เนตราเสียงหลง ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอด

“ทำใจให้สบายเถอะนะ อยู่กับโน้ตแล้วจะปลอดภัย”

“ฉันอึดอัด” เขาคลายวงแขนออก

“สบายขึ้นไหม”

“ปล่อยก่อนสิ”

“ถ้าดาวไม่นอนอย่างนี้ ผมก็ไม่สบายใจ” ลมหายใจเขารินรดกระหม่อมเธอ

“แต่นายกอดไว้อย่างนี้ ฉันก็นอนไม่หลับเหมือนกัน”

“เอ... หรือต้องหากิจกรรมทำให้ดาวเหนื่อยก่อน” เธอตัวแข็ง

“ลามก”

“คิดไปถึงไหนเนี่ย แค่พาออกกำลังกายนะ” เขาหัวเราะชอบใจที่หยอกสำเร็จ

“ก็ได้ นอนก็นอน ปล่อยฉันสิ”

เนตรารีบขยับหมอนให้ห่างทันทีหลังจากชวินทร์ปล่อยตัว เธอข่มตาหลับ พยายามนับแกะ หูฟังเสียงหายใจสม่ำเสมอของเขา ดังเป็นดนตรีเห่กล่อมจนหลับไป

"ตื่นได้แล้วคนขี้เซา"

เนตราปรือตาง่วงงุน จมูกได้กลิ่นอาหาร ไข่ดาวสุกใหม่ๆ ทำน้ำย่อยในกระเพาะเริ่มทำงาน

“เช็ดน้ำลายแล้วมากินข้าว”

เธอทะลึ่งพรวดขึ้นจากพื้น หน้าเหรอหรายกหลังมือปาดแก้ม ชวินทร์เทไข่จากกระทะใส่จาน พอดีกับที่ปิ้งขนมปังร้องดังติ๊ง

“ผมล้อเล่นดาวไม่ได้นอนน้ำลายไหลหรอก” เขาหัวเราะร่วนเมื่อเห็นอาการ

“แค่กรนดังเท่านั้นเอง”

เธอค้อน คร้านจะเถียง มีแต่จะเข้าตัวเสียเปล่าๆ มาอาศัยห้องเขาอยู่ นอนก็นอนบนเตียงเขา ทนๆ เอาหน่อยก็แล้วกัน

“ฉันอยากได้โทรศัพท์ ช่วยพาไปซื้อหน่อย”

ชวินทร์อ่านข่าวในไอแพดแทนหนังสือพิมพ์

“ไม่ต้องรีบใช้ก็ได้ ดาวยังไม่หายดี”

“ถ้าได้มือถือฉันจะได้ติดต่อเพื่อนๆ บางทีความทรงจำจะกลับมาเร็วยิ่งขึ้น”

“ทุกคนจะยิ่งเป็นห่วงดาวล่ะไม่ว่า ทำคนอื่นลำบากเปล่าๆ” เธอหรี่ตา ฉุนกับคำกล่าวหานั้น

“นายพูดเหมือนไม่อยากให้ฉันไปเจอใคร”

“ผมเปล่า”

“งั้นพาฉันไปซื้อมือถือสิ ฉันจะไม่กวนนายอีกเลย”

เนตราเชิดหน้า กอดอกต่อต้าน

“ก็ได้ๆ”

เขายอมแพ้แบบรำคาญ แต่ยังเล่นแง่นั่งดูรายการโทรทัศน์จนเกือบสิบโมง

“รอเวลาห้างเปิด” เขาให้เหตุผลที่เถียงยากเสียงด้วยสิ

ชวินทร์พามาห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ คอนโด เนตราทึ่งในความหรูหรา และความสามารถของเจ้าของที่อุตส่าห์หาพื้นที่มาทำห้างได้ ท่ามกลางความแออัดของเมืองหลวงแบบนี้

เขาพาเธอดูมือถือหลายร้าน แต่ไม่มีเครื่องไหนถูกใจเลย บางเครื่องเขาว่ากล้องก็ไม่ชัด บางเครื่องยี่ห้อไม่ดัง บางเครื่องฟังก์ชันเยอะจัด ชวินทร์ให้เหตุผลว่ากลัวเธอใช้ไม่หมด

หนักเข้าก็บอกว่าจะเลือกจากร้านในอินเทอร์เน็ตให้ เนตราเดินตามเขาจนเมื่อยขาไปหมด จึงขอตัวไปห้องน้ำ

หลังเสร็จกิจ กำลังเดินออกมา เธอคิดจะหักคอเขา ซื้อโทรศัพท์ร้านแรกที่เห็น โดยไม่สนใจความเห็นเขา ตั้งใจเลือกให้จบๆ ไปเสียที

