ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สะใภ้ใบ้

สะใภ้ใบ้

เมื่อความผิดพลาดของสวรรค์ทำให้ไป๋ซือเหยาต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร เธอจึงได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างหญิงงามล่มเมืองพร้อมของวิเศษติดตัว ทว่าชีวิตใหม่นี้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อร่างที่เธออาศัยอยู่นั้นเป็นใบ้และมีสามีอย่างหลิวโม่เหยียน ชายหนุ่มผู้มีสติปัญญาเทียบเท่าเด็กเพียงสิบขวบเท่านั้น นอกจากต้องรับมือกับครอบครัวแล้ว เธอยังต้องเผชิญกับวิญญาณที่วนเวียนอยู่รอบกาย พร้อมพลังเทพพยากรณ์ที่ทำให้เธอมองเห็นนิมิตเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ท่ามกลางเรื่องราวลี้ลับและโชคชะตาที่พลิกผัน
ตอน
แชร์

ตอน 2

ไป๋ซือเหยาตื่นขึ้นมาอย่างมึนเบลอ ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามา ความรู้สึกแรกเธออยากจะกรีดร้องตะโกนด่าชายชราที่ไม่ยอมบอกความจริงทั้งหมดให้กับเธอ

ร่างนี้เป็นใบ้และยังมีสามีแล้วอีกด้วย! สาวโสดวัยยี่สิบแปดปีอย่างเธอถึงกลับพูดไม่ออก เพราะร่างนี้อายุเพียงแค่สิบเจ็ดปีเท่านั้น และที่ทำให้เธอมาอยู่ในร่างนี้ เพราะเธอป่วยหนักจนตาย!

กว่าสามีนั่นจะมาเห็นเธอก็มาอยู่ในร่างนี้แล้ว ทำให้เด็กหนุ่มนั่นไม่รู้ว่าภรรยาตนเองตายจากไปแล้ว

หากเป็นยุคปัจจุบัน อายุสิบเจ็ดปีกลับเป็นวัยที่กำลังเรียนหนังสืออย่างหนักเพื่อสอบเข้ามหาลัยดี ๆ แต่ในยุคนี้กลับมีสามีและลูกแล้ว โชคดีที่ร่างนี้ยังไม่มีลูก มิเช่นนั้นเธอคงตกใจจนหัวใจวายและตายซ้ำอีกครั้งเป็นแน่

เธอถอนหายใจอย่างปลงตก เพราะอย่างไรก็ไม่อาจกลับไปได้อีกแล้ว ต่อไปนี้คงต้องยอมรับตัวตนนี้ให้ได้ และใช้ชีวิตในฐานะไป๋ซือเหยาสะใภ้ใบ้คนนี้ให้ได้

“เหยา ๆ หิว ๆ”

ไป๋ซือเหยาสะดุ้งตกใจ เมื่อร่างสูงวิ่งพรวดเข้ามาหาพร้อมจับมือนางเขย่าไปมา แม้จะพึ่งตกลงปลงใจกับตัวเองแต่ก็อดที่จะตกใจไม่ได้ เมื่อมองหน้าคนที่เขย่ามือตัวเองก็ได้แต่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“โม่เหยียน?”

ไป๋ซือเหยาพึมพำเรียกชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจ ทว่ามีเพียงแค่ปากที่ขยับตามแต่ไม่มีเสียงออกมา ความทรงจำบอกว่าสามีของร่างนี้หน้าตาอัปลักษณ์มีปานสีดำกว่าครึ่งหน้า

และช้ำร้ายเกิดอุบัติเหตุตอนอายุสิบขวบ ทำให้ความทรงจำหายไปกลายเป็นคนปัญญาอ่อนคนหนึ่งเท่านั้น

ความจริงหลิวโม่เหยียนเป็นคุณชายรองของตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง แต่เพราะสติปัญญาเหมือนเด็กคนหนึ่ง เมื่ออายุถึงวัยแต่งงานก็ถูกบังคับให้แต่งงานกับร่างนี้

ซึ่งตระกูลไป๋ไม่ต้องการนางเช่นกัน จากนั้นก็ส่งมาใช้ชีวิตในชนบทหมู่บ้านหลิวซานแห่งนี้ ซึ่งที่นี่เป็นหมู่บ้านเก่าของฮูหยินผู้เฒ่า แต่ที่ไป๋ซือเหยาเรียกอย่างไม่แน่ใจเพราะนางมองเห็นชายหนุ่มรูปงามราวกับเทพเซียน ดวงตาดอกท้อทอประกายสดใสยามที่เจ้าตัวฉีกยิ้ม หรือนี่คือผลของตาทิพย์?

