ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดาวคะนึงรัก

ดาวคะนึงรัก

เนตราลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่หายไปเหลือเพียงช่วงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ทว่าข้างกายเธอกลับมีชวินทร์คอยดูแล เขาเปิดเผยความจริงที่ทำให้เธอต้องตกตะลึงว่าทั้งคู่กำลังคบหาดูใจกันอยู่ ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน ชวินทร์กลับพยายามรุกเข้าหาและใกล้ชิดเธอมากขึ้นเรื่อยๆ จนเนตราอดสงสัยไม่ได้ว่าสาวธรรมดาอย่างเธอลงเอยกับเพลย์บอยตัวพ่อที่โด่งดังอย่างเขาได้อย่างไร ความสัมพันธ์ที่ดูไม่เข้ากันนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่
ตอน
แชร์

ตอน 2

โน้ตเป็นชื่อเล่นชวินทร์ ดาวเป็นชื่อเล่นเนตรา เธอกับเขาเป็นเพื่อนร่วมเรียนสาขาเดียวกันในมหาวิทยาลัย

ชวินทร์มีชีวิตเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ รูปร่างหน้าตาดี ฉลาด เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน รวย มีแฟนสวย เพื่อนๆ รัก

ส่วนชีวิตเนตราขึ้นต้นเหมือนจะดี แต่แล้วกลับเคว้งคว้างดังว่าวหลุดลอย พ่อแม่เสียตอนอยู่ปีสอง ดีที่ได้ทุนการศึกษาของญาติชวินทร์มาช่วยเหลือ

หน้าตาเธอ หากจัดอันดับแล้วอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่สวยขนาดมีหนุ่มแปลกหน้ามาขอเบอร์ ยังพอมีหนุ่มชวนไปดูหนังกินไอศรีมบ้างปีละครั้งสองครั้ง

เนตราเคยคิด หากตัวเองเป็นดาวได้ เขาคงเป็นเดือน ส่องแสงสีเงินยวงให้เย็นใจ กลางคืนอวดโฉมกระจ่างฟ้า เหมือนสัมผัสได้แต่เอื้อมไม่ถึง เพราะเดือนอยู่สูง ไกลลิบ

ดาวที่น่าจะมาจากดาวทะเลและเป็นคนอย่างเธอจึงได้แต่แหงนมองเขาคอตั้งบ่า มันคงเป็นเพียงอาการปลื้มคนหล่อ หากวันหนึ่งเดือนไม่เคลื่อนมาใกล้ เขาและเธอจำต้องจับกลุ่มรายงานด้วยกัน

เนตราที่เพิ่งเสร็จงานศพพ่อแม่มาเรียนด้วยอารมณ์หดหู่ พ่อแม่ทำประกันปิดหนี้บ้านไว้ก็จริง แต่หักลบกลบหนี้แล้วเงินไม่พอให้เธอเรียนจบแน่ ระหว่างกำลังเหม่อลอย ชวินทร์ก็มาอยู่ตรงข้าม

“ดาวโอเคไหม”

คำถามสั้นๆ ง่ายๆ กระแทกใจเธออย่างจัง เนตราจำได้ว่าตัวเองนั่งร้องไห้ต่อหน้าเขา ...ก็ในสายตาเธอคิดว่าเห็นเขาคนเดียวล่ะนะ ชวินทร์ส่งทิชชู่หลายแผ่นให้ ก่อนเล่าเรื่องทุนการศึกษา

“ญาติเราเขาฝันไม่ดี อยากทำบุญสะเดาะเคราะห์ แต่ได้อะไรที่เป็นประโยชน์ยืนยาวเลยจะให้เป็นทุนการศึกษา ดาวลองยื่นเรื่องขอดูสิ”

เนตรายื่นขอแล้วก็ได้จริงๆ เธอขอบคุณชวินทร์เสียมากมาย

“ไม่เห็นไร ญาติเราเห็นคุณสมบัติดาวครบตรงใจ เลยให้คุณ

วันนั้นดอกไม้น้อยๆ ได้เริ่มเติบโตในใจเนตรา โดยมีความปลาบปลื้มเป็นน้ำหล่อเลี้ยง

ปุ๋ยชั้นดีคือเรื่องราวของเขา ก่อนเหี่ยวลงด้วยข่าวเขามีแฟน และออกดอกออกผลเป็นความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ซึ่งนำความร้าวรานมาสู่เธอ

