ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แสนรัก(ลักษณ์)พันธนาการใจ

แสนรัก(ลักษณ์)พันธนาการใจ

เมื่อพ่อเลี้ยงเจ้าของรีสอร์ตวัย 42 ผู้ทรงอิทธิพลและดุดัน ต้องมาเสียอาการเพราะตกหลุมรักรอยยิ้มแสนหวานของมนัสวี สาวน้อยวัย 19 ที่กลายเป็นโลกทั้งใบของเขา ความคลั่งรักทำให้เขายอมทำทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่เธอปวดท้องประจำเดือนกะทันหันกลางทาง เขาก็ยอมสลัดภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามทิ้งไปเพื่อวิ่งวุ่นหาซื้อผ้าอนามัยให้เธอในร้านสะดวกซื้อด้วยตัวเอง แม้จะเก้ๆ กังๆ จนต้องเอ่ยปากถามพนักงานเพราะความประหม่า แต่เขาก็พร้อมปกป้องและดูแลเมียเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์
ตอน
แชร์

ตอน 1

ในตัวจังหวัดเชียงใหม่ เหล่าผู้ประกอบการรายเล็ก และรายใหญ่เข้าร่วมประชุมประจำเดือนเป็นปกติ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อพัฒนาธุรกิจของตัวเอง หนึ่งในผู้ร่วมประชุม คือพ่อเลี้ยงแสนลักษณ์ เหมราช หนุ่มใหญ่วัย 42 ปี ที่ได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ นั่นก็เพราะว่าเขาคือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นมหาเศรษฐีที่คนรู้จักกันทั้งจังหวัด มีหลายธุรกิจมูลค่านับพันล้าน ไม่ใช่น้อยๆ ความสามารถของเขาจึงเป็นที่สนใจของทุกกลุ่ม

แต่ก็อีกนั่นแหละ เขาไม่ได้ชอบออกงานแบบนี้เท่าไหร่ เขาเป็นคนติดบ้าน ทำแต่งาน ไม่ชอบเข้าเมืองยกเว้นต้องเข้ามาทำงาน วันนี้ก็จำใจเท่านั้น จนกระทั่งประชุมเสร็จสิ้นเวลาสามโมงเย็น เขาก็เตรียมเดินทางกลับพร้อมกับผู้ติดตามอีก 3 คน

“โห! รถติด! เด็กๆ คงเลิกเรียนพอดีเลยครับ” คเชนทร์ผู้ช่วยมือขวาของพ่อเลี้ยงแสนลักษณ์เอ่ยขึ้น พร้อมกับถอนหายใจ

“ยิ่งร้อนๆ อยู่ด้วย ข้างนอกคงแดดเปรี้ยง” หนุ่มเลี้ยงหนุ่มกล่าวอย่างหงุดหงิด

“หิวไหมครับ ตอนเที่ยงไม่ยอมกินอะไรเลย นี่บ่ายสามแล้ว” คเชนทร์ถามด้วยความเป็นห่วง

“ที่ไม่กินเพราะว่าอาหารที่จัดมาน่ะมันไม่อร่อย ไม่ถูกปากสักอย่าง”

“แล้วตอนนี้ล่ะครับ แวะกินอะไรก่อนไหม”

“เฮ้อ! เหนื่อย อากาศร้อน เหมือนน้ำตาลตก”

“น้ำตาลตก! เอ่อๆ หาน้ำหวานดื่มเลยครับ ที่ไหนดีๆ” คเชนทร์บอกอย่างร้อนใจตื่นเต้นซะอย่างนั้น

“จะตกใจอะไรเนี่ย แค่อยากดื่มอะไรหวานๆ จอดแถวๆ เนี่ย เดี๋ยวลงไปหาอะไรดื่มซะหน่อย”

“แถวนี้มันไม่อร่อยนะครับ ผมว่าไปร้านที่แบรนด์ดีกว่า”

“อืม เวลานี้ต้องแบรนด์ด้วยเหรอ จะเป็นลมแล้วเนี่ย”

“เอ่อๆๆ มะ มะ ไม่มีที่จอดครับ”

“แกนี่นะ ฉันจะลงตรงนี้ โน่นร้านชานม คนเต็มร้านเลย ฉันจะลง”

