ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หงส์หวนรัก [Phoenix Return of love] 鳳凰歸來的愛

หงส์หวนรัก [Phoenix Return of love] 鳳凰歸來的愛

ในชาติที่ผ่านมานางต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนาเพราะถูกชายผู้เป็นที่รักที่สุดหักหลังอย่างเลือดเย็น ทว่าเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสครั้งที่สองให้นางได้หวนคืนกลับมามีลมหายใจอีกครั้งในร่างเดิม นางจึงขอสาบานด้วยเกียรติว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ต่อจากนี้เพื่อทวงคืนความแค้นและจัดการทำลายล้างทุกคนที่เคยมอบความเจ็บปวดให้นางอย่างสาสม แผนการล้างแค้นอันดุเดือดของหงส์สาวผู้กลับชาติมาเกิดจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อชำระหนี้เลือดในอดีตให้สิ้นซาก
ตอน
แชร์

ตอน 3

เฟิ่งหรั่นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ร้านเครื่องประดับ กำลังจะนำเครื่องประดับชิ้นใหม่มาวางขายที่ร้าน ด้วยเพราะร้านเครื่องประดับนี้ขายสินค้าแต่เฉพาะสตรีชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์เท่านั้น เครื่องประดับมีค่าจำนวนมากย่อมเป็นที่สนใจของสตรีชั้นสูง หญิงสาวจึงชวนเฟิ่งอี้และจิงเจียวออกมาซื้อเครื่องประดับด้วยกัน

ตลาดใหญ่ในเมืองหลวงครึกครื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากการกลับมาของลู่เฟยหลงพร้อมกับชัยชนะเหนือจงโจว เหล่าสตรีชั้นสูงซึ่งเป็นบรรดาบุตรีของขุนนางทั้งหลายต่างก็ออกมาเที่ยวเล่นในเมือง ด้วยเพราะพวกนางสืบทราบมาว่าองค์รัชทายาทลู่เฟยหลงมักชอบออกมาดื่มสุรากับทหารองครักษ์คนสนิทที่หอสุราเป็นประจำ

เฟิ่งหรั่นเดินเลือกซื้อเครื่องประดับมาใหม่จากหลากหลายร้านที่มาเปิดใหม่ แต่ทว่าก็ไม่มีร้านใดที่ถูกใจนางเท่าร้านใหญ่ในเมืองหลวงอีกแล้ว

หญิงสาวเดินเลือกเครื่องประดับในร้านใหญ่ไปเรื่อยๆ จนเจอปิ่น

หยกที่ถูกใจ ปิ่นหยกนี้ประดับด้วยไข่มุกราตรีงดงามยิ่งนัก เฟิ่งหรั่นหยิบปิ่นหยกสีเขียวเพียงหนึ่งเดียวในร้านขึ้นมาเชยชม เช่นเดียวกับเฟิ่งอี้เดินเข้ามาหาพี่สาวชื่นชมความงดงามของปิ่นหยกหายากชนิดนี้

“งามจังเลยเจ้าค่ะพี่หญิง ข้าไม่เคยเห็นปิ่นหยกที่ใดงดงามมากจริงๆ” เฟิ่งอี้หมายจะเอื้อมมือเข้าไปสัมผัส แต่ทว่าเสียงของเจ้าของร้านทำให้เฟิ่งหรั่นต้องวางปิ่นนั้นลงที่เดิม เฟิ่งอี้ชักสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย

“แม่นางผู้นี้ท่านช่างตาถึงยิ่งนัก ปิ่นนี้เป็นปิ่นที่งดงามมาก นำเข้ามาจากดินแดนมองโกล สั่งทำพิเศษจากช่างที่มีชื่อเสียงของมองโกลเชียวนะขอรับ” ชายชราเจ้าของร้านพูดด้วยน้ำเสียงเชิญชวน

“พี่หญิง เราซื้อกันดีหรือไม่เจ้าคะ ปิ่นนี้งดงามมากหากท่านใส่ไปร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ ท่านจะต้องงดงามสะดุดตามากแน่ๆ เจ้าค่ะ” เฟิ่งอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม นางอดเสียดายปิ่นปักผมอันงดงามนั้นไม่ได้จริงๆ

