ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

ท่ามกลางพิษไข้ที่รุมเร้า บุษบาไม่อาจยอมให้ศรจากไปไหน สายตาที่สั่นคลอนของเธอทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างเพื่ออยู่เคียงข้างเตียง ศรประคองใบหน้าหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดการทุกอุปสรรคเพื่อครองคู่กับเธออย่างถูกต้อง เขาโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม หวังเพียงให้ความอบอุ่นนี้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ แม้ในยามที่สติของบุษบาจะเลือนรางคล้ายฝัน แต่สัมผัสอันอ่อนโยนและคำว่ารักจากใจเขาก็ยังคงชัดเจนและตราตรึง
ตอน
แชร์

ตอน 2

“แม่บุษ... แม่บุษ!”

“อุ้ย! คะคุณพี่ โธ่... อยู่ใกล้กันแค่นี้ ไยต้องเสียงดังเล่าคะ”

“ไม่เสียงดังได้อย่างไร ก็พี่เรียกน้องตั้งนานสองนาน น้องก็ไม่ขานรับ ใจลอยไปอยู่ที่ใดเล่า หรือว่าลอยไปหาพ่ออิเหนาคนนั้นอีก”

“คุณพี่! น้องไม่พูดด้วยแล้ว”

‘พิกุล’ ทอดสายตาอ่อนโยนมองน้องสาวคนเล็กที่ทำหน้าเง้า ทว่ากลับก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม แก้มนวลนั้นระเรื่อขึ้น ด้วยเรื่อง ‘นางบุษบาหลงพักตร์อิเหนา’ กลายเป็นเรื่องหยอกเย้าของพี่น้อง แม้จะผ่านมากว่า 3 ปี จนดรุณีน้อยวัย 14 ปี ในวันวานกลับกลายเป็นดอกไม้งามแห่งเรือนพระนาฏกรรมวิจิตร บุษบาก็ยังสะเทิ้นอายทุกครั้งหากหล่อนหรือ ‘ประยงค์’ น้องสาวคนรองหยอกเย้าเรื่องนี้ และจากอายมากก็จะกลายเป็นงอนมาก

พิกุลส่ายหน้าอมยิ้มก่อนจะหันมองประยงค์ที่กำลังคัดเลือกผ้าอบร่ำหอมกรุ่นออกจากหีบ ส่งยิ้มให้กันเพราะต่างรู้ดีว่าวันนี้บุษบาน่าจะประหม่ามากเป็นพิเศษด้วยค่ำนี้ที่กรมมหรสพมีงาน บุษบาอาจได้พบพักตร์อิเหนารูปงามอีกคราก็ได้ เพราะพิกุลสืบดูจนรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในเจ้าพนักงานดนตรีที่จะได้ร่วมบรรเลงเพลงในค่ำคืนนี้ด้วย

“แม่บุษอย่ามัวแต่อาย มาหาพี่เถอะ มาเลือกผ้าเลือกโจงที่จะใช้นุ่งเย็นนี้กัน นี่พี่อบร่ำไว้หอมกรุ่นเชียว ไม่ให้เสียชื่อลูกสาวคุณพ่อแน่”

ประยงค์พูดพลางลูบฝ่ามือลงบนผ้าโจงสีม่วงดอกตะแบกซึ่งผ่านการซัก ขัด และอบร่ำเรียบร้อยแล้ว

“จะเสียชื่อแน่ล่ะสิแม่ประยงค์”

“เสียชื่ออย่างไรหรือคะคุณพี่ ผ้าที่น้องเตรียมไว้ไม่งาม หรือว่ามีเรือนอื่นอบร่ำได้หอมกว่าน้องกันคะ”

“มิใช่ดอก”

“อ้าว... แล้วอันใดเล่าคะ คุณพี่ถึงว่าจะเสียชื่อคุณพ่อ”

ประยงค์ถามพี่สาว ตาก็มองผ้าอบร่ำในหีบกับที่วางไว้บนหน้าตัก สีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะทำหน้าเง้าเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มของพี่สาวและน้องสาว เห็นทีว่าคนอยู่แต่เรือนอย่างหล่อนคงไม่ทันเหตุอีกเช่นเคย

“ครานี้จะเปลี่ยนอันใดอีกล่ะคะ จะเป็นเสื้อระบายลูกไม้คอลึก แขนเย็บชั้นยาวเสมอศอก ไม่พองมาก ไม่รัดปลายแขน สะพายแพรติดเข็มกลัดหัวไหล่ น้องหวังว่าคงไม่เปลี่ยนให้แขนสั้นขึ้นอีกกระมัง”

ประยงค์เอ่ยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ ด้วยไม่ใคร่ออกไปนอกเรือน จะออกไปสักครั้งก็แค่ไปหาซื้อผ้ากับอุปกรณ์ตัดเย็บที่ย่านพาหุรัดเท่านั้น นอกนั้นอย่าได้หมายว่าหล่อนจะไปไหน หล่อนมีความสุขกับการอยู่เรือน คอยดูแลอาหารการกินและเสื้อผ้าให้กับบิดา พี่สาว น้องสาว

ส่วนเรื่องงานละครในกรมหมรสพซึ่งบรรพบุรุษของหล่อนเป็นผู้ฝึกสอนและจัดแสดงกันสืบต่อเป็นรุ่นๆ นั้น หล่อนไม่ขอยุ่งเกี่ยวเพราะไม่ชำนาญการเลยสักอย่าง

‘พระนาฏกรรมวิจิตร’ คุณพ่อของหล่อนทำหน้าที่ฝึกสอนนักแสดงในกรมมหรสพร่วมกับ ‘คุณย่าน้อย’ ซึ่งเป็นผู้ชำนาญด้านงานละครเพราะเคยรับใช้ใกล้ชิดเจ้าจอมในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลก่อน แต่เมื่อผลัดแผ่นดิน คุณย่าน้อยก็ขออยู่รับราชการเพื่อฝึกสอนนักแสดงละครต่อไป และพิกุลก็เป็นหนึ่งในนักแสดงละครของกรมมหรสพที่คุณพ่อและคุณย่าฝึกสอนมาด้วยตนเอง ดังนั้นพิกุลคงได้สืบทอดงานละครต่อจากคุณพ่อและคุณย่า

ส่วนบุษบานั้นเป็นน้องคนเล็กที่ขาดแม่และด้วยอายุที่ห่างกันร่วมรอบนักษัตร หล่อนและพิกุลจึงเอ็นดูบุษบาประหนึ่งว่าเป็นลูกของตนเอง

เมื่อครั้งบุษบายังไม่โกนจุก หล่อนไม่เห็นว่าบุษบาควรจะลำบากทำสิ่งใดเพราะที่เรือนก็มีทุกอย่างให้ไม่ได้ขาด จึงสอนแค่งานบ้านงานเรือน งานเย็บปักถักร้อยและงานตัดเย็บเสื้อผ้าให้เท่านั้น ส่วนพิกุลก็ทำหน้าที่สอนงานละครให้ แต่กลับไม่มีสิ่งใดที่บุษบาชื่นชอบ ใคร่อยากเรียนรู้ และมุ่งมั่น

ทว่าคุณพ่อกลับเห็นว่าควรส่งบุษบาไปเรียนหนังสือให้แตกฉานทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ในยามนั้นหล่อนไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้น้องออกไปนอกเรือน ไปคบค้ากับคนต่างชาติต่างภาษา ทว่าคุณพ่อกลับบอกว่าทั้งหมดนี้คุณย่าน้อยแนะนำ

จากนั้นคุณพ่อก็บอกเล่าเรื่องสนทนากับคุณย่าน้อย

‘แม่บุษนี่ต้องให้ไปเรียนหนังสือกับแหม่ม หัดให้เป็นให้เชี่ยวชาญทุกภาษาเท่าที่จะหัดได้ ทั้งภาษาฝรั่ง ภาษาญี่ปุ่น และต้องหัดเข้าผู้ใหญ่ด้วย จะได้เป็นหญิงมั่นใจตามนิยม’

‘ทำเยี่ยงนั้นจะดีหรือขอรับคุณอา แม่บุษเป็นหญิง กระผมใคร่เห็นแม่บุษสืบสานงานละครอีกสักคน เพราะแม่พิกุลคนเดียวกระผมกลัวว่าจะไม่พอ แม่ประยงค์ก็ไม่เอาอยู่แล้ว กระผมอยากให้ลูกๆ ชำนาญ งานละครของบรรพบุรุษจะได้ไม่หายไป’

‘ทุกอย่างก็ว่ากันตามวาระนะพ่อพุด ผลัดแผ่นดินแต่ละครั้ง สยามก็เปลี่ยนไปทุกครั้ง และหญิงสยามก็ต้องปรับให้ทันด้วย พ่อพุดเองน่าจะรู้ดีกว่าอาว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรสยามเป็นเช่นไร สยามเราต้องก้าวหน้า ต้องทัดเทียมนานาประเทศ ไม่ให้ชาติใดมาเอาเปรียบเราได้ และไม่ใช่เพียงชายที่จะสังคม มีความรู้ และรักชาติเท่านั้น ทว่าหญิงก็เช่นกัน

พ่อพุดมีแม่พิกุลสืบทอดงานละครอยู่แล้ว แม่ประยงค์ก็ดูแลบ้านเรือนไม่ขาดตก ส่วนระเด่นบุษบานั้น พ่อพุดจงปั้นให้งามพร้อม จงสอนให้แม่บุษเชี่ยวชาญทุกอย่าง ให้เข้าใจทุกเรื่อง ทั้งงานบ้านงานเรือน การเข้าสังคม กิริยามารยาทและเครื่องแต่งกาย ให้รอบรู้ ฉลาด มีไหวพริบ และต้องเข้าสังคมตะวันตกได้ สตรีงามพร้อม บุรุษย่อมหมายปอง’

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก
9.7
ธาราทิพย์ใจสลายเมื่ออดีตคนรักทำเพื่อนสนิทท้องจนต้องแต่งงานกัน เธอเมามายและตื่นขึ้นกลางป่าลึกในฐานะนักโทษของ ศิงขริน ชายแปลกหน้าที่ได้รับภารกิจกักตัวเธอไว้ไม่ให้ไปพังพิธีวิวาห์ ท่ามกลางความพยายามหลบหนีและการเฝ้าตามติดอย่างใกล้ชิด ความใกล้ชิดในกระท่อมหลังน้อยกลับเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นความหวั่นไหว จากคนแปลกหน้าที่ต้องชิงไหวชิงพริบ กลับเผลอใจให้กันในค่ำคืนที่แสนหวานจนความสัมพันธ์ครั้งนี้ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย บ่วงรักเมียเฉิ่ม
8.2
เมื่อสหัสวัตชวนให้ธมนช่วยเช็ดผมให้หลังอาบน้ำ สาวน้อยผู้ประหม่าจึงได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอเกรงใจเป็นพิเศษ แม้จะทำตัวไม่ถูกแต่เธอก็พยายามดูแลเขาอย่างเบามือที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอบอุ่น ธมนกลับรู้สึกถึงความแตกต่างของขนาดร่างกายเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเขาที่ตัวสูงใหญ่ แม้เธอจะกังวลว่ามือหนักไปหรือไม่ แต่เขากลับยืนยันว่าทุกอย่างกำลังพอดี ก่อนจะโอบกอดเอวบางและซบหน้าลงกับอกนุ่มของเธออย่างอ่อนโยนจนหญิงสาวตั้งตัวไม่ติดแต่ก็ยอมรับสัมผัสอันแสนละมุนนั้น
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้ายพ่ายรักคุณหมอ
8.2
เมื่อศัลยแพทย์สาวผู้แสนอ่อนโยนและชาญฉลาด มีความจำเป็นบางอย่างที่บีบบังคับให้เธอต้องตัดสินใจเข้าพิธีวิวาห์กับมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความปราณี เขาคือชายผู้ครองความเย็นชาและเกลียดชังการผูกมัดเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งยังไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนในโลกมืด ท่ามกลางความขัดแย้งและตัวตนที่ต่างกันสุดขั้ว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความไม่เต็มใจครั้งนี้จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นความรักได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเขานั้นช่างโหดร้ายและยากจะหยั่งถึง
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หากามเทพ
9.1
คาเมรอน มหาเศรษฐีวงการอัญมณีผู้หล่อเหลาและเย็นชา มีเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันรุนแรง เขาใช้เงินล้านฟาดหัวเพื่อซื้อตัว เวียงพิงค์ พนักงานสาวชั้นผู้น้อยมาเป็นนางบำเรอขัดดอกเพียงหนึ่งสัปดาห์ภายใต้เงื่อนไขอันเข้มงวด ทว่ารสสัมผัสที่เร่าร้อนเกินห้ามใจกลับทำให้เขาเสพติดเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น ขณะที่หญิงสาวพยายามหนีไปพร้อมกับลูกในท้องที่เขาไม่เคยรับรู้เพื่อจบสิ้นพันธนาการลับนี้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย Doctor.Love me love my dog.
9.7
หมอใบบัวคือแพทย์หญิงผู้เปี่ยมด้วยความสามารถที่เลือกใช้ชีวิตโสดท่ามกลางความสงสัยของคนรอบข้างเกี่ยวกับลูกน้อยที่เป็นเสมือนโซ่ทองคล้องใจ โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าพ่อของเด็กคือใครหรือเธอตั้งครรภ์ตอนไหน จนกระทั่งชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิตเพื่อพิสูจน์ความรักครั้งใหม่นี้ ทว่าการจะชนะใจเธอนั้นเขาต้องยอมรับพันธะที่เธอมีให้ได้ ตามเงื่อนไขสำคัญที่ว่าหากจะรักเธอแล้วก็ต้องรักลูกของเธอด้วยเช่นกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ต้องใช้ความเข้าใจเป็นเครื่องนำทาง