เนตรายังจำแววตาเขาในเช้าวันนั้นได้ เย็นชา ห่างเหิน ไว้ตัว คิดว่าความเป็นเพื่อนคงสิ้นสุดแล้ว แต่ทำไมกลายเป็นเขาและเธอเป็นแฟนกัน

เธอใช้เวลาคิดเรื่องนี้ทั้งวันจนสมองสับสนไปหมด เย็นย่ำตะวันคล้อยตัวต้นเหตุก็กลับมา ไหล่สะพายกระเป๋าเป้ มือถือกล่องขนมเค้ก

“กินอาหารโรงพยาบาลหลายมื้อผมกลัวดาวเบื่อเลยซื้อมาให้”

ครีมบนเค้กสตรอว์เบอร์รี่ชอตเค้กว่าฟูแล้ว ใจเนตราฟูยิ่งกว่า ความอาทรนี้มีแด่เธอคนเดียว ไม่ต้องแบ่งปันกับเพื่อนคนอื่นเหมือนสมัยมหาวิทยาลัยที่เขาซื้อของมาเลี้ยง

“หมอจะให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไร”

เธอถามแก้เก้อ รู้สึกตัวเองชักจะมองเขามองไปแล้ว ชวินทร์หยิบรีโมทโทรทัศน์มาครอง

“วันพรุ่งนี้”

กดไล่ดูรายการทีละช่อง เมื่อเห็นไม่มีอะไรน่าสนใจ ก็วางคืนกลับให้บนเตียง เปิดเป้หยิบโน้ตบุคออกมา เธอคาดว่าเขาทำงาน สังเกตจากหัวคิ้วขมวดเคร่ง เธอละเลียดทานเค้กหวานละมุน ตาลอบพินิจเขา

เนตราเป็นแฟนกับเขาจริงๆ นะหรือ ใครเป็นคนขอเป็นแฟนก่อน คบกันเป็นแฟนขั้นไหน อยู่ด้วยกันหรือแยกบ้าน

“เค้กอร่อยมากเหรอ ไว้ผมจะซื้อให้ใหม่

ชวินทร์ทักเมื่อเห็นเนตราใช้ส้อมกวาดอากาศบนกระดาษในกล่องเค้กมาหลายรอบแล้ว

“อืม...อร่อยดี”

เธอสะดุ้งนิดๆ หันเหบทสนทนาคุยเรื่องอื่น

“ว่าแต่นายเห็นมือถือฉันไหม”

“ตอนพาดาวมาโรงพยาบาลมัวแต่รีบ ไม่ทันได้สังเกตอะไร ไว้ผมจะไปหาให้อีกที”

ชวินทร์ละสายตาจากคอมพิวเตอร์ วางมันลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นเดินมาหาเธอ เขาหยิบกล่องเค้กไปทิ้งถังขยะ และพับโต๊ะทานอาหารให้เธอ

กริยาเขานุ่มนวลไปหมด ยามหยิบจับอะไร ชวินทร์สวมเชิ้ตขาวพับแขนถึงข้อศอก คอปลดกระดุมเห็นแผงอกล่ำวับแวบ กลิ่นตัวก็หอมเหมือนกลิ่นฝนตกใหม่

“ดาวมองผมทำไม อยากได้อะไรเหรอ”

อยากได้นาย เอ๊ย! เนตราส่ายศีรษะเรียกสติ

“เปล่า ไม่ได้มอง”

“คนบางคนโกหกแล้วหูจะแดง”

เธอยกมือขึ้นปิดหูอัตโนมัติ คิดในใจว่าคงไม่ใช่แค่หูแล้วล่ะที่จะแดง

“มองผมนานๆ เดี๋ยวความหล่อจืดหมด”

“หลงตัวเอง มันมีรสด้วยหรือความหล่อน่ะ”

เอาล่ะ! เธอกำลังจะเพลี่ยงพล้ำเขา ชวินทร์จับได้ว่าเธอสนใจเขามาก แต่เนตราไม่ยอมเฉยให้เสียหน้าไปเปล่าๆ

“แล้วดาวอยากชิมไหมล่ะ”

มือแข็งแรงเชยคางเนตราขึ้น สบแววตาที่มาดมั่นเสียเหลือเกินของเขา เธอรู้สึกอึดอัด ในอกจะระเบิด หายใจทางจมูกไม่ทันจนกลายเป็นเผยอปาก

“จะว่าไปผมก็ยังไม่ทันได้ชิมเค้กเลย ไม่รู้หวานสักแค่ไหน”

และแล้วเดือนก็เคลื่อนมาใกล้ แนบชิดสนิทแน่นดาวทะเลเช่นเธอ เนตราเคยจูบครั้งเดียวในชีวิต

