ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แสนรัก(ลักษณ์)พันธนาการใจ

แสนรัก(ลักษณ์)พันธนาการใจ

เมื่อพ่อเลี้ยงเจ้าของรีสอร์ตวัย 42 ผู้ทรงอิทธิพลและดุดัน ต้องมาเสียอาการเพราะตกหลุมรักรอยยิ้มแสนหวานของมนัสวี สาวน้อยวัย 19 ที่กลายเป็นโลกทั้งใบของเขา ความคลั่งรักทำให้เขายอมทำทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่เธอปวดท้องประจำเดือนกะทันหันกลางทาง เขาก็ยอมสลัดภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามทิ้งไปเพื่อวิ่งวุ่นหาซื้อผ้าอนามัยให้เธอในร้านสะดวกซื้อด้วยตัวเอง แม้จะเก้ๆ กังๆ จนต้องเอ่ยปากถามพนักงานเพราะความประหม่า แต่เขาก็พร้อมปกป้องและดูแลเมียเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์
ตอน
แชร์

ตอน 2

“นี่จบแล้ว เรียนต่อที่ไหนจ๊ะ” คำถามของเขาทำเอาเธอถึงกับหุบยิ้มและชะงักไป

“เอ่อ หนูไม่แน่ใจ อาจจะออกมาทำงานก่อนค่ะ เก็บเงิน ไว้มีเงินค่อยเรียนต่อ หรือไม่ก็เรียน มหาวิทยาลัยสุโขทัย เสาร์ - อาทิตย์ แต่นั่นก็ต้องหาเงินก่อนอีกเหมือนกันค่ะ” น้ำเสียงของเธอดูเป็นปกติ เหมือนไม่ได้เครียดกับการที่ไม่ได้เรียนหรือว่าต้องหาเงินเรียนเอง

“ชีวิตเราก็แบบนี้ ได้แต่ให้กำลังใจ ค่อยๆ เก็บไป การเรียน เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ไม่สายหรอก ถ้าไม่ขี้เกียจซะก่อนนะ”

“หนูก็คิดอย่างนั้นค่ะไม่ได้ซีเรียส เอ่อ อุ้ย! หนูรบกวนเวลาไปทำงานของคุณอาหรือเปล่า ไม่กวนแล้วค่ะ หนูกลับแล้ว” คราวจะไปก็ลุกพรวดจนเขาตั้งตัวไม่ทัน ยังไม่ได้ซึมซับเอาความน่ารักจากเธอเลย รู้สึกใจหายแปลกๆ

“มีน้ำใจกับคนแปลกหน้า โดยที่ไม่ให้รู้จักชื่อเลยเหรอ” เขาถามขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ไม่ยิ้ม

“อุ้ยจริงสิ หนูชื่อมนัสวีค่ะ เจอกันคราวหน้าคุณอาเรียกหนูว่าวีก็ได้ค่ะ แล้วคุณอาชื่ออะไร” เธอก็เรียกเขาว่าคุณอาซะไปไม่เป็นเชียว แล้วจะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหมล่ะเนี่ย เขาคิด

“แสน แสนลักษณ์” เขาบอกสั้นๆ

“ชื่อแบบ เรียกแล้วเขินจังเลยค่ะ แต่เรียกอาแสนเฉยๆ เนี่ยเท่มาก”

“หึๆ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะหนูวี เรียกอาแสนก็ได้ ให้เรียกพี่ก็เกรงใจอายุตัวเอง”

“เช่นกันค่ะอาแสน หนูต้องไปแล้วค่ะ”

เด็กสาวยิ้มหวานขัดเขิน ตอนนี้ไม่กล้าสบตาเขาแล้วล่ะ

“น้ำใจงาม หวังว่าเราจะมีโอกาสได้เจอกันอีกนะ”

