ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนตราฟาโรห์

มนตราฟาโรห์

โฮรัส ฟาโรห์ผู้เกรียงไกรฉายาเทพแห่งสงคราม ได้พิชิตดินแดนของอามูเนส เจ้าหญิงผู้เลอโฉมจนนางต้องตกเป็นเชลย ทว่าท่ามกลางไฟสงครามกลับก่อเกิดพันธสัญญาแห่งรัก เขาได้วิงวอนต่อเทพธิดาไอซิสเพื่อขอชีวิตอมตะให้ได้ครองคู่กับนางชั่วนิรันดร์จนกว่าสิ้นแสงตะวัน หลายพันปีผ่านไป เอวา นักโบราณคดีสาวได้ขุดพบร่องรอยคำอธิษฐานสุดท้ายนี้ นำไปสู่การไขปริศนาลี้ลับแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์และความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้มงกุฎไอยคุปต์ใน มนตราฟาโรห์
ตอน
แชร์

ตอน 1

ความมืดมน ครอบคลุมไปทุกพื้นที่แสงสว่างจากไฟฉาย ส่องสว่างไปเห็นเป็นเพียงวงกลมเล็กๆนำทาง แต่ทว่าก็ทำให้อุ่นใจไม่ใช่น้อย อย่างน้อยก็พอให้ได้พึงพา

“สิ้นสุด ทางเดินเราอาจจะมองเห็นห้องเก็บพระศพของฟาโรห์ กลัวไหมเอวา”

เสียงทุ้มคล้ายจะปลอบโยน ยามที่ต้องเผชิญกับอะไรที่คาดไม่ถึง ใจของเอวาเต้นไม่เป็นจังหวะ ด้วยความตื่นเต้นกลับสิ่งที่จะปรากฏตรงหน้าของเธอและเดม่อนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แต่กิริยาตรงกันข้ามเธอส่ายหัวไปมาช้าๆ

การก้าวเดินต้องมีความระมัดระวังทุกฝีก้าว กับดักและประตูกลมากมาย ที่ผู้สร้างพีระมิดแห่งนี้ทำไว้เพื่อพวกนักล่าสมบัติและเพื่อปกป้องฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รอการ ฟื้นคืนชีพ 

“ข้างหน้า มีหินปิดทางเข้าไว้” เดม่อนเดินเข้าไปจนใกล้

แสงไฟจากไฟฉายส่องกระทบหินก้อนสีเหลืองอมขาวปิดช่องทางสี่เหลี่ยมไว้มิดชิดไม่มี ทางเล็ดลอดเอวาก้มลงมองที่พื้นรอยต่อระหว่างหินกับพื้นมีการใช้ปูนขาว ฉาบปิดไว้เธอใช้เกียงในมือแซะออกอย่าระมัดระวัง

“ข้างใน มีห้องอย่างแน่นอนไม่ได้ ปิดไว้เพื่อหลอกลวงหากแต่ปิดไว้ด้วยความจงใจ”

เอวา ออกความเห็น เดม่อนออกแรงผลักหินด้วยความเคยชินไม่สะดุ้งสะเทือน

“มีกลไก”

"ตามที่เคยศึกษามาบุตรชายของฟาโรห์หรือผู้ที่จะดำรงตำแหน่งฟาโรห์ คนต่อไปและนักบวชจะเป็นผู้ดึงกลไกปิดผนึก ช่องทางเข้าไว้เราต้องหาทางจัดการกับ กลไกเหล่านั้น"

เดม่อน พยายามอธิบายสิ่งที่ เขาและเธอต่างรู้ดี

“เราคงต้องสำรวจทางสาขาทางอื่น หรือต้องหากลไกให้พบ”

 เอวาไม่พูดว่าอย่างไรเพียงแต่พยักหน้าช้าๆ ขนตางอนยาวหลุบตำ เพียงไม่กี่อึดใจ

เธอจะได้พบสิ่งที่ค้นหามานานแต่กลับทำไม่สำเร็จ เดม่อนเดินเข้าไปใกล้จนเกือบประชิดก่อนจะยกไฟฉายส่องไปทั่วแผ่นหิน ไม่มีร่องรอยของการบุกรุก แสดงว่าทั้งคู่คือผู้ค้นพบอย่างแท้จริง เอวาก้าวเข้าไปข้างหน้าบ้างเมื่อดวงตาสีฟ้าใสสบเข้ากับแสงสะท้อน คล้ายประกายของเพชร ตรงมุมซ้ายของก้อนหินไฟฉายในมือ ส่องกระทบแสงสะท้อนนั้นก่อน เอื้อมมือเข้าไปปัดฝุ่นผงที่หนาทึบออกสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทั้งสองคนทำเอาเดม่อนอ้าปากค้าง 

