ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จุมพิตทะเลทราย

จุมพิตทะเลทราย

ปริญ นักศึกษาโบราณคดีชาวไทยต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่กลางทะเลทราย เมื่อเขาถูกลักพาตัวไปเป็นตัวประกันโดย มูซา หัวหน้ากองโจรผู้ทรงอิทธิพลที่ทางการต่างหวังจะจับกุม แม้การจับตัวปริญจะเป็นความผิดพลาดและไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงในแผนการทางการเมือง แต่ทั้งคู่กลับต้องใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งและกำแพงในใจที่ขวางกั้น ความใกล้ชิดกลับค่อยๆ ทลายความห่างเหิน พร้อมกับความลับบางอย่างที่เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในใจของเขาทั้งสองคน
ตอน
แชร์

ตอน 2

ทันทีที่ร่างสูงก้าวออกจากสนามบินนานาชาติของประเทศซัลมา ไอร้อนระอุของทะเลทรายก็พัดผ่านผิวจนเขารู้สึกได้ว่าอากาศในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้มันโหดร้ายเพียงใด เหงื่อเม็ดเป้งไหลท่วมกายจนเสื้อผ้าเปียกชื้น ความเหนียวเหนอะหนะทำเอาเขาคิดถึงเครื่องปรับอากาศข้างในสนามบินทันที แต่เขาก็ได้แค่คิดเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว เขาไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อยด้วยกลิ่นเครื่องเทศซึ่งเป็นกลิ่นประจำกายของชาวตะวันออกกลางทำให้เขาไม่อาจทนใช้อากาศหายใจร่วมได้ไหว และอาคารผู้โดยสารก็เล็กเกินกว่าที่เขาจะหาที่ปลีกตัวไปหลบกลิ่นเหล่านั้นได้ เพราะสนามบินแห่งนี้ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นสนามบินนานาชาติ แต่ในสายตาของชายหนุ่มแล้ว มันไม่ต่างอะไรจากลานจอดรถที่กว้างพอจะให้เครื่องบินขนาดเล็กลงจอดได้ ส่วนอาคารผู้โดยสารก็มีเพียงอาคารหลังเล็กๆ ด้านหลังเขาเพียงอาคารเดียวเท่านั้น สุดท้ายเขาก็จำต้องระเห็จออกมาด้านนอกอาคารอย่างไร้ทางเลือก แน่นอนว่าภายนอกอาคารก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่นัก เพราะนอกจากรันเวย์ที่เทราดด้วยซีเมนต์แล้ว รอบๆ ข้างนั้นล้วนเป็นทะเลทรายกว้างสุดลูกหูลูกตาจนเขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าเขาจะเอาชีวิตรอดที่นี่ได้อย่างไรหากวันหนึ่งเขาหลงไปอยู่กลางทะเลทรายเพียงลำพัง

“ก็ไม่ได้ร้อนกว่าประเทศไทยสักเท่าไหร่หรอกน่า”

ชายหนุ่มพยายามปลอบใจตนเอง มือทั้งสองกระชับสายสะพายเป้บนไหล่ให้กระชับ ก่อนดึงมือมาดันแว่นที่ไหลลงมาปลายสันจมูกให้ขึ้นไปอยู่ที่เดิมขณะที่ความร้อนยังถาโถมเขาไม่หยุด ความเมื่อยล้าและความเหนื่อยอ่อนจากการนั่งเครื่องบินทำให้เขาจะเป็นลมเสียให้ได้ พลันนึกสงสัยตัวเองขึ้นมาแว้บหนึ่งว่าทำไมถึงรีบตกปากรับคำ ‘ศาสตราจารย์แอนเดอร์สัน’ อาจารย์คณะโบราณคดีประจำมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ที่ออกปากชวนเขามาสำรวจซากโบราณสถานในประเทศที่เพิ่งเปิดใหม่แห่งนี้หลังจากที่นักโบราณคดีชื่อดังคนหนึ่งขอถอนตัวออกจากทีมสำรวจซากโบราณสถานทูรายาห์กะทันหันในเรื่องของค่าตอบแทนที่ไม่สมน้ำสมเนื้อ

แน่นอนว่าเขารู้ว่าที่แอนเดอร์สันต้องการให้เขาร่วมทีมเป็นเพราะ...

หนึ่ง...เขาเป็นนักศึกษาไทยระดับหัวกะทิของคณะที่มีผลงานวิจัยมากมายจนอาจารย์หลายคนต้องซูฮก

สอง...เขาสามารถพูดได้หลายภาษาและใช้มันอย่างคล่องแคล่ว และภาษาอาหรับก็เป็นภาษาหนึ่งในนั้น

และสาม...ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายให้เขานั้นช่างถูกแสนถูก ถูกกว่าค่าตัวผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีดังๆ เป็นไหนๆ

ซึ่งแน่นอนอีกเหมือนกันว่าคนหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีอย่างเขาก็อยากได้ประสบการณ์ทางสายที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา ซ้ำประเทศซัลมายังมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์และเก่าแก่กว่าประเทศอื่นๆ ในละแวกเดียวกัน ที่สำคัญประเทศซัลมาเพิ่งทำอนุสัญญาเปิดประเทศกับนานาชาติ มันจึงเป็นสิ่งยั่วยวนใจให้เขาตัดสินใจลัดฟ้ามายังที่นี่แต่แรก แต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่มั่นใจสักเท่าไหร่แล้วว่าตัดสินใจถูกหรือไม่ เพราะนอกจากจะต้องเดินทางมาคนเดียวแล้ว เขายังถูกปล่อยเกาะให้รอนานหลายชั่วโมง ซ้ำยังไร้ตั๋วเครื่องบินขากลับ หากไม่มีใครมารับอย่างที่นัดหมายไว้ มีหวังเขาคงต้องได้เดินกลับอเมริกาแน่ๆ

โชคดีก่อนที่เขาจะเป็นลมเป็นแล้ง เสียงคุ้นเคยก็เอ่ยเรียกชื่อเขาเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ความดีใจก็พลันพุ่งเข้ามาในในชายหนุ่มทันที

“ขอโทษทีปารีส มัวแต่สนใจเรื่องงาน ลืมไปเลยว่านัดนายเอาไว้”

‘ปริญ’ หรือ ‘ปารีส’ ตามชื่ออังกฤษหันไปมองยังต้นเสียง เมื่อเห็นร่างอ้วนท้วมของชายวัยกลางคน ศีรษะล้านไปกว่าครึ่งเดินอุ้ยอ้ายพลางโบกไม้โบกมือเข้ามาหา ใบหน้าเหนื่อยล้าเมื่อครู่ก็มลายหายไปพลัน ฉาบพรายด้วยรอยยิ้มกว้างแทน

“ไม่เป็นไรครับศาสตราจารย์ ผมเพิ่งลงเครื่องเมื่อกี้เอง พอดีเครื่องมันดีเลย์”

ปริญโกหกคำโตพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ทั้งที่ในใจอยากจะตะโกนใส่หน้าอาจารย์ที่เคารพรักที่ทิ้งให้เขารอจนเหงื่อท่วมเสียขนาดนี้

“งั้นเหรอ แล้วนี่คงยังไม่ชินกับสภาพอากาศที่นี่สินะ เปียกเชียว”

แอนเดอร์สันทักติดตลกพลางปราดมองคนตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ขณะที่คนถูกทักได้แต่หัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ แน่ล่ะ...ถูกทักอย่างนี้ก็ไม่แปลก เพราะเสื้อลายสก็อตสีแดงสลับเขียวกับกางเกงยีนส์ขายาวบนร่างเขานั้นมันชุ่มไปด้วยเหงื่อเสียจนเปียกแนบกับลำตัว มิหนำซ้ำรองเท้าผ้าใบคู่โปรดก็เปรอะไปด้วยละอองทราย ทำให้เขาดูโทรมลงกว่าตอนก่อนขึ้นเครื่องบินอย่างเห็นได้ชัด

“วันแรกก็อย่างนี้กันทั้งนั้นแหละ อยู่ไปสักพักก็ชินเหมือนฉันกับคนอื่นๆ” แอนเดอร์สันว่าพลางกลั้วหัวเราะ ยกฝ่ามืออวบอ้วนตบลงไปที่บ่าของลูกศิษย์เต็มแรง