“ค่ะ” เธอตอบพร้อมกับยิ้มกว้างเชียว จากนั้นจึงได้เอี้ยวตัวแล้วเดินจากไป แต่ก็ไม่วายหันกลับมาโบกมือให้เขาราวกับเด็กน้อย แสนลักษณ์เองก็ได้แต่ยืนมองเธอเดินไปไกลท่ามกลางแดดเปรี้ยง ทว่าผิวพรรณกลับส่งออร่ากระจายมาก จนเขามองไม่ละสายตา ขณะเดียวกันแม้ว่าจะเดินไปไกลแล้วมนัสวีก็ยังไม่วายหันมามอง ว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิมหรือไม่

“น่ารักมาก” แสนลักษณ์เอ่ยลอยๆ พลางถอนใจด้วยความเสียดาย ไม่น่ารู้จักเธอในช่วงเวลาเร่งด่วนแบบนี้เลย เขาคิด แต่จังหวะเดียวกันนั้นรถของเขาก็แล่นมาจอดตรงหน้าพอดี ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เห็น ว่าแล้วเขาจึงเปิดประตูขึ้นรถไปนั่งด้านหลัง จากนั้นลูกน้องจึงขับรถออกไปจากหน้าร้าน

“ไปจอดที่ไหนมาทำไมไม่เห็น”

“ผมขับรถอ้อมน่ะครับ มันไม่มีที่จอด กะว่าอ้อมแล้วพ่อเลี้ยงน่าจะซื้อเสร็จพอดี”

“มองหาก็ไม่เห็นรถ ไม่มีเงินจ่ายเขาเลย”

“ห๊ะ! ได้ไงครับ”

“ได้ไงเหรอ เขาไม่มีทอนไง”

“แล้วจ่ายเงินยังไงครับ”

“มีเด็กๆ เขาจ่ายแทนน่ะ มันไม่แพง เขาเลยเลี้ยง”

“อย่าบอกนะครับว่าเด็กที่พ่อเลี้ยงนั่งคุยด้วย”

“ฉันเห็นแกเพิ่งขับรถมาจอดนะ”

“แหม ผมก็มองตลอดแหละ ว่าแต่เด็กๆ ในชุดนักเรียน ม.ปลายนี่น่ารักจังเลยนะครับ คิดถึงตอนเป็นวัยรุ่น” คเชนทร์แกล้งถามเพื่อหยั่งเชิง

“อืม หนูวี เธอชื่อวี น่ารัก หน้าเก๋โดดเด่น มีน้ำใจ สดใส” แสนลักษณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงลอยๆ เพ้อๆ เหมือนอยากจะเห็นเธออีกสักครั้ง

“หืม ฟังน้ำเสียงแล้ว ท่าทางจะเพ้อนะครับเนี่ย อย่าชอบเด็กเลยครับ เอาแต่ใจเก่ง” คเชนทร์แสร้งห้ามเพื่อหยั่งเชิงความคิดของเจ้านายหนุ่ม

“ฉันพูดแบบนั้นเหรอ” เจ้านายหนุ่มถามกลับพลางขมวดคิ้ว น้ำเสียงข่มเข้มขึ้นทันที

“แววตาพ่อเลี้ยงก็บอกแบบนั้นนะครับ”

“ท่าทางไม่ใช่คนเอาแต่ใจหรอก ไม่น่าใช่ แต่น่ารัก น่ารักมาก” น้ำเสียงของเขาชื่นชมเด็กสาวคนนั้นมาก เรียกได้ว่าประทับใจเลยจะดีกว่า

“แรกพบทำให้พ่อเลี้ยงประทับใจขนาดนี้เลยเหรอครับ”

“ไม่เป็นฉันไม่รู้หรอก รอยยิ้ม น้ำเสียง ใครจะไม่ประทับใจ คนอะไรน่ารัก เสียดายนะ” พูดไปพลางเขาก็ถอนหายใจไปพลาง

“เดี๋ยวผมให้คนสอดส่องให้ครับ ผมจำหน้าได้ หน้าเก๋มากทำให้โดดเด่น”

“ก็ไหนแกบอกว่าขับรถอ้อม ทำไมเห็น”

“คือ เอ่อ ผมขับรถไปจอดอีกฝั่งครับ พอดีรถอื่นน่าจะบัง พ่อเลี้ยงเลยไม่เห็น แล้วค่อยอ้อมมาหาพ่อเลี้ยง แต่ความโดดเด่นของพ่อเลี้ยงก็ทำให้เห็นชัดเจน สาวน้อยคนนั้นก็เหมือนกัน”

