ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จวนร้างแห่งนี้มีสตรีถูกทิ้ง

จวนร้างแห่งนี้มีสตรีถูกทิ้ง

ซ่งจื่อเหยียนถูกน้องสาววางแผนร้ายจนต้องอับอายในงานวันเกิดองค์หญิงหก เมื่อตื่นมาพบว่าตนนอนเคียงข้างเว่ยเซียวหยาง ทว่าเขากลับรังเกียจและขับไล่นางไปอยู่จวนร้างไกลเมืองหลวง ขณะที่หลี่จื่อเหยียนวิญญาณจากยุคปัจจุบันต้องมาเข้าร่างและเผชิญความเจ็บปวดจากการคลอดลูกเพียงลำพังโดยไม่มีหมอตำแย มีเพียงสาวใช้และชาวบ้านคอยช่วยเหลือ ท่ามกลางความแค้นเคืองต่อท่านอ๋องใจดำ นางคลอดบุตรชายได้สำเร็จก่อนสลบไสลไปด้วยความเหนื่อยล้าในโชคชะตาที่แสนรันทดนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

เมื่อทุกคนออกไปแล้วเว่ยเซียวหยางก็ลุกขึ้นก่อนจะคว้าลำคอระหงของซ่งจื่อเหยียนที่หลับอยู่เพราะความเพลียขึ้นมา นางตื่นทันทีหายใจไม่ออกก่อนจะดิ้นรน

“ปะ ปล่อย แค่กๆๆข้า”

“ใครใช้เจ้ามา บอกมาเผื่อข้าจะไว้ชีวิตเจ้า หรือว่าเจ้าจะได้ตายไม่ทรมารมากนัก”

“ไม่มี น้องสาวของข้านางๆให้คนพาข้ามาที่นี่ แค่กกๆๆๆๆๆ”

ร่างบางดิ้นรนเริ่มตาเหลือกโพลง เว่ยเซียวหยางเหวี่ยงนางลงไปกลางห้องก่อนจะเอ่ยถาม

“เจ้าชื่ออะไร”

ซ่งจื่อเหยียนที่ตอนนี้หวาดกลัวบุรุษตรงหน้ายิ่งนักนางเอ่ยตะกุกตะกัก

“ข้าแซ่ซ่ง ซ่งจื่อเหยียนเจ้าค่ะ คะ คุณชายเรื่องเมื่อคืนข้าไม่ อุ๊บ!!!!”

ร่างบางถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับเตียงอีกรอบ เว่ยเซียวหยางสะบัดฝ่ามือใส่นางก่อนจะเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ

“อย่าเอ่ยถึงเรื่องอัปยศที่เจ้าเป็นคนก่ออีก แซ่ซ่งหรือ เจ้าเป็นอะไรกับซ่งฮั่นเหลียง”

“เขาเป็นบิดาของข้าเจ้าค่ะ”

“เจ้ารู้ไหมข้าเป็นใคร”

“มะ ไม่ ไม่รู้เจ้าค่ะ”

“ใส่เสื้อผ้าซะ ซ่งฮั่นเหลียงเจ้าเลี้ยงบุตรสาวได้ดีจริงๆ”

เว่ยเซียวหยางออกไปแล้ว ซ่งจื่อเหยียนใส่เสื้อผ้าเสร็จก็เดินออกมา นางถูกเขาย่ำยีถาโถมจนกลางกายสาวมีแต่ความปวดหนึบ ยามที่ก้าวเดินนางเจ็บตรงกลางจนน้ำตาร่วง

ดึกมากแล้วนี่ยามโฉ่ว(01.00-02.59) นางค่อยๆพาตนเองกลับบ้าน รถม้าไม่มีแล้วออกจากตำหนักก็ไม่ได้ ซ่งจื่อเหยียนร้องไห้ออกมา มารดาทิ้งนางไปมีเพียงเย่วเล่อกับเย่วหลีสองคนที่ภักดี วันนี้พวกนางถูกสั่งห้ามตามมาด้วย

“ฮือๆๆท่านแม่ มารับข้าทีข้ามิอยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วฮือๆๆ ว้าย”

ร่างบางถูกมือหนากระชากขึ้นก่อนจะเหวี่ยงขึ้นรถม้าทันที ซ่งจื่อเหยียนนั่งตัวลีบอยู่ที่มุมหนึ่งของรถม้า เขาน่ากลัวมากนางกลัวเขา รถม้าวิ่งมาจนถึงจวนซ่ง ไม่มีคนรอรับมีเพียงสาวใช้สองคนที่พอเห็นเจ้านายของตนก็พากันร้องไห้ออกมา

ไฟในเรือนถูกจุด ซ่งฮั่นเหลียงไม่รู้คนที่มาส่งบุตรสาวเป็นใคร มาถึงก็ตบหน้านางทันที ซ่งจื่อเหยียนทรุดลงไปกอง

“สารเลว แพศยาไปนอนแก้ผ้ากอดก่ายบุรุษ เจ้ามันไร้คนอบรมสั่งสอนจริงๆ”

“ท่านพ่อ น้องรองกับแม่รองพาข้าไปพักที่นั่น ข้าไม่รู้ว่าโอ๊ย”

ซ่งฮั่นเหลียงตบหน้าบุตรสาวซ้ำอีกที เขากำลังจะเงื้อมือตบซ้ำแต่กลับได้ยินเสียงออกมาจากรถม้า

“ข้าไม่สนใจเรื่องของเจ้ากับบุตรสาวคนนี้ แต่ที่ข้าอยากรู้บุตรสาวคนรองของเจ้ากล้าดีอย่างไรใช้ห้องพักของข้าเพื่อทำเรื่องสกปรกเล่นงานพี่สาวตนเอง ที่อื่นไม่มีให้พวกเจ้าลงมือหรอกหรือ ซ่งฮั่นเหลียง”

เสียงนี้เขารู้ว่าใคร ซ่งฮั่นเหลียงเข่าทรุดทันที บุตรสาวคนรองของเขาหรือ หากนางทำจริงๆเขาก็ไม่คิดจะติดใจ แต่นางกลับไปทำในที่ๆไม่สมควรทำนี่สิ

“ชินอ๋องเมตตาด้วย เรื่องนี้ซยาอวิ๋นไม่ได้ทำอันใดผิดนางมิได้วางแผนร้ายให้พี่สาวนางแต่อย่างใด แต่นางลูกชั่วคนนี้ต่างหากที่ทำพระองค์มัวหมองพ่ะย่ะค่ะ”

"ท่านพ่อ ท่านผ่านมาข้ามีตัวตนในสายตาของท่านหรือไม่เจ้าคะ"

"หุบปาก เจ้าทำท่านอ๋องขุ่นเคืองแล้ว เอ่อท่านอ๋องเรื่องท่านกับนางคือว่า..."

“หึ อย่าคิดว่าจะมีเกี้ยวมารับนางเล่า ข้ามิส่งโลงศพมาให้ก็นับว่าดีแล้ว เหวินเปียวไปได้แล้ว”

เมื่อเว่ยเซียวหยางไปแล้วซ่งอั่นเหลียงก็โบยบุตรสาวสิบทีแล้วไล่ไปอยู่ที่เรือนร้าง ข้าวน้ำมิให้ส่งไป มีเพียงแผ่นแป้งแข็งๆเท่านั้น นางถูกทิ้งไว้เรือนร้างหลังจวนมาสามเดือนแล้ว จนกระทั่งวันนี้น้องรองของนางซ่งซยาอวิ่นมาเยี่ยมก่อนจะเอ่ย

“ใบหน้าจิ้งจอกของเจ้าทำร้ายตัวเจ้าเอง ซ่งจื่อเหยียนเจ้ามันก็แค่ขยะไร้ค่า ขนาดบิดายังไม่สนใจเจ้าเลยฮ่าๆๆๆ”

“น้องรอง เหตุใดต้องทำกับข้าถึงเพียงนี้”

“หึ ใครใช้ให้องค์ชายห้าลุ่มหลงใบหน้าจิ้งจอกของเจ้า อ้อได้ข่าวว่ามีคนที่ไม่ชอบเว่ยเซียวหยางไปทูลฟ้องชินอ๋องข่มเหงสตรี จนฝ่าบาทมีรับสั่งให้เขาแต่งเจ้าเข้าจวน ชินอ๋องรังเกียจสตรีมากนัก เจ้าจะมีชีวิตรอดได้ถึงเจ็ดวันหรือไม่เล่าพี่ใหญ่ ฮ่าๆๆ”

ซ่งซยาอวิ๋นไปแล้ว ซ่งจื่อเหยียนร้องไห้ออกมาจนเย่วเล่อปลอบใจ

“อย่าร้องเลยเจ้าค่ะคุณหนู บางทีท่านอ๋องอาจไม่ใจร้ายเพียงนั้น อย่างไรแม้ว่าจะเพียงสัมพันคืนเดียวก็ถือเป็นผัวเมียนะเจ้าคะ”

“พี่เย่วเล่อกล่าวถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูท่านต้องเข้มแข็งนะเจ้าคะ”

“อืม ไปจากที่นี่บางทีอาจดีกว่าก็ได้”

สามคนนายบ่าวได้แต่ให้กำลังใจต่อกัน รุ่งเช้าเมื่อถึงยามซื่อรถม้าของจวนอ๋องก็มารับพวกนางแต่ไม่ได้ไปตำหนักชินอ๋องแต่อย่างใด รถม้าเคลื่อนออกไปนอกเมือง เหวินเปียวเอ่ยกับพวกนางด้วยน้ำเสียงดูแคลน

“ท่านอ๋องให้ไปส่งพวกเจ้าที่จวนร้างนอกเมือง หวังสูงนักก็ไปเป็นนายหญิงที่จวนร้างโน้น”

เย่วเล่อทนไม่ไหวจึงได้ตวาดขึ้นมา

“หวังสูงหรือ ข้าจะบอกเจ้าให้นะทั้งนี้ทั้งนั้นหากไม่ใช่เพราะเจ้านายของเจ้ามีสันดานดิบอยู่แล้วเรื่องนี้จะเกิดหรือ”

“เจ้าพูดอีกทีสิ แค่สาวใช้คนหนึ่งกล้าดีอย่างไรมากล่าวหาท่านอ๋องอยากตายหรือ”

เย่วหลีกระตุกแขนเสื้อพี่สาวแต่เย่วเล่อไม่สนใจแล้วนางเหลืออดจริงๆตั้งแต่ออกมาจากจวน องครักษ์คนนี้กล่าววาจาเชือดเฉือนไม่หยุด

“เป็นบุรุษแต่เอาแต่กล่าวโทษสตรี เจ้าอยู่บ้านใส่กระโปรงหรือ องครักษ์เหวินสินะ ได้ยินคนขับรถม้าเรียกเจ้าเช่นนั้น”

เหวินเปียวหันกลับมามองหน้าเย่วเล่อด้วยสายตาอาฆาตแต่ซ่งจื่อเหยียนกลับบอกให้หยุด

“เย่วเล่อหยุดเถอะ อุ๊บ อื้อ ข้าอยากอาเจียนน่ะ เหมือนจะเมารถ ท่านองครักษ์ช่วยชะลอได้หรือไม่”

“อีกไม่ถึงสิบลี้ก็ถึงแล้ว อดทนหน่อยคุณหนูซ่ง”

“ทั้งนายทั้งบ่าวจิตใจไม่เหมือนมนุษย์ ขอร้องพวกเขาสู้ไปขอร้องสุนัขยังดีกว่า”

เย่วเล่อเอ่ยจบก็ไปนั่งกับคุณหนูของนาง ไม่นานก็มาถึงจวนร้างนอกเมือง ทันทีที่ส่งพวกนางเสร็จรถม้าก็กลับทันที สามคนนายบ่าวเข้าไปด้านใน จวนนับว่ากว้างมากนักมีเรือนหลักถึงสามเรือน และเรือนเล็กอีกหลายหลัง พื้นที่กว้างขวาง เพียงแต่เก่ามากต้องบทำความสะอาดครั้งใหญ่

เย่วหลีปิดประตูจวนจากนั้นสามนายบ่าวก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่โดยไม่มีใครรู้ จนกระทั่งได้เจอกับป้าหูที่สามีนางมีอาชีพหาของป่ามาขาย ซ่งจื่อเหยียนเพิ่งรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ก็จนกระทั่งท้องของนางใหญ่ขึ้นและเด็กในท้องเริ่มดิ้น สามคนนายบ่าวไม่มีเงินทอง มีเพียงสินเดิมของฮูหยินที่เป็นหยกเนื้อดีสามชิ้น ขายไปแล้วชั้นหนึ่งได้มาแปดร้อยตำลึง เหลืออีกสองชิ้น คุณหนูบอกว่าให้ถึงที่สุดค่อยขายอีกชิ้น อีกไม่นานก็คลอดแล้ว คนจากตำหนักอ๋องไม่เคยมาดูดำดูดีเลยนั้นแต่เอาพวกนางมาทิ้ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย 师父,别打扰我。
9.0
เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของอาจารย์ผู้เป็นที่รัก ไป๋เหม่ยหลานยอมรับโทษทัณฑ์แสนสาหัสจากสำนักเซียวเหยาจนสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว เมื่อได้รับโอกาสให้กลับชาติมาเกิดใหม่ นางจึงปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนและตัดขาดจากความสัมพันธ์ในอดีตให้สิ้นซาก ทว่าโชคชะตากลับไม่เป็นใจ เมื่ออดีตอาจารย์ที่นางเคยภักดีกลับก้าวเข้ามาพัวพันในชีวิตของนางอีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นางจะจัดการกับวาสนาที่ไม่อยากจำนี้อย่างไรในภพชาตินี้
หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัย 5 ขวบในครอบครัวบัณฑิตจาง ทว่าโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อครอบครัวของเขาถูกบ้านหลักขับไล่ให้มาตกระกำลำบากในชนบท แม้จะได้มีพ่อแม่และย่าตามที่เคยใฝ่ฝัน แต่ความยากจนข้นแค้นกลับเป็นบททดสอบใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ ชีวิตใหม่ครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหนายิ่งกว่าชาติก่อน เพื่อรักษาความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาเพิ่งได้รับมาให้คงอยู่ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
9.0
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
หน้าปกนวนิยาย ฮองเฮาไม่ได้ร้าย
8.0
หลิวฉูฉู่ นักแสดงสาวชื่อดังกลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดเข้าไปในโลกของซีรีส์ที่ตนเองรับบทบาท แต่ความซวยคือการต้องอยู่ในร่างของนางร้ายผู้มีจุดจบอันน่าสลดด้วยน้ำมือของพระเอก เพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากความตายตามบทละคร เธอจึงต้องงัดทุกกลเม็ดมาใช้เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและพิชิตใจฮ่องเต้หนุ่มให้สำเร็จ เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดละมุนสายคลั่งรักที่เน้นความฟินแบบไร้ดราม่า พร้อมสร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นหัวใจให้ผู้อ่านตลอดทั้งเรื่อง
หน้าปกนวนิยาย ข้ามเวลามาสู้ชีวิต
8.2
รลินศัลยแพทย์สาววัย 27 ปีผู้เปี่ยมพรสวรรค์และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในความสามารถด้านการรักษาทั้งแผนปัจจุบันและแผนจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องพิษเป็นพิเศษ ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์คุณหมอคนสวยที่ทุกคนชื่นชม เธอซ่อนความลับสุดอันตรายในฐานะนักฆ่าระดับพระกาฬขององค์กรใต้ดิน รลินถูกฝึกฝนให้แทรกซึมและสวมบทบาทในทุกสาขาอาชีพอย่างแนบเนียนเพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ชีวิตสองด้านที่ต่างกันสุดขั้วทำให้เธอต้องเผชิญกับอุปสรรคและการต่อสู้ที่คาดไม่ถึง