ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เบี้ยปรารถนา

เบี้ยปรารถนา

ปิ่นลดาประกาศกร้าวว่าเธอคือผู้หญิงของนายใหญ่ผู้แสนดี โดยไม่รู้เลยว่าชายร่างใหญ่ที่เธอกำลังต่อว่าอย่างรุนแรงนั้นคือตัวจริงที่เธอถวิลหา หล่อนขู่จะฟ้องเขาให้ลงโทษเขาฐานที่กล้าล่วงเกิน ก่อนจะวิ่งหนีไปในความมืด ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นหญิงสาวกระหายอยากเป็นคนของเขาขนาดนี้ เขาจึงตัดสินใจพับแผนการใช้เทคโนโลยีผลิตทายาททิ้งไป แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเบี้ยตัวน้อยที่พร้อมจะมอบทั้งตัวและหัวใจให้เขาด้วยตัวเอง
ตอน
แชร์

ตอน 1

สายลมหนาวกระโชกแรง เสียดเสียงหวีดหวิวเป็นระยะ ท่ามกลางความเงียบสงัดที่โอบล้อมบ้านปูนชั้นเดียวขนาดหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำและหนึ่งห้องรับแขก ขนาดช่างกะทัดรัดเหมาะเจาะกับการอยู่คนเดียวเสียจริง ปิ่นลดาคงอุ่นใจกว่านี้หากที่พักพิงแห่งใหม่จะมีเพื่อนบ้านในระยะสายตามองเห็น...ไม่ใช่ตั้งอยู่ชิดขอบกำแพงสูงที่ล้อมคฤหาสน์ใหญ่ที่เห็นดำทะมึนอยู่เบื้องหน้า

คฤหาสน์ใหญ่โต หรูหรา ดูมีชีวิตชีวาในตอนกลางวัน หากมืดสนิทในทุกค่ำคืน

หญิงสาวเอื้อมปิดหน้าต่าง ปิดกั้นความหนาวเย็นและมืดสนิทของบรรยากาศด้านนอกที่จะแทรกผ่านเข้ามา แล้วมองหนังสือในมือจากแสงนวลของโคมไฟส่อง หนังสือเล่มเดียวที่ติดกระเป๋าเสื้อผ้ามาจากบ้านซึ่งสร้างความเพลิดเพลิน สิ่งเดียวที่ช่วยคลายเหงาและลดทอนความหวาดหวั่นที่มักจู่โจมเข้ามายามความคิดระแวงผุดแทรก และเหมือนมันจะถี่ขึ้นในพักหลังอย่างที่เธอไม่อาจหักห้ามตัวเอง

“งานพี่เลี้ยงเด็ก”

เธอพึมพำกับตัวเอง ก้มมองร่องรอยการใช้งานอย่างหนักของหนังสือ ไล้มุมกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับ ใช้เรียวนิ้วคลี่มันออก แล้วปิดลง หยิบวางตรงโต๊ะหัวเตียง ปีนขึ้นเตียง ทอดกายนอน พยายามหลับตา กว่าชั่วโมงที่เธอจะหลับใหล ไม่ต่างจากสิบกว่าวันก่อนนับจากมาอยู่ในบ้านหลังเล็กสีฟ้านี้

กระดาษเก่าคร่ำคร่าถูกวางบนโต๊ะไม้เนื้อดีในห้องทำงานขนาดกว้างขวางทางปีกขวาบนชั้นสองของคฤหาสน์ โดยผนังด้านหนึ่งของห้องมีประตูเชื่อมติดกับห้องนอนใหญ่สุด

“เอาแน่แล้วใช่ไหม”

“ทำไมถามอย่างนี้ คิดว่าฉันจะลังเล เปลี่ยนใจปล่อยผู้หญิงคนนั้นกลับไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ” รัชตะพูดพลางวางมือเรียวแข็งแรงจากงาน เงยหน้ามองคนถาม

“เห็นนายทิ้งเรื่องนี้ไว้นาน นานจนฉันคิดว่านายใจดีปล่อยเงินก้อนโตให้นายวัฒนะเอาไปกินฟรี แล้วยังใจดีปล่อยสมบัติของพ่อให้คนมาชุบมือเปิบ”