“เหยา ๆ”

เสียงเรียกออดอ้อนนั้นทำให้สติไป๋ซือเหยากลับคืนมา นางพยายามมองรูปลักษณ์กายหยาบของคนตรงหน้าจึงได้เห็นว่าแท้จริงแล้วก็เป็นภาพเหมือนในความทรงจำ

‘เดี๋ยวข้าไปหาอะไรให้เจ้ากิน’

ไป๋ซือเหยาพูดบอกอย่างลืมตัวว่าร่างนี้เป็นใบ้ ทว่าต้องแปลกใจเมื่ออีกคนกลับเข้าใจนางต้องการจะสื่อ ใครว่าหลิวโม่เหยียนนั้นปัญญาอ่อน แค่นางพูดโดยไม่มีเสียงอีกคนยังเข้าใจเลย นางเลิกคิดเรื่องนี้ก่อนจะรีบลุกเข้าไปในห้องครัวในความทรงจำ ชีวิตของทั้งคู่ ค่อนข้างลำบากเพราะถูกส่งมาที่ทุรกันดารเช่นนี้ โดยได้เงินมาเพียงเล็กน้อย และใช้จ่ายช่วงมาอยู่แรก ๆ ก็หมดแล้ว อีกอย่างหลิวโม่เหยียนเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีมากกว่าร่างนี้หนึ่งปี ซึ่งกำลังเติบโตจึงรับประทานอาหารเป็นจำนวนมาก รายได้หลักก็มาจากร่างเดิมที่ปักผ้าไปขายในเมือง

โชคดีที่ร่างนี้เป็นคนดี ไม่ได้คิดทิ้งสามีปัญญาอ่อนของตนเอง อาจเพราะร่างนี้ก็ผ่านความยากลำบากมาเช่นกัน จึงทำให้รู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน

ไป๋ซือเหยามองข้าวในหม้อแล้วได้แต่ส่ายหน้า วันนี้นางจึงทำโจ๊กมันบดผสมกับข้าวที่เหลือเพียงน้อยนิด โชคดีที่ร่างนี้ชำนาญทำให้นางรู้สึกคุ้นเคยไปด้วย และทำตามได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเคยทำเองมานับร้อยนับพันครั้ง

เพียงไม่นานอาหารง่าย ๆ ก็เสร็จเรียบร้อย นางตักชามใหญ่ให้หลิวโม่เหยียนและตักชามเล็กให้ตนเอง พร้อมยกไปนั่งรับประทานที่โต๊ะเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่กลางบ้าน

ภายในบ้านนี้มีเพียงแค่หนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องครัวและหนึ่งห้องโถงเท่านั้น บ้านหลังเล็กและทรุดโทรมเพราะถูกทิ้งร้างอยู่หลายปี

“เหยา ๆ กิน”

โม่เหยียนตักโจ๊กในถ้วยตนเองป้อนภรรยาอย่างเอาอกเอาใจ ดวงตาโค้งมนยิ้มอย่างมีความสุข แม้สติปัญญาจะไม่สมประกอบ แต่กลับรู้ว่าตนมีภรรยาที่แสนงดงาม ดวงตาดอกท้อคู่นั้นมองภรรยาอย่างหลงใหล พร้อมคาดหวังจะกลืนโจ๊กที่ตนป้อนให้ ไป๋ซือเหยามองภาพตรงหน้าอย่างลำบากใจ เมื่อเห็นสายตาที่ใสซื่อบ่งบอกว่าเจ้าตัวชอบร่างนี้มากก็ตัดใจปฏิเสธไม่ลง นางอ้าปากรับคำข้าวที่ป้อนมาพร้อมกลืนลงไปเงียบ ๆ

“เจ้ากินเถอะ”

ไป๋ซือเหยาพูดไม่มีเสียงบอกคนตรงหน้า ก่อนจะก้มลงกินข้าวในส่วนของตนเองเงียบ ๆ พรางครุ่นคิดว่าต่อไปนี้จะทำอย่างไรดีชีวิตฐานะความเป็นอยู่ถึงจะดีขึ้น