“ไม่เหมาะสมนัก ปิ่นนี้เชื้อพระวงศ์ในวังต่างใช้กัน เราเป็นแค่บุตรสาวขุนนาง จะใส่ของที่มีค่ามากกว่าฮองเฮากับไทเฮาได้อย่างไร งานคืนนี้ไทเฮา ไท่เฟยและฮองเฮาต่างเสด็จมาร่วมด้วย อย่าทำให้พระองค์ไม่พอพระทัย” เฟิ่งหรั่นกล่าวเตือนสติผู้เป็นน้องสาว เฟิ่งอี้ยังเด็กนัก นางยังไม่รู้จักดีว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร

“ท่านอ๋องเก้า” เฟิ่งอี้กล่าวเสียงอ่อนพร้อมรอยยิ้มหวาน เมื่อเห็น

รอยยิ้มของลู่อ๋องที่ยิ้มตอบนาง นางย่อกายคำนับอย่างนอบน้อมพร้อมผู้เป็นพี่สาวและจิงเจียว

“ถวายพระพรเพคะท่านอ๋อง” เฟิ่งหรั่นเอ่ยเสียงหวาน ใบหน้างดงามเงยขึ้นมาเล็กน้อยสบกับสายตาคมปลาบของอ๋องหนุ่มเบื้องหน้านาง

หัวใจของนางพลันเต้นระรัวทุกครั้งที่ได้สบตากับนัยน์ตาคมปลาบคู่นี้ รูปโฉมอันหล่อเหลาของลู่อ๋องทำให้สตรีครึ่งค่อนเมืองไม่น้อย ปรารถนาที่จะเป็นพระชายาเคียงกาย แต่ว่ายามเขายืนเคียงข้างองค์รัชทายาทลู่เฟยหลง ความโดดเด่นของลู่เฟยหลงกลับมีมากกว่ายิ่งนัก

“เถ้าแก่ ข้าซื้อปิ่นนี้” ลู่อ๋องวางถุงเงินไว้เบื้องหน้า ก่อนจะหยิบปิ่นหยกเมื่อสักครู่ที่เฟิ่งหรั่นหยิบขึ้นมา พอดีกับสายตาของลู่เฟยหลงที่เห็นเข้า เดิมทีเขาตั้งใจมาร้านนี้เพื่อหาซื้อปิ่นหยกที่งดงามที่สุดให้กับเฟิ่งหรั่น แต่สุดท้ายกลายเป็นลู่อ๋องที่ตัดหน้าเขาไปอย่างน่าเสียดาย

รองแม่ทัพองครักษ์ซ่งเข้าใจความนัยจากสายพระเนตรขององค์รัชทายาทดี แต่เพลานี้ทุกคนต่างรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของเฟิ่งหรั่นและลู่อ๋องดีว่าเป็นอย่างไร ทุกคนต่างเล่าลือกันว่านางคือสตรีในดวงใจของลู่อ๋องและอาจกลายเป็นว่าที่พระชายาเอกในอีกไม่นานนี้ คิดแล้วเห็นใจองค์รัชทายาทยิ่งนัก เฝ้ามองนางมาเนิ่นนานแต่กลับไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้นับตั้งแต่กลับมาจากจงโจว

“ถวายพระพรองค์รัชทายาท” สายตาของเฟิ่งหรั่นที่เหลือบมองเห็นลู่เฟยหลง นางหลุบสายตาลงแล้วย่อกายคำนับอย่างนอบน้อม ชายหนุ่มปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมดังเดิม กำปิ่นเงินที่หมายอยากมอบให้นางเอาไว้ด้านหลังตนเอง

“ไม่ต้องมากพิธี...” ชายหนุ่มกล่าวสั้นๆ เนื่องจากเขาแต่งกายออกมาอย่างเรียบง่าย จึงไม่มีใครสังเกตเห็นเขา เช่นเดียวกับลู่อ๋องที่ไม่ชอบความวุ่นวาย