“ฉันไม่ได้จะอะไรแบบนั้นกับเด็กๆ หรอก แค่ชื่นชมว่าน่ารักเท่านั้นเอง หรือ ต่อให้อยากตามก็ตามตัวยากแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน” มาถึงตอนนี้เขาก็มีน้ำเสียงหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด แบบนี้น่าจะเรียกว่าประทับใจแรกเห็นจริงๆ สินะเนี่ย

“อย่ามาพูดเลยครับว่าไม่อะไรแบบนั้นกับเด็กๆ มันไม่มีข้อห้าม” ผู้ช่วยหนุ่มรู้ทัน พร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาให้เห็น ว่าได้แอบถ่ายรูปสาวน้อยคนนั้นเองไว้เรียบร้อย ทั้งที่เจ้านายหนุ่มไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าชอบหรือไม่ชอบ

“แสนรู้” เจ้านายว่าแต่ก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจทว่าต้องเก็บอาการ

“ขอบคุณครับคุณแสนลักษณ์ที่ชม”

“หึๆ เรากลับกันเถอะ”

“ครับผม ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะให้คนสืบให้” ผู้ช่วยหนุ่มบอกอีกครั้ง เรียกได้ว่ารู้ใจเจ้านายเหลือเกิน

“แค่สืบนะ อย่าไปเกาะติดชีวิตเขา จนรู้สึกแล้วกลายเป็นหวาดกลัวแทน”

“ครับพ่อเลี้ยง” คเชนทร์รับคำพร้อมกับยิ้ม จากนั้นก็ไม่มีการพูดคุยกันอีกเลย คเชนทร์ปล่อยให้เจ้านายได้คิดอะไรเงียบๆ เผลอๆ อาจจะคิดถึงเด็กสาวคนนั้นอยู่ก็เป็นได้ ด้วยความที่รู้ใจเหลือเกิน คเชนทร์จึงได้ส่งภาพของเธอคนนั้นให้แสนลักษณ์ผ่านทางไลน์ทันที จนเจ้านายถึงกับมองหน้า

“แสนรู้อีกแล้วนะเรา” แสนลักษณ์เอ่ยปากแซวกวนๆ

“หึๆ ถูกใจไหมล่ะครับ” คเชนทร์ถามแต่พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่ตอบได้แต่เมินหน้าออกนอกรถ แล้วยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ

การเดินทางกลับในวันนี้ ช่างเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจของเขาในรอบหลายปี ไม่เคยประทับใจกับอะไรแบบนี้มานานแล้ว ทำไมจึงได้รู้สึกว่าเด็กๆ กระตุ้นให้ความรู้สึกของเขามันตื่นเต้น เหมือนได้กลับมาเป็นหนุ่มน้อยอีกครั้ง มันเรียกว่าอะไรนะ เขาถามตัวเองพลางนึกถึงหน้าของเธอ แล้วทำให้ยิ้มได้อยู่ตลอด บ้าเหลือเกิน

