ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนตราฟาโรห์

มนตราฟาโรห์

โฮรัส ฟาโรห์ผู้เกรียงไกรฉายาเทพแห่งสงคราม ได้พิชิตดินแดนของอามูเนส เจ้าหญิงผู้เลอโฉมจนนางต้องตกเป็นเชลย ทว่าท่ามกลางไฟสงครามกลับก่อเกิดพันธสัญญาแห่งรัก เขาได้วิงวอนต่อเทพธิดาไอซิสเพื่อขอชีวิตอมตะให้ได้ครองคู่กับนางชั่วนิรันดร์จนกว่าสิ้นแสงตะวัน หลายพันปีผ่านไป เอวา นักโบราณคดีสาวได้ขุดพบร่องรอยคำอธิษฐานสุดท้ายนี้ นำไปสู่การไขปริศนาลี้ลับแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์และความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้มงกุฎไอยคุปต์ใน มนตราฟาโรห์
ตอน
แชร์

ตอน 2

ช่องว่างระหว่างหินกับขอบประตูทางเข้าดำมืด ด้วยความลึกที่หินร่วงลงไปเสียงสะท้อนดัง เนิ่นนาน ทั้งคู่มอง ฝ่าความมืดไป เดม่อนใช้ ไฟฉายส่องลงไปแต่ก็พบเพียงความมืดที่ลึกสุดลึก ถ้าหากร่วงลงไปร่างกายคงแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

เดม่อนกลืนน้ำลายลงคอ ข้างหน้ามีฝุ่นผงกระจายสายตาจับจ้องไปข้างหน้า

เอวาใช้ไฟในมือส่องเข้าไปยัง ตำแหน่งที่ต้องการเพื่อความปลอดภัยเพราะไม่ทราบว่าข้างหน้ามีอะไรบ้างภาพที่เห็น มีเพียงผนังห้องและภาพวาดปนไปด้วยอักษรอียิปต์

เดม่อนใช้ไฟฉาย ของตัวเองบ้าง กระโดดนำหน้าไปยังห้องโถงกว้างกวาดไฟฉายไปทั่วแล้วแสงไฟฉายก็หยุดลงที่แท่น หินสูงกลางห้อง ที่วางอยู่ข้างบนคือ โรงบรรจุมัมมี่ ที่ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นของใครด้วย วัตถุชนิดนั้นเป็นทองเหลืองอร่าม แม้จะมีฝุ่นสีน้ำตาล เกาะอยู่บ้างก็ไม่สามารถทำให้ประกายทองหมองหม่นทั้งสองมองหน้ากันไปมา เอวาก้มลงมองฝาโลงศพที่ทำให้เป็นใบหน้า และร่างของคนที่ ทำจากทองคำ ปรากฏตัวอักษรอียิปต์สลักชื่อไว้ตรงส่วนอก

“โฮรัส” เอวาทวนชื่อช้าๆ ก่อนที่ลมไม่ทราบที่มาจะพัดกระโชกผ่านปะทะร่างบางจนหนาวยะเยือก

เดม่อน วางกระเป๋าเป้ก่อนจะหยิบตะเกียงเจ้าพายุแบบชาร์ตแบตเตอรี่ขึ้นมาวางไว้บนแท่นหิน ทั้งสองอัน เปิดสวิตช์ด้านบนจนสว่างไปทั่วบริเวณ

“เร่งมือหน่อยเอวา แบตเตอรรี่ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน”

เอวา วางกระเป๋าเป้ลงบ้าง หยิบเกียงขนาดใหญ่ออกมางัดฝาครอบคาโนปิคออก เดม่อนออกแรงผลัก เสียงเลื่อนออกช้าๆ กลิ่นยางไม้หอมกระจายออกมาจากรอยเลื่อน ภาพตรงหน้าคือร่างของมัมมี่ที่ถูกพันด้วยผ้าลินินจุ่มน้ำมันยังคงสภาพเดิม ไม่เปลี่ยนกระดาษปาปิรุส วางอยู่ข้างซ้ายมือของร่างกาย เอวาหยิบขึ้นมา แก้เชือกที่ผูกไว้ก่อนจะอ่านทำความเข้าใจ

โฮรัส  ครองราชย์ ระยะเวลา 65ปี

คำขอของ ครั้งสุดท้ายนางอันเป็นที่รักจงกลับมาหาข้าได้ ไหม .....อามูเนส... ..

ภรรยาที่รัก แห่งข้า ขอเทพธิดาไอซิส

มอบชีวิต อมตะให้ข้าและนาง

..รอ เจ้าอยู่ที่นี่ ตราบ ดวงอาทิตย์อับแสง

..รอเจ้าอยู่ร่วมเดินทางสู่ฟากฟ้า พร้อมกัน” ลมพัดวูบมาอีกครั้งกระดาษปาปิรุส หลุด จากมือของ เอวา  เสียงคล้ายเสียงกระซิบ ดังแผ่วๆ ข้างใบหู

“เจ้ากลับมาแล้ว.... อามูเนส”

 ตากลมโตของเอวาเบิกโพลง ก่อนที่ประตูห้องโถงจะถูกปิดอีกครั้งด้วยหินก้อนเดิมที่เลื่อนขึ้นมาปิดทางเข้าออกไว้เดม่อนถลาไปตรงช่องประตูอย่างรวดเร็ว เอวา ไม่ทันได้คิด ยืนนิ่งเหมือนต้องมนต์ ประตูปิดสนิทเอวาตกใจจนแทบสิ้นสติ วิ่งไปยังทางออก ลมผ่านลอดช่องด้านล่างเข้ามา แต่ไม่ได้ยินเสียงของเดม่อนที่ ตะโกนเรียกเธอดังลั่น

ไม่มีทางออก

เอวาลูบคลำหาทางออก แต่ไม่พบสิ่งใด แสงสว่างจาก ตะเกียงเริ่มอ่อนแสงลง

เอวาวิ่งไปปิดตะเกียงอันหนึ่งไปก่อนที่จะหันกลับมาที่ทางออกมองหา กลไกที่เหมือนกันกลับข้างนอกแต่ว่างเปล่า หันหลังพิงประตูหลับตาลงช้าๆใช้สมาธิ และความน่าจะเป็นก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งภาพตรงหน้า กลับเป็นที่ที่เอวาไม่เคยเห็นมาก่อนเสาสูงใหญ่คล้ายเสาโรมัน หลายสิบต้นห้องโถงโอ่อ่า ร่างบางยืนอยู่กลางห้องโถงกว้าง มองขึ้นไปสูงลิบแท่นประทับขององค์ฟาโรห์ใบหน้าคมเข้มผิวสีแทนแผ่นอกหนากว้างเต็มไปด้วยมัดกล้าม   ใบหน้างดงามเกินชาย หากมีแต่สีผิวที่ทำให้ความงดงามของใบหน้ายิ่งดูมีมนต์ขลัง

สายตาคมเข้มมองเอวา ด้วยความฉงน

“ เจ้าเองรึ บุตรแห่งฮามาดิ ที่เลื่องลือ”

เอวาบัดนี้กลับเป็น อามูเนสย่อตัวลงช้าๆเงยหน้าที่ถูกแต่งแต้มให้สวยสดยิ่งขึ้นไปหน้าพระพักตร์องค์ฟาโรห์ พระองค์ก้าวลงมาจากแท่นประทับมาหยุดอยู่ตรงหน้า ก่อนจะยกมือเชยคางมนให้สบตาเอวาพยายามหลบสายตาคมแต่เหมือนต้องมนต์

“สมดังคำร่ำลือ” สะบัดมือปล่อยคางมน ก่อนจะเดินกลับไปยังแท่นประทับ

“คงรู้ว่าต้องใช้ชีวิตอย่างไรในเมื่อฮามาดิเป็นเชลยของข้าโฮรัส”

“ข้าเพียงแต่หวังว่า ..องค์ฟาโรห์จะทรงทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในการเปลี่ยนตัวเชลย ปล่อยท่านพ่อของข้าเป็นอิสระเสียที”

 ดวงตาที่ประกอบไปด้วยขนตางอนงามหลุบต่ำลงไม่กล้าสบตา

“มันอยู่ ที่เจ้า..อามูเนสว่าเจ้าจะสามารถทำให้ข้าโฮรัสพอใจเพียงไร คงไม่นานก็ต้องทำตามสัญญา หากว่าเจ้าเป็นที่น่าพอใจ”