“ไม่ทราบว่าเสด็จพี่จะทรงมา ข้าจะได้ชวนท่าน”ลู่อ๋องกล่าวอย่างมี

น้ำใจ แต่ลู่เฟยหลงกลับรู้สึกว่าถ้อยคำนั้นแฝงไปด้วยความเหยียดหยัน แต่ชายหนุ่มหาได้ใส่ใจคำกล่าวของลู่อ๋องนัก

“ข้าเพียงแวะผ่านมา ขอตัวก่อน” ลู่เฟยหลงกล่าวด้วยสีพระพักตร์เรียบเฉย ก่อนจะได้ยินเสียงของลู่อ๋องสนทนากับนางในดวงใจ

“จริงสิ หรั่นหรั่น ข้าได้ยินว่าคืนนี้เจ้าตั้งใจรำต้อนรับการกลับมาของเสด็จพี่ ข้าอดชมเจ้าในชุดร่ายรำไม่ได้นัก” ลู่อ๋องเอ่ยเสียงหวาน เขาหยิบปิ่นขึ้นมาก่อนจะบรรจงปักที่มวยผมของนาง จิงเจียวยิ้มยินดีกับภาพที่เห็น

เฟิ่งหรั่นยิ้มด้วยความเขินอาย “ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง...”

หัวใจของลู่เฟยหลงพลันหล่นลงไปที่ตาตุ่ม ลู่อ๋องปักปิ่นให้นางก็เท่ากับประกาศให้รู้กันว่าน้องชายต่างมารดานั้นจองนางเอาไว้ แต่รอยยิ้มอันยินดีของนางช่างเจ็บปวดใจของเขายิ่งนัก ชายหนุ่มเดินหันหลังกลับมาโดยไม่หันกลับไปมองรอยยิ้มนั้นอีกเลย รอยยิ้มที่เขาปรารถนาอยากเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว แต่คงไม่มีวันได้มาครอบครอง

เฟิ่งอี้กับเฟิ่งหรั่นเดินทางกลับมาถึงจวนในเพลาไม่นาน ความงดงามของปิ่นหยกที่ปักบนมวยผมของบุตรสาวคนโต ทำให้เฟิ่งฮูหยินยิ้มจนแก้มปริมองปิ่นปักผมที่ปักอยู่บนศีรษะของบุตรสาวอย่างชื่นชม ปิ่นปักผมนี้งดงามสะดุดตายิ่งนัก

ยิ่งได้ทราบว่าลู่อ๋องซื้อให้กับนางหัวใจของผู้เป็นมารดาก็ยิ่งปลื้มปริ่ม ลู่อ๋องเป็นบุรุษที่งดงามหล่อเหลา อีกทั้งยังมากด้วยความสามารถไม่แพ้ลู่เฟยหลงผู้เป็นรัชทายาทเลยสักนิด หากลู่อ๋องมีวาสนาเกิดเป็นโอรสของไทเฮาเกรงว่าตำแหน่งรัชทายาทคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

“ท่านอ๋องทรงประทานปิ่นปักผมให้พี่หญิงเช่นนี้ ข้าล่ะนึกอิจฉาพี่หญิงไม่ได้จริงๆ” เสียงของบุตรีอนุภรรยาคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาระหว่างที่เฟิ่งอี้

กำลังเดินทางกลับเรือนของตนด้วยความรู้สึกบางอย่าง

‘เฟิ่งเจาหรง’ บุตรีของอนุภรรยาลำดับที่หนึ่งเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ขณะที่กำลังโบกพัดไปมาด้วยท่าทีอ่อนช้อยปนเยาะเย้ย