“เหยา ๆ ไปเที่ยวกัน” เมื่อกินอิ่มแล้วหลิวโม่เหยียนก็เอ่ยชวนไปเที่ยวเล่นข้างนอก

ไป๋ซือเหยามองตามแล้วส่ายหน้าพร้อมบอกให้ไปเลย นางไม่ไปซึ่งอีกฝ่ายดูเหมือนจะลังเล นางจึงส่งยิ้มให้ หลิวโม่เหยียนจึงได้โบกมือลาพร้อมกระโดดเล่นไปตลอดทาง

ไป๋ซือเหยาถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่ออีกคนที่อยู่ในบ้านจากไปแล้ว นางจึงรีบกลับมายังห้องนอนพร้อมคิดถึงพู่กันวิเศษ ซึ่งเพียงแค่คิดพู่กันก็ออกมาจากร่างของนางพร้อมลอยไปมา

ไป๋ซือเหยาจึงรีบจับเอาไว้เพราะกลัวจะมีคนมาเห็น ที่นี่เป็นกระท่อมไม่ได้มิดชิดนัก เมื่อพิจารณาแล้วก็ไม่รู้ว่าพู่กันนี่ไว้ทำอะไร แต่พลันใดนั้นความรู้มากมายก็หลั่งไหลมาหานางอีกครั้ง

ครั้งนี้ทำให้นางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เพราะมันบอกให้นางเขียนยันต์ นางไม่ใช่นักพรตเสียหน่อย

ไป๋ซือเหยาเลิกสนใจเก็บพู่กันใส่ไว้ในร่างเหมือนเดิม ก่อนจะนึกไปถึงมิติสวรรค์ของนาง ทันใดนั้นนางก็มาปรากฏในสถานที่ค่อนข้างคุ้นเคย ในนี้เหมือนกับสถานที่นางเคยไปกับเซียนชราคนนั้น

แต่ที่นี่แตกต่างเล็กน้อยตรงที่มีบ้านหลังเล็กอยู่ในนี้ด้วย พื้นที่แห่งนี้กว้างขวางเป็นอย่างมาก นับด้วยสายตาประมาณห้าสิบหมู่[ 1หมู่ เท่ากับ 666.66 ตารางเมตร] ด้วยกัน และยังมีผักหลากหลายชนิด

อีกฝั่งหนึ่งกลับมีสมุนไพรมากมายซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่น่าแปลกเพียงแค่มองกลับมีชื่อปรากฏขึ้นเหนือต้นนั้นและยังมีบอกสรรพคุณของสมุนไพรชนิดนั้นๆ ด้วย

นี่คงเป็นตาทิพย์ที่เซียนชราเคยบอกเอาไว้ ไป๋ซือเหยาเดินไปดูผักกาดขาวที่อวบอ้วนน่ากินตรงหน้าอย่างสนใจ ก่อนจะลองเด็ดออกมาหนึ่งหัวเพื่อไว้ทำมื้อกลางวัน

ก่อนจะเดินไปดูมะเขือเทศสีแดงอวบอิ่มดูฉ่ำน้ำ นางเด็ดออกมาชิมหนึ่งลูกดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง รสชาติหวานมากจริง ๆ นางไม่เคยกินมะเขือเทศที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย

และเมื่อลองแตงกวาก็กรอบและหวานอร่อยเสียจนนางต้องมองดูอีกครั้งว่าใช่แตงกวาจริง ๆ หรือไม่ หรือผลไม้เหล่านี้เป็นของเหล่าเทพเซียนจึงทำให้รสชาติอร่อยเหนือธรรมชาติเช่นนี้ หลังจากสำรวจผักผลไม้ในมิติสวรรค์เรียบร้อยแล้ว จึงได้เดินมายังทางน้ำตก ซึ่งจะมีตาน้ำอยู่จุดหนึ่ง ความรู้สึกบอกนางว่าน้ำนี่สามารถรักษาอาการป่วยได้

ไป๋ซือเหยาลองวักน้ำมาดื่มไปอึกหนึ่งร่างกายที่เคยอ่อนเพลียกลับรู้สึกมีเรี่ยวแรงมากขึ้น และยังรู้สึกสดชื้นเหมือนไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยมาก่อน

นั่นทำให้นางเฝ้าหวังว่าจะทำให้ร่างนี้พูดได้อีกครั้ง ใช่แล้วร่างนี้เคยพูดได้ แต่หลังจากอายุได้แปดขวบ นางตกใจที่เห็นฆาตกรสังหารมารดาตนเองต่อหน้าต่อตา จากนั้นนางก็ไม่เคยพูดได้อีกเลย “เหยาเอ๋อร์ เจ้าอยู่ในบ้านใช่หรือไม่”

เสียงร้องเรียกมาจากหน้าบ้านทำให้ไป๋ซือเหยารีบออกมาจากในมิติสวรรค์ทันที นางเปิดประตูออกไปก่อนยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ตรงหน้านางคือพรานป่าในหมู่บ้านหลิวซานแห่งนี้ อีกฝ่ายกำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ นางครุ่นคิดในความทรงจำจึงได้รู้ว่าคนตรงหน้ามีนามว่าหลี่เจียงหนาน

ซึ่งได้ตกหลุมรักร่างเดิมและพยายามแวะเวียนมาหาอยู่บ่อยครั้ง ไป๋ซือเหยาไม่ได้รู้สึกแปลกใจถึงแม้ร่างนี้จะพูดไม่ได้แต่ใบหน้ากลับงดงามปานล่มบ้านล่มเมือง

ดวงตาที่มองนางอย่างหลงใหลเวลานี้ทำให้รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย ร่างเดิมเองก็ใช่ว่าจะยินดีอะไรที่มีคนมาชอบ และพยายามแวะเวียนมาเช่นนี้

“เหยาเอ๋อร์วันนี้ข้าเอาไก่ป่ามาฝากเจ้า”

ชายหนุ่มยิ้มกว้างพร้อมเดินเข้ามาหา ไก่ป่าตัวใหญ่ถูกยื่นมาตรงหน้า ไป๋ซือเหยาใช้ภาษามือที่ร่างเดิมเคยใช้เป็นการบอกปฏิเสธ หากนางรับมาคงเป็นที่ครหาจากชาวบ้านเป็นแน่

ทุกวันนี้ชื่อเสียงของนางก็ค่อนข้างเลวร้ายมากแล้ว เพราะนางพูดไม่ได้จึงไม่อาจแก้ตัวให้ตนเองได้

“รับไว้เถอะ เจ้าผอมหมดแล้ว”

หลี่เจียงหนานบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ทว่าใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าทำให้ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่คมมองหน้าอย่างเปิดเผยว่าสนใจนางจริง ๆ และพร้อมที่จะรับนางไปเป็นภรรยา การที่ให้หย่าร้างกับคนปัญญาอ่อนนั่นเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาอยู่แล้ว

ไป๋ซือเหยารู้สึกขนกายลุกชัน แววตาที่มองมานั้นมันหลงใหลจนอยากได้นางไปเป็นภรรยาของตนเอง ซึ่งทำให้นางส่ายหน้าไปมา เวลานี้นางพูดไม่ได้ทำให้ไม่ชินเลยจริง ๆ

และทำให้นางหงุดหงิดใจที่ไม่อาจตอบโต้ได้ดั่งใจ แม้จะใช้ภาษามืออีกคนก็ไม่สนใจ จับมือนางเอาไว้แน่นพร้อมวางไก่ป่าไว้ในมือนางเช่นที่เคยทำ

ทว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ไป๋ซือเหยาสะบัดมือออก ก่อนจะใช้ภาษามือบอกให้กลับไปและไม่ต้องมาอีก เมื่อบอกจบนางก็ถอยหลังพร้อมปิดประตูหนีดื้อ ๆ อย่างนั้น คุยกับคนเช่นนั้นทำให้นางรู้สึกเสียเวลา เมื่อนึกถึงสายตาที่รักใคร่หลงใหลแล้วรู้สึกขนกายลุกชัน

“เหยา ๆ เจ้างอนอะไร หรือว่าเจ้าอยากหย่ากับเจ้าปัญญาอ่อนนั่นเร็วขึ้น ข้าช่วยเจ้าได้”

ไป๋ซือเหยาเม้มปากแน่น ใจนางสั่นระรัวจนอยากจะถือไม้ไปทุบอีกคนให้หายขัดใจ ทันใดนั้นพู่กันก็ลอยออกมาจากตัวนางก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระบองอย่างรวดเร็ว นางยืนมองอย่างอึ้ง ๆ นี่เข้าใจนางดีเกินไปหรือไม่?

