ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Master & Me คุณท่านของผม

Master & Me คุณท่านของผม

ในโลกยุคหลังทุนนิยมที่แบ่งแยกผู้คนเป็นสามชนชั้น ทวิชถูกขายเป็นทาสในสังกัดของเวหา จันทรานิรันดร์ โดยมีความหวังลึกๆ ว่าจะไถ่ถอนอิสรภาพให้ตนเองเมื่ออายุครบยี่สิบปี ความเด็ดเดี่ยวและไม่เกรงกลัวของทวิชดึงดูดความสนใจจากนายหนุ่มอย่างเวหาจนเกิดเป็นความห่วงหาที่ลึกซึ้ง ทว่าเมื่อทวิชพร้อมจะโบยบินไปสู่โลกกว้าง เวหาจึงต้องหาทางรั้งหัวใจของทาสหนุ่มผู้รักอิสระคนนี้เอาไว้ข้างกาย แม้ต้องแลกด้วยสิ่งล้ำค่าเพียงใดเพื่อเปลี่ยนใจลูกนกตัวนี้ให้ยอมอยู่ร่วมท้องฟ้าเดียวกันตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

หลังเศรษฐกิจยุคทุนนิยมล่มสลาย ระบบใหม่ก็เข้ามาแทนที่พร้อมกับชนชั้นทั้งสามที่ถือกำเนิด

นาย...ไท...และทาส

ระบบการปกครองที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดในสังคมอันโหดร้าย

ธรรมชาติคัดสรรให้ผู้ที่แข็งแกร่งอยู่เหนือผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างนั้นหรือ?

คนพวกนั้นก็คือพวกชนชั้น ‘นาย’ อย่างไรล่ะ พวกที่แข็งแกร่งรองลงมา ถึงจะไม่มีอำนาจอยู่ในมือแต่สามารถดูแลจตัวเองได้ พวกนั้นจึงเป็น ‘ไท’ แต่สำหรับ ‘ทวิช’ ที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากบิดามารดา เขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้อ่อนแอ

ไม่สิ...ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่คิด คนอื่นๆ เองก็คิด เพราะชนชั้นของเขาบ่งบอกความอ่อนแอและล้มเหลวของต้นตระกูลตนอย่างชัดเจน

‘ทาส’…

ทวิชผูกติดกับคำนี้มาตั้งแต่ที่เขายังไม่ออกจากครรภ์ของมารดาด้วยซ้ำ

ทาส...ไม่สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้

ทาส...จำต้องมีนายและเข้าสังกัดเพื่อให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าปกป้อง หากไม่มีนายแล้ว ทาสก็ไม่ต่างอะไรจากเศษขยะ ถูกทำร้ายหรือตายไปสักคน ก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไร เพราะชีวิตมีค่าน้อยยิ่งกว่าตั๋วเบี้ย1ที่ค่าต่ำที่สุดเสียอีก

เขาถูกจำหน่ายเข้าสังกัดนายหลายต่อหลายคน การพลัดพรากจากครอบครัวไม่จบไม่สิ้นทำเอาเขาลืมไปแล้วว่าพ่อแม่ของตนหน้าตาเป็นอย่างไร มีชีวิตอยู่หรือไม่ เขาไม่รู้ทั้งนั้น แต่นั่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วเมื่อทาสอย่างเขาต้องมีลมหายใจอยู่เพื่อภักดีกับนาย

ทว่า...มันจะไม่ใช่เมื่อเขาอายุครบยี่สิบปี

เป็นเกณฑ์อายุที่ทาสอย่างเขาจะขอนายปลดแอกจากความเป็นทาสเพื่อเป็นไทได้

หากแต่ตอนนี้ทวิชมีอายุเพียงสิบเก้า เขาต้องรออีกหนึ่งปีเพื่อให้ถึงวันนั้น

“เอ้า ว่าไงไอ้วิช มึงอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิด รีบบอกไป คุณเขาจะได้เอาไปบอกคุณท่าน”

คุณท่าน...คือสรรพนามเรียกแทนตัวผู้เป็นนายของทาสทุกชีวิตที่นั่งอยู่ตรงนี้ รวมถึงพวกไทที่มาทำงานให้ด้วย ทวิชเหลือบไปมองหน้าชายหนุ่มในชุดสูทที่ทางด้านหลัง รอให้หัวหน้าทาสจดของขวัญวันเกิดที่ทาสที่เกิดในเดือนนี้อย่างเงียบเชียบ โดยปกติแล้วไม่มีนายคนไหนหรอกที่จะมอบของขวัญวันเกิดให้ทาสอย่างนี้ พวกเขาถือคติว่าพวกทาสคือชนชั้นล่างที่ไม่ควรลงไปเกลือกกลั้วหรือใส่ใจ เว้นเสียก็แต่ทาสในสังกัด ‘จันทรานิรันดร์’ ที่มีธรรมเนียมนี้มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ

ทาสทุกคนมีความสำคัญ เป็นแรงงาน เป็นแขนเป็นขา อีกนัยหนึ่ง การมอบของขวัญให้เช่นนี้ก็คือการซื้อใจเพื่อให้ทาสยอมภักดี ไม่อาจหาญขอปลดแอกตัวเองเป็นไท

ทวิชยังคงนึกไม่ออกว่าอยากจะได้อะไรเป็นพิเศษในวันเกิดตัวเอง นั่งนิ่ง เม้มริมฝีปากขบคิดกระทั่งหัวหน้าทาสร้องถามมาอีก

“มึงจะบอกได้หรือยัง หรือของที่มึงอยากได้มีมากจนคิดไม่ตกวะ”

เสียงหัวเราะของบรรดาทาสที่มีวันเกิดในเดือนเดียวกันดังขึ้นขรม แต่ทวิชไม่ได้อยากได้สิ่งของมีค่าใดๆ เลย จึงทำให้เขาเงียบงันอยู่อย่างนี้ เพราะของที่มีค่าสำหรับเขาตอนนี้ก็คือ...

“จะบอกไม่บอก ถ้าไม่บอก กูเอาใบรายชื่อไปให้เขาแล้วนะ”

“คือผม...”

ทวิชหมายจะบอกส่งเดชไปให้เรื่องมันจบๆ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดต่อ ก็มีเสียงร้องโอดโอยดังขึ้นจากไม่ไกล เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นเสียงจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกพวกไทลากออกมาจากทางด้านหลังของอาคารที่เรียกว่า ‘สังเวียน’

ร่างที่โชกชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ใบหน้าบวมปูดและแขนขาที่บิดเบี้ยวผิดรูป ทำให้บรรดาทาสที่เห็นภาพนั้นพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับทาสคนนั้นคืออะไร

ทาสคนนั้น...ขอปลดแอกตัวเองเป็นไท

การขอปลดแอกแม้จะทำได้เมื่ออายุครบยี่สิบปี แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้โดยง่ายเพราะพวกนายทั้งหลายถือว่าการขอปลดแอกคือการกบฏ

...กบฏย่อมต้องถูกลงโทษ

หากแต่ไม่ใช่การลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ แต่เป็นการบีบบังคับให้ทาสต้องใช้ชีวิตของตัวเองแลกกับอิสระที่โหยหา ทั้งหมดนั้นก็เพื่อทำให้พวกทาสไม่กล้าที่จะคิดตีตัวจากไป ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าทาสที่นั่งหน้าสลอนอยู่ตรงนี้ไม่มีใครสักคนที่กล้าจะเอ่ยปากขอปลดแอก มิหนำซ้ำยังพากันบริภาษทาสผู้น่าสงสารคนนั้นอย่างพร้อมเพรียงอีกด้วย

“อยู่ในสังกัดดีอยู่แล้วแท้ๆ หาเรื่องใส่ตัว คงจะไม่ไหวล่ะสิ”

“ก็แน่ล่ะ ใครมันจะไปไหว นักสู้พวกนั้นไม่ใช่ทาสเหมือนพวกเรา เป็นพวกที่ถูกฝึกมาเพื่อคุมทาส ไม่ตายก็บุญหัวแล้ว”

“แต่มันก็สมควรตาย ตายให้กับความโง่ของมันนั่นแหละ แต่คุณท่านคงไม่ปล่อยให้มันตายหรอก พามันไปรักษาอยู่ดี เนี่ย มีนายที่ไหนบ้างที่แสนดีเหมือนสังกัดนี้ อยู่ดีไม่ว่าดี เจ็บปากตายแบบนี้ก็สมน้ำหน้ามันแล้ว”

ต่างคนต่างก่นด่า ทวิชก้มหน้าลง ครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยความเงียบงัน

การเป็นไทต้องแลกด้วยชีวิต...

สิ่งนั้นทำให้เขาหวาดกลัวเสียจนสั่นสะท้าน

แต่...กลิ่นของความอิสระมันช่างหอมหวนเหลือเกิน

ต่อให้ต้องหมดลมหายใจ ถึงอย่างนั้นทวิชก็ยังอยากได้มันมาอยู่ในมือ เขาคิดวกวนอยู่แต่เรื่องนี้ ก่อนที่จะได้สติอีกครั้งเมื่อถูกหัวหน้าทาสถามอีกครั้ง

“ว่าไง ตกลงคิดได้หรือยังว่ามึงอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิด”

ทวิชคิดว่าเขานึกออกแล้ว

“ผม....” พูดพลางสูดหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะบอกออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมอยากขอปลดแอกตัวเองจากการเป็นทาสครับ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้าเป็นบุรุษอย่างนั้นรึ
9.7
เซียวหยามองดูคนรักด้วยความกังวลระคนโกรธแค้นเซียวเหยียน หลังเสิ่นจ้านถูกวางยาปลุกกำหนัดจนร่างกายร้อนรุ่มและต้องการปลดปล่อยความทรมานนี้อย่างหนัก ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น เสิ่นจ้านกลับยืนหยัดในความรู้สึกที่มีเพียงหนึ่งเดียว เพราะในใต้หล้านี้เขาไม่ได้ปรารถนาหญิงงามคนใดเลย นอกจากบุรุษนามว่าเซียวหยาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เขายอมมอบทั้งหัวใจและร่างกายให้ครอบครองในฐานะคู่ชีวิตที่แท้จริง
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนร้าย ซ่อนรักWTF is this relationship.
9.1
เมื่อเพื่อนสนิทที่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินคำว่าเพื่อนกลับต้องกลายมาเป็นเจ้าสาวของพี่ชายตนเอง ความลับที่ซ่อนไว้จึงเริ่มสั่นคลอนพังทลายลงในวันที่ไม่ควรจะเป็น เรื่องราวความรักสุดวุ่นวายที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงนี้จะจบลงอย่างไร เมื่อความจริงที่ว่าเธอคือเมียของเขาถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคนในครอบครัว เขาจะยอมปล่อยเธอไปหรือจะเลือกทำตามหัวใจเพื่อดึงเธอกลับมาเป็นของเขาเพียงคนเดียวในฐานะคนสุดท้ายที่เธอจะรัก
หน้าปกนวนิยาย กลลวงบ่วงดอกรัก
9.0
ณฉัตร นักแสดงสาวมาดทอมบอยชื่อดังที่ใครต่างก็เชื่อว่าเธอชอบผู้หญิงด้วยกัน แม้แต่ กฤตนัย ชายหนุ่มที่มองว่าเธอน่าเสียดายหากจะเป็นทอมจริงๆ เมื่อถูกเขาท้าทายและจ้องจับผิด ณฉัตรจึงต้องพยายามแสดงความแมนปกปิดความหวั่นไหวเอาไว้ ทว่ากฤตนัยกลับเกิดความคิดแผลงๆ ที่จะพิสูจน์ทฤษฎีส่วนตัวเพื่อเปลี่ยนทอมอย่างเธอให้กลายเป็นผู้หญิงเต็มตัวด้วยเสน่ห์และบทเรียนรักเจ้าเล่ห์ของเขา จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยกลลวงและบ่วงรักที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เพื่อแก้แค้นให้คนรัก สามีถ่ายคลิปฉันเก็บไว้
9.2
《เพื่อแก้แค้นให้คนรัก สามีถ่ายคลิปฉันเก็บไว้》ถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าหญิงแห่งเผ่าที่ทุกคนมองว่าเย่อหยิ่งและสมบูรณ์แบบ เธอเติบโตมาพร้อมสถานะสูงส่งและความคาดหวังจากสังคม แต่ภายในใจกลับมีความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ เธอแอบหลงรักคนรักเก่าของพี่สาว ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ผิดทั้งศีลธรรมและสถานะ จนกระทั่งความสัมพันธ์นั้นนำพาเธอไปสู่จุดที่ไม่อาจย้อนกลับ ในเงามืดของความลับ เธอพลาดพลั้งเข้าสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับวอล์คลี่ อัลฟาผู้ทรงอำนาจและเย็นชา ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้เกิดจากความรักที่บริสุทธิ์ แต่เป็นการดึงดูดที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน การครอบครอง และความไม่สมดุลทางอำนาจ เขาไม่เพียงอยู่เคียงข้างเธอ แต่ยังควบคุมทุกช่วงชีวิตของเธออย่างแนบเนียน พร้อมเก็บบันทึกทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาไว้เป็นความลับ สำหรับเธอ สิ่งเหล่านั้นคือความสับสนและความรู้สึกผิดปนเปกันไป แต่สำหรับเขา มันคือหลักฐานของความผูกพันที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และเป็นสิ่งที่ผูกมัดเธอไว้กับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้เธอจะพยายามถอยหนี แต่ทุกครั้งกลับยิ่งถูกดึงกลับเข้าสู่โลกของเขาอย่างช้า ๆ เมื่อความจริงเริ่มสั่นคลอน เธอพบว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว แต่เกี่ยวพันกับความลับของเผ่า การหักหลังในอดีต และความแค้นที่ถูกซ่อนเอาไว้เบื้องหลังความรักที่บิดเบี้ยว ความรู้สึกของเธอค่อย ๆ ถูกทดสอบระหว่างการหลบหนีและการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน โลกภายนอกเริ่มสั่นคลอนเมื่อความสัมพันธ์ของเธอกับวอล์คลี่ถูกตั้งคำถาม และความจริงบางอย่างที่ไม่ควรถูกเปิดเผยกำลังใกล้จะถูกเปิดโปง ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความผิดพลาดจึงค่อย ๆ กลายเป็นพันธนาการที่แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญที่สุดในชีวิต—ระหว่างอิสระกับพันธะ ระหว่างความรักกับการควบคุม และระหว่างอดีตที่เธอไม่อาจลืม กับอนาคตที่เธอไม่อาจหลีกหนีได้อีกต่อไป。
หน้าปกนวนิยาย พู่กันของวรานนท์ Mpreg
8.5
วรานนท์ ทายาทอสังหาฯ ผู้เพียบพร้อม เคยเอ่ยปากขอ พนัชกร มาเป็นเจ้าสาวตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเมื่อเติบโตขึ้น ความรู้สึกกลับเปลี่ยนเป็นความรำคาญใจ เมื่อพนัชกรผู้สืบทอดโรงพยาบาลและนักศึกษาแพทย์หนุ่ม คอยตามตื้อและแสดงความรักอย่างไม่ลดละ แม้จะตกหลุมรักพี่ชายใจดีคนเดิมอย่างสุดหัวใจ แต่การพยายามพิสูจน์รักครั้งนี้กลับสร้างเพียงความลำบากใจและช่องว่างที่ห่างเหิน ความสัมพันธ์ที่เคยอบอุ่นในอดีตจึงกลายเป็นความอึดอัดที่ยากจะประสานให้ลงตัว
หน้าปกนวนิยาย ทิศเหนือของภาพฟ้า
9.5
ภาพฟ้าตัดสินใจพิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวเห็นว่าเขาไม่ใช่คนล้มเหลว ด้วยการย้ายไปทำงานที่ไร่อ้อยทิศเหนืออันกว้างใหญ่ ที่นั่นเขาได้พบกับทิศเหนือ เจ้าของไร่สุดหล่อผู้มีฝีปากร้ายจนน่าหมั่นไส้ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้น ทิศเหนือกลับเป็นพี่ชายที่แสนดีซึ่งคอยสอนงานและมอบกำลังใจให้ภาพฟ้าในยามท้อแท้เสมอ จนความใกล้ชิดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ภาพฟ้าอยากจะเก็บรักษาไว้เพียงผู้เดียว ในฐานะทิศเหนือของภาพฟ้าตลอดไป