ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จุมพิตทะเลทราย

จุมพิตทะเลทราย

ปริญ นักศึกษาโบราณคดีชาวไทยต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่กลางทะเลทราย เมื่อเขาถูกลักพาตัวไปเป็นตัวประกันโดย มูซา หัวหน้ากองโจรผู้ทรงอิทธิพลที่ทางการต่างหวังจะจับกุม แม้การจับตัวปริญจะเป็นความผิดพลาดและไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงในแผนการทางการเมือง แต่ทั้งคู่กลับต้องใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งและกำแพงในใจที่ขวางกั้น ความใกล้ชิดกลับค่อยๆ ทลายความห่างเหิน พร้อมกับความลับบางอย่างที่เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในใจของเขาทั้งสองคน
ตอน
แชร์

ตอน 3

“งั้นเราอย่าเสียเวลาเลย คืนนี้ทีมเรามีแพลนเข้าเฝ้าชีคอับราน จะได้มีเวลาพักผ่อนก่อนรับศึกใหญ่”

“คืนนี้เลยหรือครับ” ปริญเบิกตาโพลงอย่างตกใจ ก็แน่ล่ะ เขาเพิ่งจะมาถึงไม่ทันได้ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง ก็ต้องไปเยี่ยมเยือนเจ้าของประเทศโดยไม่ทันได้เตรียมใจ ก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา

“ไม่ให้คืนนี้แล้วจะเป็นคืนไหนล่ะ พรุ่งนี้ก็จะต้องออกสำรวจแล้ว อย่าเพิ่งถามมากเลย รีบกลับบ้านพักเร็วๆ เข้า ฉันมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ เดี๋ยวเรื่องรายละเอียดการสำรวจ ฉันจะบอกตอนเดินทางพรุ่งนี้”

แอนเดอร์สันว่าอย่างไม่สนใจนัก พลางหมุนตัวกลับไปยังรถจี๊ปที่เขาขับมาซึ่งถูกจอดทิ้งไว้รอบนอกรันเวย์โดยไม่สนใจลูกศิษย์หนุ่มที่มองตามอย่างงุนงง

เอาจริงๆ ปริญไม่รู้ด้วยซ้ำว่าซากศาสนสถานทูรายาห์ที่เขาถูกชักชวนให้เข้าร่วมทีมสำรวจนี่มีความสำคัญอย่างไร เพราะซัลมาไม่ใช่ประเทศที่มีข้อมูลเปิดเผยทั่วไปชนิดค้นอินเตอร์เน็ตไม่กี่อึดใจก็เจอข้อมูลที่ต้องการอย่างนั้น เนื่องจากเขาไม่ได้เข้าร่วมทีมตั้งแต่แรก ทำให้เขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับซัลมาเลยก็ว่าได้

ปริญถอนหายใจยาว ใจเขาตอนนี้อยากรู้ข้อมูลทุกอย่างที่เขาควรจะต้องรู้ทันทีเลยก็ว่าได้ แต่ก็รู้ดีว่าคนอย่างแอนเดอร์สัน ต่อให้คะยั้นคะยอแค่ไหน หากเขาลั่นวาจาอะไรไปแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนใจนัก

“ไหนๆ ก็มาแล้ว เป็นไงเป็นกัน”

ปริญได้แต่พึมพำเป็นภาษาไทยอยู่คนเดียวก่อนจะแบกสัมภาระเดินตามผู้เป็นอาจารย์ไปติดๆ ด้วยหวังในใจว่าการตัดสินใจของเขาครั้งนี้นั้นมันจะเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เขาได้ก้าวหน้าในวิชาชีพในอนาคตอย่างที่ตั้งใจไว้

ทั้งคู่ใช้เวลากว่าชั่วโมงในการขับรถข้ามทะเลทรายมาถึงที่พัก มันเป็นบ้านดินหลังไม่ใหญ่นักซึ่งทางการของซัลมาสร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อใช้เป็นที่รับรองอาคันตุกะของประเทศ บ้านดินที่ว่าไม่ได้ถูกตกแต่งหรูหราอย่างในพระราชฐานแต่อย่างใด แต่มันก็โอ่โถงและแสดงถึงอารยธรรมของชาวซัลมา ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ บ้านดินเหล่านี้สามารถเก็บกักความเย็นจากอุณหภูมิอากาศในตอนกลางคืนไว้ได้ตลอดช่วงกลางวัน ทำให้ในเวลากลางวันนั้นถึงจะมีอุณหภูมิสูงแต่ก็สามารถอาศัยอยู่ภายในบ้านได้สบายๆ ราวกับมีเครื่องปรับอากาศ ทั้งที่ในประเทศซัลมานั้น เครื่องใช้ไฟฟ้ายังถือว่าเป็นของหายากของประชาชนทั่วไป

