ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า

ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า

จวิ้นซิงเยียน องค์หญิงสี่ผู้ถือกำเนิดจากพระสนม ต้องเผชิญกับการถูกข่มเหงรังแกจากเหล่าพี่น้องที่มีฐานันดรสูงกว่า ความเจ็บช้ำเหล่านั้นกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอทะเยอทะยานเพื่อก้าวไปสู่จุดสูงสุดแห่งอำนาจที่แม้แต่องค์จักรพรรดิยังต้องเกรงใจ เธอเชื่อมั่นว่าการจะหลุดพ้นจากการถูกกดขี่คือการทำตัวให้อยู่เหนือทุกคน ท่ามกลางเส้นทางการเมืองที่ดุเดือด เธอกลับต้องมารับมือกับชายเสเพลผู้มีฝีปากกล้าและพฤติกรรมสุดคาดเดาที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

“พอเถิดเพคะฮองเฮา เรื่องนี้หม่อมฉันเป็นต้นเหตุ อย่าได้ลงโทษพี่หญิงเลย ฮึก ฮื่ออออ” เสียงร้องห่มร้องไห้ขององค์หญิงลำดับที่เจ็ดจวิ้นหนิงเซียน เด็กสาววัยสิบห้าหนาว ดังขึ้นพร้อมกับ เสียงไม้โบยกระทบกับแผ่นหลังของหญิงสาวอีกคน

“อึก! เงียบเสียหนิงเซียน อย่าเสียน้ำตากับเรื่องเท่านี้” สายตาแข็งกร้าวของคนที่ถูกโบยตวัดไปมองน้องสาว จนผู้เป็นน้องต้องรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาและปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้

จวิ้นซิงเยียน องค์หญิงลำดับที่สี่ในราชวงศ์จวิ้น วัยเพียงสิบแปดหนาว ถูกลงโทษเช่นนี้อยู่เป็นประจำตั้งแต่เล็กจนโต เพียงเพราะนางเป็นองค์หญิงที่ประสูติจากสนมขั้นกุ้ยเฟย ที่มิอาจต่อกรกับพระธิดาที่ประสูติจากมารดาของแผ่นดิน

“หึ! หยิ่งผยองนัก กระทำผิดยังมิคิดสำนึก ยี่สิบไม้คงมิพอกระมัง” หงส์คู่บัลลังก์มองไปยังหญิงสาวที่นอนคว่ำรับการลงโทษ ทั้งที่ตนเองถูกโบยต่อหน้าธารกำนัลมากมาย แต่กลับทะนงตน ดังว่ามีเกียรติเหนือผู้อื่น แสร้งทำว่าไม่เจ็บปวด

“พอเท่านี้เถิดเพคะฮองเฮา หากมากกว่านี้ หม่อมฉันเกรงว่าเรื่องจะไปถึงพระเนตรพระกรรณของฝ่าบาท” นางกำนัลข้างกายของฮองเฮาหลิวเยว่เผิง เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง กลัวว่านายของตนจะถูกฝ่าบาทตำหนิเอาได้

“ยี่สิบไม้ก็เพียงพอแล้วเพคะเสด็จแม่ ลูกมิอยากให้มันตาย” จวิ้นซูหนี่ องค์หญิงอันดับสามกล่าวห้ามพระมารดาของตน ทว่ามิใช่เพราะสงสารคนตรงหน้า แต่หากเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ นางจะอดกลั่นแกล้งน้องสาวต่างมารดา

เช่นนั้นวังหลังจะมีเรื่องน่าสนุกได้อย่างไรกันเล่า

เสียงพูดคุยมิได้ดังเข้าหูซิงเยียนแม้แต่น้อย เมื่อเยาว์วัย นางและน้องสาวก็ถูกองค์หญิงที่มีศักดิ์สูงกว่ากลั่นแกล้งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ด้วยมารดาของนางเป็นเพียงสนมขั้นกุ้ยเฟย มิได้มีปากมีเสียง แม้จะพยายามขอร้องอ้อนวอน แต่ก็มิมีอำนาจมากพอ จะไปต่อต้านผู้ที่อยู่ในตำแหน่งฮองเฮาหรือหวงกุ้ยเฟยได้

เหตุการณ์ที่ซิงเยียนยังจำได้แม่นยำ คือยามที่จวิ้นซูหนี่แอบปล่อยนกของนาง จนมันหนีหายไป มิรู้ชะตา ยามนั้นนางเสียใจเป็นที่สุดและเมื่อรู้ว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของซูหนี่ ซิงเยียนจึงแอบเอาปลาของซูหนี่ไปปล่อยในสระหลวงบ้าง แต่นั่นกลับทำให้นางถูกลงโทษถึงขั้นต้องเรียกหมอหลวงมาดูอาการ