แม้จะคิดเช่นนั้นแต่ก็ถือกระบองเอาไว้แน่น ก่อนจะเปิดประตูออกไปอีกครั้งด้วยท่าทางแน่วแน่ ว่าอย่างไรวันนี้ต้องไล่ไอ้คนที่หลงใหลคลั่งไคล้ร่างเดิมไปให้ได้!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าหากคุณต้องการ  ฉันเป็นนางเอกให้ก็ได้ค่ะ
8.5
ทารีน่าทะลุมิติเข้ามาเป็นตัวร้ายในนิยายที่ตนเองเคยอ่าน แต่โชคร้ายที่ตัวละครโปรดอย่างไคล์กลับเป็นคนที่พยายามกำจัดเธอครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อปกป้องนางเอกตามเนื้อเรื่องเดิม การต้องเผชิญหน้ากับเมนตัวเองที่มุ่งหมายจะเอาชีวิตทำให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทารีน่าจะสามารถแก้ไขโชคชะตาที่ต้องตายด้วยน้ำมือของชายหนุ่มที่เธอหลงรักได้หรือไม่ หรือเธอจะต้องยอมรับจุดจบที่ถูกกำหนดไว้ในฐานะนางร้ายผู้น่าสงสารต่อไป
หน้าปกนวนิยาย แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ
8.8
เชโรมคือแวมไพร์สายมังสวิรัติผู้แสนอ่อนโยนที่ใช้ชีวิตขัดกับภาพลักษณ์อันเคร่งขรึม เขาเลือกที่จะดูแลกระต่ายแทนการล่าเหยื่อ ทว่ามาศิตาหญิงสาวผู้พิทักษ์กลับมองว่าวิถีชีวิตนี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อ เมื่อภัยร้ายคืบคลานเข้ามาและเชโรมต้องเผชิญกับความตาย มาศิตาจึงตัดสินใจสละเลือดของตนเองผ่านรอยจูบเพื่อช่วยชีวิตชายที่รัก ทันทีที่เลือดผู้พิทักษ์สัมผัสริมฝีปาก พลังมหาศาลที่ถูกสะกดไว้ก็ตื่นขึ้น เปลี่ยนแวมไพร์ผู้อ่อนแอให้กลายเป็นนักล่าที่ทรงพลังเกินกว่าใครจะคาดถึง
หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตหงส์ฟ้าชะตารัก ภาค แคว้นจ้าว NC20+
8.1
หลี่เหมยลี่นักธุรกิจสาวเก่งหลุดมิติมาอยู่ในร่างองค์หญิงปัญญาอ่อนผู้ไร้ค่าในนิยายที่เคยอ่าน แม้จะเป็นเพียงตัวประกอบที่ต้องตายตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่เธอกลับได้รับพรสวรรค์พิเศษทั้งวิชาแพทย์ การต่อสู้ และการแปลงโฉม เพื่อใช้ปกป้องตนเองและพี่น้องให้รอดพ้นจากการเป็นหมากทางการเมืองในแคว้นจ้าว ท่ามกลางอันตรายเธอยังต้องเผชิญกับความฝันอันเร่าร้อนกับบุรุษลึกลับนัยน์ตาหงส์ผู้เข้ามาสั่นคลอนหัวใจและเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาลในภาคต่อสุดเข้มข้นนี้
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
9.0
จากอดีตผู้รอดชีวิตในยุคซอมบี้ล้างโลก ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบในครอบครัวที่แสนยากจน แถมยังถูกญาติพี่น้องรุมกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อโชคชะตาเล่นตลกเธอจึงขอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาอีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องลุกขึ้นมาใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะและนำพาทุกคนในครอบครัวก้าวข้ามความลำบากมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึงในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
8.1
เมื่อวิญญาณสาวหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของกู้ลี่ถิง ตัวประกอบจืดจางที่มีบทเพียงฉากเดียวในโลกนิยายแทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอกลับเลือกใช้ความรู้จากอนาคตที่กุมเอาไว้ในมือเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือขีดเขียนโชคชะตาของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้ โดยไม่สนบทบาทเดิมที่นักเขียนเคยกำหนดไว้แม้แต่น้อย