เฟิ่งอี้ชะงักฝีเท้าหันไปมองเฟิ่งเจาหรงด้วยความไม่พอใจ

“ทำไมมองข้าเช่นนั้นเล่าน้องเล็ก?” เฟิ่งเจาหรงแสร้งขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย นางรู้ดีว่าในใจของเฟิ่งอี้คงกำลังโหมกระหน่ำด้วยไฟโทสะเป็นแน่ หากปลุกปั่นให้นางเกิดโทสะขึ้นมา ดีไม่ดีคนที่จะได้ไปร่วมงานเลี้ยงค่ำคืนนี้แทนอาจจะเป็นนางก็ได้ นางอยากมีวาสนาเข้าวังหลวงแบบเฟิ่งหรั่นและเฟิ่งอี้ที่เป็นบุตรีของฮูหยินใหญ่บ้าง

เฟิ่งอี้ยกยิ้ม “แล้ววาจาของพี่หญิงรองเล่า ปากหวานก้นเปรี้ยวเสียขนาดนี้ ไม่แปลกใจนักที่มารดาเป็นได้แค่อนุ ส่วนตัวเอง...”

หล่อนแสร้งยกยิ้มแล้วมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างดูหมิ่นดูแคลนด้วยสายตาเหยียดหยาม

“เจ้าว่าข้าหรือ?” ท่าทีที่เต็มไปด้วยโทสะของเฟิ่งเจาหรงทำให้เฟิ่งอี้สะใจยิ่งนัก นางเดินเข้ามาหมายจะจัดการสั่งสอนน้องสาวต่างมารดา ต่อให้เป็นบุตรีของฮูหยินใหญ่ อย่าคิดว่านางจะกลัวง่ายๆ

“มารดาก็ไพร่ ข้าไม่แปลกใจนักพี่หญิงรองถึงได้มีกิริยาเยี่ยงบ่าวไพร่ในจวน วันๆ เอาแต่เดินไปทั่วจวนอย่างไม่มีจุดหมาย ทำตนเช่นนี้วาสนาก็คงมีได้แค่นี้ล่ะ ดีไม่ดีก็คงอยู่คนเดียวในจวนจนร้างตาย!” วาจาอันเฉียบคมของเฟิ่งอี้เสียดแทงทะลุหัวใจของคนฟังยิ่งนัก เฟิ่งเจาหรงยืนกำหมัดตัวสั่นเทิ้ม

ด้วยความโกรธ หากทำให้เฟิ่งอี้โกรธขึ้นมาเกรงว่ามารดาคงถูกฮูหยินใหญ่รังแกอีกเป็นแน่

เฟิ่งอี้ยกยิ้ม เฟิ่งเจาหรงก็แค่ดีแต่ปากเท่านั้น ไม่มีวันเอาชนะใครเขาได้หรอก “เก่งแต่ปากแบบนี้ และปากดีนินทาใครต่อใครไปทั่ว ระวังเถิดจะตายก่อนอายุขัย!”

ได้ต่อว่าเฟิ่งเจาหรงก็ราวกับระบายโทสะในใจออกไปจนหมด ความร้อนรุ่มในใจดั่งไฟสุมทรวงทำให้นางโกรธจนแทบคลั่ง ในเมื่อเฟิ่งเจาหรงคิดมาหาเรื่องนางก็รองรับโทสะของนางหน่อยเถิด!

เฟิ่งหรั่นนั่งเลือกอาภรณ์สำหรับการแสดงร่ายรำในคืนนี้ คืนนี้เป็นการเลี้ยงฉลองได้รับชัยชนะของแคว้นเหลียวเหนือจงโจว เหตุใดนางต้องคิดถึงสายตาของลู่เฟยหลงยามมองนางที่ร้านเครื่องประดับด้วยนะ สายตาที่เห็นนางได้รับปิ่นจากลู่อ๋องราวกับแฝงด้วยความน้อยใจและประกายโทสะ เหตุใดกัน...

หญิงสาวคิดไม่ตก นางพยายายามหาเหตุผลให้กับตนเอง แต่ก็คิดไม่ตกว่าเป็นเพราะเหตุใด แม้นางกับลู่เฟยหลงจะเคยพบเจอกันตั้งแต่เยาว์วัย แต่ด้วยอายุที่ห่างกันค่อนข้างมาก เขาอายุมากกว่านางถึงเจ็ดปี ในขณะที่ลู่อ๋องอายุห่างจากนางไม่มากนัก ทำให้นางกับเขาสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วและนิสัยของไท่เฟยที่ทรงเป็นมิตร ไม่ยากนักหากนางจะสนิทสนมกับลู่อ๋องได้อย่างรวดเร็ว

สายตายามที่ลู่อ๋องและลู่เฟยหลงมองนางนั้น ทำให้นางรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เป็นเพราะอะไรกัน?

“ท่านคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะคุณหนู” จิงเจียวที่จับสังเกตท่าทีของผู้เป็นนายเอ่ย ขณะที่นางกำลังหวีผมให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ คุณหนูของนางไม่

เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย

เฟิ่งหรั่นได้สติ “ข้าแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ อย่าใส่ใจเลย”

จิงเจียวขมวดคิ้ว “ท่านกำลังโกหกข้าอยู่นะเจ้าคะ”

เวลาที่เฟิ่งหรั่นมีเรื่องอะไรภายในใจ นางมักจะไม่บอกกล่าวให้ใครทราบ แต่กับจิงเจียวที่รับใช้นางมานานมีหรือจะคาดเดาท่าทีไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่ หากอีกฝ่ายมีเรื่องไม่สบายใจอันใดนางก็ไม่อยากให้ขบคิดเก็บปัญหาเอาไว้คนเดียว หากภายภาคหน้าเฟิ่งหรั่นได้เป็นพระชายาท่านอ๋อง การทำเช่นนี้อาจทำให้ความสัมพันธ์สามีภรรยาห่างเหินได้

เฟิ่งหรั่นแสร้งโมโหใส่

“เจ้าจะมารู้ดีกว่าข้าได้อย่างไรจิงเจียว...”

จิงเจียวถอนหายใจ หากอีกฝ่ายไม่อยากบอกนางก็จะไม่เซ้าซี้ถาม

“เจ้าค่ะ ท่านไม่มีก็ไม่มี แต่หากมีเรื่องใดข้าก็พร้อมรับฟังและเป็นเพื่อนคู่คิดให้กับท่านเสมอนะเจ้าคะ”

เมื่อได้ฟังเช่นนี้ ภาระในจิตใจของเฟิ่งหรั่นยิ่งรู้สึกหนักอึ้งอยากระบายยิ่งนัก นางถามบ่าวคนสนิท

“เมื่อตอนที่อยู่ร้านเครื่องประดับ ข้ารู้สึกว่าสายตาขององค์รัช

ทายาทมองข้าแปลกๆ นะ เจ้าสังเกตหรือไม่” นางถามจิงเจียว จิงเจียวทำท่าทางขบคิด พยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่ร้านเครื่องประดับ

“แปลกอยู่นะเจ้าคะ แต่การกระทำของท่านอ๋องเก้านั้นแปลกยิ่ง

กว่า ทรงปักปิ่นให้คุณหนูเช่นนี้ แสดงว่าอีกไม่นานก็คงมีข่าวดีตามมา” จิงเจียวเอ่ยพลางอมยิ้มน้อยๆ การกระทำของลู่อ๋องในวันนี้ค่อนข้างชัดเจนยิ่ง

นัก แม้จะไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูดก็ตาม

“ข้าไม่อยากคิดเรื่องพวกนี้ มีสตรีมากมายที่เหมาะสมกับท่านอ๋อง เจ้าอย่าพูดไร้สาระเลย มาช่วยข้าแต่งตัวดีกว่า” นางเบี่ยงประเด็นทันที หญิงสาวมองตนเองในกระจกทองเหลือง จะเป็นอย่างที่นางรู้สึกหรือไม่นะ...