เมื่อซิงเยียนเติบโตขึ้นมา สกุลหวัง สกุลเดิมของพระมารดาก็เริ่มมีบทบาทในราชสำนักมากขึ้น ท่านลุงหวังป๋อเหวินพี่ชายฝาแฝดของเสด็จแม่ถูกแต่งตั้งเป็นถึงเสนาบดีกรมยุติธรรม ผู้อื่นจึงเกรงใจนางและเสด็จแม่ไปด้วย

กระนั้นการถูกกลั่นแกล้งก็ยังมิได้หมดไป และเมื่อใดที่ซิงเยียนตอบโต้กลับก็จะถูกลงโทษ อย่างครั้งนี้ ทั้งที่ซูหนี่แสร้งเดินมาชนหนิงเซียนจนตกสระก่อน แต่เมื่อนางไปเอาคืนให้น้องสาว ผลักซูหนี่ลงสระบ้าง กลับถูกมารดาของแผ่นดินสั่งโบยถึงยี่สิบไม้

“เอาเถิด ข้าจะถือว่าละเว้นเด็กมิรู้จักโตเช่นเจ้า คราหน้าอย่าได้ริอ่านมาทำร้ายหนี่เอ๋อร์ของข้าอีก” ฮองเฮาหลิวโบกมือให้ขันทีหยุดโบย แต่มีหรือซิงเยียนจะรู้สึกตื้นตันใจกับความเมตตาของสตรีตรงหน้า นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์ไปด้วยความคับแค้น จดจ้องไปที่สองแม่ลูกอย่างมิปิดบัง

‘เมื่อใดที่ข้าอยู่สูง ข้าจะเหยียบย่ำพวกเจ้าให้จมดิน’ นี่เป็นประโยคเดียว ที่ดังก้องอยู่ในใจของซิงเยียน และนางยังคงรอคอยวันนั้นเสมอมา

“ขอบพระทัยเพคะ ขอบพระทัย” เป็นจวิ้นหนิงเซียนที่ก้มคำนับและเอ่ยขอบพระคุณผู้สูงศักดิ์ ก่อนที่จะรีบเข้ามาช่วยพยุงพี่สาวกลับตำหนัก

“เกิดอันใดขึ้น! เหตุใดองค์หญิงของแม่จึงอยู่ในสภาพเช่นนี้” หวังเจียลี่ สนมขั้นกุ้ยเฟย รีบพาบุตรีทั้งสองเข้ามาพักในตำหนัก ก่อนจะสอบถามความเป็นไปของเรื่องราว ให้รู้แน่ชัดว่าเหตุใดบุตรคนหนึ่งเปียกปอนไปทั้งตัว ส่วนบุตรอีกคนก็อ่อนแรงเสียจนต้องพยุงกันเข้ามา

“ฮึก เป็นความผิดของลูกเองเพคะ ลูกถูกองค์หญิงสามผลักตกสระ พี่หญิงมิพอใจจึงตามไปเอาคืนให้ลูก จนต้องถูกลงโทษเช่นนี้” น้ำตาของหนิงเซียนไหลพราก ครั้งนี้เป็นเพราะนาง ที่ไปเดินเล่นริมสระในเวลาเดียวกับองค์หญิงสาม จึงเป็นต้นเหตุให้พี่หญิงของนางถูกสั่งลงโทษเช่นนี้

“หยุดร้อง มันมิใช่ความผิดของเจ้า”

“โถ่! ลูกแม่ เจ็บมากหรือไม่” สนมหวังเข้ามาปลอบบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะหันไปบอกธารกำนัลให้เตรียมยามาทา นางไม่น่าอนุญาตให้บุตรสาวออกไปเดินเล่น ทั้งที่นางกำนัลข้างกายของบุตรสาวมิอยู่เช่นนี้เลย ครั้งนี้ก็ถือเป็นความผิดของนางเช่นกัน

ยาชั้นดีจากสำนักหมอหลวง ถูกป้ายลงบนแผ่นหลังที่แดงช้ำ บางที่มีรอยเลือดซึมออกมา เห็นดังนั้นดวงใจของผู้เป็นแม่ก็บีบรัดจนปวดหนึบ ที่มิอาจช่วยเหลือบุตรได้ นางเป็นเพียงสนม แน่นอนว่ามิอาจขัดขวางฮองเฮาได้ ครั้นจะขอให้พระสวามีช่วยเหลือ นางก็มิใช่สนมรัก จึงมักถูกสวามีปัดมิให้เข้าพบอยู่เสมอ