รสไม่หวานเหมือนนิยายรัก แต่อ่อนนุ่ม อุ่น เจือกลิ่นเหล้า จูบที่อีกฝ่ายไม่เห็นพ้องด้วย

นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสริมฝีปากผู้ชาย เธอจำได้ถึงความแข็งแกร่งของเขาปะทะความอ่อนนิ่มของเธอ

อุณหภูมิที่ทิ้งรอยอ้อยอิ่งระหว่างผิวทั้งสอง ในช่องท้องปั่นป่วนเหมือนมีผีเสื้อสักล้านตัวกระพือปีกอยู่ข้างใน

จูบเดียวเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบความสัมพันธ์ฉันเพื่อน และจูบสองที่ไม่ทันตั้งตัว เธอสะดุ้ง ก้นเลยขอบเตียงไปเกินครึ่ง ดีที่วงแขนชวินทร์รัดรอบไว้ทัน

“ขนมเค้กหวานจริงๆ ด้วยแฮะ”

ชวินทร์เลียริมฝีปาก เหมือนเด็กอาลัยอาวรณ์รสชื่นของน้ำตาล

“นายทำงี้ ทำไม”

เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในนิยายสักเรื่อง ประเภทนางเอกโดนลักจูบ อยากตบแต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย

ดวงตาที่แหงนมองเขานั้นมีน้ำคลอหน่วย สองมือยกขืนตัวออกจากวงแขนรัดแน่นเหมือนงูเหลือมรัดเหยื่อ

“ไม่รู้สิ ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ” งูเหลือมเอ๊ย! ชวินทร์ตอบหน้าตาย

“แล้วมาจูบฉันทำไม”

“... ก็เราเป็นแฟนกัน” เขาพึมพำอยู่เรือนผมยุ่งๆ ของเธอ

“แต่ไม่ใช่ให้มารุ่มร่ามแบบนี้”

“ใช้คำเชยจัง”

“นายอย่ามาลวนลามฉัน”

“แรงนะนั่น ฟังแล้วเหมือนผมเป็นพวกโรคจิต” เขาชะงัก ทำเสียงฮึ ในลำคอ

“ก็ใช่ไหมล่ะ นายทำอะไรโดยฉันไม่ยินยอม”

เนตราพยายามเปลี่ยนความรู้สึกอยากจะร้องไห้เป็นฮึดสู้ ไม่สนล่ะว่าเธอกับเขาขณะนี้มีสถานะเป็นอะไรกัน แต่เธอความจำเสื่อม ควรได้ความปลอดภัย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

“ห้ามแตะต้องฉันอีก”

ชวินทร์ปล่อยวงแขนหลวมๆ มองเธอนิ่ง ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“หมายถึง ฉันยังไม่พร้อม ความทรงจำยังไม่กลับมา มันสับสนไปหมด”

เนตราโน้มน้าวให้เขาเชื่อ ตามสมองจะคิดได้ ใจตุ้มๆ ต่อมๆ เหมือนกัน กลัวเขาจะโกรธ ก็ตอนนี้เธอยังพึ่งเขาอยู่นะ

“ผมเข้าใจ ผมขอโทษ”

ชวินทร์ถอนหายใจยาว ลุกขึ้นจากเตียง ปล่อยเธอเป็นอิสระ จัดท่านอนและคลุมผ้าห่มให้

“พักผ่อนซะเถอะ พรุ่งนี้ผมจะมารับ”

ชวินทร์กลับออกไปพร้อมกับอาการปวดหนึบในศีรษะ จนเธอต้องขอยาแก้ปวดจากพยาบาล ค่อยช่วยบรรเทาจนหลับ ในฝันเนตรานั่งอยู่บนม้านั่งใต้ซุ้มเฟื่องฟ้าสีชมพูสดหน้าบ้าน

ใครบางคนจับมือเธออยู่ เนตรารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยก่อนภาพจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นชวินทร์ในชุดนักศึกษา และแววตาห่างเหินเหมือนในเช้าวันนั้น

เนตราสะดุ้งตื่น แล้วหลับไม่ลง จนต้องขอยานอนหลับอีกรอบ นั่นแหละเธอจึงหลับลึกจนไม่ฝันอีกเลย

หมอให้เนตราออกจากโรงพยาบาลในวันต่อมา ชวินทร์เอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน ในนั้นมีบราเซียร์สีฟ้าและกางเกงในสีเดียวกันลายจุด ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ลึกซึ้ง