“ให้ผมลงไปซื้อให้ก็ได้นะครับพ่อเลี้ยง” อัษฎาลูกน้องอีกคนกล่าวแทรกขึ้น

“พวกแกไม่เคยซื้อเครื่องดื่มพวกนี้ถูกใจฉันสักที ซื้อเองดีกว่า” สิ้นคำพ่อเลี้ยงหนุ่มก็เปิดประตูลงจากรถเสียเลย ทั้งๆ ที่รถติดอยู่นั่นแหละ นั่นก็เพราะว่ารถจอดติดไฟแดงยาวเหยียด นักเรียนทยอยกันออกมาจากโรงเรียนด้วย เพราะบริเวณนี้เป็นโรงเรียนมัธยม

แสนลักษณ์ต้องเดินฝ่าดงนักเรียนเข้าไปยังร้านขายชานม ร้อนก็ร้อน แดดจ้า จนต้องสวมแว่นตาดำเอาไว้ แล้วไหนจะต้องไปยืนต่อแถวกับเด็ก วัยรุ่นอีก ซึ่งก็ต้องทำ จะอาศัยว่าเป็นผู้ใหญ่ แล้วเดินแทรกไปซื้อก็คงจะไม่ใช่ และด้วยความที่เขาอยู่ลำดับที่ 5 ทำให้เขายืนพ้นซุ้มออกมาโดนแดดเต็มๆ เขาทนได้กับความร้อน ไม่ได้งอแงอะไร แต่กับความเบียดเสียดแน่นกันนี่สิที่ทำให้น่าหงุดหงิด คนด้านหน้าก็เริ่มขยับถอยหลังมาเรื่อยๆ จนกระทั่งชนเขา

“อุ้ย!” เสียงอุทานเล็กๆ ดังออกมา เพราะความตกใจ ก่อนจะหันขวับกลับมามอง

“ขอโทษค่ะ” เด็กสาวในชุดนักเรียน ม.ปลายเอ่ยขึ้นพลางยิ้มแห้ง

“ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบกลับเสียงเรียบโดยไม่ได้มองหน้า แต่เด็กสาวกลับแหงนหน้ามองเข้านิดหน่อยแล้วหันกลับ แต่เกิดความประหม่าชอบกล เพราะสีหน้าของเขาดูไม่รับแขกเอาเสียเลย สัมผัสได้ว่าถ้าหันไปมองอีกรอบเขาคงแยกเขี้ยวใส่เธอแน่ๆ เชียว เธอคิด พร้อมกับยืนรอให้ถึงคิวของตัวเอง

“หนูเอาชาเขียวเย็น 1 แก้วค่ะ” เด็กสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้าแสนลักษณ์สั่งน้ำเสียงหวานเจื้อยแจ้ว ได้ยินแล้วเขาก็ต้องเหลือบมอง เสียงเล็กๆ เพราะและหวานเสียจริง เขาคิด แต่ก็หงุดหงิดใจเพราะร้อน

“ชาเขียวได้แล้วค่ะ” แม่ค้าทำให้เด็กสาวอย่างว่องไว เธอก็จ่ายเงินแล้วขยับออกเปิดทางให้กับเขา ทว่าก็ต้องรอเงินทอนเช่นกัน จากนั้นก็ถึงคิวเขา

“ผมขอน้ำแดงโซดาครับ” คำสั่งของเขาดูเข้ม จนแม่ค้าเองก็มือสั่น สีหน้าเขาบอกบุญไม่รับ ยิ่งเขาถอดแว่นตาแล้วพ่นลมหายใจหนักๆ จากนั้นแม่ค้าก็รีบชงให้เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ทำเสร็จเร็ว

“ได้แล้วค่ะน้ำแดงโซดา” แม่ค้าบอกพร้อมกับยื่นเครื่องดื่มให้ เขาก็รับมาแล้วจ่ายซะแบงค์ใหญ่เลยทีเดียว

“อุ้ย! เอ่อ ไม่มีแบงค์ย่อยเหรอคะ 35 บาทเอง คือ พอดีทอนไปหมดแล้วน่ะค่ะ” แม่ค้าบอกพร้อมกับทำสีหน้ายิ้มแห้งๆ

“เอ่อ ผมมีแต่แบงค์ใหญ่ ทำไงดี” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงเกรงใจขึ้นมาทันที

“เดี๋ยวนะครับ” เขาบอกพร้อมกับขยับออกจากแถว แล้วหันไปมองรถของตัวเองว่าจอดอยู่ตรงไหน ก็ไม่เห็นน่าจะไปจอดไกลพอสมควรแหละ

“ไปจอดตรงไหนวะเนี่ย ไอ้พวกนี้นี่” เขาสบถด้วยความหงุดหงิดก่อนจะหันมามองแม่ค้า เพราะเขาก็ไม่มีเงินย่อยเลยจริงๆ แถมยังหาลูกน้องไม่เจออีก จังหวะเดียวกันนั้นสาวน้อยแสนน่ารักเงยหน้ามอง และยิ้มตามธรรมชาติสลับกันหันไปมองแม่ค้า เพราะเธอยังคงยืนหลบแดดอยู่ กะดื่มสักหน่อยแล้วค่อยไป

“ขอล้วงหาเหรียญสักครู่ครับเผื่อมี” ว่าแล้วเขาก็ล้วงมันทุกกระเป๋า แต่ดูท่าลูกค้าคนอื่นจะรอนาน สาวน้อยแสนน่ารักก็ขันอาสาทันที

“เอ่อ! แก้วนี้คิดรวมกับหนูก็ได้ค่ะน้าอ้อม” เด็กสาวบอกน้ำเสียงสดใส เรียกแม่ค้าอย่างสนิทปาก

“เอ่อ คือ” แม่ค้าอึกอักหันมามองหน้าชายหนุ่มทันที และเช่นเดียวกันเขาก็มองหน้าเด็กสาว

“ไม่เป็นไรมั้งครับ” เขาปฏิเสธอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวค่อยคืนหนูก็ได้ จ่ายก่อนแล้วลูกค้าคนอื่นจะได้สั่งนะคะ” สาวน้อยบอกอย่างยินดี จากนั้นจึงจ่ายค่าเครื่องดื่มให้เขา พร้อมกับหยิบแก้วให้ ก่อนจะออกไปจากหน้าเคาน์เตอร์ ไม่งั้นลูกค้าคนอื่นจะไม่ได้ซื้อ เสร็จแล้วเธอก็หาที่นั่ง

“เอ่อ คือ ขอบคุณครับ เดี๋ยวอา... เอ่อ น้า ผะ ผะ ผม... จะไปขอกับคนขับรถให้ แต่ไม่รู้ว่าจอดรถอยู่ที่ไหน” ด้วยอายุของเขาแล้ว เห็นการแต่งตัวเป็นเด็ก ม.ปลายขนาดนี้ แทนตัวเองไม่ถูกเลยทีเดียว

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเลี้ยง แค่น้ำแดงโซดาเอง แต่ท่าทางคุณอาต้องเหนื่อยจากการทำงานแน่ๆ ดื่มเลยค่ะ จะได้รู้สึกดีขึ้น” เด็กสาวบอกอย่างยิ้มแย้มและหวานจนเห็นลักยิ้มเลยทีเดียว

“รู้ได้ยังไงว่าผมเหนื่อย” เขาถามเสียงเรียบ และเพิ่งจะได้สังเกตหน้าเธอชัดๆ หน้าตาสวยเก๋บวกหวาน ผิวขาวโอโม่เลยทีเดียวรูปร่างเรียกได้ว่าสูงเพรียวเลยแหละ หากแต่ตัวเล็กกว่าเขาอยู่ดี เพราะเขาสูงถึง 189 cm.

“ก็สังเกตสีหน้าซีดๆ มีเหงื่อ น่าจะหิวน้ำ แล้วหนูเห็นท่าทางหงุดหงิด”

“หึๆ สังเกตเก่งนะเรา” เขาถามพร้อมกับยิ้มมุมปาก พอยิ้มแล้วเธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นเพราะเขาลดความน่ากลัวลงจากก่อนหน้านี้

“ดูง่ายจะตายค่ะ เหนื่อยๆ ต้องได้น้ำหวานๆ เย็นๆ ค่ะจะได้มีแรง”

“ขอบคุณนะครับ จริงๆ แล้ว ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้จ้ะ วัยอย่างเราน่ะ ยังไม่น่าจะมีรายได้ ให้เด็กเลี้ยงแบบนี้เกรงใจ”

“พอเลี้ยงได้ค่ะ 35 บาทเอง ปกติหนูไม่เลี้ยง แต่เห็นท่าทางคุณอาจะเป็นลม แถมยังมีแต่แบงค์ใหญ่อีก”

“หึๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า แค่ทำงานเหนื่อยน่ะ”

สิ้นคำเขาก็ยิ้มแล้วดื่มน้ำแดงโซดาหวานๆ เย็นๆ ให้ชื่นใจ แต่มันก็ช่วยได้เยอะเพราะความหวานทำให้หายเหนื่อย

“เรียนอยู่ ม.ไหนครับเนี่ย”

“ม. 6 ค่ะ วันนี้ก็มาโรงเรียนวันสุดท้ายแล้ว”

“ถึงว่า นักเรียนเยอะเชียว”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อวบอยู่ไหนจ๊ะ
9.7
อาทิตยาหลงรักคำเรียกขานว่าอวบจากคิง ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยฐานะแต่ติดดินอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เธออยากเปลี่ยนตัวเองให้ผอมเพรียวเพื่อความสวยงาม แต่เขากลับแสดงความโกรธเกรี้ยวและสั่งห้ามไม่ให้เธอลดน้ำหนักอย่างเด็ดขาด เพราะเขาหลงใหลในตัวตนที่เธอเป็น ความสัมพันธ์ยิ่งลึกซึ้งเมื่อคิงยอมขัดใจครอบครัวและฝ่าความเหนื่อยล้าจากการรับแขกเพื่อมาหาเธอในยามดึก เพียงเพราะอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางความอบอุ่นละมุนหัวใจที่เขาคอยเติมเต็มให้สาวอวบอย่างเธอเสมอมา
หน้าปกนวนิยาย ดั่งเชื้อไฟในเพลิงพิศวาส
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไอรอนมองว่าอัญชันเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินที่หวังทางลัดสู่ความสบาย ทว่าเสน่ห์ของเธอกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำเพลิงปรารถนาในใจเขาให้ลุกโชนอย่างคาดไม่ถึง อุบัติเหตุในห้องน้ำนำไปสู่สัมผัสแนบชิดที่ทำให้สาวน้อยด้อยประสบการณ์ต้องหวั่นไหวไปกับร่างกายอันสมบูรณ์แบบ สายตาคมกล้าของเขาตรึงเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนรุ่มร้อน จนอัญชันเผลอปล่อยตัวใจไปกับเสน่หาและหวังเพียงว่าสักวันจะสามารถครอบครองหัวใจของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ไว้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ยื้อรัก (ท่านประธานปากหมา VS เลขาถึกทน)
8.1
เมื่อจตุรภัทรยอมทุ่มเงินมหาศาลซื้อหุ้นบริษัทเพื่อนเพื่อดึงตัวรภัสรดาอดีตคนรักมาเป็นเลขาข้างกายด้วยเงินเดือนสูงลิ่วหวังรื้อฟื้นความสัมพันธ์ครั้งเก่า แม้ปัจจุบันเขาจะเป็นท่านประธานปากร้ายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้แต่หญิงสาวก็ยอมตกลงเพราะหัวใจยังตัดไม่ขาด จากสาวน้อยแสนดีในวันวานเธอกลายเป็นเลขาใจเด็ดที่พร้อมร้ายกลับหากถูกรังแก ท่ามกลางสงครามประสาทและความใกล้ชิดในที่ทำงานที่ต่างฝ่ายต่างมีบททดสอบให้กันเพื่อพิสูจน์ว่ารักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย คู่มือโต้กลับ ฉบับหมอเศรษฐี
8.2
หลินเทียนต้องกลายเป็นคนพิการเพียงเพราะปกป้องคนรัก แต่เขากลับถูกเธอและเพื่อนสนิทหักหลังอย่างเลือดเย็น ในช่วงเวลาที่มืดแปดด้าน เขาได้พบกับหลิวอีเตา หมอเทวดาในตำนานที่มารับเขาเป็นศิษย์พร้อมมอบมรดกมหาศาลให้ครอบครอง ชะตาชีวิตของหลินเทียนจึงพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขากลายเป็นยอดหมอผู้ร่ำรวยที่พร้อมจะโต้กลับทุกคนที่เคยทำร้าย และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตในฐานะผู้เหนือกว่าอย่างเต็มตัว
หน้าปกนวนิยาย หลังจากเลิกกัน เธอถูกเจ้านายที่เป็นคนเลิกบุหรี่ไล่ตาม
9.2
ทายาทมหาเศรษฐีตกอับถูกเป่ยจิ่งชวนยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือ เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและปกป้องเธอจนเธอเชื่อมั่นในความรัก แต่สุดท้ายเธอกลับพบว่าตนเองเป็นเพียงหมากในกระดานของเขา เจียงอินจึงหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในวันที่เธอโดดเด่นและมีชายอื่นรุมล้อม เป่ยจิ่งชวนที่หึงหวงกลับพยายามอ้อนวอนขอให้เธอคืนดี แต่เธอกลับตอกหน้าเขากลับด้วยรอยยิ้มเย็นชาว่าตอนนี้เธอแต่งงานใหม่ไปเสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