ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เบี้ยปรารถนา

เบี้ยปรารถนา

ปิ่นลดาประกาศกร้าวว่าเธอคือผู้หญิงของนายใหญ่ผู้แสนดี โดยไม่รู้เลยว่าชายร่างใหญ่ที่เธอกำลังต่อว่าอย่างรุนแรงนั้นคือตัวจริงที่เธอถวิลหา หล่อนขู่จะฟ้องเขาให้ลงโทษเขาฐานที่กล้าล่วงเกิน ก่อนจะวิ่งหนีไปในความมืด ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นหญิงสาวกระหายอยากเป็นคนของเขาขนาดนี้ เขาจึงตัดสินใจพับแผนการใช้เทคโนโลยีผลิตทายาททิ้งไป แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเบี้ยตัวน้อยที่พร้อมจะมอบทั้งตัวและหัวใจให้เขาด้วยตัวเอง
ตอน
แชร์

ตอน 2

หากทั้งหมดนั้น มันเกิดเมื่อสิบกว่าวันก่อน ไม่ใช่สิ่งที่หล่อนรู้สึกในเวลานี้

ปิ่นลดาเดินทอดฝีเท้าเดินจากบ้านหลังเล็กสีฟ้าเรื่อยๆ จนมาถึงเขตสวนดอกไม้ด้านข้างคฤหาสน์ คะเนด้วยสายตาเฉพาะสวนดอกไม้แห่งนี้ก็น่าจะกินพื้นที่กว่าสองไร่ ทุกอย่างช่างงดงามและสมบูรณ์แบบ หากเธอรู้ว่ามันจะสร้างความประทับใจแต่แรกเห็นเท่านั้น แต่หลังจากนั้นมันคือความเงียบสงัด เย็นชาและมืดมิด ไร้อิสระโดยสิ้นเชิง

ลูกจ้างที่ไหนกันถึงห้ามออกพ้นเขตรั้วบ้าน เราไม่ใช่นักโทษสักหน่อย ถึงจะจ้างด้วยค่าจ้างสูงลิบ แต่สิทธิพื้นฐานของลูกจ้างยังต้องมีเหมือนกัน ถ้ารู้ว่ามาแล้วจะเจออย่างนี้ ไม่มีทางมาหรอก

คนหน้าหวานมุ่ยหน้าลง เมื่อประจักษ์กับความจริงในข้อนี้ เธอกำลังจะหันกายกลับเมื่อรับรู้ว่าได้ล่วงล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ด้านหน้าแล้ว เพราะศจีสาวใหญ่ร่างผอมบางที่เธอพูดคุยอยู่ทุกวันได้บอกเป็นเชิงห้ามเอาไว้

หากว่าความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้เธอต้องชะงักพลัน

คนร่างสูงใหญ่ในเครื่องแต่งกายกางเกงยีนส์กระชับตัวกับเสื้อทีเชิ้ตสีน้ำเงินไว้ข้างใน สวมทับด้วยแจ๊กเกตสีน้ำตาลเนื้อหนาที่ดูน่าจะเหมาะสำหรับการบุกงานอยู่กลางแจ้งหรือลุยเข้าป่ามากกว่าเดินอยู่ในคฤหาสน์หรูหรา เขากำลังย่างเท้าออกมาแล้วตรงไปยังรถยนต์คันใหญ่ที่มีดินโคลนเกาะแห้งกรัง จังหวะชายคนนั้นเปิดประตูรถ เขาก็หันขวับมาทางเธอ

ปิ่นลดาเบิกตาโต หลบเลี่ยงไม่ทัน รู้ว่าตนช่างเสียมารยาทที่แอบมองและยืนจ้องเขาอยู่อย่างนั้น พักเดียวที่เธอเห็นแววตาของเขาทอความสงสัยก่อนจะจางหายในไม่กี่วินาที

เขาก้มหน้าทักทายให้เธออย่างสุภาพ...ยิ่งทำให้ปิ่นลดาเงอะงะหนักกว่าเดิม เธอได้แต่ยิ้มตอบ แต่คงทั้งแหยและจืดเจื่อนอย่างน่าตลก เพราะเห็นประกายพริบพราวในดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น

ชายคนนั้นขับรถออกไปแล้ว ปิ่นลดาจึงหันกายกลับ เร่งฝีเท้าไปยังที่ของตัวเองโดยไม่คิดจะเหลือบแลไปทางอื่นด้วยความอยากรู้อีก

ภาพการพบเจอของเธอกับผู้ชายร่างใหญ่หนวดเครารุงรังอยู่ในสายตาผู้ชายอีกคน ดวงตาคมเข้มสีสนิมเหล็กทอดมองจากหน้าต่างห้องทำงาน เขาหรี่ตามองเธออย่างประเมิน ก่อนจะปรายตามองตามรถยนต์คันที่แล่นห่างออกไป

“เมื่อกี้คุณไปไหนมา ฉันเอามื้อเที่ยงมาให้ วางอยู่บนโต๊ะ ใกล้จะเย็นชืดแล้ว รีบกินซะนะ”

คำพูดแรกจากคนเดียวที่แวะเวียนมาให้เธอได้พูดคุยอยู่ทุกวันนับจากย่างกรายมาดังขึ้น แต่บ่อยครั้งก็ทำให้ขัดใจเพราะศจีไม่ใช่เพื่อนคุยที่น่าเพลินใจนักหรอก...สารพัดคำห้าม ข้อควรปฏิบัติและบางทีก็เป็นคำถามเข้มงวดที่มาจากเจ้าตัว จนทำให้ปิ่นลดาคิดว่าเธอมีผู้คุมมากกว่าคนร่วมงาน หรือแม้แต่จะเป็นใครที่มาพูดคุยให้หายเหงา

“ออกไปเดินเล่น อุดอู้อยู่ในบ้านทั้งวัน ฉันเบื่อ” ปิ่นลดาบ่น ถึงอย่างไรศจีก็เป็นคนเดียวที่เธอบอกความรู้สึกได้ “ฉันจะได้ทำงานเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นะ พักอยู่อย่างนี้รู้สึกกินแรงนายจ้างชะมัด”

เจ้าหล่อนบ่นพึม โดยไม่ได้มองคนวัยสูงกว่าที่เบือนไปทางอื่นพร้อมสีหน้าแปลกเปลี่ยนไป

ปิ่นลดานั่งประจำเก้าอี้ตรงโต๊ะทานอาหารในห้องครัว เปิดสำรับที่จัดมาอย่างประณีตและตั้งใจ หล่อนหันมองสาวใหญ่ที่เดินอย่างเงียบกริบเป็นเชิงขอบคุณ หากไม่วายทิ้งท้ายด้วยคำบ่น

“ไม่นานฉันคงอ้วนตัวกลม นั่งๆ นอนๆ ทุกวัน อาหารที่ศจีเอามาให้ก็อร่อยทั้งนั้น”

“คุณอ้วนอีกนิดก็ยังสวยค่ะ”

“จริงเหรอศจี พูดอย่างนี้รู้หรือเปล่าว่าฉันบ้ายอ ถือเอาจริงจังเลยนะ”

ปิ่นลดาล้อคนหน้านิ่ง ขนาดนี้แล้วเจ้าตัวแค่ยกมุมปากยิ้มตอบนิดเดียว

“ฉันกลับแล้วนะ เย็นจะมาใหม่ คุณอยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า”

ปิ่นลดาชะงักมือที่กำลังตักอาหาร นิ่งเป็นครู่ ก่อนส่ายหน้าปฏิเสธ

สุดท้ายก็อยู่ตามลำพัง ศจีคงไม่ใช่เพื่อนคุยของเธอจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่แค่มาส่งข้าวปลาวันละสามครั้งแล้วจากไปเมื่อหมดหน้าที่อย่างนี้หรอก

ในบ้านหลังกะทัดรัดที่ปลูกสร้างมาหลายสิบปีตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ สภาพภายนอกเก่าคร่ำคร่าเพราะขาดการดูแล แต่ด้านในยังคงสะอาดสะอ้าน เครื่องใช้เครื่องเรือนแม้จะเป็นของเก่าแต่ดูมีราคา เห็นกลิ่นไอความหรูหราครั้งอดีต

“เด็กบอกว่าคุณให้รื้อของในห้องยายลดาทิ้ง หมายความว่ายังไง เด็กคนนั้นแค่ไปทำงานไม่ใช่หรือ กลับมาแล้วจะพักห้องไหน”

“กว่าจะกลับมา บ้านก็เปลี่ยนมือไปแล้ว ทยอยเคลียร์ของในบ้านตอนนี้แหละดีแล้ว”

“คุณ...” คู่ชีวิตอุทาน มองชายวัยกลางคนอย่างคาดไม่ถึง สีหน้าและแววตานั้นดูเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกอย่างที่เธอว่าดูแปลกตา

“ผมตัดสินใจแล้วว่าเราควรย้ายออกจากบ้าน ไปอยู่ใกล้ลูกของเรา หรือว่าคุณไม่อยากไป”

“อยากสิคะ ฉันบอกคุณให้ขายตั้งนานแล้ว คุณมัวแต่เสียดายสมบัติเก่าของพ่อแม่คุณ ที่ดินแถบนี้ใครๆ ก็ต้องการ ขายกันตารางวาละตั้งหลายแสน ยิ่งของเรากินเนื้อที่ตั้งสองไร่กว่า ขายตอนนี้เราก็เป็นเศรษฐีกันแล้วนะคุณ”

นายวัฒนะพยักหน้า มองสีหน้าดีใจของภรรยาแล้วมีกำลังใจว่าตนได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

สำหรับเด็กคนนั้น เขาก็ได้ทำตามคำขอของลูกน้องเก่าเหมือนกัน เลี้ยงดูลูกสาวกำพร้าของเจ้าตัวก่อนจะสิ้นใจให้มีการศึกษา ส่งเสียให้เรียนจบปริญญา...คำสัญญาที่เขายึดถือมีเพียงเท่านี้ และมันสิ้นสุดเมื่อหลายเดือนก่อน

นับจากนี้ปิ่นลดาจะมีชีวิตเป็นอย่างไร ก็ไม่เกี่ยวกับเขา

“แล้วยายลดารู้เรื่องที่เราจะย้ายกันหรือยังคะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกบังคับให้แต่งงาน ฉันก็ตกเป็นเป้าของพ่ออันธพาลของเจ้าบ่าว
8.2
หยวนอินถูกพี่สาวหักหลังจนสูญเสียความบริสุทธิ์ให้ชายแปลกหน้าในคืนเรียนจบ ซ้ำร้ายแฟนที่คบมานานยังทอดทิ้ง เธอจึงถูกบีบให้แต่งงานกับโจวจือรุ่ยเพื่อพยุงครอบครัว ทว่าโจวไป่เฉินพ่อบุญธรรมมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลกลับคอยปกป้องเธออย่างผิดปกติ ความลับดำมืดเปิดเผยว่าเขาคือชายในคืนนั้น แต่เมื่อความรักก่อตัวเขากลับผลักไสเธออย่างเลือดเย็น จนวันที่เธอเริ่มชีวิตใหม่กับชายอื่น เขากลับมาอ้อนวอนขอโอกาสด้วยความคลั่งรัก ทว่าหยวนอินในวันนี้จะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างของใครอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย มิอาจห้ามใจรัก
8.2
เพื่อขัดขวางไม่ให้พาทิศทำลายงานแต่งงานของบิดากับเพื่อนสนิท อุมารินทร์จึงตัดสินใจยอมพลีกายแลกกับความบริสุทธิ์เพื่อหยุดยั้งเขาไว้ แต่เมื่อเรื่องราวควรจะจบลง ชายหนุ่มกลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในฐานะแขกไม่ได้รับเชิญ อุมารินทร์พยายามเข้าแทรกแซงเพื่อปกป้องครอบครัว ทว่าพาทิศไม่ได้กลับมาเพื่อทวงคนรักเก่าคืน เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือการทวงสิทธิ์เหนือร่างกายและหัวใจของเมียคืนเดียวอย่างเธอ ให้กลับมาอยู่ใต้อำนาจของเขาตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย You're My Breakfast มื้อเช้าอันแสนอบอุ่น
8.3
ท่ามกลางแสงสีของเซี่ยงไฮ้ ฟู่ ชิงชวน ซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาแห่งเฉิงหยวนกรุ๊ปได้ปิดตายหัวใจจากความรักหลังถูกคนรักเก่าทรยศ ทว่าโชคชะตากลับนำพาให้เขาได้พบกับ ฟาง ซีอัน หญิงสาวผู้มุ่งมั่นที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศเพื่อเผชิญหน้ากับมรสุมหนี้สินพนันมหาศาลของลุง เธอตัดสินใจเข้าทำงานในบริษัทของเขาเพื่อกอบกู้สถานการณ์ครอบครัว การพบกันโดยบังเอิญครั้งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ทลายกำแพงน้ำแข็งในใจ และเปลี่ยนความโดดเดี่ยวให้กลายเป็นความอบอุ่นที่พวกเขาโหยหา
หน้าปกนวนิยาย จากเงารัก สู่การเป็นตัวของตัวเอง
7.9
ตลอดระยะเวลากว่าห้าปีที่ฉันต้องยอมใช้ชีวิตอยู่ในเงามืดฐานะคนรักลับๆ ของเขา เพียงเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับพี่ชายผู้ล่วงลับของเขาซึ่งเป็นคู่หมั้นตัวจริงของฉัน แต่เมื่อพันธะแห่งคำสัญญานั้นจบสิ้นลง เขากลับทำลายความรู้สึกกันอย่างเลือดเย็นด้วยการสั่งให้ฉันเป็นคนจัดการเตรียมงานหมั้นของเขากับผู้หญิงคนอื่นด้วยตัวเอง เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการพยายามกลับมาเป็นตัวของตัวเองจึงได้เริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ถ่อย
8.2
นิยายแนวโคแก่กินหญ้าอ่อนเรื่องนี้ถ่ายทอดความสัมพันธ์อันโหดร้ายผ่านตัวละคร ยักษ์ คีรี ดอว์สัน ชายผู้เต็มไปด้วยความถ่อยและรุนแรง เขาได้ตัว มายาวี มาครอบครองในฐานะสินค้าขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้สิน แม้เขาจะปฏิบัติกับเธออย่างทารุณและใช้กำลังข่มเหงตามสัญชาตญาณดิบ แต่ความสดใสและท่าทีดื้อรั้นของเด็กสาวกลับเริ่มสั่นคลอนหัวใจคนเลวอย่างเขาให้หวั่นไหว ท่ามกลางบททดสอบทางอารมณ์และเซ็กส์ที่ดุเดือด มาลุ้นกันว่าคนต่ำทรามจะพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของสินค้ามีชีวิตชิ้นนี้จนยอมใจอ่อนได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ขอแค่ได้รัก
7.8
น้ำใสจำต้องแบกรับความเกลียดชังจากวาโย ชายหนุ่มที่ตราหน้าว่าเธอเป็นคนทำลายอนาคตและชีวิตของเขาลงกับมือ แม้ลึกๆ เธอจะมีเหตุผลที่ซ่อนไว้ แต่มันกลับเป็นความจริงที่แสนเห็นแก่ตัวจนยากจะเอ่ยออกไป ด้านวาโยเองก็ไม่เคยรู้สึกโกรธแค้นใครเท่าผู้หญิงจอมวางแผนคนนี้มาก่อน เขาชิงชังที่เธอเข้ามาทำลายทุกอย่าง โดยเฉพาะการทำให้คนรักของเขาต้องเจ็บปวดเสียใจ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและแรงแค้นครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อความเกลียดชังฝังรากลึกเกินกว่าจะอภัยให้กัน