ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แสนรัก(ลักษณ์)พันธนาการใจ

แสนรัก(ลักษณ์)พันธนาการใจ

เมื่อพ่อเลี้ยงเจ้าของรีสอร์ตวัย 42 ผู้ทรงอิทธิพลและดุดัน ต้องมาเสียอาการเพราะตกหลุมรักรอยยิ้มแสนหวานของมนัสวี สาวน้อยวัย 19 ที่กลายเป็นโลกทั้งใบของเขา ความคลั่งรักทำให้เขายอมทำทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่เธอปวดท้องประจำเดือนกะทันหันกลางทาง เขาก็ยอมสลัดภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามทิ้งไปเพื่อวิ่งวุ่นหาซื้อผ้าอนามัยให้เธอในร้านสะดวกซื้อด้วยตัวเอง แม้จะเก้ๆ กังๆ จนต้องเอ่ยปากถามพนักงานเพราะความประหม่า แต่เขาก็พร้อมปกป้องและดูแลเมียเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์
ตอน
แชร์

ตอน 3

ช่วงเวลาเดียวกันนั้น สาวน้อยที่สละเงิน 35 บาท เพื่อจ่ายค่าน้ำแดงโซดาให้กับหนุ่มใหญ่คนนั้น เธอคือมนัสวี เพิ่งเรียนจบ ม.6 หมาดๆ ไปโรงเรียนในวันสุดท้ายวันนี้ พอออกจากโรงเรียนเธอก็แวะไปซื้อน้ำแล้วเดินทางกลับบ้าน โดยบ้านไม่ได้อยู่ห่างจากโรงเรียนสักเท่าไหร่ เดินเท้าใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีโดยประมาณก็ถึงบ้าน

บ้านทรงไทยยกพื้นสูง จนสามารถมีพื้นที่เอาไว้เป็นที่นั่งเล่น และห้องครัว พร้อมกับโต๊ะอาหาร บ้านหลังนี้เป็นมรดกของบิดา ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่มนัสวีอายุได้ 2 ขวบ ตอนนั้นเธอยังไม่รู้เรื่องสักเท่าไหร่หรอก โดยท่านได้ทิ้งสมบัติอันมีค่านี้เอาไว้ให้ดูต่างหน้า และมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ไม่มีมรดกเป็นเงินทอง เว้นเสียแต่ว่าเธอคือสิ่งมีค่าที่เป็นเนื้อหนัง ที่พ่อใหม่และแม่ของเธอชอบ

“เถลไถลที่ไหน กลับไม่ตรงเวลา” เสียงของมารดาดังขึ้นขณะที่มนัสวีกำลังเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน

“ไม่ได้เถลไถลที่ไหนค่ะ แค่สอบเสร็จแล้วเดินไปซื้อน้ำหน้าโรงเรียน แดดแรงก็หลบ แล้วค่อยกลับ”

“แหม วันนี้มีความแดดแรง ปกติไม่เห็นแกบ่น”

“มันก็มีสักวันที่หนูอยากบ่นบ้าง” พูดจบเธอก็เดินขึ้นบ้าน โดยที่บันไดทางขึ้นนั้นอยู่ด้านนอกบ้าน จากนั้นก็เดินผ่านมารดาไปยังห้องนอนของตัวเอง

“เดี๋ยว เมื่อเช้าแม่บอกแกแล้วใช่ไหม ว่าคืนนี้มีงานเลี้ยงกินข้าวของท่านทรงกรช”

“บอกแล้ว แต่มันเกี่ยวอะไรกับหนู”

“อ้าว ก็แม่บอกแล้วว่าจะพาแกไปแนะนำให้ท่านเห็นไง จะได้ฝากฝังงานที่บ้านท่านได้”

“ไปเป็นเด็กรับใช้ หนูไปทำงานโรงงานดีกว่า”

“นี่ งานโรงงานจะได้เงินสักเท่าไหร่กันเชียว จบแค่ ม.6 ทำบ้านท่านไม่ลำบาก ได้เงินเดือนตั้ง 2 หมื่น ถ้าทำดีท่านก็ให้พิเศษ” ทำไมมนัสวีจะไม่รู้ว่าทำงานอะไร

“หนูไม่อยากทำ หนูจะไปทำสวนผลไม้ หรือไม่ก็โรงงาน”

“อยู่บ้านท่าน โอกาสจะได้เป็นคุณนายเลยนะยัยวี” เสียงของพ่อเลี้ยงดังขึ้น จากทางห้องของมารดา

“วีไม่ชอบคนแก่คราวพ่อ อ้วนเตี้ยล่ำ หาผัวน่ะวีหาเอง”

“ถ้าแกไม่ได้ฉันจัดการให้ล่ะก็ ป่านนี้จะได้เรียนจบ ม.6 ไหม ก็เพราะได้เงินจากพวกผู้ใหญ่พวกนี้ ลำพังสมบัติพ่อแกจะมีอะไรเหลือให้นอกจากบ้านหลังนี้”

“ไม่ใช่เพราะวีเหรอ ที่นั่งให้ไอ้พวกตาแก่ทั้งหลายแตะอั๋งน่ะ เพราะวีเป็นคนหาเงิน ไม่ใช่น้า”

“ยัยวี อย่ามาพูดกับน้าชิตแบบนี้ เพราะน้าชิตเราถึงได้มีกินมีใช้ ไม่ใช่เพราะน้าชิตเหรอที่แนะนำแกให้ทำงานนั่งดริ้งค์ กับพวกนายๆ เขาน่ะ”

“วีไม่ถือว่าเป็นบุญคุณ” พูดจบเธอก็เดินกลับเข้าห้องทันที ทว่าวิชิตพ่อเลี้ยงกลับไม่พอใจที่มนัสวีต่อต้าน จึงตามไปจิกผมแรงๆ แล้วกระชากเหวี่ยงกลับออกมา

“โอ๊ย! น้าชิต!”

“มึงจะไปหรือไม่” วิชิตบอกพร้อมกับจิกผมเธออยู่

“ไม่ไป อยากได้เงินทำไมไม่ให้แม่ไปเองล่ะ” เธอเถียงกลับ เท่านั้นแหละ คนเป็นแม่ก็เดินดุ่มๆ พร้อมกับเหวี่ยงฝ่ามือตบที่ใบหน้าของบุตรสาวแรงๆ จนสะบัด

เพียะ! มนัสวีล้มลงไปกองกับพื้น แล้วก็นั่งนิ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองหน้า

“มึงเป็นลูก อย่าเถียง รู้จักไหมคำว่ากตัญญูน่ะ กูให้กำเนิดมึง โตมาจนป่านนี้ หน้าตาสะสวยผิวพรรณดี ก็เพราะกู มึงอย่ามาพูดไม่เข้าหูอีก ไม่งั้นกูตบเลือดกลบปากแน่”

“จะให้วีหาเงินให้มากแค่ไหน แม่กับน้าถึงจะพอใจ ให้ติดเอดส์ตายก่อนหรือยังไง”

“อีวี!” เพียะ! มารดาเหวี่ยงมือตบไปที่แก้มข้างเดิมอีกครั้ง

“พูดอีกคำกูจะให้น้าชิตจัดการ มึงไปเตรียมตัว แต่งตัวสวยๆ ชุดที่กูซื้อให้ ใส่ซะ”

“กูจะบอกให้เอาบุญ มีเด็กๆ อีกเยอะที่อยากมีโอกาสแบบมึง ที่ได้เข้าใกล้ผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นเด็กดีเผลอๆ เดือนละ 3-4 หมื่นจะไปไหนเสีย” วิชิตเอ่ยขึ้นพลางกัดฟันแน่น

“ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ กูบอกให้ลุกขึ้น” มารดาตะคอกในคำสุดท้าย ก่อนจะกระชากมนัสวีให้ลุก แล้วผลักเข้าห้องไปเลย มาถึงตอนนี้วิชิตก็หันกลับมาตำหนิเมีย

“ไปตบมันทำไม”

“ฉันเป็นแม่มันนะ แล้วดูมันว่าฉัน”

“เสื่อมราคาหมด ปากแตก เป็นรอยฝ่ามือ ราคาตกกันพอดี โง่จริงๆ เลย คราวหน้าอย่าทำอีก” สิ้นคำวิชิตก็เดินเข้าห้องเพื่อจะได้เตรียมตัวเช่นกัน

แต่ขณะเดียวกันนั้น มนัสวีเดินมานั่งที่หน้ากระจก พร้อมกับน้ำตาซึม มองตัวเองในกระจกเงา เห็นแต่ใบหน้ามีรอยแดงของฝ่ามือ เธออยากจะร้องไห้แต่มีเพียงน้ำตาที่ซึมเล็กน้อยเท่านั้น

เธอเข้มแข็งนักหรือ เปล่าหรอกมันชินชา จนร้องไห้ไม่ออกแล้วล่ะ การถูกมารดาและพ่อเลี้ยงทำร้าย บังคับจิตใจแบบนี้ มันเกิดมานานแล้วตั้งแต่เธอเริ่มแตกเนื้อสาว ติดต่อไปเป็นเด็กนั่งดริ้งค์ ให้พวกนายผู้ใหญ่ ได้เงินเยอะๆ เธอก็ยอมเพราะยังไม่มีที่ไป นี่คือบ้านของเธอ แต่วิชิตพ่อเลี้ยงก็มาฮุบเอา ยามถูกรังแกแม้แต่แม่ก็ไม่เข้าข้าง ตบตีอย่างกับเธอเป็นทาส ได้แต่รอคอยว่าเมื่อไหร่จะเรียนจบ เป็นอิสระ แล้วจะได้ไปจากที่นี่เสียที

“ถ้าพ่ออยู่ พ่อจะใจดีกับวีใช่ไหม” เธอเอ่ยลอยๆ น้ำเสียงสั่นเครือก่อนจะเอามือแตะที่แก้มด้านที่ถูกตบเบาๆ

“ทำไมแม่ไม่รักวี แม่ไม่เคยรักวี” ชีวิตเธอก็เหมือนกับในข่าวที่เห็นกันแทบทุกวัน แม่รักพ่อเลี้ยงมาก ปล่อยให้พ่อเลี้ยงตบตีลูก นี่แหละชีวิตเธอ

พ่อเลี้ยงคนนี้เป็นแค่เลขานักการเมืองท้องถิ่น เขาไม่มีเงิน แต่ใช้วิธีไต่เต้า โดยเอาเธอเข้าไปล่อพวกนักการเมือง ให้เธอไปเสิร์ฟ นั่งให้แตะอั๋ง แล้วได้เงินเยอะๆ เพื่อให้ตัวเองได้ก้าวขึ้นมาอยู่ตำแหน่งเลขา มีเงิน มีทอง มีหน้าที่การงาน ครั้นเธอขัดขืนก็ใช้คำว่าบุญคุณมากล่าวอ้าง ไอ้เฒ่าพวกนั้นก็รอเวลาที่เธอจะเติบโต แล้วเรียกไปเป็นเมียน้อย นี่แหละอาชีพพ่อเลี้ยง เหมือนแมงดา

สักวันเถอะ เธอจะไปจากที่นี่ เมื่อคิดปลอบใจตัวเอง เสร็จก็เดินเข้าห้องน้ำ เพื่อจะได้อาบน้ำให้สดชื่น แต่อาบไปพลางก็สำรวจร่างกายไปพลาง พร้อมๆ กับถามตัวเอง ว่าร่างกายนี้หรือ ที่จะต้องเป็นเครื่องบรรณาการให้ไอ้พวกชายหื่น โดยที่ไม่สามารถเลือกชีวิตของตัวเองได้ ไม่สิ มันต้องเลือกได้และเธอจะเจอวันนั้น วันที่หลุดพ้นไปจากที่นี่

ตอนนี้คงต้องเป็นทาส เป็นหนี้บุญคุณผู้ให้กำเนิดเสียก่อน คงไม่ตายไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้หรอก เธอเอาตัวรอดมาได้ 3 ปี อีกนิดเดียวมันจะเป็นไรไป คิดได้ดังนั้นแล้วก็รีบแต่งตัวตามที่มารดาต้องการ โดยชุดที่ใส่ก็ค่อนข้างเปิดเนื้อหนังพอสมควร เป็นกระโปรงสั้นเหนือหัวเข่า ส่วนเสื้อก็เป็นแบบเอวลอยไม่มีแขนเสื้อ แต่มีผ้าคาดเอาไว้ตรงหัวไหล่เพื่อปกปิดเนินอกให้ดูสุภาพไม่น่าเกลียด รวมๆ แล้วก็น่ารักแหละ ดาราชอบแต่งกัน

พอเธอแต่งแบบนี้ก็ดูเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว ทรวงอกอวบอัดพอสมควร แต่ก็สมส่วนกับความสูงของร่างกาย แขนขายาวและเรียว ผิวสวย เรียกได้ว่าถูกขัดสีฉวีวรรณเพื่อเอาไปบำเรอไอ้พวกนักการเมืองหื่นกามนั่นแหละ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อวบอยู่ไหนจ๊ะ
9.7
อาทิตยาหลงรักคำเรียกขานว่าอวบจากคิง ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยฐานะแต่ติดดินอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เธออยากเปลี่ยนตัวเองให้ผอมเพรียวเพื่อความสวยงาม แต่เขากลับแสดงความโกรธเกรี้ยวและสั่งห้ามไม่ให้เธอลดน้ำหนักอย่างเด็ดขาด เพราะเขาหลงใหลในตัวตนที่เธอเป็น ความสัมพันธ์ยิ่งลึกซึ้งเมื่อคิงยอมขัดใจครอบครัวและฝ่าความเหนื่อยล้าจากการรับแขกเพื่อมาหาเธอในยามดึก เพียงเพราะอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางความอบอุ่นละมุนหัวใจที่เขาคอยเติมเต็มให้สาวอวบอย่างเธอเสมอมา
หน้าปกนวนิยาย ดั่งเชื้อไฟในเพลิงพิศวาส
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไอรอนมองว่าอัญชันเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินที่หวังทางลัดสู่ความสบาย ทว่าเสน่ห์ของเธอกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำเพลิงปรารถนาในใจเขาให้ลุกโชนอย่างคาดไม่ถึง อุบัติเหตุในห้องน้ำนำไปสู่สัมผัสแนบชิดที่ทำให้สาวน้อยด้อยประสบการณ์ต้องหวั่นไหวไปกับร่างกายอันสมบูรณ์แบบ สายตาคมกล้าของเขาตรึงเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนรุ่มร้อน จนอัญชันเผลอปล่อยตัวใจไปกับเสน่หาและหวังเพียงว่าสักวันจะสามารถครอบครองหัวใจของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ไว้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ยื้อรัก (ท่านประธานปากหมา VS เลขาถึกทน)
8.1
เมื่อจตุรภัทรยอมทุ่มเงินมหาศาลซื้อหุ้นบริษัทเพื่อนเพื่อดึงตัวรภัสรดาอดีตคนรักมาเป็นเลขาข้างกายด้วยเงินเดือนสูงลิ่วหวังรื้อฟื้นความสัมพันธ์ครั้งเก่า แม้ปัจจุบันเขาจะเป็นท่านประธานปากร้ายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้แต่หญิงสาวก็ยอมตกลงเพราะหัวใจยังตัดไม่ขาด จากสาวน้อยแสนดีในวันวานเธอกลายเป็นเลขาใจเด็ดที่พร้อมร้ายกลับหากถูกรังแก ท่ามกลางสงครามประสาทและความใกล้ชิดในที่ทำงานที่ต่างฝ่ายต่างมีบททดสอบให้กันเพื่อพิสูจน์ว่ารักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย คู่มือโต้กลับ ฉบับหมอเศรษฐี
8.2
หลินเทียนต้องกลายเป็นคนพิการเพียงเพราะปกป้องคนรัก แต่เขากลับถูกเธอและเพื่อนสนิทหักหลังอย่างเลือดเย็น ในช่วงเวลาที่มืดแปดด้าน เขาได้พบกับหลิวอีเตา หมอเทวดาในตำนานที่มารับเขาเป็นศิษย์พร้อมมอบมรดกมหาศาลให้ครอบครอง ชะตาชีวิตของหลินเทียนจึงพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขากลายเป็นยอดหมอผู้ร่ำรวยที่พร้อมจะโต้กลับทุกคนที่เคยทำร้าย และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตในฐานะผู้เหนือกว่าอย่างเต็มตัว
หน้าปกนวนิยาย หลังจากเลิกกัน เธอถูกเจ้านายที่เป็นคนเลิกบุหรี่ไล่ตาม
9.2
ทายาทมหาเศรษฐีตกอับถูกเป่ยจิ่งชวนยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือ เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและปกป้องเธอจนเธอเชื่อมั่นในความรัก แต่สุดท้ายเธอกลับพบว่าตนเองเป็นเพียงหมากในกระดานของเขา เจียงอินจึงหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในวันที่เธอโดดเด่นและมีชายอื่นรุมล้อม เป่ยจิ่งชวนที่หึงหวงกลับพยายามอ้อนวอนขอให้เธอคืนดี แต่เธอกลับตอกหน้าเขากลับด้วยรอยยิ้มเย็นชาว่าตอนนี้เธอแต่งงานใหม่ไปเสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