ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

ท่ามกลางพิษไข้ที่รุมเร้า บุษบาไม่อาจยอมให้ศรจากไปไหน สายตาที่สั่นคลอนของเธอทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างเพื่ออยู่เคียงข้างเตียง ศรประคองใบหน้าหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดการทุกอุปสรรคเพื่อครองคู่กับเธออย่างถูกต้อง เขาโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม หวังเพียงให้ความอบอุ่นนี้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ แม้ในยามที่สติของบุษบาจะเลือนรางคล้ายฝัน แต่สัมผัสอันอ่อนโยนและคำว่ารักจากใจเขาก็ยังคงชัดเจนและตราตรึง
ตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงดนตรีที่ดังออกมาจากตัวตึกด้านข้าง ส่งผลให้เจ้าของร่างแน่งน้อยชะงักเท้าก้าวเดิน ดวงตาสวยเบิกกว้างด้วยความฉงน ด้วยนี่คือสิ่งใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ทว่าเสียงนั้นกลับบาดลึกสู่กลางอกจนไม่อาจทำเฉยแล้วเดินผ่านไปได้

ใบหน้างามสมวัยดรุณีผินตามทิศทางของเสียง ก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงหลับพริ้ม ดั่งจะซึมซับทุกท่วงจังหวะกังวาน ทุ้ม ต่ำ ลุ่มลึก มีอำนาจ แลบางครั้งกลับแหลมขึ้น คล้ายผู้เล่นจงใจให้เป็นเช่นนั้น

ทุกสรรพเสียงที่ก่อเกิดเป็นท่วงทำนองช่างแปลกไม่คุ้นหู แต่กลับน่าหลงใหล

“ไม่ใช่เสียงซอ หรือว่าจะใช่ แต่ก็ไม่นะ... เสียงซอไม่ใช่แบบนี้...”

ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อขยับพึมพำกับตนเอง ก่อนจะเม้มเข้าหากันเพียงนิดอย่างครุ่นคิด ดวงตาสวยงามชวนฝันเปิดขึ้นและมองตรงไป

เจ้าของร่างอรชรบอกตนเองว่าจะต้องเห็นเครื่องดนตรีชนิดนี้ให้ได้ หล่อนมั่นใจว่าต้องเป็น ‘เครื่องสาย’ อย่างแน่นอน แต่เครื่องสายชนิดใดกันเล่าที่จะมีเสียงทุ้มลุ่มลึกได้เท่านี้

ร่างแน่งน้อยตัดสินใจก้าวเข้าใกล้จนหยุดอยู่ด้านข้างตัวตึกเพราะเสียงดังฟังชัดนี้ดังออกมาจากห้องด้านในแน่นอน ท่วงทำนองยังคงขับขานเปล่งออกเป็นเสียงบาดลึกให้ใจได้เต้นตึกตัก จนหล่อนไม่อาจเก็บกั้นความสงสัยใคร่รู้ไว้ได้อีก

ใบหน้าน้อยค่อยๆ เยี่ยมมองผ่านประตูที่เปิดค้างเอาไว้ และนั่นกลับทำให้สาวรุ่นต้องเบิกดวงตากว้างขึ้นอีก เพราะหล่อนเห็นแล้วว่าต้นกำเนิดแห่งเสียงนั้นเป็นเครื่องสายขนาดใหญ่คล้ายซอแต่ไม่ใช่ โดยมีผู้เล่นนั่งอยู่บนเก้าอี้ ตั้งเครื่องสายไว้ระหว่างต้นขาทั้งสองที่กางออก

มือซ้ายกุมบริเวณคอพร้อมขยับปลายนิ้วกดไปตามเส้นสายก่อกำเนิดเป็นเสียงที่แตกต่าง มือขวาจับคันชักเคลื่อนไหวเสียดสี ไม่ต่างจากยามหล่อนเล่น ‘ซอสามสาย’

หล่อนพินิจเจ้าเครื่องสายขนาดใหญ่ที่คล้ายซอแต่ไม่ใช่ รับรู้ได้ว่าผู้เล่นโอบประคองและบรรเลงบทเพลงอย่างทะนุถนอม เพราะแค่ลักษณะการจับยังคล้ายถูกโอบกอด บ่งบอกว่าผู้เล่นนี้ถนอมเครื่องดนตรีราวกับสิ่งล้ำค่า ด้วยทุกปลายนิ้วของเขาที่ขยับไปมาสลับกับมือที่เคลื่อนคันชักไปบนเส้นสาย สร้างความเพลิดเพลินเสมือนหล่อนถูกดูดเข้าไปมีส่วนร่วมกับอารมณ์แห่งท่วงทำนอง ที่ผู้เล่นยังคงดื่มด่ำกับความสุขดังจะฉายชัดบนใบหน้า

และนั่นกลับทำให้ดวงตาสวยหวานเต้นระริกไม่แพ้หัวใจ เมื่อได้เห็นผู้บรรเลงบทเพลงได้ชัด บุรุษผิวขาวราวหยวก ใบหน้างามราวเทพสลักเสลา เขาหลับตาพริ้มดื่มด่ำกับท่วงทำนอง

ภาพที่เห็นก่อเกิดความร้อนวูบไปทั่วใบหน้า จนหล่อนต้องหลบเร้นกายเข้าหลังบานประตู ทว่าหัวใจสาวรุ่นที่เต้นระรัวกลับคล้ายเป็นแรงขับให้หล่อนค่อยๆ แย้มหน้าแอบมองเขาอีกครั้ง

เขาใส่เสื้อราชปะแตน นุ่งผ้าม่วง ใส่ถุงเท้าขาวยาวเลยเข้าไปในโจง และสวมรองเท้าหนังสีดำขัดมันเรี่ยมเฉกเช่นบิดาของหล่อน คงเป็นข้าราชสำนัก ณ ที่แห่งนี้ไม่ผิดแน่ เพราะนี่คือ ‘กรมมหรสพ’ และเครื่องสายที่คล้ายอยู่ในอ้อมกอดของเขาก็คงเป็น ‘ซอฝรั่ง’ อย่างที่คุณย่าเคยบอกเล่าว่าพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงโปรดเกล้าให้เจ้าพนักงานดนตรีได้ฝึกหัดกัน ซึ่งก็ทำให้หล่อนใคร่รู้และอยากจะเห็นในสักวัน

ทว่าในเวลานี้สิ่งที่น่าจดจำยิ่งกว่าซอฝรั่งก็คือ... บุรุษร่างสูงใหญ่ผู้หลับตาพริ้มด่ำดื่มกับท่วงทำนอง โดยมิรู้เลยว่ามีใครแอบซุ่มมองอยู่ และเขาได้สร้างความหวั่นไหวในใจสาวรุ่นเข้าแล้ว

เรือนผมดำตัดสั้นสะอาดตาและผิวที่ขาวจัด เผยให้เห็นใบหน้าหล่องามเด่นไปด้วยเครื่องหน้าที่ชัดลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรียวคิ้วเข้ม เปลือกตาหลับพริ้มแลเห็นแพขนตางอนหนา จมูกโด่ง ปากเป็นกระจับเม้มสนิท

ทว่าหล่อนใคร่อยากเห็นดวงตาที่หลับพริ้มนั้นเปิดขึ้นมอง อยากเห็นว่าสิ่งที่ถูกปิดบังอยู่นี้จะงามได้มากเท่าไรกัน

“แม่บุษ แอบดูอะไรอยู่รึ”

“อุ้ย! น้องมิได้แอบดูอันใดค่ะ”

‘บุษบา’ ส่ายหน้าพร้อมเอ่ยปฏิเสธ ทว่าผู้เป็นพี่สาวกลับก้าวเข้าใกล้พร้อมทำท่าจะชะเง้อดูว่าภายในห้องนั้นมีใครอยู่ ด้วยเสียงดนตรีที่ขับขานแม้จะแปลกหูแต่ก็ไพเราะน่าฟัง และหล่อนก็เห็นว่าน้องสาวเฝ้าแอบดูอยู่นานแล้ว

“ไหน ไม่ได้ดูอะไรกัน เห็นอยู่ว่าแอบดู ไหนพี่ดูสิว่าแม่บุษดูอะไรอยู่ เจ้าพนักงานดนตรีกำลังซ้อมอยู่รึ เอ... แต่เครื่องดนตรีชนิดใดกันเล่า เสียงนี้พี่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ไหนหลบสิ พี่จะขอดูหน่อย”

บุษบารีบเข้ามากันเมื่อผู้เป็นพี่สาวชะเง้อชะแง้จะเข้ามาดูให้ได้

“น้องไม่ดูแล้วค่ะคุณพี่ น้องว่าเรารีบไปหาคุณย่าน้อยกันดีกว่าค่ะ ป่านนี้คุณย่าท่านคงเตรียมหวายไว้หวดน่องน้องเสียแล้วกระมัง นี่ก็สายแล้วด้วย”

“เอ๊ะ! แม่บุษนี่… น้องมีพิรุธเยี่ยงนี้ พี่ยิ่งต้องดูให้ได้ หลีกทางพี่...”

เสียงเข้มของพี่สาวคนโตทำให้บุษบาหน้าแหยก้มหน้าพลางถอยห่างจากมุมประตู ทว่าเสียงเครื่องสายที่เงียบลงกลับฉุกใจให้บุษบาชะเง้อหน้าเข้าไปดูอีกครั้ง ใคร่รู้ว่าเหตุใดคนด้านในจึงหยุดบรรเลง และภาพที่เห็นก็ทำให้ดรุณีน้อยนิ่งอึ้ง ด้วยดวงตาคมเข้มคู่นั้นที่มองมาพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ส่อแววใจดีส่งมาให้ ช่างทำให้ใบหน้างามปานเทพบุตรราวจะยิ่งงดงามมากขึ้น จนริมฝีปากน้อยเผลอแย้มยิ้มตอบรับไม่รู้ตัว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียร้อนจำยอมรัก
7.8
เมื่ออ้อนถูกตราหน้าว่าพยายามยั่วยวนสามีของพี่สาวต่างแม่ นางจันทร์นิลจึงจัดการลงโทษขั้นเด็ดขาดด้วยการผลักไสเธอให้ตกเป็นเมียของพัชระ ช่างหนุ่มยากจนในไร่ชาท่ามกลางสภาพบอบช้ำ พัชระที่แอบหลงรักอ้อนมานานต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อความแค้นและความเกลียดชังของครอบครัวบีบบังคับให้เขาต้องเลือกระหว่างความรักที่เขามีให้เธอ หรือการยอมจำนนต่อคำสั่งอันโหดร้ายที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาลในกระท่อมซอมซ่อหลังนั้น
หน้าปกนวนิยาย งานแต่งในฝัน สุดท้ายก็ต้องจบลง
9.8
เซี่ยชูเสี่ยวในวัยสิบแปดเคยฝันถึงงานแต่งที่สมบูรณ์แบบกับชายที่รัก ทว่าในวัยยี่สิบห้า เธอกลับถูกมู่ชิงเหย่เหยียดหยามว่าเป็นเพียงแม่ค้าขายปลาที่น่ารังเกียจ ความโหดร้ายถึงขีดสุดเมื่อเขาทำลายชีวิตคุณยายของเธอเพื่อไปหาหญิงใหม่ ทำให้เธอตาสว่างว่ารักนี้พังทลายลงนานแล้ว เมื่ออายุยี่สิบแปด โชคชะตาพาเธอไปพัวพันกับศัตรูคู่อาฆาตของมู่ชิงเหย่ ความสัมพันธ์บนเตียงที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงแผนการชั่วคราว กลับกลายเป็นพันธะรักที่จะผูกมัดชีวิตของเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย การเกิดใหม่ของนางร้ายหลงยุค (ยุค80)
8.0
เมื่อวิญญาณนางร้ายตัวแม่ต้องมาเกิดใหม่ในร่าง หลิงชิงเย่ว หญิงสาวผู้น่าสงสารในยุค 80 ที่ถูกสามีหมางเมินและแม่สามีบีบคั้นให้รับเมียน้อยซึ่งเป็นคนรักเก่าของเขาเข้ามาในบ้าน แทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ท่านยมบาลส่งมาผิดพลาด เธอตัดสินใจสะบัดบ๊อบใส่พระเอกงี่เง่าแล้วขอใช้ชีวิตสวยรวยเก่งด้วยพรวิเศษ 3 ข้อที่ได้รับมา เตรียมพบกับการแก้แค้นฉบับตัวมารดาที่จะหย่าขาดจากความทุกข์เพื่อก้าวสู่ความมั่งคั่งและเริดเชิดยิ่งกว่าใครในปฐพี
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวพร่างฝน
9.3
เมสัน แมคไบรด์ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและดุดัน เจ้าของอาณาจักรที่ไม่มีใครกล้าล่วงเกิน กลับต้องสั่นคลอนเมื่อ ละอองฝน หญิงสาวผู้อาศัยอยู่ใต้ชายคาแอบฝ่าฝืนกฎเหล็กด้วยการนำม้าตัวโปรดของเขาไปขี่เล่น การกระทำอันอวดดีของสาวน้อยไร้เดียงสาปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน เมสันจึงตัดสินใจมอบบทลงโทษอันเร่าร้อนและป่าเถื่อนเพื่อกำราบเธอให้จำนนอยู่ใต้ร่างเขาเพียงคนเดียว ท่ามกลางไฟปรารถนาที่ยากจะต้านทาน เขาจะสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งว่าการลองดีกับพยัคฆ์ร้ายเช่นเขานั้นมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยร่างกายและหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย Hot Love ของรักท่านประธาน
9.1
เมื่อคุณแม่รับเด็กสาวท่าทางซูบผอมเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้าน ท่านประธานหนุ่มกลับรู้สึกไม่สบอารมณ์กับท่าทีประหม่าและคอยเอาแต่ก้มหน้าหลบตาของเธอ ทว่าวันเวลาผ่านไป เด็กสาวที่เขาเคยนึกรำคาญกลับเริ่มเผยความงดงามจนเขาไม่อาจละสายตา ความหงุดหงิดถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามใจ จนเขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากเขาจะแอบกินเด็กในปกครองของคุณแม่คนนี้ มันจะกลายเป็นความผิดที่ร้ายแรงเกินอภัยหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย แผนรักบุรุษร้าย
8.8
มหาเศรษฐีหนุ่มเคลวินไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งเขาได้พบกับลัลน์นาราอีกครั้งที่เมืองไทย เขาจึงเริ่มวางแผนการร้ายเพื่อล่อลวงเธอให้มาติดกับ แต่กลับกลายเป็นว่าหัวใจของเขากลับถูกเธอสยบเสียเอง แม้หญิงสาวจะพยายามหนีจากผู้ชายจอมยียวนที่เคยสร้างความอับอายให้เธอในอดีต แต่กงล้อแห่งพรหมลิขิตกลับหมุนวนพาให้ทั้งคู่ต้องมาใกล้ชิดกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ จากการเผชิญหน้าอันดุเดือดแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันเร่าร้อนที่จะตราตรึงใจพวกเขาไปตลอดกาล