เขารู้ว่าเธอชอบสีอะไร เขาเข้านอกออกในบ้านกระทั่งรู้จักตู้เสื้อผ้าในห้องนอน แต่เธอตอนนี้สิ รู้จักเขาแค่ในนามเพื่อนและคนที่แอบรัก

ไม่เอาละ... เธอจะไม่คิดมาก ให้สมองฟื้นฟูตัวเอง หมอบอกเองนี่ว่าความทรงจำเธอต้องกลับมาสมบูรณ์พร้อมในสักวัน เนตราปลอบตัวเองอย่างมีความหวัง

ชวินทร์ยังชอบรถสปอร์ตเหมือนเดิม คราวนี้เปลี่ยนจากสีแดงเป็นดำจากยี่ห้ออิตาลีเป็นเยอรมัน เขาไม่ได้พากลับบ้าน รถคันงามเลี้ยวเข้าคอนโดหรูแห่งหนึ่ง

“นายพาฉันมาที่ไหน”

เธอเหลียวซ้ายแลขวาตลอดทางที่เขาขับขึ้นลานจอดรถ มีรถจอดอยู่ไม่กี่คัน ล้วนเป็นยี่ห้อแพงๆ ไม่ค่อยเห็นวิ่งบนท้องถนน

“คอนโดผม” เขาปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยตัวเอง แล้วเอื้อมมาทำให้เธอด้วย

“ดาวยังไม่แข็งแรง อยู่ที่นี่สะดวกกว่า”

“ฉันอยากกลับบ้าน”

“ที่บ้านห้องคุณอยู่ชั้นบน เดินขึ้นลงลำบาก เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำไง”

“ฉันโทรบอกนายก็ได้” เธอพยายามหาเหตุผล

“ถึงตอนนั้นจะใช้โทรศัพท์ได้เหรอ”

“แล้วถ้าฉันเป็นอะไรตอนอยู่ที่นี่ ระหว่างนายไปทำงาน” เธอยังไม่ยอมแพ้อยู่ดี

“อย่างน้อยผมก็กลับมาเจอพาส่งโรงพยาบาลได้เร็วกว่าบ้านดาว”

ระหว่างทางเธอเห็นแล้วว่าคอนโดเขาอยู่ในเมือง ใกล้ทั้งสรรพสินค้าและรถไฟฟ้า โรงพยาบาลก็อยู่ไม่ไกล

ผิดกับบ้านเธอ อยู่ชานเมือง เงียบสงบ ห้างที่ใกล้ที่สุดต้องขับรถไปประมาณครึ่งชั่วโมง โรงพยาบาลไม่ต้องพูดถึง ขับไปห้าสิบนาทีอย่างต่ำ

“คนอื่นเขาจะคิดยังไงที่เราอยู่ด้วยกัน” เนตราพยายามหาเหตุผลอื่นมาจนได้

“จะคิดยังไงก็ช่างเขา ถ้าดาวเป็นอะไรไป คนอื่นไม่ได้มาช่วยดูแลเสียหน่อย”

ก็จริงนั่นแหละ เธอป่วยตั้งหลายวัน มีแต่ชวินทร์มาดูแล

“แล้วฉันต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหน”

“สักสองอาทิตย์ หลังไปฟอลโลว์อัพอาการกับหมอค่อยคิดเรื่องนี้กันอีกที”

ชวินทร์หยิบกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมาจากเบาะหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของเนตรา เพราะพลาสติกสีเทาเข้มดูไม่เข้ากับบุคลิกคนถือเอาเสียเลย

คอนโดมิเนียมชวินทร์เป็นห้องเพ้นท์เฮ้าส์ มีหน้าต่างกว้างมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

ห้องรับแขกมีโซฟายาวและโทรทัศ์จอใหญ่ ประตูห้องต่างๆ เป็นไม้แข็งแรง ยกเว้นประตูกระจกสีขุ่นที่เดาว่าเป็นครัว

“ดาวใช้ห้องนี้นะ”

เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนที่มีเตียงเดี่ยว คลุมด้วยผ้าห่มสีเทา ข้างกันเป็นโต๊ะหัวเตียง ถัดไปเป็นตู้เสื้อผ้าแบบบิลท์อิน

“ห้องผมอยู่ข้างๆ มีอะไรเรียกได้ หิวไหม เดี๋ยวสั่งอาหารมากินกัน ดาวอยากกินอะไร”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หมูตุ๋นอุ่นรัก
9.3
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นระหว่างจ้าวจันทร์และเพื่อนชายคนสนิทเริ่มชัดเจนกว่าที่เคย เมื่อการหยอกล้อเรื่องจูบนำไปสู่บรรยากาศชวนหวั่นไหว แม้เขาจะเสนอโบนัสเป็นเงินแสนเพื่อตอบแทนที่เธอช่วยดูแลห้องให้ตลอดเวลาที่เรียนด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจฟูที่สุดกลับไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นความใส่ใจเล็กๆ อย่างการเตรียมแปรงสีฟันและของใช้ส่วนตัวไว้ให้พร้อมสรรพ การกระทำที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนนี้ทำให้จ้าวจันทร์มั่นใจว่าเขาก็มีใจให้เธอไม่ต่างกันแน่นอน
หน้าปกนวนิยาย เคาะประตูหัวใจของเธอ
8.2
เมื่อพนักงานสาวตัวเล็กๆ อย่างฉวี่ชิงฮวนเผลอส่งข้อความไปขอดูหนังผู้ใหญ่จากท่านประธานหนุ่มฟู่ในยามวิกาล ชีวิตเธอก็เปลี่ยนไปตลอดกาล แทนที่จะได้ไฟล์วิดีโอ เขากลับเสนอตัวมาสาธิตบทรักให้เธอถึงที่แบบตัวต่อตัว หลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนสิ้นสุดลง เธอคิดว่าตนเองคงต้องถูกไล่ออกและจบอาชีพการทำงานแน่ๆ แต่ทว่าบอสหนุ่มกลับยื่นข้อเสนอที่คาดไม่ถึงด้วยการขอเธอแต่งงาน ท่ามกลางความสับสนว่านี่คือเรื่องจริงหรือแค่เรื่องล้อเล่นกันแน่
หน้าปกนวนิยาย ไฟแฝงรัก
8.0
เมื่อนักแสดงนางร้ายชื่อดังถูกนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลคุกคาม เจ้าของฟาร์มหนุ่มสุดหล่อจึงก้าวเข้ามาเสนอการแต่งงานเพื่อเป็นโล่คุ้มภัย ทว่าภายใต้ชายคาเดียวกัน เธอต้องรับมือกับความหื่นแสนเสน่ห์ของเขา พร้อมเผชิญหน้ากับอดีตเมียเก็บที่จ้องทำลายความสัมพันธ์ ท่ามกลางความขัดแย้งและอันตรายรอบด้าน ทั้งคู่กลับได้ค้นพบเงื่อนงำสำคัญที่นำไปสู่การเปิดโปงโฉมหน้าฆาตกรตัวจริงในอดีตที่ถูกซ่อนไว้ ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักและปมปริศนาที่กำลังจะคลี่คลายในกองเพลิงแห่งเสน่หา
หน้าปกนวนิยาย ผู้บัญชาการรักซ้อนแค้น
9.0
หลังทุ่มเทดูแลสามีที่บาดเจ็บสาหัสนานสามปี เจียงหยุนถังกลับถูกทิ้งอย่างไม่ใยดีเมื่อเขารับรักแรกกลับมา เธอจึงเลือกหย่าขาดท่ามกลางคำดูถูกว่าเป็นเพียงหญิงตกอับ แต่ความจริงแล้วเธอคือหมอเทวดาผู้เก่งกาจ นักแข่งรถชื่อดัง และสถาปนิกโฉมใหม่ที่โลกยอมรับ ขณะที่อดีตสามีและชู้รักตราหน้าว่าเธอจะไม่มีใครเอา ลุงของเขาที่เป็นถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดกลับปรากฏตัวขึ้นเพื่อขอเธอแต่งงานอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่เคยดูแคลนเธอไว้
หน้าปกนวนิยาย รอยสวาทเจ้าชายทมิฬ
8.2
ยาห์มิลเข้าใจผิดว่าบัวบุษบาคือหญิงขายบริการราคาถูก ทว่าพิษรักกลับดึงดูดให้เธอตกสู่วังวนเสน่หาที่ไม่อาจถอนตัว ความไร้เดียงสาของหญิงสาวปลุกเร้าอารมณ์เขาจนยากจะควบคุม แม้ขณะอยู่บนรถเขาก็แทบจะทนรอให้ถึงบ้านพักไม่ไหว มือหนาลูบไล้สัมผัสกายสาวด้วยความปรารถนาอันบ้าคลั่ง สองร่างแนบชิดหลอมรวมเป็นหนึ่งท่ามกลางความต้องการที่พลุ่งพล่าน จนเขาอยากจะครอบครองเธอเสียเดี๋ยวนั้นในค่ำคืนที่แสนเร่าร้อน