ขณะที่ความแปลกตาของบ้านทำให้ปริญสดชื่นขึ้นทันตา เขาปราดมองการตกแต่งลวดลายบนผนังบ้านอย่างชื่นชม มันเป็นจิตรกรรมที่ดูแตกต่างจากจิตรกรรมอาหรับอย่างที่เขาเคยเห็นพอสมควร อีกทั้งยังดูเก่าแก่มากหากเทียบกับอารยธรรมประเทศอื่นๆ ในแถบนี้แล้วราวกับว่าเขากลับไปอยู่ในช่วงก่อนคริสตกาลอย่างไรอย่างนั้น และนี่เองที่ทำให้ปริญเข้าใจแอนเดอร์สันได้ชัดเจนว่าทำไมถึงกระตือรือร้นในการเดินทางมาที่นี่นัก

ปริญเอ่ยทักทายนักโบราณคดีจำนวนหนึ่งภายในบ้านตามมารยาท เท่าที่จำได้ ทีมของแอนเดอร์สันมีผู้เข้าร่วมประมาณสิบกว่าชีวิต แต่คงจะออกไปข้างนอกกันหมด หากแต่เสียงทักทายของปริญดูเหมือนว่าจะเป็นการรบกวนมากกว่าการทักทายธรรมดา พวกเขาหันมามองผู้มาใหม่เล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานของตนเองต่อราวกับไม่รู้จักปริญมาก่อนอย่างไรอย่างนั้นทั้งที่เคยร่วมงานกันมาหลายต่อหลายครั้ง ปริญหน้าเสียทันตาแต่ก็รู้ดีว่านั่นเป็นธรรมดาของนักโบราณคดีทีมแอนเดอร์สันที่นอกจากจะเก่งกาจทางศาสตร์นี้จนหาตัวจับยากแล้ว มนุษยสัมพันธ์ก็ยังได้ชื่อว่ายอดแย่พอๆ กับความเก่งอีกด้วย

“ปารีส เข้ามานี่”

และก่อนที่ปริญจะหน้าเสียไปกว่านี้ เสียงของแอนเดอร์สันก็ช่วยเขาไว้ แอนเดอร์สันกวักมือเรียกให้เขาเข้าไปในห้องหนึ่งซึ่งมันคือห้องพิเศษที่จัดให้แอนเดอร์สันไว้ใช้คนเดียวเท่านั้น ขณะที่คนอื่นๆ จะนอนรวมกันที่ห้องนอนใหญ่ที่มีอยู่ห้องเดียวในบ้าน

แอนเดอร์สันยังคงความเป็นตัวเองไว้อย่างชัดเจน ห้องทำงานของเขาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ยังคงรกรุงรังไปด้วยเอกสารการค้นคว้าต่างๆ ปริญพยายามมองหาที่ว่างให้ตัวเองได้ยืน ก่อนแอนเดอร์สันจะเดินมายังโต๊ะทำงานแล้วจัดการหอบเอกสารบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทิ้งลงพื้นแล้วผายมือให้ลูกศิษย์นั่ง

“นั่งสิ” เขาว่าสั้นๆ ก่อนเดินไปทิ้งตัวลงนั่งประจำเก้าอี้ตัวเอง

ปริญเดินเข้ามานั่งโดยไม่พูดอะไร ไม่ทันที่เขาจะได้นั่งเต็มก้นดี ปึกกระดาษกองใหญ่ก็ถูกโยนมาตรงหน้าเขา ชายหนุ่มมองหน้าเจ้าของเอกสารกองนั้นอย่างขอคำตอบทันที

“ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนสถานทูรายาห์ที่จะไปสำรวจพรุ่งนี้ เอาไปอ่านซะให้หมดนะคืนนี้” แอนเดอร์สันตอบราวกับอ่านใจปริญออก หากแต่กลับไม่รู้ว่าสีหน้าของลูกศิษย์หลังจากได้เห็นเอกสารกองโตที่ได้รับมอบหมายให้อ่านให้แล้ว เขารู้สึกอย่างไร

“มะ...หมดนี่เลยหรือครับ”

“ก็ใช่น่ะซี่ จะเดินทางพรุ่งนี้แล้วจะไม่เตรียมตัวให้พร้อมได้ยังไง อย่างน้อยๆ นายก็ต้องรู้ทุกอย่างเหมือนกับที่คนอื่นรู้กันเป็นขั้นพื้นฐานก่อน ส่วนอย่างอื่นค่อยไปศึกษาเพิ่มเติมที่สถานที่จริง”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องเผชิญชะตากรรมที่เลือกไม่ได้ เมื่อถูกส่งตัวไปวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างการเดินทางนางกลับบังเอิญล่วงรู้ความลับดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้เย็นชา ทำให้เขามุ่งหมายจะปลิดชีพนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความตายที่ไล่ล่า องค์หญิงจึงต้องหาทางหลบหนีสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจากน้ำมือของบุรุษเหี้ยมโหดผู้นี้ให้ได้ เรื่องราวความรักท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบในรูปแบบโรมานซ์ที่จบอย่างมีความสุข
หน้าปกนวนิยาย สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน
7.9
หลังสูญเสียมารดา หลี่อันหนิงในวัยห้าขวบต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อน้องชายฝาแฝดถูกพรากไป ส่วนเธอต้องกระเสือกกระสนปกป้องน้องสาวท่ามกลางความเย็นชาของครอบครัวและบิดาแท้ๆ จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ทว่าสวรรค์กลับให้โอกาสเธอเกิดใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาสำคัญ พร้อมพลังพิเศษที่เหนือล้ำกว่ามนุษย์ทั่วไป อันหนิงจึงเริ่มต้นแผนการทวงแค้นและแก้ไขโชคชะตาเพื่อปกป้องน้องทั้งสองไม่ให้ต้องพบจุดจบอันแสนเศร้าเหมือนในอดีตที่เธอเคยผ่านมา
หน้าปกนวนิยาย ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
9.0
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
หน้าปกนวนิยาย จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ
9.7
หลินเจียอี หญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 ที่เสียชีวิตด้วยโรคระบาด ได้ตื่นขึ้นในร่างของเด็กสาววัย 14 ปีที่มีชื่อเดียวกันในยุคโบราณ เธอพบว่าเจ้าของร่างเดิมถูกทุบตีจนสิ้นใจขณะเดินทางกลับบ้านเกิดของมารดา ท่ามกลางความยากจนข้นแค้นและโชคชะตาที่แสนรันทด หลังจากบิดาเสียชีวิต มารดาของเธอถูกโกงสมบัติและขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไม่เป็นธรรม หลินเจียอีในร่างใหม่จึงต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมายในโลกที่ไม่คุ้นเคย พร้อมกับพยายามเอาชีวิตรอดจากความลำบากในฐานะบุตรสาวของครอบครัวที่ถูกทอดทิ้ง
หน้าปกนวนิยาย นักล่าคู่กับหมอมหัศจรรย์
8.1
ฟางจินซิ่วหมอสาวที่มีมิติวิเศษติดตัวต้องข้ามภพมาเป็นชาวนาในหมู่บ้านที่แห้งแล้งและถูกขายไป แต่ครอบครัวใหม่กลับดูแลเธออย่างดี เธอจึงตัดสินใจใช้สระน้ำศักดิ์สิทธิ์และทักษะการแพทย์รักษาแม่สามีพร้อมแก้ปัญหาความอดอยากด้วยการปลูกผักและล่าสัตว์จนชีวิตรุ่งเรือง แม้จะมีญาติขี้อิจฉาคอยระราน แต่เธอก็มีสามีพรานป่าผู้แข็งแกร่งและซื่อสัตย์คอยปกป้องเคียงข้าง โดยเขายอมสละได้แม้กระทั่งชีวิตเพื่อรักษาความรักครั้งนี้ไว้ตลอดกาลในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตราย