ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย NightZ [IV] UNFAITHFUL

NightZ [IV] UNFAITHFUL

ประโยคปฏิเสธที่บอกให้รักษาความสัมพันธ์ไว้แบบเดิมยังคงตามหลอกหลอนฉันจนถึงวันที่ต้องเดินทางกลับมาตามคำสั่งที่เขาคงลืมไปแล้ว แต่ใครจะคาดคิดว่าสถานการณ์จะกลับตาลปัตร เมื่อจู่ๆ คนที่เคยผลักไสและยืนยันหนักแน่นว่าไม่ต้องการเปลี่ยนสถานะ กลับกลายเป็นฝ่ายเดินเข้ามาคุกเข่าขอคบกับฉันด้วยตัวเองเสียอย่างนั้น เรื่องราวความรักที่เคยถูกปิดตายกำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในรูปแบบที่ฉันไม่เคยเตรียมใจมาก่อนเลย
ตอน
แชร์

ตอน 1

วิธวินท์ เตชะอัครา (วาโย)

KING OF GJB

กำลังศึกษา : คณะอัญมณี สาขาธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ (ปี 2)

ทายาท AKR Jewelry

งานอดิเรก : ออกแบบเครื่องประดับ

บุคลิก : เจ้าชู้ ขี้เล่น กวนมากกก นิ่งบ้างกับคนไม่รู้จัก

“ลิซเรียนที่อื่นก็ได้นะ”

น้ำเสียงอ่อนโยนพูดขึ้น พร้อมกับแววตาที่จ้องมาเหมือนรู้ทันว่าฉันกำลังคิดอะไร หลังจากนั่งอ่านประวัติของใครคนหนึ่งที่ฉันคุ้นเคย ผ่านหน้าเพจ Facebook ของเหล่าแฟนคลับ Nightshade แก๊งค์เทพเจ้าประจำมหาลัยที่ลิซ่า น้องสาวฝาแฝดของฉันตั้งใจว่าจะกลับไปเรียนให้ได้หลังจบ High School จากที่นี่

‘เฮียพายุ’ กับ ‘เฮียวาโย’

2 ใน 5 สมาชิก Nightshade คือรุ่นพี่กลุ่มเดียวกันกับพวกฉัน ที่นับจากวันนั้น..วันที่พวกเขาเรียนจบและย้ายกลับไปไทย เราก็ไม่เคยได้เจอกันแบบตัวเป็นๆ มาปีนึงได้แล้ว มากสุดก็คุยกันใน Line Group บ้าง ไม่ก็ตามกด Like รูป หรือ status ใน IG, Facebook กันก็แค่นั้น

“...ไม่เป็นไร”

ฉันตอบลิซไปแล้วพับจอ Notebook ปิดลงช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้ามาในห้อง ลากกระเป๋าเตรียมเก็บของเงียบๆ แล้วลิซก็เดินตามเข้ามา

“โรสโอเคจริงๆ ใช่มั้ย? ลิซรู้มันนานแล้ว แต่ลิซว่าโรสดู....”

“(- -) (_ _)”

แววตาที่ดูกังวลกับท่าทางขี้เกรงใจถูกส่งมาให้ฉันตามสไตล์น้องสาวขี้เป็นห่วงที่มีมาเสมอ ฉันเลยพยักหน้าตอบกลับไปและส่งยิ้มไปให้เพื่อให้ลิซคลายกังวล แม้ในใจมันจะหน่วงๆ ภาพวันนั้น เสียงนั้น จะแล่นอยู่ในหัวซ้ำๆ ทุกวันก็เถอะ

“บอกว่าไม่เป็นไรไง ไม่รีบเก็บของ ตกเครื่องอดกลับไทยไม่รู้ด้วยนะ”

ฉันแกล้งพูดให้ลิซตื่นเต้นไปงั้น เพราะรู้ว่าถ้าไม่ตัดบท ลิซมันต้องดึงดราม่าแน่ๆ ก็ยัยนี่เล่นทำหน้าตาแบบนี้ แล้วก็พูดประโยคนี้ซ้ำๆ มาเป็นร้อยรอบได้แล้วมั้งตั้งแต่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะกลับไปเรียนที่นั่นอ่ะ

“งื้อออ งั้น..เค้าไปก่อนนะ เค้าไปเก็บของก่อน เดี๋ยวไม่ทัน~”

แล้วก็เป็นไปตามที่คิดเป๊ะ พอได้ฟังลิซมันก็รีบวิ่งออกจากห้องฉันไปเลยไอ้ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยเมื่อกี๊หายเกลี้ยง เรื่องกระโตกกระตากจนบางทีไม่ค่อยจะมีสติต้องยกให้เลยจริงๆ เพราะแบบนี้นี่ไงถึงปล่อยให้ไปคนเดียวไม่ได้ แม้ว่าสุดท้ายการกลับไทยของฉันมันจะไม่เป็นผลดีกับใจตัวเองสักเท่าไหร่..

ย้อนกลับ 1 ปีก่อน…

พิธีจบการศึกษา High School

ตึก ตึก ตึก..

“โรสๆ เดี๋ยวโรส...!”

ฉันหันกลับไปตามเสียงเรียกของใครคนหนึ่งในชุดครุยพะรุงพะรังที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับเรียกชื่อฉันดังลั่นจนคนบรรดาแขกในงานต่างก็หันไปมอง

“ว่าไงพี่ ใจเย็นดิเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไป”

พอเห็นว่าเป็น ‘พี่ริว’ รุ่นพี่ที่รู้จักกันวิ่งเข้ามาแล้วหยุดตรงหน้าฉันแบบหอบๆ ฉันเลยเอ่ยปากแซวออกไป แล้วเขาก็หลุดยิ้มออกมาแบบขำๆ

“หึ.. ถ่ายรูปกัน เรานี่มันหาตัวยากฉิบ”

“หาเจอก็บ้าแล้วพี่ โรสเพิ่งมาเหยียบที่นี่ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ มาๆ กล้องไหนพ่อซุปตาร์?”

ฉันตอบกลับไปแล้วหันไปหาช่างภาพของพี่ริวที่วิ่งตามมาอีก 3-4 คนได้ ไม่รู้จะเล่นใหญ่อะไรเบอร์นั้น แล้วพวกเขาก็รัวชัตเตอร์แข่งกันใหญ่เลย เรียกว่ายิ้มกันจนเมื่อยปากกว่าจะยอมหยุด

แชะ! แชะ! แชะ!

“อ่ะ พี่ให้”

แล้วอยู่ๆ พี่ริวก็ยื่นกุหลาบช่อใหญ่มาให้ฉัน แถมยังคว้ามงกุฎดอกไม้ในมือช่างภาพคนหนึ่งมาใส่ให้ฉันแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและน้ำเสียงที่ดูตั้งใจ

“คบกันมั้ย?”

“หื้ม..” พอได้ฟังแบบนั้นฉันก็ออกอาการแปลกใจ และเลิกคิ้วสงสัยออกไปจนพี่ริวถึงกับประหม่าขึ้นมาทันที

“คือพี่..แอบชอบเรามานานแล้วว่ะ -////-”

พี่ริวพูดออกมาตามสไตล์ห้าวๆ ของเขาที่เรามักจะคุยกันแบบนี้เสมอ ซึ่งนั่นก็ทำให้ฉันตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะไม่เคยมีสักครั้งที่ฉันคิดเกินเลยกับพี่ริวไปมากกว่านั้น

“พี่ริวคือโรส...”

หมับ! พรึ่บ!

“เพื่อนยืนรอมัวแต่มาอ่อยผู้ชาย!”

ฉันยังพูดไม่ทันจบ ร่างของฉันก็ปลิวไปตามแรงดึงจนตัวเซ ก่อนที่เจ้าของมือนั้นจะพูดขึ้นมาเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยแววตาไม่พอใจออกมาจนเห็นได้ชัด แล้วแค่แว๊บเดียวเท่านั้น..แววตาคู่นั้นก็ปรับกลับไปเป็นเรียบเฉยตามสีหน้าของเขา

“เบาดิเฮีย เจ็บ!” ฉันบ่นอุบอิบออกไป พอมือใหญ่ของเฮียโยกำข้อมือฉันกระชากเอาๆ แล้วเขาก็ตอบกลับมา

“ไอ้พายรอถ่ายรูป”

“เฮียก็ไปก่อนดิ อีกแป๊บเดี๋ยวโรสตามไป”

พอหันไปเห็นพี่ริวยืนทำหน้านิ่งๆ อย่างรอคำตอบ ฉันเลยบอกเฮียโยแล้วกำลังจะเดินกลับไปหาพี่ริว แต่เฮียก็มาคว้าแขนฉันไว้อีก แถมยังส่งเสียงเข้มออกมาเหมือนไม่พอใจ

“ต้องไปเดี๋ยวนี้!”

“แต่โรสยังคุยธุระไม่...”

“มีผัวละ”

ฉันกำลังจะอธิบาย แต่อยู่ๆ เฮียโยก็โพล่งขึ้นมา พร้อมกับหันไปหาพี่ริวด้วยสีหน้าหงุดหงิดไม่รู้ไปโกรธใครมา เล่นเอาพี่ริวอึ้งกิมกี่มองฉันด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อทันที ที่จริง..อย่าว่าแต่พี่ริวเลย ฉันเองก็ตกใจในคำพูดเฮียเหมือนกัน

“ห๊ะ?!”

“ยัยนี่มีผัวแล้ว รู้เรื่องนะ!” เฮียโยพูดออกไปเสียงดังลั่นจนรอบข้างหันมอง แล้วลากฉันออกจากวงล้อมของคนที่เดินซอกแซกไปมาแบบไม่สนใจอะไร

“ไอ้เฮียบ้า พูดบ้าไรเนี่ย”

ฉันถามออกไปแบบเดาใจเฮียไม่ถูก มีผัวแล้วเนี่ยนะ? ตั้งแต่โตมายังไม่เคยเสียเวอร์จิ้นให้ใครเลยนะเว้ย! จะไปเอาผัวตัวเป็นๆ ที่ไหนมาฟะ -.-?

แล้วไอ้ท่าทางหงุดหงิดของเฮียที่ดูยังไงก็ไม่ใช่แค่รอฉันถ่ายรูปเนี่ยคืออะไร? เพราะถัดออกไปบรรดาสาวๆ ในสต็อคของเขาก็ยืนออกันอยู่ตั้งมากมายจะเลือกถ่ายกับใครไปก่อนก็ได้ไง เมาแดดป้ะวะเฮียเนี่ย?!

“...ชอบไอ้ริว?”

พอลากฉันมาได้สักพัก เฮียโยก็หยุดเดินตรงช่องใต้บันได แล้วหันมาจ้องหน้าฉัน ถามออกมาแบบไม่พอใจ

“ชอบไม่ชอบแล้วจะทำไม?”

ฉันตอบคำถามเฮียกลับไปแบบงงๆ ปกติเราก็ไม่ค่อยพูดกันดีๆ เท่าไหร่อยู่แล้ว ออกแนวจะเป็นคู่กัดกันมากกว่าด้วยซ้ำ

“ไม่เห็นจะเท่ตรงไหน”

เฮียโยมองฉันนิดหน่อยแล้วหันหนี ก่อนจะพูดลอยๆ แล้วทำหน้าไม่สนใจ พร้อมกับขยับชุดครุยให้เข้าที่เข้าทางแบบลวกๆ ฉันเลยแย้งกลับไป

“โห พี่ริวนี่ขวัญใจสาวๆ เลยเหอะ”

ฉันพูดแล้วเอื้อมมือไปช่วยจัดชุดครุยให้ แล้วก็เอามือปัดคราบเลอะๆ บนชุดออกแบบไม่ต้องเดา คราบแป้ง คราบรองพื้นขนาดนี้ แสดงความยินดีกันท่าไหนไม่รู้ดิ ถ้าขืนให้เฮียทำต่อได้เละกว่าเดิมน่ะสิ คนอะไรไม่มีระเบียบเลยสักนิด! แล้วพอได้ยินฉันพูดแบบนั้น เขาก็ส่งสายตาเซ็งๆ กับน้ำเสียงแบบเดิมกลับมา

“น่ารำคาญฉิบหาย”

“หรอ หมายถึงตัวเองรึไง?”

เฮียพูดจบฉันก็สวนกลับไป แล้วแกล้งทำเป็นเลิกคิ้วสงสัย ถามจริงไปกินไรผิดมา พาลจัด! หรืออากาศมันร้อน ชุดครุยมันแน่นไปใช่มั้ย?

ป๊อก!

“หมั่นไส้!” แล้วเฮียโยก็เอามือมาเขกหัวฉันเบาๆ ไปที แต่ก็ยังทำหน้าบึ้งอยู่แบบนั้น ฉันเลยโวยวายกลับไปบ้าง

“เฮ้ย แกล้งอยู่ได้ ไหนอ่ะเฮียพายรอถ่ายรูป?”

พอฉันหันซ้ายหันขวามองหาเฮียพาย อยู่ๆ เฮียโยก็เอามือมาคว้ามงกุฎดอกไม้บนหัวฉันไป แล้วโยนมันลงถังขยะที่อยู่โคตรไกลแบบแม่นพอดีเป๊ะ

พรึ่บ! ตึง!

“อะไรของเฮีย พี่ริวอุตส่าห์ให้มา”

ฉันขมวดคิ้วบ่นออกไปอย่างเริ่มจะเซ็งๆ กับไอ้ท่าทางพาลๆ ของคนตรงหน้าละ แต่เขากลับมองมาเฉยๆ แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร แถมยังชี้ไปที่ซุ้มขายมงกุฎดอกไม้ที่อยู่ไกลๆ พร้อมกับพูดออกมา

“อยากได้ไปเลือกเอาใหม่ ซื้อให้”

“เพื่อ? มันก็ไม่เหมือนกันอยู่ดีมั้ย” ฉันตอบกลับไป แล้วมองไปที่ซุ้มนั้นนิดหน่อย ไม่ใช่มงกุฎดอกไม้ที่ไม่เหมือนกัน แต่หมายถึงความตั้งใจของคนให้ไง..ที่มันต่างกัน

“ทำไม เสียดายที่โยนของมันทิ้ง?” เฮียโยจ้องหน้าฉันแล้วถามออกมา ฉันเลยพยักหน้าตอบไปตรงๆ

“(- -) (_ _) ก็..ประมาณนั้น” แล้วเขาก็ยิ่งทำหน้าไม่พอใจออกมา

“สรุปชอบมัน?”

“ไม่ได้ชอ...”

พรึ่บบบ!

ไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ อยู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างฉันกับเฮีย แถมยังตั้งใจกระแทกไหล่ฉันจนเซถอยออกมานิดหน่อย แล้วจีบปากจีบคอพูดกับเฮีย เกาะแขนเขาเป็นปลิง ก่อนจะเอาหน้าอกหน้าใจถูๆ ไถๆ ไปมาอย่างน่าละอายไม่ยอมหยุด

“รุ่นพี่..อยู่นี่เอง ลิลลี่รอนานแล้วนะคะ”

ถึงน้ำเสียงจะแอ๊บแบ๊วมากมายขนาดนั้น แต่เซ้นส์ผู้หญิงด้วยกันฉันมองก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้มันงูพิษชัดๆ! เฮียนี่ก็แปลก ตาบอดรึไง? หรือเน้นใหญ่อย่างเดียวก็ไม่รู้!

“เอ่อ..แหะๆ ลิลลี่ ไปรอตรงนู้นก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่ตามไปนะ”

หึ.. ชัดเลย! โดนอ้อนนิดอ้อนหน่อยเสียงเฮียนี่หวานขึ้นมาเชียว แล้วผู้หญิงคนนั้นก็มุดหน้าลงไปซบเฮียจนรองพื้นติดชุดครุยเฮียเป็นเทือก เออ! เพิ่งปัดรอยเก่าออกไปเมื่อกี๊ ให้ตาย!

“งื้อออ แน่ใจนะคะว่าไม่ได้หนีมากกใครอ่ะ”

เสียงหวานออดอ้อนถูกส่งไปให้เฮีย แต่สายตาอาฆาตเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อถูกส่งมาให้ฉัน เฮียแม่งก็เอาแต่ฟินกับสัมผัสแนบแน่นนั่นอยู่ได้ เอามือลูบหัวยัยนั่นแถมทำหน้าเคลิ้มออกมาจนน่าหงุดหงิด -.-!

“แน่สิคะ ไม่เอาสิ ไม่ดื้อนะคะ รอแป๊บเดียวนะ”

พอเฮียเจรจา ผู้หญิงคนนั้นก็พยักหน้าออกมาอย่างจำยอมแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงยั่วยวน ก่อนจะออกแรงดันตัวเฮียให้ถอยหลังชนผนังแล้วพุ่งตามเข้าไปอย่างรีบร้อน

พลั่กกก! พรึ่บ!

“ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นขอลิลลี่ Kiss ทีสิคะ นะๆ”

“เดี๋ยวลิลลี่ พี่ว่า...อืมมม”

พูดจบผู้หญิงคนนั้นก็โน้มคอเฮียโยลงมาจูบทันทีโดยไม่รอฟังว่าเฮียจะพูดอะไร จนฉันที่ยืนมองเหตุการณ์นี้ถึงกับหันหน้าหนี คือมันก็เคยมีให้เห็นบ้างตามงานปาร์ตี้ และทุกทีฉันจะเป็นฝ่ายเลี่ยงออกไป แต่แบบที่ชัดตำตา แถมมายืนขวางทางไม่ให้ฉันออกได้แบบนี้ มันไม่มากเกินไปหรอสำหรับฉันที่ชอ....

“อื้อ..รุ่นพี่~”

หึ! ถ้าแค่ผู้หญิงคนนั้นจูบเขาฝ่ายเดียว ฉันก็คงไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่เหมือนตอนนี้เฮียโยเองก็เคลิ้มตามไป จูบตอบจนยัยนั่นถึงกับหลุดครางออกมา แถมยังรุกเข้าไปแบบรวดเร็วและร้อนแรงขึ้นจนฉันที่ยืนดูมันถึงกับ....

พรึ่บบบ! พลั่กกก!

ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้ยังไงเหมือนกัน รู้ตัวอีกทีฉันก็ออกแรงกระชากสองคนนี้ออกจากกันจนกระเด็นไปคนละทิศละทางแล้ว ก่อนจะตะคอกออกไปเสียงดังลั่นจนเราทุกคนต่างก็เงียบไปตามๆ กัน

“ให้เกียรติครุยที่ใส่หน่อยดีป้ะ?! ไม่งั้นก็ถอดแล้วเอากันใต้บันไดไปเลยไป!!!”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักแท้ต้องเบรก
7.4
ตลอดระยะเวลาสามปีเต็มที่มอบความไว้วางใจและความรักอันบริสุทธิ์ให้กับชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก หญิงสาวได้ถักทอความฝันอันงดงามเกี่ยวกับการสร้างครอบครัวและงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ทว่าความหวังทั้งหมดกลับพังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อเธอค้นพบความจริงอันแสนโหดร้ายว่าคนที่เธอเตรียมจะฝากชีวิตไว้ได้ทรยศหักหลังกันอย่างเลือดเย็นที่สุด คำมั่นสัญญาที่เคยให้กันไว้กลายเป็นเพียงลมปากที่ไร้ความหมาย เหตุการณ์สะเทือนอารมณ์ครั้งนี้ได้กรีดแทงลึกลงไปในความรู้สึก ทำให้ดวงใจของเธอต้องแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ แม้ว่าอีกเพียงไม่กี่ก้าวเธอก็จะได้สวมชุดเจ้าสาวตามที่เคยวาดฝันไว้แล้วก็ตาม ความรักที่เคยคิดว่ามั่นคงกลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตาที่ทำร้ายเธอจนแทบสิ้นสติ
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจปฐวิน
8.4
อังศณาพยายามขัดขืนอย่างเต็มกำลังเมื่อปฐวินบีบบังคับให้เธอจำยอมต่อความต้องการของเขา แม้เธอจะประณามว่าการกระทำนี้คือการลักพาตัวที่ผิดกฎหมาย แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน ทั้งยังตอกย้ำด้วยคำพูดดูถูกที่แสนหยาบคายถึงความสัมพันธ์ทางกายที่เธอมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ท่ามกลางความเจ็บปวดและอับอาย หญิงสาวทำได้เพียงกัดฟันสะกดกลั้นอารมณ์ด้วยความแค้นใจที่ไม่มีอำนาจใดจะไปต่อกรกับผู้ชายเผด็จการอย่างเขาได้เลย
หน้าปกนวนิยาย จอมใจ จอมมาร
8.5
มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกอย่างคาร์โลสต้องการครอบครองพรหมจารีของกัญญิกา เขาใช้เงินและอำนาจบีบบังคับให้เธอมาอยู่บนเตียงเพื่อแลกกับการดูแลพ่อที่เจ็บป่วย แม้หญิงสาวจะแสดงความรังเกียจและด่าทอด้วยความแค้น แต่เขากลับดูถูกว่าเธอไม่ต่างจากผู้หญิงขายตัวที่เห็นแก่เงิน คาร์โลสไม่ต้องการความรักจากเธอและพอใจที่จะเรียกใช้เธอซ้ำในฐานะของเล่นชิ้นโปรด ทิ้งให้กัญญิกาต้องจมอยู่กับหยาดน้ำตาและความพยาบาทที่อยากจะทำลายคนใจร้ายคนนี้ให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้ายพ่ายรักดวงใจเหมราช
9.3
เหมราชทายาทมหาเศรษฐีผู้มีเสน่ห์มักมีคาเรนสาวสวยเคียงข้างเสมอ ทว่าชีวิตเขากลับพลิกผันเมื่อบิดาเสียชีวิตกะทันหันจนธุรกิจวิกฤต ทางรอดเดียวคือต้องแต่งงานกับพิ้งค์พลอย ลูกสาวเพื่อนพ่อที่อายุมากกว่าเขาถึงสิบสองปีเพื่อพยุงฐานะบริษัท แม้จะเริ่มต้นด้วยข้อตกลงที่ปราศจากความรัก แต่เหมราชกลับตกหลุมรักภรรยาตัวเองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ในขณะที่เธอยังคงเย็นชาและมีใครบางคนซ่อนอยู่ในใจเสมอ ความสัมพันธ์ที่มีเงื่อนไขนี้จึงกลายเป็นบทพิสูจน์หัวใจที่ยากลำบาก
หน้าปกนวนิยาย วางแผนลับจับเพื่อนพี่ชาย
8.1
เมื่อความรักที่ควรจะลงตัวกลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีจากเพื่อนสนิทของพี่ชาย ทั้งที่ความรู้สึกในใจของทั้งคู่ตรงกันอย่างชัดเจน แต่เขากลับเลือกที่จะผลักไสเธอออกไปอย่างไร้ความปรานี ทิ้งให้เธอจมอยู่กับความสงสัยและความเจ็บปวดว่าเหตุผลใดกันแน่ที่ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้ เธอจึงต้องเริ่มต้นค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำปฏิเสธนั้น เพื่อทลายกำแพงที่กั้นกลางระหว่างหัวใจสองดวงให้หมดสิ้นไปในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย พรหมลายรัก
8.8
เตชน์ ชลธีพงศ์ หนุ่มใหญ่วัย 45 ปีผู้ฝังใจกับความเจ็บปวดในอดีตจนกลายเป็นคนเจ้าชู้ไม่คิดจริงจังกับใคร ทว่าชีวิตเขากลับต้องมาพัวพันกับ ศศิปิลันธ์ หญิงสาววัย 24 ปีที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ แม้เขาจะคอยจ้องมองเธอด้วยความเกลียดชังมาโดยตลอด แต่ความสดใสของเธอก็เริ่มสั่นคลอนหัวใจที่เย็นชาของเขาลงทีละน้อย มาลุ้นกันว่าความรักครั้งนี้จะสามารถทลายกำแพงแห่งความแค้นและหลอมละลายหัวใจน้ำแข็งของเขาได้สำเร็จหรือไม่ในเส้นทางรักที่โชคชะตาขีดเขียนไว้