พ่อเลี้ยงแสนลักษณ์ จดจำความน่ารักของสาวน้อยมนัสวีคนนั้น เอาไว้ในใจได้เป็นอย่างดี ทั้งรูปร่างหน้าตาน่ารัก ใบหน้าเก๋เอามากๆ มีสันกรามราวกับนางแบบ น้ำเสียงราวกับแมวน้อยขี้อาย แต่คำพูดคำจามีความมั่นใจ จนเขารู้สึกประทับใจ แต่มันเป็นการเจอกันโดยบังเอิญ ที่เขาไม่สามารถรั้งเอาไว้ได้เลย ช่างน่าเสียดายนัก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อวบอยู่ไหนจ๊ะ
9.7
อาทิตยาหลงรักคำเรียกขานว่าอวบจากคิง ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยฐานะแต่ติดดินอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เธออยากเปลี่ยนตัวเองให้ผอมเพรียวเพื่อความสวยงาม แต่เขากลับแสดงความโกรธเกรี้ยวและสั่งห้ามไม่ให้เธอลดน้ำหนักอย่างเด็ดขาด เพราะเขาหลงใหลในตัวตนที่เธอเป็น ความสัมพันธ์ยิ่งลึกซึ้งเมื่อคิงยอมขัดใจครอบครัวและฝ่าความเหนื่อยล้าจากการรับแขกเพื่อมาหาเธอในยามดึก เพียงเพราะอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางความอบอุ่นละมุนหัวใจที่เขาคอยเติมเต็มให้สาวอวบอย่างเธอเสมอมา
หน้าปกนวนิยาย ดั่งเชื้อไฟในเพลิงพิศวาส
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไอรอนมองว่าอัญชันเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินที่หวังทางลัดสู่ความสบาย ทว่าเสน่ห์ของเธอกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำเพลิงปรารถนาในใจเขาให้ลุกโชนอย่างคาดไม่ถึง อุบัติเหตุในห้องน้ำนำไปสู่สัมผัสแนบชิดที่ทำให้สาวน้อยด้อยประสบการณ์ต้องหวั่นไหวไปกับร่างกายอันสมบูรณ์แบบ สายตาคมกล้าของเขาตรึงเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนรุ่มร้อน จนอัญชันเผลอปล่อยตัวใจไปกับเสน่หาและหวังเพียงว่าสักวันจะสามารถครอบครองหัวใจของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ไว้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ยื้อรัก (ท่านประธานปากหมา VS เลขาถึกทน)
8.1
เมื่อจตุรภัทรยอมทุ่มเงินมหาศาลซื้อหุ้นบริษัทเพื่อนเพื่อดึงตัวรภัสรดาอดีตคนรักมาเป็นเลขาข้างกายด้วยเงินเดือนสูงลิ่วหวังรื้อฟื้นความสัมพันธ์ครั้งเก่า แม้ปัจจุบันเขาจะเป็นท่านประธานปากร้ายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้แต่หญิงสาวก็ยอมตกลงเพราะหัวใจยังตัดไม่ขาด จากสาวน้อยแสนดีในวันวานเธอกลายเป็นเลขาใจเด็ดที่พร้อมร้ายกลับหากถูกรังแก ท่ามกลางสงครามประสาทและความใกล้ชิดในที่ทำงานที่ต่างฝ่ายต่างมีบททดสอบให้กันเพื่อพิสูจน์ว่ารักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย คู่มือโต้กลับ ฉบับหมอเศรษฐี
8.2
หลินเทียนต้องกลายเป็นคนพิการเพียงเพราะปกป้องคนรัก แต่เขากลับถูกเธอและเพื่อนสนิทหักหลังอย่างเลือดเย็น ในช่วงเวลาที่มืดแปดด้าน เขาได้พบกับหลิวอีเตา หมอเทวดาในตำนานที่มารับเขาเป็นศิษย์พร้อมมอบมรดกมหาศาลให้ครอบครอง ชะตาชีวิตของหลินเทียนจึงพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขากลายเป็นยอดหมอผู้ร่ำรวยที่พร้อมจะโต้กลับทุกคนที่เคยทำร้าย และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตในฐานะผู้เหนือกว่าอย่างเต็มตัว
หน้าปกนวนิยาย หลังจากเลิกกัน เธอถูกเจ้านายที่เป็นคนเลิกบุหรี่ไล่ตาม
9.2
ทายาทมหาเศรษฐีตกอับถูกเป่ยจิ่งชวนยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือ เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและปกป้องเธอจนเธอเชื่อมั่นในความรัก แต่สุดท้ายเธอกลับพบว่าตนเองเป็นเพียงหมากในกระดานของเขา เจียงอินจึงหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในวันที่เธอโดดเด่นและมีชายอื่นรุมล้อม เป่ยจิ่งชวนที่หึงหวงกลับพยายามอ้อนวอนขอให้เธอคืนดี แต่เธอกลับตอกหน้าเขากลับด้วยรอยยิ้มเย็นชาว่าตอนนี้เธอแต่งงานใหม่ไปเสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