ลู่เฟยหลงกลับมาถึงตำหนักบูรพา เขานั่งอยู่ที่ศาลาริมสระในอุทยานตำหนักบูรพาอย่างเงียบๆ ฝ่ามือหนึ่งหยิบปิ่นเงินอันงดงามที่ซื้อมาจากร้านเครื่องประดับขึ้นมาควงเบาๆ ความรู้สึกในใจต่อผู้ที่เขาอยากมอบปิ่นนี้ให้มีมากเกินกว่าคำบรรยายใดๆ ความรู้สึกทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนปิ่นนี้ สายตาคมปลาบทอดมองไปยังสระบัวเบื้องหน้า ยามนี้ใกล้ยามสุริยะจะลับขอบฟ้าแล้ว

ซ่งหลานซึ่งเป็นองครักษ์คนสนิท บัดนี้เขายืนอยู่ข้างๆ พระวรกายของผู้เป็นองค์รัชทายาท ท่าทีนิ่งสงบต่างจากท่าทีนิ่งขรึมดุดัน ทว่าบัดนี้กลับแผ่รัศมีของความอ่อนโยนออกมายามจ้องปิ่นปักผมสีเงินนั้น รองแม่ทัพหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ ลู่เฟยหลงหลงรักเฟิ่งหรั่นมานานแต่กลับไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกกับนาง ยิ่งภาพเมื่อตอนกลางวันได้เห็นอนุชาต่างมารดาปักปิ่นให้นางแสดงออกอย่างชัดเจน ย่อมตอกย้ำความรู้สึกในใจของลู่เฟยหลงให้เจ็บแปลบยิ่งนัก

“รัชทายาท จะได้เวลางานเลี้ยงเริ่มแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ” รองแม่ทัพซ่ง

เตือนเบาๆ งานเลี้ยงฉลองต้อนรับนี้เป็นพระเสาวนีย์ของไทเฮาที่ต้องการ

ต้อนรับพระโอรสองค์เล็กกลับมาหลังจากได้รับชัยชนะจากจงโจว แม้ว่าลู่เฟยหลงจะไม่ต้องการให้จัดงานแบบนี้อย่างสิ้นเปลือง แต่ในใจเขาก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมการแสดงของนางเพื่อเขา

แม้จะไม่ได้เป็นความต้องการของนาง แต่เขาก็ดีใจยิ่งนักที่จะได้เห็นนางร่ายรำในวันสำคัญของเขาเช่นนี้

ลู่อ๋องเดินทางออกจากวังของตนเองมุ่งหน้าสู่พระราชวังหลวง แม้ในใจเขาจะไม่ยินดีกับชัยชนะของลู่เฟยหลง แต่ก็อดปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเขาต้องการเห็นสีหน้าอันสิ้นหวังยามเห็นสตรีที่อีกฝ่ายหมายปองสนิทสนมกับตนเอง สายตาของลู่อ๋องปราดมองเพียงครู่หนึ่งตั้งแต่ที่ร้านเครื่องประดับก็รู้แล้วว่าพี่ชายต่างมารดานั้นคิดเช่นไรกับเฟิ่งหรั่น

แม้ว่าเฟิ่งหรั่นจะมีความงามเป็นหนึ่งในแผ่นดินแคว้นเหลียว แต่ก็อดปฏิเสธไม่ได้ว่าเขานั้นถูกใจนาง แต่หาใช่หน้าตาที่งดงามของนางไม่ แต่เป็นฐานอำนาจของครอบครัวนางที่จะหนุนนำเขาในอนาคต ลู่เฟยหลงต้องออกรบบ่อยๆ ไม่มีเวลาสนใจงานราชกิจในเมืองหลวงมากนัก จึงมีเพียงเขาและใต้เท้าเฟิ่งเท่านั้นที่คอยออกช่วยว่าราชการอยู่บ่อยๆ ข้างพระวรกายของฝ่าบาท

คนอย่างลู่อ๋องมีสตรีไม่ขาดกาย แต่ทว่ากลับไม่มีสตรีนางใดที่จะเป็น

ฐานอำนาจหนุนหลังให้เขากลายเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ได้เลย ยกเว้นเฟิ่งหรั่นที่สามารถใช้อำนาจของตระกูลบิดาซึ่งเป็นอัครมหาเสนาบดีและกุนซือคนสำคัญเป็นฐานอำนาจส่งเสริมเขาได้ พระมารดาของเขาซู่ไท่เฟยก็คงต้องการเช่นนี้เหมือนกัน

ลู่เฟยหลงชอบนางแล้วอย่างไร...นางงดงามแล้วอย่างไร สำหรับเขาฐานอำนาจในการหนุนหลังนั้นสำคัญที่สุด อย่างไรก็ต้องหาทางแต่งงานกับเฟิ่งหรั่นให้ได้ แล้วค่อยๆ หาทางควบรวมตระกูลของนางเป็นหนึ่งเดียวกับเขาเพื่อชิงราชบัลลังก์

ลู่อ๋องหรืออ๋องเก้าเดินทางมาถึงในวังหลวงก่อนเริ่มงานไม่กี่ชั่วยาม เขามุ่งตรงไปที่ตำหนักของซู่ไท่เฟยซึ่งเป็นพระมารดาของตน แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงไท่เฟย ในราชสำนักฝ่ายในซู่ไท่เฟยเป็นรองเพียงไทเฮาเท่านั้น แต่กลับไม่มีอำนาจใดสามารถเกลี้ยกล่อมให้เซียวฮองเฮากลายมาเป็นพรรคพวกฝ่ายตนเองได้เลย

“เสด็จแม่” ลู่อ๋องประสานมือก้มศีรษะคำนับมารดาอย่างนอบน้อม มีเพียงมารดาของเขาเท่านั้นที่เขาทำเช่นนี้ นอกนั้นไม่มีสิทธิ์ได้รับความจริงใจหรือความเคารพจากเขาแม้แต่น้อย

ซู่ไท่เฟยคลี่ยิ้มให้กับบุตรชาย พระนางทรงทราบเรื่องที่ลู่อ๋องปักปิ่นให้กับเฟิ่งหรั่นที่ร้านเครื่องประดับนั้นแล้ว หลังจากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับถูกลือลั่นไปในเพลาไม่กี่ชั่วยามว่าเฟิ่งหรั่นนั้น อาจกลายเป็นพระชายาเอกในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งพระนางต้องการให้เป็นเช่นนั้น

“แม่ได้ยินเรื่องที่เจ้าปักปิ่นให้ธิดาใต้เท้าเฟิ่งแล้ว รวดเร็วเสียจริงนะ” ซู่ไท่เฟยยกยิ้มมุมปากหนึ่งข้างเช่นเดียวกับลู่อ๋อง

“ขอเพียงให้ได้แต่งงานกับนางก่อน ค่อยหาทางควบรวมตระกูลของนางให้มาสนับสนุนเรา” ลู่อ๋องเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มแฝงด้วยเลศนัยบนพระ