“ดาว... หายไปไหนหลายวัน ทุกคนเป็นห่วง ตามหากันทั่วไปหมด”

สาวผมบ็อบเสมอหู ในชุดแบบสาวออฟฟิศจับแขนเนตราพร้อมทัก ในสมองหมุนติ้ว เหมือนใครเอาลูกข่างใส่ไว้ บางช่วงบางตอนภาพก็หยุดนิ่ง เป็นกิจกรรมที่เธอเคยทำกับผู้หญิงคนนี้

“พี่ต้องโทรบอกคุณแปงหน่อย”

แล้วเจ้าหล่อนก็ล้วงกระเป๋าสะพาย

“ดาว”

“คุณโน้ต” สาวคนนั้นตาโต ยกมือถือค้าง

“คุณจำคนผิดแล้วละครับ”

ชวินทร์ดึงมือเนตรา สาวเท้าเร็วจนเธอเกือบต้องวิ่งตาม

“โน้ตหยุดก่อน” เขาพาลงลิฟต์ไปลานจอดรถ

“ผู้หญิงคนเมื่อกี้นี้ใคร แล้วคุณแปงที่เขาพูดถึงล่ะ”

เขาหน้าเครียดขึ้ง แบบที่เธอเคยเห็นในเช้าหลังจากคืนนั้น

“ครอบครัวผมไม่เห็นด้วยที่เราเป็นแฟนกัน”

ลิฟต์เลื่อนลงเร็ว แต่ใจคนฟังเร็วกว่า ตอนนี้ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“แปงคือญาติผม เจ้านายคุณ”

พล็อตละครหลังข่าวผุดขึ้นในสมอง เนตรานึกอยู่แล้วว่าคนอย่างเขาจะมาเป็นแฟนเธอได้ยังไง เห็นไหมล่ะ ครอบครัวเขาเองก็ไม่ยอมรับ

“เขาเป็นสาเหตุที่ฉันลาออกจากงานหรือเปล่า”

“อาจะมีส่วน” ลิฟต์พาทั้งสองมาถึงที่หมาย ชวินทร์รุนหลังเนตราเข้ารถทันที เมื่อกลับถึงคอนโด เขาบอกเธอเก็บของ ให้เหตุผล

“เราจะไปอยู่ต่างจังหวัดสักพัก”

“แล้วงานนายล่ะ”

เธอยืนงงกลางห้องในท่าทีที่เปลี่ยนไปกระทันหันของเขา

“มีอินเตอร์เน็ตผมก็ทำงานได้แล้ว”

ชวินทร์เข้าห้องนอนตัวเอง กางกระเป๋าเดินทาง เก็บเสื้อผ้าอย่างเร็ว

“ทำไมเราต้องไปต่างหวัดด้วย ฉันอยากอยู่กรุงเทพฯ” ชวินทร์ทำตัวน่าสงสัยมากขึ้นทุกที

“ถ้าเราอยู่ที่นี่จะวุ่นวายไม่รู้จบ”

“จากใคร ครอบครัวนายเหรอ”

“จากทุกคนนั่นแหละ”

เขาละมือจากการเก็บของ ยกมือเท้าสะเอวหันมาเผชิญหน้าเธอ เวลาเขาทำอย่างนี้เนตรารู้สึกตัวเล็กไปถนัดใจ

“จะไปเก็บของดีๆ หรือจะให้ผมทำให้ ผมไม่มีเวลามาเล่นตอบยี่สิบคำถามนะ”

“นายกำลังบังคับฉัน” เธอใจดีสู้เสือ แม้ในอกชักกลัวตุ้มๆ ต่อมๆ

“ผมทำได้มากกว่านี้ ถ้าเป็นเรื่องของดาว”

ชวินทร์ย่างเท้าเข้าใกล้ เนตราผงะจนหลังชนกรอบประตู

“ให้เวลายี่สิบนาที ไม่อย่างนั้นผมจะมัดคุณไปในรถ”

เนตราวิ่งกลับไปห้องตัวเองโดยพลัน นี่แหละ! ใช่เลย ตัวจริงของชวินทร์ โฉมหน้าที่เธอได้เห็นในเช้าวันนั้น!

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เหตุวุ่นลุ้นรักท่านประธานNC18+
9.5
เมื่อพนักงานสาวพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืนที่ไร้ความผูกพันในย่านทองหล่อ แต่ท่านประธานหนุ่มกลับยื่นข้อเสนอที่แสนตรงไปตรงมาว่าเขาไม่ต้องการความรักที่ลึกซึ้งนอกจากความสนุกทางกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน เธอต้องตัดสินใจว่าจะยอมรับเงื่อนไขสุดเร่าร้อนที่เน้นความพึงพอใจโดยไม่มีข้อผูกมัดหัวใจนี้ได้หรือไม่ ในเกมรักที่เดิมพันด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา
หน้าปกนวนิยาย รักแสนชัง ฤดูเหมันต์冬季不爱你
8.4
หลังจบสิ้นพิธีกราบไหว้ฟ้าดินและบรรพบุรุษอย่างเป็นทางการ ชีวิตคู่ที่ควรจะหวานชื่นกลับกลายเป็นเพียงเปลือกนอกที่แสนขมขื่น เมื่อหญิงสาวต้องติดอยู่ในพันธะสมรสกับชายที่มีคนในใจอยู่แล้ว การทนเห็นสามีแสดงความรักกับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตาคือความเจ็บปวดที่เกินจะรับไหว ในเมื่อความสัมพันธ์นี้ไม่มีร่องรอยของความสิเน่หาต่อกัน เธอจึงตัดสินใจยุติความทรมานด้วยการขอหย่าขาด และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อหลุดพ้นจากกรงขังแห่งเหมันต์นี้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย พรางรักผลาญหัวใจ
8.8
Rachen is furious when forced to marry Khemjira, an orphan his parents adopted. Despite having a girlfriend, Kesarin, he is coerced into this union. Khemjira accepts the marriage only to repay her benefactors' kindness, knowing she is just a shadow bride. On their wedding night, a drunken Rachen cruelly calls out his lover's name, leaving Khemjira heartbroken. Even after offering her five million to flee, he finds her bound by duty to the family that raised her.
หน้าปกนวนิยาย นิยายชุด บ้านไร่หัวใจพิศวาส
8.0
นิยายชุดที่รวบรวมเรื่องราวความรักหลากหลายรสชาติ เริ่มต้นด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างปลัดหนุ่มผู้เคร่งขรึมและสาวนักปลูกดอกไม้จอมโก๊ะที่ต้องมาดูแลโครงการชุมชนร่วมกันจนเกิดเป็นความผูกพัน ต่อด้วยความรักวุ่นๆ ของทนายหนุ่มจริงจังกับนักเขียนสาวฟรีแลนซ์ที่ต้องกลายเป็นคู่หูดูแลแมวเหมียวข้างห้องจนหัวใจเริ่มหวั่นไหว ปิดท้ายด้วยแผนวิวาห์กำมะลอของอาหนุ่มมาดนิ่งกับคุณหนูจอมดื้อที่หนีการคลุมถุงชนมาเจอรักแท้ที่รอคอยมาแสนนาน ท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่นและบทสรุปที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของทุกคู่
หน้าปกนวนิยาย เมียขายฝาก
9.7
เมื่อความผิดพลาดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันขมขื่น ใบฟางต้องกลายเป็นเมียขายฝากเพื่อชดใช้หนี้พนันที่แฟนเก่าก่อไว้กับปางภู นักเขียนหนุ่มมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโส เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมวางกับดักจนเธอไม่อาจหนีพ้น การตกเป็นเครื่องมือในเกมเดิมพันครั้งนี้สร้างความเจ็บปวดให้เธออย่างแสนสาหัส แม้ใจจะเต็มไปด้วยความแค้นที่เขาพรากศักดิ์ศรีไป แต่เธอกลับต้องติดกับดักเสน่ห์ที่ปะปนด้วยความร้ายกาจและอ่อนหวานในคืนที่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้นจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย One Night Stand รุกสิ
8.1
หญิงสาวผู้เคร่งครัดในจารีตและหวงตัวจนเสียความรักไป ตัดสินใจละทิ้งภาพลักษณ์กุลสตรีหัวโบราณที่เคยยึดถือมาตลอดชีวิต เมื่อความภักดีไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เธอจึงขอเปลี่ยนตัวเองเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ที่พร้อมจะหว่านเสน่ห์ใส่ทุกคนอย่างไร้ขีดจำกัด บทเรียนครั้งใหม่นี้จะไม่มีคำว่าเก็บซิงไว้ชิงโชคอีกต่อไป เธอตั้งใจจะรุกเข้าหาผู้ชายอย่างเต็มกำลัง แต่คำถามสำคัญคือใครจะเป็นคนสุดท้ายที่เธอเลือกหยุดหัวใจไว้ด้วยกันแน่