ปริญยิ้มแห้งๆ ก่อนตอบรับ “ครับศาสตราจารย์”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
9.0
หลินเยว่เลี่ยงเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่โดนข่าวลืออันตรายทำลายชื่อเสียงจนครอบครัวตกอยู่ในความยากลำบาก ไม่มีทางหนีออกจากสถานการณ์ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจยอมแต่งงานกับชายหนุ่มจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีรอยแผลเป็นบนร่างกาย เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสามี เธอต้องเผชิญกับภาระปัญหามากมาย พ่อของสามีป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แม่เลี้ยงมีอุบายเจ้าเล่ห์คอยกดดัน และยังมีพี่น้องหลายคนที่สร้างเรื่องรบกวนเธอไม่หยุด แต่หลินเยว่เลี่ยงไม่ได้มาถึงโลกนี้ด้วยมือเปล่า เธอพกพาระบบฟาร์มและพลังวิเศษที่มาจากเกมที่เธอสร้างขึ้นเอง เธอใช้พลังพิเศษปลูกผักสุดพิเศษขายสร้างรายได้ให้ครอบครัว ค่อยๆแก้ไขปัญหาทางการเงินของบ้านทีละอย่าง เธอเชื่อว่าเพียงแค่เธอและสามีคอยเคียงข้างกัน มีปัญหาอะไรก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ตามที่เธอคิด เมื่อทั้งสองคู่สมรสครองรักกันอย่างเข้มแข็ง โชคลาภก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างอัศจรรย์ ความเป็นอยู่ของทั้งครอบครัวค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่อาการป่วยของพ่อสามีก็ทุเลาลงจนเกือบหายดี สามีที่เคยเป็นคนหน้าเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดจา ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนอ้อนรัก ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะรักและตามใจภรรยาผู้นำโชคคนนี้ไปตลอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย โอย!แม่นมกลายเป็นนายหญิงของจวนเจียง
9.1
เมื่อสิ้นเสาหลักครอบครัว เย่หยุนเหนียงจำต้องพาแม่สามีและบุตรชายมาพึ่งญาติที่เจียงเฉิง ความยากจนบีบให้เธอรับงานแม่นมในจวนตระกูลเจียง โดยหวังเพียงเก็บเงินเพื่อสร้างชีวิตที่สุขสบายและสงบเงียบ ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อเธอต้องไปพัวพันกับบุรุษผู้ทรงอิทธิพล เรื่องราวอันซับซ้อนนี้กลายเป็นอุปสรรคที่พรากความสงบสุขไป จากสตรีม่ายผู้เจียมตัว เธอต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่จะพลิกชะตาจากบ่าวผู้ต่ำต้อย สู่การผงาดขึ้นเป็นนายหญิงผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งจวนเจียง
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูของข้า
7.6
การข้ามมิติสู่โลกใบใหม่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่สุขสบาย ทว่าสตรีที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ในร่างคุณหนูผู้สูงศักดิ์กลับต้องพบกับความจริงอันโหดร้าย ความปรารถนาที่จะอยู่อย่างสงบถูกทำลายลงด้วยอุปสรรคที่ถาโถม เธอตกอยู่ท่ามกลางความสับสนและแรงกดดันมหาศาล ซ้ำร้ายยังถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ที่ไร้ความรับผิดชอบ สายตาดูแคลนและคำตำหนิเหล่านั้นตอกย้ำความล้มเหลวอย่างเจ็บปวด การเอาตัวรอดในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้จึงไม่ง่าย เธอต้องดิ้นรนฝ่าฟันเพื่อก้าวข้ามวิกฤตและขวากหนามสารพัดที่ขวางกั้น
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนปรารถนา
8.7
ท่ามกลางพงไพรเขียวขจีที่เป็นฉากหลังของการหลบหนีจากการไล่ล่าอันดุเดือด ความสัมพันธ์ของคนสองคนได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางอันตราย ก่อเกิดเป็นเพลิงปรารถนาที่แผดเผาอย่างเร่าร้อนและรุนแรงในป่าลึก สองร่างกายและหัวใจถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว แม้ภารกิจหนีตายจะสิ้นสุดลงและทั้งคู่ได้ก้าวพ้นชายป่าออกมาแล้วก็ตาม แต่เปลวไฟแห่งความเสน่หาที่โชติช่วงกลับไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงไปง่ายๆ ตามระยะทางที่ผ่านพ้นมา
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย พระจันทร์หวาม..รักข้ามมิติ
9.7
อินทุภาหญิงสาวผู้เชี่ยวชาญอัญมณีพบว่าตนคือร่างสถิตขององค์หญิงแห่งดาวเจดเจไดต์ที่ดวงจิตแตกสลายหลังการโจมตีของราชาดาวนิลเมื่อหลายร้อยปีก่อน เธอต้องเร่งรวบรวมเศษเสี้ยวดวงจิตที่กระจายในมิติคู่ขนานกลับมาให้ครบเพื่อสืบทอดบัลลังก์และบรรลุความเป็นอมตะ ทว่าราชาดาวนิลที่แฝงกายในร่างมนุษย์เพื่อสูบฉีดพลังชีวิตก็กำลังตื่นขึ้นเพื่อชิงหัวใจและอำนาจของเธอ หากภารกิจรวบรวมดวงจิตล้มเหลว ไม่เพียงแต่ตัวเธอจะสูญสลาย แต่จักรวรรดิทั้งหมดจะตกอยู่ใต้อำนาจมืดตลอดกาล