พักตร์หล่อเหลา รอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ธิดาแค้นต้องเอาคืน
9.2
ตระกูลซูถูกกวาดล้างจนสิ้นซากในคืนเดียว ซูเฉิงอิ้งต้องทนทุกข์จากการถูกน้องสาวทรยศและชายคนรักหลอกใช้จนถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติก่อนจะถูกประหารอย่างอนาถ เมื่อได้รับโอกาสกลับมาเกิดใหม่พร้อมความแค้น นางจึงถือดาบกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เริ่มจากการกำจัดน้องสาวชั่วและคนรักหน้าเนื้อใจเสือ พร้อมสยบคำนินทาที่บิดเบือนความจริงทั้งหมด ทว่าในเส้นทางแห่งการล้างแค้นนี้ ตงฟางไป๋เยว่กลับก้าวเข้ามาป่วนหัวใจจนนางแทบจะวางดาบไม่ลง
หน้าปกนวนิยาย นางฟ้าเมรี
8.9
จากที่เคยปฏิเสธการคลุมถุงชนอย่างหนักแน่น อาจารย์หนุ่มกลับต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อพบว่าสาวข้างบ้านจอมขี้เมาคือคนเดียวกับที่เขาเคยมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนและโหยหามาตลอด เพื่อเปลี่ยนสถานะจากคู่นอนลับๆ ไปสู่เจ้าของหัวใจ เขาจึงยอมปีนรั้วลอบเข้าหาเธอในยามวิกาลจนเกิดเรื่องชุลมุนเจ็บตัว แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นคนบ้ากามและโดนไล่ตะเพิดด้วยความโมโห แต่เขาก็ยังดื้อรั้นที่จะพิสูจน์ความจริงใจเพื่อให้ได้นอนเคียงข้างเธอในฐานะคนพิเศษที่มากกว่าแค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว
หน้าปกนวนิยาย เพลิงร้อนพรางรัก
9.8
นายหัวปราบเติบโตมาพร้อมความโดดเดี่ยวและบาดแผลจากแม่ที่ทอดทิ้ง หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนหยาบกระด้างและเกลียดชังผู้หญิงเข้าไส้ แม้การกลับมาของน้องชายจะช่วยเติมเต็มแสงสว่างในใจได้เพียงชั่วครู่ แต่ความสุขนั้นกลับพังทลายลงเพราะลมพายุร้ายที่ชื่อว่าอันดา ความสูญเสียครั้งใหม่ปลุกไฟแค้นในใจเขาให้ลุกโชน ปราบจึงตั้งมั่นว่าจะลงทัณฑ์ผู้หญิงคนนี้ให้สาสม เธอต้องชดใช้ด้วยความทุกข์ทรมานเจียนตายเพื่อระบายความโกรธแค้นทั้งหมดที่เขามีต่อโลกใบนี้
หน้าปกนวนิยาย GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน
9.5
อธิเมศร์พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เป็นดั่งดวงใจอย่างณชาณัธฐ์ แม้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายหรือต้องตัดสินใจเหนี่ยวไกสังหารศัตรูหน้าไหนก็ตามที่คิดจะย่างกรายเข้ามาทำร้ายเธอ ความรักครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตและความตาย โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการดูแลและคุ้มครองเธอให้ปลอดภัยไปตลอดกาล ท่ามกลางสมรภูมิแห่งความขัดแย้งที่บีบคั้นให้เขาต้องเลือกระหว่างความเมตตาหรือการปลิดชีพเพื่อรักษาชีวิตของหญิงสาวผู้เป็นที่รักที่สุด
หน้าปกนวนิยาย พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม
8.2
หลินซานซานกำพร้าพ่อแม่แต่โชคดีที่ประมุขสกุลหลินรับเลี้ยง ทำให้นางได้ใกล้ชิดกับพี่ชายที่หลงรัก ทว่าหัวใจต้องแตกสลายเมื่อเขาได้รับสมรสพระราชทานกับฮูหยินโฉมงามที่นางไม่เคยเห็นหน้า แม้นางจะพยายามทำใจยอมรับพี่สะใภ้คนใหม่ แต่ความจริงกลับชวนตกตะลึงเมื่อพบว่าฮูหยินผู้นี้คือจางอี้ซวน แม่ทัพหนุ่มผู้น่าเกรงขามที่ปลอมตัวมา เขาข่มขู่ให้นางเก็บงำความลับนี้ไว้แลกกับการหย่าขาดในหนึ่งปี มิเช่นนั้นตระกูลหลินอาจต้องพินาศลงด้วยน้ำมือของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย มลทินสวาทมาเฟีย
7.8
ทายาทสาวของอดีตหัวหน้าแก๊งผู้ไร้ที่พึ่ง จำต้องก้าวเข้าสู่การคุ้มครองของเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล เพื่อทดแทนบุญคุณอันยิ่งใหญ่ เธอจึงยินดีสละสิ้นทั้งชีวิตและพรหมจรรย์ให้แก่เขา ในขณะที่เขาต้องทิ้งความสงบสุขมาเป็นมาเฟียแห่งฮ่องกงด้วยความกตัญญูค้ำคอ เส้นทางที่เต็มไปด้วยเลือดและการเข่นฆ่าศัตรูเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในโลกมืด ท่ามกลางอันตรายและพันธนาการแห่งหนี้ชีวิตที่ยากจะถอนตัว บทพิสูจน์ความรักและความภักดีจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางคาวเลือดและอำนาจ