ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

ท่ามกลางพิษไข้ที่รุมเร้า บุษบาไม่อาจยอมให้ศรจากไปไหน สายตาที่สั่นคลอนของเธอทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างเพื่ออยู่เคียงข้างเตียง ศรประคองใบหน้าหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดการทุกอุปสรรคเพื่อครองคู่กับเธออย่างถูกต้อง เขาโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม หวังเพียงให้ความอบอุ่นนี้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ แม้ในยามที่สติของบุษบาจะเลือนรางคล้ายฝัน แต่สัมผัสอันอ่อนโยนและคำว่ารักจากใจเขาก็ยังคงชัดเจนและตราตรึง
ตอน
แชร์

ตอน 3

‘คุณอาหมายความว่า... จะให้แม่บุษถวายตัวหรือขอรับ’

‘อพิโธ่พิถัง! ใครเขาจะทำเยี่ยงนั้นกันเล่าพ่อพุด ดู๊ดู! พ่อพุดก็ช่างคิด พระเจ้าอยู่หัวทรงนิยมผัวเดียวเมียเดียว พ่อพุดก็รู้นี่นา แล้วอาจะไปทำเยี่ยงนั้นได้อย่างไรเล่า หรือจะให้หลานสาวไปเป็นเมียกลางนอกตำหนักไหนเรือนไหน อาก็ไม่นิยมเหมือนกัน ที่อาให้ทำเยี่ยงนั้นก็เพราะว่าแม่บุษมีหน้าที่สำคัญน่ะสิ’

‘ขอประทานโทษขอรับคุณอา กระผมสงสัยก็เลยถามน่ะขอรับ ได้ยินคุณอาว่าเยี่ยงนี้กระผมก็เบาใจ ว่าแต่หน้าที่สำคัญของแม่บุษคืออันใดขอรับ’

‘ก็หน้าที่สืบตระกูลของเรายังไงเล่า พ่อพุดมีลูกสาวสามใบเถาก็จริงอยู่ แต่พ่อพุดดูสิ แม่พิกุลกับแม่ประยงค์ก็อยู่นานจนจะเป็นสาวเทื้ออยู่รอมร่อ พ่อพุดคงไม่ใจดำให้แม่บุษเป็นสาวเทื้อเหมือนพี่ๆ ใช่รึไม่

พ่อพุดดูโฉมนางบุษบาสิเล่า นี่ขนาดยังไม่โกนจุก ระเด่นบุษบายังงามเยี่ยงนี้ รอสักประเดี๋ยวเถิด โกนจุกเมื่อใด เห็นทีหัวกระไดบ้านพ่อพุดคงจะไม่แห้งแน่ นี่ถ้าเลี้ยงดี ปั้นแต่งให้เหมาะให้สม เมื่อถึงกาลนางบุษบาเสี่ยงเทียน นางย่อมได้คู่ครองที่เหมาะสม ดีไม่ดีแม่บุษบาอาจได้เป็นเมียพระราชทานของผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ก็เป็นได้’

นั่นคือเหตุและผลที่คุณพ่อเห็นควรตามที่คุณย่าน้อยต้องการ เพราะคุณย่าน้อยท่านมีหูตากว้างไกล เห็นความเปลี่ยนแปลงในหลายยุคสมัย ท่านย่อมมองโลกขาด ในยามนั้นแม้หล่อนจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ทั้งหมด เพราะหากหนทางนั้นจักทำให้บุษบางามพร้อม หล่อนก็แสนจะยินดี

ทว่าที่หล่อนและพิกุลหนักใจก็คือ บุษบาที่พบพักตร์อิเหนาแล้วนั้นจะพึงใจบุรุษใดได้อีกเล่า เมื่อตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เจ้าบุษบายังมิเคยลืมเลือนชายรูปงามราวอิเหนาผู้นั้น

และในค่ำคืนนี้ หล่อนก็คาดหวังว่าจะแต่งกายให้บุษบางามพร้อมจนอิเหนาต้องตามหา ทว่าเหตุใดเสื้อผ้าของหล่อนจึงทำให้คุณพ่อต้องเสียหน้ากันเล่า

“คุณพี่คะบอกน้องเถิด น้องควรตัดชุดเยี่ยงไร จะปรับตรงไหนเปลี่ยนตรงไหนบ้าง น้องจะได้เร่งมือ น้องไม่ใคร่ให้คุณพ่อต้องเสียหน้านะคะ และแม่บุษก็ต้องงามพร้อมอย่างที่เราหมายใจไว้ด้วย”

น้ำเสียงของประยงค์อ่อนอกอ่อนใจก็จริงแต่ก็เต็มไปด้วยความแน่วแน่ พิกุลยิ้มเข้าใจในความคิดของน้องสาว ด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณนี้ประยงค์จัดเตรียมไว้สำหรับหล่อนและบุษบาเป็นอย่างดี หากไม่ได้ใช้ก็คงจะเสียดายแย่ ทว่าเมื่อมีสิ่งเปลี่ยนแปลงก็จำต้องเปลี่ยน

“คุณพ่อไม่เสียหน้าแน่แม่ประยงค์ แม่บุษไปหยิบมาทีสิ”

“ค่ะ คุณพี่”

บุษบารับคำ ยิ้มให้พี่สาวทั้งสอง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของพิกุล เพียงอึดใจก็ออกมาพร้อมกับถุงกระดาษหลายถุง

“เปิดดูสิแม่ประยงค์” พิกุลบอกน้องสาวคนกลางเมื่อบุษบาวางถุงกระดาษลงตรงหน้า

“ซิ่นและก็เสื้อ...”

“ใช่ ซิ่นกับเสื้อ สามคนสามชุด พี่กับแม่บุษไปซื้อมาจากห้างฝรั่ง”

“โธ่! แล้วคุณพี่ไปซื้อทำไมเล่าคะ แค่บอกน้องว่าต้องการแบบไหน น้องก็ตัดเย็บได้ทุกอย่าง คุณพี่จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ผ้าผืนงามเราก็มีมากมาย”

“ก็พี่ซื้อไว้ให้แม่ประยงค์ดูแบบนั่นแหละ จะให้พี่ขีดเขียนให้ พี่ก็ทำไม่เป็นดอกนะ หรือจะให้แม่ประยงค์ออกไปดูชาวบ้านร้านตลาดเขาสวมใส่กัน ละแวกเรือนเราก็คงไม่มีให้ดู เพราะเสื้อผ้าแบบนี้ที่พี่เห็นก็จะมีแต่คุณหญิงท่านหญิงเท่านั้นที่จะแต่งกัน และค่ำนี้พี่ก็หวังว่าแม่ประยงค์จะได้แบบมากมาย เพราะสุภาพสตรีที่จะไปชมดนตรีในค่ำคืนนี้ ย่อมแต่งกายมาประชันกันเต็มที่”

“แล้วแต่งแบบนี้จะไม่ดูเป็นแหม่มไปหรือคะ”

ประยงค์พินิจดูเสื้อคอกว้าง แขนสั้นประมาณต้นแขน เข้ารูปช่วงเอวและปล่อยชายทิ้งลงคลุมตามแนวสะโพก ตัดเย็บจากลูกไม้ฝรั่งปักลูกปัดเป็นลวดลาย และในถุงกระดาษก็ไม่มีผืนแพรเข้าชุด

“แพรสะพายไม่มีนี่คะ หรือคุณพี่จะให้น้องจัดให้”

“แม่บุษว่าอย่างไร ตอบพี่เชื้อเราหน่อยสิ เพราะเรื่องนี้แม่บุษเขาเป็นคนเจรจา”

พิกุลโบ้ยไปที่บุษบาเพราะหล่อนก็ท้วงแล้วว่าไม่มีแพรสะพาย แต่บุษบาที่สื่อสารกับแหม่มเจ้าของร้าน กลับบอกว่าไม่ต้องใช้

“ไม่ต้องใช้แพรสะพายแล้วค่ะคุณพี่”

“เยี่ยงไรรึแม่บุษ”

“แหม่มมาเรียเจ้าของร้านเสื้อ เธอบอกน้องว่า ตัวเสื้อปักมุกปักลูกปัดมากอยู่แล้ว รวมทั้งเครื่องประดับตามนิยมก็เป็นสร้อยเส้นสั้นติดคอ หรือไม่ก็จะเป็นสร้อยลูกปัดกับสร้อยมุก ถ้ารวมทั้งสร้อยคาดหน้าผากไปอีก หากสะพายแพรทับลงไปที่ตัวเสื้อก็อาจจะดูรุ่มร่ามไม่เข้าชุดน่ะค่ะ และท่านหญิงกับคุณหญิงหลายท่านที่มาสั่งตัดชุดที่ร้านของแหม่ม ก็ไม่มีท่านใดสั่งแพรสะพายเพิ่มนะคะ แหม่มมาเรีย เธอแนะนำว่าเท่านี้ก็งามพอแล้วค่ะ”

“อ้อ... นี่ต้นคิดเสื้อผ้าชุดใหม่มาจากแม่บุษดอกรึ”

บุษบายิ้มแหยพลางซบหน้าลงบนต้นแขนของประยงค์อย่างประจบ เพราะที่ประยงค์พูดนั้นจริงทุกอย่าง ด้วยบรรดาท่านหญิงและคุณหญิงที่เรียนร่วมโรงเรียนกับหล่อน ล้วนเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นลักษณะนี้กันหมดแล้ว ซึ่งหล่อนเองก็เห็นว่างดงามควรที่พิกุลและประยงค์จะแต่งตาม

“ไม่ใช่จากแม่บุษคนเดียวดอก พี่เองก็เห็นควรด้วย เพราะท่านหญิงวิมลกับท่านหญิงติ๋วก็ใส่เยี่ยงนี้แหละ จะออกงานทั้งทีก็ต้องแต่งกายให้ร่วมสมัยหน่อย”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก
9.7
ธาราทิพย์ใจสลายเมื่ออดีตคนรักทำเพื่อนสนิทท้องจนต้องแต่งงานกัน เธอเมามายและตื่นขึ้นกลางป่าลึกในฐานะนักโทษของ ศิงขริน ชายแปลกหน้าที่ได้รับภารกิจกักตัวเธอไว้ไม่ให้ไปพังพิธีวิวาห์ ท่ามกลางความพยายามหลบหนีและการเฝ้าตามติดอย่างใกล้ชิด ความใกล้ชิดในกระท่อมหลังน้อยกลับเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นความหวั่นไหว จากคนแปลกหน้าที่ต้องชิงไหวชิงพริบ กลับเผลอใจให้กันในค่ำคืนที่แสนหวานจนความสัมพันธ์ครั้งนี้ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย บ่วงรักเมียเฉิ่ม
8.2
เมื่อสหัสวัตชวนให้ธมนช่วยเช็ดผมให้หลังอาบน้ำ สาวน้อยผู้ประหม่าจึงได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอเกรงใจเป็นพิเศษ แม้จะทำตัวไม่ถูกแต่เธอก็พยายามดูแลเขาอย่างเบามือที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอบอุ่น ธมนกลับรู้สึกถึงความแตกต่างของขนาดร่างกายเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเขาที่ตัวสูงใหญ่ แม้เธอจะกังวลว่ามือหนักไปหรือไม่ แต่เขากลับยืนยันว่าทุกอย่างกำลังพอดี ก่อนจะโอบกอดเอวบางและซบหน้าลงกับอกนุ่มของเธออย่างอ่อนโยนจนหญิงสาวตั้งตัวไม่ติดแต่ก็ยอมรับสัมผัสอันแสนละมุนนั้น
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้ายพ่ายรักคุณหมอ
8.2
เมื่อศัลยแพทย์สาวผู้แสนอ่อนโยนและชาญฉลาด มีความจำเป็นบางอย่างที่บีบบังคับให้เธอต้องตัดสินใจเข้าพิธีวิวาห์กับมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความปราณี เขาคือชายผู้ครองความเย็นชาและเกลียดชังการผูกมัดเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งยังไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนในโลกมืด ท่ามกลางความขัดแย้งและตัวตนที่ต่างกันสุดขั้ว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความไม่เต็มใจครั้งนี้จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นความรักได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเขานั้นช่างโหดร้ายและยากจะหยั่งถึง
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หากามเทพ
9.1
คาเมรอน มหาเศรษฐีวงการอัญมณีผู้หล่อเหลาและเย็นชา มีเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันรุนแรง เขาใช้เงินล้านฟาดหัวเพื่อซื้อตัว เวียงพิงค์ พนักงานสาวชั้นผู้น้อยมาเป็นนางบำเรอขัดดอกเพียงหนึ่งสัปดาห์ภายใต้เงื่อนไขอันเข้มงวด ทว่ารสสัมผัสที่เร่าร้อนเกินห้ามใจกลับทำให้เขาเสพติดเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น ขณะที่หญิงสาวพยายามหนีไปพร้อมกับลูกในท้องที่เขาไม่เคยรับรู้เพื่อจบสิ้นพันธนาการลับนี้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย Doctor.Love me love my dog.
9.7
หมอใบบัวคือแพทย์หญิงผู้เปี่ยมด้วยความสามารถที่เลือกใช้ชีวิตโสดท่ามกลางความสงสัยของคนรอบข้างเกี่ยวกับลูกน้อยที่เป็นเสมือนโซ่ทองคล้องใจ โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าพ่อของเด็กคือใครหรือเธอตั้งครรภ์ตอนไหน จนกระทั่งชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิตเพื่อพิสูจน์ความรักครั้งใหม่นี้ ทว่าการจะชนะใจเธอนั้นเขาต้องยอมรับพันธะที่เธอมีให้ได้ ตามเงื่อนไขสำคัญที่ว่าหากจะรักเธอแล้วก็ต้องรักลูกของเธอด้วยเช่นกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ต้องใช้ความเข้าใจเป็นเครื่องนำทาง