ริมฝีปากอามูเนสเม้มสนิทจมูกโด่งรั้นเชิดด้วยความถือตัว ฐานะเชลยทั้งที่อยู่แบบองค์หญิงมาตลอด ดวงตาปวดร้าวด้วยไม่เคยรู้สึกอัปยศขนาดนี้มาก่อนในชีวิต การที่ต้องตกอยู่ในมือของศัตรู ที่ขึ้นชื่อว่าร้ายกาจที่สุดในแผ่นดินฟาโรห์ผู้ซึ่งเลื่องชื่อเรื่องความหฤโหด แม้กระทั่งกลับผู้หญิงยังไม่เว้นวาย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องไร้หัวใจ
9.4
โชคชะตานำพาให้ข้าต้องตกหลุมรักหญิงสาวผู้เลอโฉมจากการสบตาเพียงครั้งเดียว ทว่าท่ามกลางความขัดแย้งที่รุมเร้าและความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ทำให้ข้าจำต้องเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชาและห่างเหิน จนใครต่อใครต่างพากันลือว่าข้าคือบุรุษผู้ไร้ซึ่งหัวใจและไม่เคยมีความรู้สึกรักใคร่ให้แก่ผู้ใดเลยแม้แต่น้อย แต่แท้จริงแล้วภายในใจของข้ากลับเต็มไปด้วยความโหยหาและความรักที่สลัดไม่หลุดเพียงเพื่อนางผู้เป็นที่รักคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย สุดที่รักของจักรพรรดิ
9.8
เฉียวชูเยว่อุทิศตนดูแลสามีจนได้เป็นขุนนาง ทว่าเขากลับทรยศนางด้วยความโลภและเจ้าชู้ เพื่อปกป้องอนาคตของเขา นางจำต้องยอมทอดกายรับใช้จักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดอย่างกล้ำกลืน ขณะที่สามีเสวยสุขในลาภยศและสตรีอื่น นางกลับถูกตอบแทนด้วยใบหย่าและถูกไล่ล่าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุด จักรพรรดิได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมยื่นข้อเสนอให้นางมาเป็นผู้หญิงของพระองค์ เพื่อแลกกับการคุ้มครองไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกนางได้อีกตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ปลูกรักฮูหยินแม่ทัพปีศาจ
8.8
เมื่อชีวิตเดิมไร้ความหมาย เก้าเทียนรุ่ยจึงตัดสินใจเดิมพันกับโชคชะตาเพื่อตามหารักแท้จนได้พบกับเสวียนลิ่วหลาง แม่ทัพผู้แข็งแกร่งแต่กลับอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นจากความไม่แน่ใจ แต่ความผูกพันที่ผ่านพ้นอุปสรรคมาด้วยกันก็ค่อยๆ ถักทอเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ท่ามกลางความเขินอายและการเรียนรู้นิสัยใจคอ เสวียนลิ่วหลางตัดสินใจประกาศความเป็นเจ้าของอย่างหนักแน่น เพราะเมื่อพบคนที่ใช่ดั่งตะเกียบที่ต้องอยู่คู่กัน เขาก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษารักนี้ไว้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
8.1
วัสสิกาเดินทางสู่ประเทศอินเดียและข้ามภพไปพบเจ้าชายในอดีตเพื่อช่วยเหลือเขาในการครองบัลลังก์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามกาลเวลา แม้รักในอดีตจะยากเป็นจริง แต่โชคชะตาก็นำพาเธอมาพบกับทายาทผู้สืบเชื้อสายจากเขาในโลกปัจจุบัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับเจ้าชายจอมยโสผู้ทำลายความตั้งใจของเธออย่างไร้เยื่อใย วัสสิกาต้องเผชิญกับบทพิสูจน์หัวใจที่แสนซาบซึ้งและสนุกสนาน เพื่อตามหาบทสรุปของความรักที่มั่นคงดั่งศิลาและไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพหมื่นลี้จรดพู่กันคะนึงหา
9.7
ความรักที่ก้าวข้ามขอบเขตแห่งกาลเวลาและภพชาติถูกถ่ายทอดผ่านปลายพู่กันที่เต็มไปด้วยความโหยหา แม้จะพยายามเรียงร้อยถ้อยคำเป็นบทกวีเพื่อระบายความทุกข์ระทมเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหวนคืนสู่อ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักได้อีกครั้ง ไม่ว่าท่านจะสถิตอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ข้าพร้อมที่จะติดตามไปทุกแห่งหน แม้น้ำตาจะหลั่งรินจนกลายเป็นสายน้ำก็ไม่อาจนำพาเราให้มาพบพานกันได้อีก ความคิดถึงนี้จะยังคงอยู่ชั่วนิรันดร์โดยไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้าคือเจ้าเท่านั้น
8.5
ซินเอ๋อร์พยายามหลบเลี่ยงสายตาอันเร่าร้อนของสามีด้วยความเขินอาย นางปกปิดร่างกายอย่างมิดชิดท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หา ทว่าฝ่ายชายกลับดึงรั้งตัวนางให้หันมาเผชิญหน้าเพื่อสบตากันอย่างใกล้ชิด แม้หญิงสาวจะยืนกรานว่าไม่กล้าสู้หน้า แต่เพียงแค่การเหลือบไปเห็นความยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่เพียงชั่วครู่ ก็ทำให้นางตื่นตระหนกจนทำตัวไม่ถูก ท่ามกลางความใกล้ชิดที่แสนเย้ายวนใจในค่ำคืนนี้ที่เขาปรารถนาจะให้ซินเอ๋อร์จ้องมองเขากลับเช่นกัน