“อดทนเสียหน่อยนะลูก แม่ทายาให้แล้ว อีกหน่อยก็ดีขึ้น” น้ำเสียงอ่อนโยนมิได้ทำให้ซิงเยียนอุ่นใจเลยแม้แต่น้อย ฟันขาวถูกกัดเข้าหากันแน่น เจ็บทั้งกายทั้งใจ เสด็จแม่ยังจะให้นางทนอีกหรือ

ไม่ว่าเมื่อใด มารดาก็เอาแต่บอกให้นางอดทน แล้วนางจะต้องอดทนไปถึงเมื่อใดกัน!!!

“ตั้งแต่เล็ก เสด็จแม่ก็เอ่ยคำนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ลูกคร้านจะฟัง หากว่าวันนี้ลูกไปช่วยน้องขึ้นจากน้ำมิทัน ป่านนี้เราคงต้องจัดพิธีศพกันเสียแล้ว!”

“เยียนเอ๋อร์!”

“พระองค์มิคิดจะสู้เพื่อพวกเราสองพี่น้องบ้างหรือไร! มิคิดจะปกป้อง มิคิดจะช่วยเหลือเลยหรือ” ซิงเยียนลุกขึ้นเต็มความสูง จ้องไปที่มารดาด้วยแววตาแดงก่ำ แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด

“องค์หญิง อย่าได้กล่าววาจาทำร้ายจิตใจพระมารดาเลยเพคะ เท่านี้พระสนมก็เสียใจมากพอแล้ว” ซิงเยียนรู้ดีว่ามารดาเป็นสตรีที่จิตใจดี อ่อนโยนต่อคนทุกผู้ แต่นางมิคิดว่ามารดาของนางจะอ่อนแอ ถึงขึ้นต้องให้นางกำนัลคนสนิทออกปากแทน

“เหอะ! ข้าจะไปพบป้าสะใภ้ ให้คนเตรียมรถม้าให้ข้าด้วย” เอ่ยสั่งขันทีเสร็จ ร่างกายที่บอบช้ำของซิงเยียนก็เดินออกจากตำหนักไปด้วยอารมณ์โกรธเคือง หนิงเซียนเป็นห่วงพี่สาวจึงก้มคำนับต่อมารดา และตามออกไปด้วยอีกคน ในตำหนักจึงเหลือเพียงหวังกุ้ยเฟยและนางกำนัลคนสนิทเท่านั้น

“เป็นอย่างที่เยียนเอ๋อร์ว่า ข้ามิเคยปกป้องพวกนางได้สักครั้ง ฮึก!” น้ำสีใสไหลหลั่งออกมาจากดวงตางาม กำนัลอาวุโสก็ได้แต่ถอนหายใจ มิรู้จะปลอบผู้เป็นนายอย่างไรดี

เรือนสกุลหวังเปิดต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์ที่เป็นถึงองค์หญิงของแคว้นเช่นเคย ภายในโถงห้องรับแขก มีชายร่างบางนั่งเอนกายลงกับหมอนพิง รับฟังเรื่องราวจากปากของหญิงสาวทั้งสอง อย่างพินิจพิเคราะห์

ชายผู้นี้จะเป็นใครไปมิได้ นอกจากเฟยหย่า ป้าสะใภ้ของซิงเยียน ฮูหยินเพียงคนเดียวของเสนาบดีหวังป๋อเหวิน แน่นอนว่าลุงและป้าสะใภ้ของนางเป็นคู่หลงหยาง แม้จะมีคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องผิดขนมธรรมเนียม แต่ก็มิมีผู้ใดหยิบยกเรื่องนี้เข้ามาเป็นประเด็นในการทำลายหน้าที่การงานของท่านลุง อาจเพราะความสามารถที่ประจักษ์แก่สายตาประชาราษฎร์

“ท่านป้า ฮึก ครานี้ข้าจะไม่ทนแล้วเจ้าค่ะ เจ็บกายมิเท่าใด แต่ข้าเจ็บใจเกินทน หนิงเซียนเกือบจะจมน้ำเสียแล้ว” ซิงเยียนปาดน้ำตาออกจากใบหน้า นางมิเคยร้องไห้ต่อหน้าผู้ใดมาก่อน แม้แต่มารดาของตนเอง แต่กับป้าสะใภ้ผู้นี้ นางกลับมินึกอายที่จะร้องงอแงออกมาอย่างเด็กน้อย