ท้ายเสียงมีแววประชดประชัน จนคนนั่งบนเก้าอี้หนังสีดำหลังโต๊ะปรายตาคมกริบมองคนร่างสูงใหญ่ไล่เลี่ยกันที่ยืนอิงหน้าต่างห้องทำงานเขา

“ฉันไม่ปล่อยให้นายชวดมรดกเพราะเงื่อนไขบ้าๆ นั่นหรอกน่า”

“อย่าทำใจดีหน่อยเลย ความจริงนายก็อยากได้มันด้วยใช่ไหม ถึงจะเป็นแค่เสี้ยวเดียวที่นายมีอยู่ แต่นายไม่มีวันตัดใจจากทรัพย์สินของพ่อเราได้หรอก”

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง” เจ้าของคำพูดหลุบตาลง เขามีเหตุผลที่ไม่อาจบอกใคร...เพราะตนเองก็ยังไม่มั่นใจมันเหมือนกัน “นายรู้เพียงว่าฉันจะเดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อ และเราก็จะได้ประโยชน์ร่วมกัน”

“ใช่ ฉันจะได้สมบัติของพ่อ ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่ขังจมอยู่ ส่วนนายโชคดี ได้จากคุณแม่มาลงทุน สร้างกิจการจนร่ำรวยมหาศาลไปแล้ว”

“พูดยังกับว่าถ้าไม่มีมันแล้วนายหมดทางทำกิน” เจ้าของห้องส่งเสียงกลั้วหัวเราะ “ถึงแม้ว่าสุดท้ายเราจะไม่ได้ส่วนของคุณพ่อ นายก็สามารถสร้างมันเองได้ ตอนนี้นายก็ล่ำซำพอตัวแล้ว อีกอย่างฉันไม่มีวันทิ้งนายให้กลายเป็นยาจกข้างถนน สบายใจได้ น้องรัก”

“ถ้าจะรักฉันมากกว่านี้ นายก็ไปเร่งทำให้บรรลุเงื่อนไขของตาแก่นั่นเร็วๆ ฉันเบื่อการรอคอย...สำเร็จเมื่อไหร่ เราต่างคนต่างได้ แม้แต่ลูกหนี้ชั้นเลวของนายที่เอาลูกสาวมาแลกก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน เพราะฉันจะเลิกเอาระเบิดไปหย่อนเล่นที่ประตูรั้วบ้านสักที”

“พูดเรื่องนี้ก็ดี” คนร่างใหญ่ขยับตัวนั่งตรง น้ำเสียงจริงจังขึ้น “ฉันอยากให้นายเลิกยุ่งกับคนบ้านนั้น เพราะฉันตกลงล้างหนี้ของนายวัฒนะแล้ว ตอนนี้ต่างคนต่างอยู่”

คนถูกสั่งเพียงไหวไหล่ เหมือนว่าตนยังไงก็ได้ เพราะคนที่พูดถึงไม่มีความน่าสนใจและไม่สำคัญพอที่เขาจะติดใจ ในเมื่อพี่ชายฝาแฝดบอกให้จบ คนอย่างรัชภาคย์ก็จบได้เหมือนกัน

“ฉันกลับละ จะไปนอนเล่นแก้เบื่อที่เหมืองสักหน่อย”

ว่าจบ คนร่างสูงใหญ่ในเสื้อผ้าเนื้อหนาเก่าปอนแต่ดูน่าจะสบายพอตัวก็เดินผ่านไปอย่างง่ายดาย ทิ้งคนข้างหลังให้มองตามด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนเขาจะหมุนเก้าอี้ไปทางด้านข้าง มองออกนอกหน้าต่างที่กรุกระจกนิรภัยซึ่งน้องชายยืนอิงเมื่อครู่ ภาพที่เห็นเป็นบ้านหลังเล็กสีฟ้าที่อีกไม่นานหรอกเขาจะเหยียบกรายไปหา

สายลมหนาวพัดเกรียวเข้ามาในเวลาบ่าย ปิ่นลดาห่อกายเมื่อความเย็นแทรกผ่านเสื้อไหมพรมเนื้อหนาที่เตรียมมาพร้อม ก่อนเดินทางหล่อนศึกษาข้อมูลอากาศ รวมทั้งภูมิประเทศของสถานที่ทำงานแห่งแรกในชีวิตนี้ค่อนข้างละเอียด