สลักประตูที่ทำจากเพชร ส่องประกายเมื่อฝุ่นผงหายไป

เอวากดลงบนสลักมันกลับเด้งขึ้น มาเหมือนกลไก

“มันคือกลไก”เดม่อนพยักหน้าขึ้นลง

เอวาออกแรงหมุนเบาๆ เสียงดังกริ้กก่อนที่เสียงกำปะนาทกึกก้องจะดังสนั่น เดม่อนกอดประคองเอวาไว้ กำแพงหินข้างหน้าร่วงลงไปข้างล่างแบบไม่ทันตั้งตัว เอวา เกือบหล่นลงไปข้างล่างด้วยทว่าเดม่อนคว้าร่างบางไว้ทัน

” ระวังเอวา”

ช่องว่างระหว่างหินกับขอบประตูทางเข้าดำมืด ด้วยความลึกที่หินร่วงลงไปเสียงสะท้อนดัง เนิ่นนานทั้งคู่มองฝ่าความมืดไปเดม่อนใช้ไฟฉายส่องลงไปแต่ก็พบเพียงความมืดที่ลึกสุดลึก ถ้าหากร่วงลงไปร่างกายคงแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

เดม่อนกลืนน้ำลายลงคอ ข้างหน้า มีฝุ่นผง กระจายสายตาจับจ้องไปข้างหน้า

เอวา ใช้ไฟในมือส่องเข้าไปยัง ตำแหน่งที่ต้องการเพื่อความปลอดภัยเพราะไม่ทราบว่าข้างหน้ามีอะไรบ้างภาพที่เห็น มีเพียง ผนังห้อง และภาพวาด ปนไปด้วยอักษร อียิปต์

เดม่อนใช้ไฟฉาย ของตัวเองบ้าง กระโดดนำหน้าไปยังห้องโถงกว้างกวาดไฟฉายไปทั่วแล้วแสงไฟฉายก็หยุดลงที่แท่น หินสูงกลางห้อง ที่วางอยู่ข้างบนคือ โรงบรรจุ มัมมี่ ที่ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นของใครด้วย วัตถุ ชนิดนั้นเป็นทอง เหลืองอร่าม แม้จะมีฝุ่นสีน้ำตาล เกาะอยู่บ้างก็ไม่สามารถทำให้ประกายทอง หมองหม่น ทั้งสองมองหน้ากันไปมา เอวาก้มลงมอง ฝาโลงศพที่ทำให้เป็นใบหน้า และร่างของคนที่ ทำจากทองคำ ปรากฏตัวอักษรอียิปต์ สลักชื่อ ไว้ตรงส่วนอก

“โฮรัส” เอวาทวนชื่อช้าๆ ก่อนที่ลม ไม่ทราบที่มาจะพัด กระโชก ผ่าน ปะทะร่างบางจน หนาวยะเยือก

เดม่อน วางกระเป๋าเป้ ก่อนจะหยิบตะเกียงเจ้า พายุแบบชาร์ต แบตเตอรี่ ขึ้นมา วางไว้บนแท่นหิน ทั้งสองอัน เปิดสวิตช์ ด้านบน จน สว่างไปทั่วบริเวณ

“เร่งมือหน่อย เอวาก่อนที่แบตจะหมด”

เอวา วางกระเป๋าเป้ลงบ้าง หยิบ เกียงขนาดใหญ่ออกมา งัด ฝาครอบ คาโนปิค ออก เดม่อนออกแรงผลักเสียงเลือนออกช้าๆกลิ่นยางไม้หอมกระจายออกมาจาก รอยเลื่อนภาพตรงหน้าคือร่างของมัมมี่ที่ถูกพันด้วยผ้าลินินจุ่มน้ำมันยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยน กระดาษปาปิรุสวางอยู่ข้างซ้ายมือของร่างกาย เอวาหยิบขึ้นมา แก้เชือกที่ผูกไว้ก่อนจะอ่านทำความเข้าใจ

เอวากดลงบนสลักมันกลับเด้งขึ้นมาเหมือนกลไก

เอวาออกแรงหมุนเบาๆ เสียงดังกริ้กก่อนที่เสียงกำปะนาทกึกก้องจะดังสนั่น เดม่อนประคองร่างบางของเอวาไว้กำแพงหินข้างหน้าร่วงลงไปข้างล่างแบบไม่ทันตั้งตัว เอวาเกือบหล่นลงไปข้างล่างด้วยทว่าเดม่อนคว้าไว้ทัน

“ระวังเอวา”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องไร้หัวใจ
9.4
โชคชะตานำพาให้ข้าต้องตกหลุมรักหญิงสาวผู้เลอโฉมจากการสบตาเพียงครั้งเดียว ทว่าท่ามกลางความขัดแย้งที่รุมเร้าและความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ทำให้ข้าจำต้องเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชาและห่างเหิน จนใครต่อใครต่างพากันลือว่าข้าคือบุรุษผู้ไร้ซึ่งหัวใจและไม่เคยมีความรู้สึกรักใคร่ให้แก่ผู้ใดเลยแม้แต่น้อย แต่แท้จริงแล้วภายในใจของข้ากลับเต็มไปด้วยความโหยหาและความรักที่สลัดไม่หลุดเพียงเพื่อนางผู้เป็นที่รักคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย สุดที่รักของจักรพรรดิ
9.8
เฉียวชูเยว่อุทิศตนดูแลสามีจนได้เป็นขุนนาง ทว่าเขากลับทรยศนางด้วยความโลภและเจ้าชู้ เพื่อปกป้องอนาคตของเขา นางจำต้องยอมทอดกายรับใช้จักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดอย่างกล้ำกลืน ขณะที่สามีเสวยสุขในลาภยศและสตรีอื่น นางกลับถูกตอบแทนด้วยใบหย่าและถูกไล่ล่าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุด จักรพรรดิได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมยื่นข้อเสนอให้นางมาเป็นผู้หญิงของพระองค์ เพื่อแลกกับการคุ้มครองไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกนางได้อีกตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ปลูกรักฮูหยินแม่ทัพปีศาจ
8.8
เมื่อชีวิตเดิมไร้ความหมาย เก้าเทียนรุ่ยจึงตัดสินใจเดิมพันกับโชคชะตาเพื่อตามหารักแท้จนได้พบกับเสวียนลิ่วหลาง แม่ทัพผู้แข็งแกร่งแต่กลับอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นจากความไม่แน่ใจ แต่ความผูกพันที่ผ่านพ้นอุปสรรคมาด้วยกันก็ค่อยๆ ถักทอเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ท่ามกลางความเขินอายและการเรียนรู้นิสัยใจคอ เสวียนลิ่วหลางตัดสินใจประกาศความเป็นเจ้าของอย่างหนักแน่น เพราะเมื่อพบคนที่ใช่ดั่งตะเกียบที่ต้องอยู่คู่กัน เขาก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษารักนี้ไว้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
8.1
วัสสิกาเดินทางสู่ประเทศอินเดียและข้ามภพไปพบเจ้าชายในอดีตเพื่อช่วยเหลือเขาในการครองบัลลังก์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามกาลเวลา แม้รักในอดีตจะยากเป็นจริง แต่โชคชะตาก็นำพาเธอมาพบกับทายาทผู้สืบเชื้อสายจากเขาในโลกปัจจุบัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับเจ้าชายจอมยโสผู้ทำลายความตั้งใจของเธออย่างไร้เยื่อใย วัสสิกาต้องเผชิญกับบทพิสูจน์หัวใจที่แสนซาบซึ้งและสนุกสนาน เพื่อตามหาบทสรุปของความรักที่มั่นคงดั่งศิลาและไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพหมื่นลี้จรดพู่กันคะนึงหา
9.7
ความรักที่ก้าวข้ามขอบเขตแห่งกาลเวลาและภพชาติถูกถ่ายทอดผ่านปลายพู่กันที่เต็มไปด้วยความโหยหา แม้จะพยายามเรียงร้อยถ้อยคำเป็นบทกวีเพื่อระบายความทุกข์ระทมเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหวนคืนสู่อ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักได้อีกครั้ง ไม่ว่าท่านจะสถิตอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ข้าพร้อมที่จะติดตามไปทุกแห่งหน แม้น้ำตาจะหลั่งรินจนกลายเป็นสายน้ำก็ไม่อาจนำพาเราให้มาพบพานกันได้อีก ความคิดถึงนี้จะยังคงอยู่ชั่วนิรันดร์โดยไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้าคือเจ้าเท่านั้น
8.5
ซินเอ๋อร์พยายามหลบเลี่ยงสายตาอันเร่าร้อนของสามีด้วยความเขินอาย นางปกปิดร่างกายอย่างมิดชิดท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หา ทว่าฝ่ายชายกลับดึงรั้งตัวนางให้หันมาเผชิญหน้าเพื่อสบตากันอย่างใกล้ชิด แม้หญิงสาวจะยืนกรานว่าไม่กล้าสู้หน้า แต่เพียงแค่การเหลือบไปเห็นความยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่เพียงชั่วครู่ ก็ทำให้นางตื่นตระหนกจนทำตัวไม่ถูก ท่ามกลางความใกล้ชิดที่แสนเย้ายวนใจในค่ำคืนนี้ที่เขาปรารถนาจะให้ซินเอ๋อร์จ้องมองเขากลับเช่นกัน