“จะมีครั้งใดบ้างที่องค์หญิงมาหากระหม่อมโดยมิร้องไห้ หืม” ชายร่างบางยกพัดขึ้นมาโบกไปมา แม้จะเป็นชายแต่จริตงามเสียยิ่งกว่าสตรีบางคน

“อึก! มันเจ็บใจเจ้าค่ะ ข้าเจ็บใจนัก ไม่ว่าคราใด ข้าก็ต้องแพ้ให้พวกนาง ทั้งที่ซูหนี่กระทำผิด แต่กลับเป็นข้าที่ถูกลงโทษ” พวกนางที่ซิงเยียนหมายถึง คงไม่พ้นจวิ้นซูหนี่และฮองเฮาหลิว กำปั้นน้อยทุบลงบนอกตนเองซ้ำๆ จนหนิงเซียนที่ร้องไห้ตามพี่สาวอยู่ ต้องรีบเข้ามาห้ามเอาไว้

“ประเดี๋ยวจะเจ็บยิ่งกว่าเดิมนะเพคะ พี่หญิง ฮึก”

“หยุดร้องเสียก่อน เรื่องนี้มิใช่สิ่งที่เหนือความคาดหมายมิใช่หรือ” เฟยหย่าส่ายหน้าให้กับสองพี่น้อง ทั้งที่เขาก็ได้เลี้ยงดูทั้งสองมาด้วยกัน แต่เหตุใดนิสัยใจคอจึงต่างกันเหลือเกิน คนพี่เจ้าคิดเจ้าแค้น ทะเยอทะยาน คนน้องกลับอ่อนโยน มิโกรธมิชัง

“แต่ข้ามิอยากทนแล้ว เรื่องที่เราเตรียมการกันมา ข้าอยากเริ่มทำมันเสียตั้งแต่ตอนนี้เจ้าค่ะ”

“หึ แน่ใจแล้วหรือ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับท่านว่าจะพร้อมหรือไม่” เพียงรอยยิ้มร้ายของป้าสะใภ้ ก็ทำเอาหนิงเซียนถึงกับขนลุกซู่

“พร้อมแล้วเจ้าค่ะ ต่อจากนี้…แม้แต่เสด็จพ่อก็ต้องไว้หน้าข้า” สายตามุ่งมั่น ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเกลียดชัง ฉายชัดขึ้นมาบนดวงตาของธิดาลำดับที่สี่ในราชวงศ์จวิ้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลูน่า อัลฟ่าของเธอตกหลุมรักฉัน
9.1
ในงานวันเกิดของอัลฟ่าเดนิส เขาพาอดีตคู่รักที่เคยทิ้งเขาไปกลับมาด้วย แม้เขาจะทำเหมือนทรมานเธอสารพัดเพื่อเอาใจฉัน แต่ในวันครบรอบสัญญา ฉันกลับพบเขากำลังตีตราสร้างพันธะกับเธอในห้องนอน วีจิเนียเยาะเย้ยฉันด้วยแหวนแต่งงานที่เหมือนกันบนนิ้วของเธอ ขณะที่เดนิสอ้างว่ามันคือการลงโทษ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อหมาป่าในตัวฉันกรีดร้องด้วยความเสียใจที่เห็นลูน่าของตนถูกทรยศอย่างเลือดเย็นต่อหน้าต่อตาในวินาทีที่ความจริงปรากฏชัดเจน
หน้าปกนวนิยาย เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
9.0
หลินเยว่เลี่ยงเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่โดนข่าวลืออันตรายทำลายชื่อเสียงจนครอบครัวตกอยู่ในความยากลำบาก ไม่มีทางหนีออกจากสถานการณ์ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจยอมแต่งงานกับชายหนุ่มจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีรอยแผลเป็นบนร่างกาย เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสามี เธอต้องเผชิญกับภาระปัญหามากมาย พ่อของสามีป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แม่เลี้ยงมีอุบายเจ้าเล่ห์คอยกดดัน และยังมีพี่น้องหลายคนที่สร้างเรื่องรบกวนเธอไม่หยุด แต่หลินเยว่เลี่ยงไม่ได้มาถึงโลกนี้ด้วยมือเปล่า เธอพกพาระบบฟาร์มและพลังวิเศษที่มาจากเกมที่เธอสร้างขึ้นเอง เธอใช้พลังพิเศษปลูกผักสุดพิเศษขายสร้างรายได้ให้ครอบครัว ค่อยๆแก้ไขปัญหาทางการเงินของบ้านทีละอย่าง เธอเชื่อว่าเพียงแค่เธอและสามีคอยเคียงข้างกัน มีปัญหาอะไรก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ตามที่เธอคิด เมื่อทั้งสองคู่สมรสครองรักกันอย่างเข้มแข็ง โชคลาภก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างอัศจรรย์ ความเป็นอยู่ของทั้งครอบครัวค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่อาการป่วยของพ่อสามีก็ทุเลาลงจนเกือบหายดี สามีที่เคยเป็นคนหน้าเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดจา ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนอ้อนรัก ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะรักและตามใจภรรยาผู้นำโชคคนนี้ไปตลอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว
9.8
เมื่อโชคชะตาพาแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยาข้ามกาลเวลามาสู่กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันที่เธอไม่รู้จัก การปรับตัวในโลกใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีพี่หมอหนุ่มผู้อ่อนโยนคอยดูแลและชี้ทางสว่างให้ ความใกล้ชิดเปลี่ยนความหวาดกลัวเป็นความหวั่นไหว จนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งท่ามกลางอุปสรรคแห่งยุคสมัย จากสาวหลงยุคสู่การเป็นฟ้ารดา มหานคร ทายาทห้างทองผู้มั่งคั่ง เธอจะเลือกเดินบนเส้นทางที่พรหมลิขิตขีดเขียนไว้เพื่อครองคู่กับเขาตลอดไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ
7.9
มันหอมหลงเข้าไปอยู่ในร่างใหม่ขณะเก็บเห็ดบนภูเขา แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องช่วยชายหนุ่มปริศนาหนีเสือจนตกเขาไปด้วยกัน เมื่อฟื้นขึ้นมาเธอพบว่าเขาบาดเจ็บหนักทั้งขาหัก ตาบอด และจำอะไรไม่ได้เลย ทว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งคู่ต้องแต่งงานกันตามประเพณีเพราะผิดผีป่าผีเรือน หากไม่ตบแต่งจะเกิดอาเพศต่อหมู่บ้าน ท่ามกลางความวุ่นวายในโลกแฟนตาซีและกลิ่นอายอีสาน เธอจะเอาตัวรอดในฐานะภรรยาของชายพิการผู้ลึกลับคนนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ไปทำภารกิจหยุมหัวป๊ะป๋ากลับบ้าน
8.6
สายลม นักศึกษาสายวิทย์ผู้ยึดมั่นในหลักการเหตุผลและเคยเชื่อว่าความตายคือจุดสิ้นสุดของทุกสิ่งตามกฎธรรมชาติ แต่ทัศนคติของเขากลับต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่ออุบัติเหตุรถชนบนทางม้าลายพรากชีวิตเขาไปในพริบตา แทนที่จะสูญสลายกลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน เขากลับลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างใหม่พร้อมเสียงเรียกอันแสนอ่อนโยนว่า เจ้าเม่นน้อย จากหญิงสาวที่เรียกเขาว่าลูก การฟื้นคืนชีพที่เหนือคำบรรยายนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนในโลกที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย ถูกอัลฟ่าของฉันปฏิเสธ แต่ถูกมงกุฎของฉันทวงคืน
8.4
อัลฟ่าธามคู่แท้ของฉันเลือกฉลองให้ลูกของลิตา หมาป่าไร้ฝูง โดยเมินเฉยต่อฉันที่กำลังตั้งครรภ์ทายาทตัวจริงได้สี่เดือน เมื่อลิตาจัดฉากว่าถูกฉันทำร้าย ธามกลับใช้พลังอัลฟ่าขับไล่ฉันอย่างทารุณ ต่อมาเธอลงมือทำร้ายฉันจนเลือดออกหวังปลิดชีพลูกในครรภ์ พร้อมป้ายความผิดว่าฉันจะฆ่าลูกเธอ ธามเลือกช่วยลูกของลิตาและทิ้งฉันให้นอนรอความตายอย่างไม่ใยดี แต่ความลับสำคัญกำลังจะถูกเปิดเผย เมื่อครอบครัวของฉันมารอรับโอเมก้าที่เขาตราหน้าว่าไร้ค่า แท้จริงแล้วคือเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์จากฝูงที่ทรงอำนาจที่สุด