ระยะนี้ หล่อนรู้จากข่าวในทีวีว่าความกดอากาศสูงในประเทศจีนพัดผ่านเข้าสู่ประเทศไทยทางตอนเหนือ ทำให้อุณหภูมิลดต่ำอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ปิ่นลดาจึงไม่พลาดที่หยิบบรรดาเสื้อหนาวที่นานๆ ครั้งจะได้ใช้ยามอยู่บ้านในกรุงเทพฯ มาพับใส่กระเป๋า ก่อนเดินทางโดยเครื่องบินมาลงที่สนามบินประจำจังหวัด แล้วต่อด้วยรถยนต์ที่ไปรอรับเธอเพื่อมายังที่แห่งนี้

ความจริงแล้วเมืองเชียงราชซึ่งเป็นเมืองชายแดนในภาคเหนือของไทยก็ใหญ่พอ แถมมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากยิ่งกว่าตัวเมืองของจังหวัด เพราะถูกวางเป็นเป้าหมายในการพัฒนา เป็นประตูเมืองในการเปิดการค้าเสรีในกลุ่มประเทศแถบนี้ จนสามารถมีท่าอากาศยานนานาชาติตั้งอยู่ แต่เนื่องจากสายการบินภายในประเทศมีน้อยและราคาค่อนข้างสูง หล่อนจึงเลือกลงที่สนามบินของจังหวัดแทน แล้วนั่งรถต่อมายังเมืองนี้ แม้ระยะทางจะไกลหน่อย แต่ประหยัดได้หลายพันบาททีเดียว

เมื่อสิบกว่าวันก่อน ปิ่นลดายังตื่นตากับบรรยากาศสวยงาม ไร่ผลไม้กว้างสุดลูกหูลูกตาที่ปลูกในพื้นที่ราบระหว่างหุบเขา เมื่อทอดสายตาออกไปไกลๆ หล่อนยังเห็นความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นงดงามแซมจนทั่ว

กระทั่งรถแล่นผ่านสะพานคอนกรีตที่สร้างตัดแม่น้ำสายหนึ่ง แม่น้ำสายเล็กแต่มีน้ำไหลผ่านสมบูรณ์ รถยนต์แล่นตรงมาอีกไม่กี่ร้อยเมตร หญิงสาวก็เห็นคฤหาสน์ใหญ่สีแดงอิฐมาแต่ไกล รูปทรงเมดิเตอร์เรเนียนที่ดูน่าทึ่งถูกปลูกสร้างอย่างโดดเด่น ท่ามกลางความเขียวขจีของทิวเขาที่โอบล้อม ปิ่นลดาตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น และยิ่งพอใจเมื่อรู้ว่าที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ทำงานของตน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่รักเมียตีตรา
9.2
ชญานินต้องตกอยู่ในฐานะเมียบำเรอที่ถูกซ่อนเร้นของเตชิน เพียงเพื่อทดแทนบุญคุณที่ค้ำคอเธออยู่ แม้ชายหนุ่มจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดชังเธอเพียงใด แต่ความสัมพันธ์ลับๆ นี้กลับดำเนินต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ จนกระทั่งคนรักตัวจริงของเขาปรากฏตัวขึ้น เธอจึงตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตเขาตามข้อตกลง ทว่าการจากลาครั้งนี้ชญานินไม่ได้ไปเพียงลำพัง แต่เธอยังนำสายเลือดของตระกูลการัณยภาสที่กำลังเติบโตในครรภ์ติดตัวไปด้วยโดยที่เขาไม่เคยรับรู้
หน้าปกนวนิยาย สามีในมุมมืด
9.2
หลังหายหน้าไปสามปี หนานจืออินกลับมาพร้อมลูกชายเพื่อรับมรดกและเข้าพิธีวิวาห์กับโปรแกรมเมอร์หนุ่ม ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยพิรุธ เมื่อสามีมักอ้างเรื่องเวลาทำงานที่ไม่แน่นอนและบอกว่าของหรูที่ซื้อให้เป็นเพียงของเลียนแบบราคาถูก จนกระทั่งเธอพบความจริงกลางห้างสรรพสินค้าว่าเขาคือนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กู้จิ่งเฉินอ้อนวอนขอโทษพร้อมเปิดเผยความลับสุดช็อกว่าพวกเขามีลูกด้วยกันถึงสองคน ซึ่งสร้างความมึนงงให้เธออย่างมากว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย Daddy ท่านประธานเขาชอบหึง  Ss2
9.7
บททดสอบครั้งใหม่ในเส้นทางรักของพาวาร์ทและชาวานีเริ่มต้นขึ้น ความสัมพันธ์ต้องเผชิญพายุเมื่อมหาเศรษฐีหนุ่มไม่อาจควบคุมความหึงหวงอันรุนแรงได้ การปรากฏตัวของคู่แข่งหัวใจคนใหม่ผสานกับความเข้าใจผิด กลายเป็นชนวนเหตุสั่นคลอนความเชื่อใจของคนทั้งสอง ความหวาดระแวงพุ่งสูงถึงขีดสุดนำไปสู่ความขัดแย้งทางอารมณ์ที่บาดลึกยิ่งกว่าเดิม สิ่งนี้คือบทพิสูจน์ความภักดีอันหนักหน่วง ท่ามกลางความหึงหวงที่ไร้ขอบเขต พวกเขาต้องหาคำตอบว่าความผูกพันจะแข็งแกร่งพอเอาชนะอคติได้หรือไม่ หรือความระแวงนี้จะเป็นจุดจบของรัก
หน้าปกนวนิยาย ประธานขาหนูไม่ไหว
8.2
ความอยากรู้อยากเห็นนำไปสู่ความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามใจ เมื่อเธอเฝ้าจินตนาการถึงใบหน้าและท่าทางของท่านประธานหนุ่มในยามที่เขาปลดปล่อยอารมณ์ดิบออกมา แม้ว่าเขาจะดูเป็นคนเข้าถึงยากและเคร่งขรึมต่อหน้าคนอื่น แต่สำหรับเธอนั้นเขากลับมีมุมลับที่น่าค้นหามากกว่าที่ใครจะคาดคิด เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและการลองเชิงเริ่มต้นขึ้น เมื่อกำแพงที่เขาสร้างไว้ไม่ได้สูงชันเกินกว่าที่เธอจะก้าวข้ามไปค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย ย้อนรอยอดีตรัก
8.3
หญิงสาวผู้ถูกสามีที่ไว้ใจที่สุดทรยศอย่างเลือดเย็น เขาใช้มีดกรีดหัวใจของเธอเพื่อมอบให้แก่น้องสาวต่างมารดา ในลมหายใจสุดท้าย ชายที่เธอเคยชิงชังและหลบหนีกลับเป็นเพียงคนเดียวที่พยายามเข้าช่วยชีวิตเธออย่างสุดความสามารถ แม้ความเสียใจจะสายเกินไปในวาระสุดท้าย แต่หากปาฏิหาริย์มีจริงและเธอสามารถย้อนเวลากลับไปได้ เธอสาบานว่าจะเชื่อฟังและมอบความรักให้แก่เขาผู้เป็นรักแท้เพียงหนึ่งเดียวเพื่อชดเชยความผิดพลาดที่เคยทำไว้ในอดีต
หน้าปกนวนิยาย ยื้อรัก (ท่านประธานปากหมา VS เลขาถึกทน)
8.1
เมื่อจตุรภัทรยอมทุ่มเงินมหาศาลซื้อหุ้นบริษัทเพื่อนเพื่อดึงตัวรภัสรดาอดีตคนรักมาเป็นเลขาข้างกายด้วยเงินเดือนสูงลิ่วหวังรื้อฟื้นความสัมพันธ์ครั้งเก่า แม้ปัจจุบันเขาจะเป็นท่านประธานปากร้ายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้แต่หญิงสาวก็ยอมตกลงเพราะหัวใจยังตัดไม่ขาด จากสาวน้อยแสนดีในวันวานเธอกลายเป็นเลขาใจเด็ดที่พร้อมร้ายกลับหากถูกรังแก ท่ามกลางสงครามประสาทและความใกล้ชิดในที่ทำงานที่ต่างฝ่ายต่างมีบททดสอบให้กันเพื่อพิสูจน์ว่ารักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร