![หน้าปกนวนิยาย NightZ [IV] UNFAITHFUL](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/bfba131c5001834806839806002/laVSHd210cMA.webp!15491.webp)
NightZ [IV] UNFAITHFUL
ตอน 2
“ให้เกียรติครุยที่ใส่หน่อยดีป้ะ?! ไม่งั้นก็ถอดแล้วเอากันใต้บันไดไปเลยไป!!!”
พอจับสองคนนั้นแยกออกจากกัน ฉันก็เดินผ่ากลางออกมาอย่างหัวเสีย แล้วผู้หญิงที่โดนฉันขัดโมเม้นต์ฟินๆ นั่นก็คว้าแขนฉันกระชากถอยกลับไป ก่อนจะเดินมาเผชิญหน้ากับฉันและจ้องมาเหมือนจะเอาเรื่อง
หมับ!
“นี่แก!”
“ทำไม?!” ฉันถามออกไปอย่างอารมณ์เสียไม่ต่างกัน แล้วหันไปจ้องหน้าเฮียโยแบบโคตรหงุดหงิด เฮียเลยเดินเข้ามาจับแขนผู้หญิงคนนี้ออกและส่งเสียงเข้มออกมา
“ลิลลี่!”
“ก็มัน...”
“ไปรอข้างนอก!”
ยังไม่ทันที่ผู้หญิงคนนี้จะพูดอะไร เฮียโยก็พูดออกมาเสียงเรียบ จากที่ผู้หญิงคนนี้ทำท่าจะหัวร้อนใส่ฉันเลยกลายเป็นหงอยใส่เฮียไปซะงั้น หึ! นี่แหละนะมารยาหญิง
“ก็ได้ค่ะ”
พูดจบยัยนี่ก็เดินหนีไป แต่ก็ไม่วายจะมองตาขวางใส่ฉันจนสุดสายตา นี่แค่จูบนะ ถ้าเกิดได้กันใต้บันไดแล้วฉันไปขัดขึ้นมา ไม่โดนกระชากหัวไปโขกราวบันไดแบบนับตามจำนวนขั้นเลยรึไง หน้าไม่อาย!
ฉันมองยัยลิลลี่อะไรนั่นเดินพ้นไปจนสุดทางเดิน แล้วพอหันกลับมาก็เจอกับเฮียโยที่กำลังมองมาที่ฉันอย่างใช้ความคิด
“มองไม?!”
เห็นเฮียมองมาแบบนั้นฉันเลยตะคอกออกไป กล้าทำได้ไงวะ เห็นหน้าเฮียแล้วอยากจับทุ่มลงพื้น คนบ้าไรแค่หน้าตาธรรมดาก็น่าใช้กำลังด้วยซะจริง!
“เราแม่งดุฉิบหาย T.T”
เฮียโยพูดออกมาแล้วทำหน้าสลดลงเล็กๆ ส่งมาให้ฉัน แต่ถามว่าฉันเชื่อแอคติ้งนี้ของเฮียมั้ย? ขอตอบแบบไม่ต้องคิด ...ไม่เลย!
“ไม่ต้องสร้างภาพได้มั้ย” พูดจบฉันก็ก้าวขาจะเดินหนี แต่เฮียโยก็เอื้อมมือมาคว้าแขนฉันไว้อีก
หมับ!
“จะไปไหน?” เขาเลิกคิ้วเล็กๆ ถามออกมา ฉันเลยตอบกลับไปแบบเซ็งๆ ไม่รู้จะอยู่ทำไม..
“ไปหาเฮียพาย หาเฮียบีท” ได้ยินแบบนั้นเฮียก็ทำหน้าเซ็งๆ แล้วถามกลับมาใหม่
“ไปหาพวกมันทำไม” ..เอ้า เฮียโยสติดีป่าวอ่ะ -_-?!
“Congrats ไง”
พอได้ฟังเฮียก็ทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ ฉันเลยก้าวขาจะเดินต่อแล้วเฮียก็เข้ามาขวางไว้ อะไรอีกล่ะ?!
พรึ่บบบ!
“งั้น Congrats เฮียก่อนดิ เฮียก็จบนี่ไง”
พูดจบเขาก็ชี้ไปที่ชุดครุยที่โคตรจะเลอะรองพื้นของยัยลิลลี่อะไรนั่นของตัวเอง ก่อนจะทำท่าปัดๆ มันลวกๆ จนยิ่งเลอะเข้าไปใหญ่ เหอะ! บอกละไงให้ทำเองยิ่งเละ
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
“ไร้สาระ! ก็ไปพร้อมกันดิ” ฉันพูดไปแล้วเอื้อมมือไปปัดชุดครุยเลอะๆ ของเขาไป แล้วเฮียโยก็มองมาแถมยังทำหน้างอใส่
“ไม่ เราเจอเฮียก่อน ต้องบอกเฮียก่อนดิ”
เออนะ..เอาเข้าไป เฮียโยจ้องหน้าฉันนิ่งเหมือนกดดันให้ฉันตามใจ สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจพูดมันออกไปตามใจเขาจนได้นั่นแหละ
“อืม Congrats นะเฮีย พอใจละนะ..ป่ะ”
พอพูดจบประโยคฉันก็เดินหนี แต่เฮียก็เอื้อมแขนมาคล้องคอฉันไว้ ก่อนจะลากกลับไปหาเขาอีกทีอยู่ดี แล้วจังหวะที่ฉันหมุนตัวกลับไปหยุดตรงหน้าเขามันเลยเหมือนเฮียกำลังกอดฉันไว้ ซึ่งเราใกล้กันมากจนใจฉันมันดันสั่นขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวเลยไง...
“ตั้งใจหน่อยดิ เฮียจบทั้งทีเลยนะเว้ย”
แขนข้างหนึ่งของเฮียกำลังคล้องคอฉันไว้ ส่วนอีกข้างก็ถูกส่งมายีผมฉันเบาๆ อย่างได้ใจ พร้อมกับเสียงบ่นอุบอิบของเขาที่ฉันจับใจความแทบไม่ได้เพราะไอ้การกระทำของเฮียมันดันทำฉันหูอื้อไปแบบฉับพลัน
“ตั้งใจ..แบบเฮียเมื่อกี๊?”
ฉันหลุดปากพูดออกไปอย่างใจคิด ทั้งที่ปกติฉันไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา เฮียโยมีผู้หญิงมากมาย การเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันมันทำให้ฉันเห็นภาพพวกนั้นจนชิน ไม่ว่าเฮียจะทำอะไร อยู่ที่ไหน กับใคร ที่ผ่านมาแม้จะพยายามจะไม่สนใจ แต่วันนี้..ตอนนี้. ทำไมลึกๆ ฉันโคตรกระวนกระวายจนควบคุมตัวเองไม่ได้เลย
“อันนั้นไม่นับดิ โดนรุกแบบไม่ตั้งตัวอย่างงี้ ก็ต้องมีเคลิ้มบ้าง >////<”
เฮียพูดออกมาแบบไม่ใส่ใจแถมยังแอบทำหน้าฟินอย่างไม่สำนึก แต่ฉันที่เป็นคนฟัง พอได้ยินมันก็กลับเดือดเนื้อร้อนใจจนโพล่งออกไปอย่างไม่ทันระวัง
“เฮียแม่งใจง่าย!”
พอคิดได้ว่าปากมันดันเผลอพูดไปแบบนั้น ฉันก็หันหน้าหนี แล้วเฮียก็เลื่อนมือมาบีบแก้มฉันจนหน้าบู้บี้ไปในทันที
“เรานี่มันปากร้าย”
“งื้อออ อ่อย! (ปล่อย) ”
ฉันพูดพร้อมกับสะบัดหน้าเบาๆ หลบมือเขาออกไปแต่ก็ไม่เป็นผล ทำไมมันหน่วงๆ ทุกทีเลยวะ เวลาเฮียทำเหมือนไม่มีอะไร เหมือนไม่สะทกสะท้าน ไม่สำนึก ..ไม่สนใจ
“เอาใหม่ Congrats เฮียใหม่ดิ๊.. เร็ว”
เฮียโยยอมปล่อยมือจากแก้มฉัน แล้วเลื่อนมาบีบจมูกเบาๆ แทนก่อนจะออกคำสั่ง ฉันเลยถอนหายใจแบบเซ็งๆ แล้วก็พูดออกไปช้าๆ อย่างเอือมๆ
“ยินดีด้วย ประสบความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งแล้ว...”
“โรส พูดเพราะๆ” แล้วเฮียก็ส่งเสียงดุออกมาเบาๆ อีก ฉันเลยเบะปากตอบกลับไปสั้นๆ จนเฮียขำออกมาในท่าทางแบบนั้น
“...ค่ะ!”
“หึ.. ครับ ขอบคุณนะ ^_^” เฮียโยส่งยิ้มหวานกลับมาแบบร่าเริงเกินเรื่องจนฉันหมั่นไส้ เลยพูดต่อแล้วเหล่ตามองเขาแบบเหน็บๆ กลับไป
“อย่าดื้อให้มันมากนัก แล้วก็อย่าพลาดทำใครท้องก่อนเรียนจบล่ะ ยิ่งแรดๆ อยู่!”
ป๊อก!
พูดจบฉันก็ใช้นิ้วเล็กๆ ของตัวเองดีดหน้าผากเฮียไปที แล้วรีบผละออกจากวงแขนของเฮีย ส่วนเฮียก็ทำหน้ามุ่ยร้องโอดโอยออกมา แล้วเลื่อนมือหนาไปลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ หลายที
“โอ๊ย เฮียเจ็บนะเว้ย!”
“สมน้ำหน้า!” ยิ่งเห็นท่าทางเจ็บจริงของเฮีย ฉันยิ่งสะใจ แต่โอดโอยได้ไม่เท่าไหร่หูตาเขาก็แพรวพราวขึ้นมาอีกละ
“ไหนมากอดทีดิ๊ ^_^”
“.....”
พอเฮียพูดมาแบบนั้นฉันก็ชะงักไปและจ้องหน้าเขานิ่ง แล้วเฮียก็มองมาด้วยท่าทางเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไร ก่อนจะยกแขนขึ้นทำท่าจะดึงตัวฉันเข้าไป แต่ฉันมุดหนีวงแขนนั้นจนเขาโวยวายและเดินตามมาเหมือนตั้งใจจะกอดให้ได้ ซึ่งมันอันตรายต่อใจฉันมากไปก็เลยต้องหนีแบบนี้นี่ไง
“อะไร กอดหน่อยไม่ได้ไง เร็วๆ”
“ไม่ดะ...”
พรึ่บบบ!
ฉันยังพูดไม่ทันจบ เฮียโยก็อาศัยจังหวะที่ฉันแปลกใจในท่าทางของเขา พุ่งเข้ามากอดฉันเอาไว้แน่นมาก แถมยังไม่ยอมขยับไปไหน ทำให้ตอนนี้เราได้แต่ยืนนิ่งๆ แบบนี้ เพราะถ้าเขาไม่ขยับฉันก็ขยับไม่ได้เลย เพราะเฮียตัวใหญ่เบ้อเร่อเลยน่ะสิ!
“อื้อ อึดอัด -////-”
ฉันบ่นออกไปทั้งที่หน้าเริ่มออกร้อนขึ้นมา แต่จะให้เฮียเห็นอาการที่เป็นตอนนี้มันก็ไม่ได้ไง ก็ฉันน่ะ..ไม่เคยบอกให้ใครรู้เลยด้วยซ้ำ ไอ้ความรู้สึกที่มีตอนนี้อ่ะ!
“รีบตามไปล่ะไอ้แสบของเฮีย”
เฮียโยพูดออกมาแล้วเลื่อนมือมายีผมฉันเบาๆ อีกครั้ง ทำไมถึงชอบทำแบบนี้นักนะ มันดูเหมือนเขากำลังเอ็นดูฉัน ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการเลยสักนิด!
“ไม่ไป ไม่อยากเจอ”
ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ในใจฉันทั้งยิ้มและกรี๊ดออกไปในคำพูดของเขาซ้ำๆ บางที..คนเราก็ต้องปากแข็งบ้าง ถ้ามันจะรักษาความลับบางอย่างที่มีเอาไว้ไม่ให้มันถูกเปิดเผยออกไปให้ใครรู้
“เฮียต้องคิดถึงเราแน่เลยว่ะ”
เฮียโยยังคงพูด..คำพูดธรรมดาของเขา ที่ในทางกลับกันมันชวนให้ฉันดิ้นตายในใจซ้ำๆอยู่แบบนั้น แล้วก็เหมือนเดิมคือฉัน…
“คิดถึงบ้าไร ไร้สาระ -////-”
“ดูแลตัวเองด้วย ห่วง..”
ยิ่งนานไปคำพูดพวกนั้นกับอ้อมกอดนี้ยิ่งชวนให้ฉันเผลอไผลไปกับมันจนเกือบจะลืมตัว ฉันเลยเลือกตัดบทไปแล้วพยายามจะผละออกแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยอยู่ดี
“จะดราม่าทำไมเนี่ย”
พรึ่บ! พรึ่บบบ!
“ไม่ได้ดราม่าเว้ย ห่วงจริง..”
เฮียโยดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง และครั้งนี้มันแน่นมากกว่าเดิมหลายเท่าจนฉันเริ่มใจเต้นแรง แต่ยังต้องกลบเกลื่อนไอ้ความหวั่นไหวพวกนั้นด้วยคำพูดที่มันเหมือนจะไม่มีอะไร แต่กว่าพูดออกไปต้องตั้งสติแล้วตั้งสติอีก
“ห่วงมากขนาดนั้นเลย -////-?”
“เออดิ แยกกันแล้วจะเถียงกับใครวะ”
เฮียโยบ่นอุบอิบออกมาอย่างเอาแต่ใจ เขาจะรู้มั้ยว่าคำพูดธรรมดาพวกนั้นมันกระทบความรู้สึกฉันเข้าจังๆ จนเกือบจะพูดบางอย่างออกไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
“งั้นซ้ำชั้นอีกปีเอามั้ย?”
อีกคำถามที่ฉันต้องกลั้นใจพูดออกไปเพื่อให้สถานการณ์ยังเป็นปกติ แล้วเฮียก็ตอบมาแบบกวนๆ ตามสไตล์ของเขา
“เออน่าสน”
“บ้ารึไง ปล่อยได้ยังอึดอัด” ฉันบ่นๆ ออกไป แล้วส่งเสียงท้วงเล็กๆ เฮียเองก็ส่ายหัวออกมา
“ยัง.. เป็นผู้หญิงอ่ะระวังตัวด้วย”
เอาจริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ฉันได้ฟังคำพูดพวกนี้ ทั้งเฮียโยและเฮียคนอื่นก็พูดอะไรแบบนี้จนฟังซะเบื่อ
“ระวังตัวจากใคร ผู้ชายเหี้ยๆ แบบเฮี...”
“เฮ้ยแรงไป! ที่พูดนี่เข้าใจมั้ย?”
ไม่รอให้ฉันพูดจบเฮียโยก็พูดสวนออกมา แถมยังเปลี่ยนเรื่องไปซะงั้น ถึงทุกเฮียจะพูดเหมือนห่วงพวกฉัน แต่ไอ้ความอันตรายจากผู้ชายที่ว่า.. มันก็เข้าตัวพวกเขาทั้งนั้นอะนะ ซึ่งฉันชินละ
“อื้ม รู้แล้ว -////-”
ฉันตอบเฮียโยกลับไป แล้วเฮียก็เงียบไปแป๊บหนึ่งแต่ก็ยังกอดฉันไว้ไม่ยอมปล่อยสักที ฉันเองก็ใช้โอกาสนี้ซึมซับไอ้ความรู้สึกที่มีจากสัมผัสของเขาเงียบๆ ท่ามกลางคำพูดมากมายที่ยังหาจังหวะพูดมันออกไปไม่ได้
“ตัวนิ่มฉิบหาย เฮียปล่อยเรารอดไปได้ไงวะ -_-”
“ให้ตาย! นี่น้องถูกมั้ย จะเคลมกันเองให้ได้?” พอได้ยินคำพูดที่โคตรจะกวนปนหื่นไม่รู้กาลเทศะของเฮีย ฉันเลยพูดออกไปแบบเอือมๆ
หึ.. ใช่.. ‘น้อง’ ไง ฉันน่ะมันควรเป็นแค่นี้ก็พอแล้วไง เป็นน้อง เป็นเพื่อน เป็นคนที่ไม่ว่าจะพูดอะไร..ก็ไปไม่พ้นตัวสักที
“ฮ่ะๆ” เฮียโยหลุดขำออกมาในคำพูดที่ฉันโต้ตอบออกไป แล้วเขาก็เงียบไปอีก เงียบ..จนเราได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันเลยด้วยซ้ำ
“ปล่อยเหอะเฮีย เลิกแกล้งสักที! >////<”
สุดท้ายฉันก็เป็นฝ่ายทักท้วงออกไปอีกครั้ง แต่เหมือนว่าเขาก็ยังไม่ยอม และส่งเสียงยียวนเหมือนตั้งใจจะแกล้งกันอยู่แบบนั้นกลับมา
“ไม่เลิกเว้ย ยืนเฉยๆ ไป เดี๋ยวกอดเอง”
เฮียโยพูดออกมาแบบทีเล่นทีจริงจนฉันแยกแยะไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไร เลยแกล้งพูดออกไปแต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ
“รำคาญว่ะเฮีย >////<”
“แล้วไง..ก็ช่างดิ”
หึ.. นี่คงเป็นอีกครั้งที่ฉันหลุดยิ้มกับความรั้นของร่างสูงที่กอดฉันไว้นิ่งๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจ ร่างสูงของเฮีย.. ที่แม้จะกวนกันแค่ไหนก็คอยปกป้องฉันจากใครต่อใครเสมอ :)
“โทษนะฮะไอ้คู่จิ้น”
พรึ่บบบ!
ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ๆ เฮียพายก็เดินเข้ามา ทำให้ฉันกับเฮียโยผละออกจากกันทันทีด้วยความตกใจ
“ไอ้ห่า ตกใจหมด!”
เฮียโยหันไปหาเฮียพายแล้วพูดออกไปด้วยสีหน้าดุๆ เฮียพายเองก็มองมานิ่งๆ ก่อนจะชี้ออกไปข้างนอกที่พอพวกฉันชะเง้อไปมองก็เห็นว่าบรรดาสาวๆ ของเฮียโยกำลังเขม่นกันให้วุ่นวาย แล้วเฮียพายก็ทำหน้าเอือมๆ ออกมา
“ไปเคลียร์ดิ๊ วุ่นวายสัส”
พอเห็นแบบนั้นเฮียโยถึงกับถอนหายใจ แล้วบ่นออกมาแบบเซ็งๆ ซึ่งฉันก็รับฟังมันนิ่งๆ เพราะอย่างที่บอก..มันชิน
“มากันทำไมเยอะแยะวะ” พูดจบเฮียโยก็เดินแยกออกไป แล้วพอเฮียโยเดินพ้นไปปุ๊บ เฮียพายก็หันมาหาฉันปั๊บ
“…ไรเฮีย?”
ฉันถามออกไปอย่างรู้ทัน เพราะแค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าเฮียน่าจะอยากพูดอะไร ถึงวันๆนึงเขาจะพูดน้อยมาก แต่การรู้จักกันมาสักพักมันทำให้ฉันเริ่มเข้าใจเฮียพายผ่านแววตา ไม่ใช่สีหน้านิ่งเฉยแบบนั้น
“ร้อนไง? หน้าแดง”
เฮียพายพูดออกมาสั้นๆ แต่แววตาโคตรกวน ซึ่งนี่แหละคือบุคลิกที่โคตรจะน่าหมั่นไส้ของเขา ฉันเลยตอบกลับไปแบบไม่สนใจแล้วก้าวขาจะเดินหนี
“ยุ่ง -////-”
“หึ.. จะบอกมันเมื่อไหร่?”
กึก!
ฉันเดินผ่านหน้าเฮียพายมาแค่สองก้าวเท่านั้น แล้วก็ต้องชะงักฝีเท้าไปเพราะได้ยินคำถามที่ไม่เข้าใจความหมาย เลยถามกลับไป
“บอกอะไร”
พรึ่บบบ!
แล้วเฮียพายก็คว้าสมุดบันทึกเล่มจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือที่ฉันใช้เวลาตามหาอยู่นานเป็นอาทิตย์ออกมา ก่อนจะยื่นมันคืนมาให้ฉันที่ก็รีบคว้ามันทันทีอย่างไม่รีรออะไร
“เฮียไปเอามาจากไหน O_O?!”
ฉันพูดออกไปหน้าตาตื่นและรีบเปิดดูเนื้อหาในนั้นว่ามันยังอยู่ครบมั้ย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหน้าไหนหลุดรอดออกไป
“ลิซยืม Text ไปแล้วหยิบติดมา”
เฮียพายตอบกลับมาสั้นๆ แต่จากคำพูดก่อนหน้านั้นแปลว่าเขาต้องอ่านเนื้อหาข้างในนี้แล้วแน่ๆ.. นั่นแปลว่าความลับของฉันมันไม่ได้รู้แค่ฉันคนเดียวอีกต่อไปแล้ว
“รับปากได้มั้ยว่าเฮียจะไม่...”
“ไม่บอก มันจะรู้มั้ย?”
ไม่รอให้ฉันพูดจบ เฮียพายพูดออกมาอย่างรู้ทันและมองมาที่ฉันอย่างเตือนสติ ฉันเลยถอนหายใจออกและก้มหน้ามองข้อความมากมายในสมุดบันทึกอย่างไม่รู้จะพูดอะไร
“.....”
“คิดให้ดี.. ไม่มีเวลาแล้วไม่ใช่รึไง”
ฉันพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่เฮียพายกำลังจะสื่อ เพราะเฮียโยจะกลับไทยพรุ่งนี้ ฉันเลยเหลือเวลาแค่คืนนี้... พูด...สิ่งที่ก็ไม่รู้ว่ามัน...ควรจะพูดมั้ย
นี่ฉัน..ควรพูดออกไปให้เขารับรู้มั้ย?
คุณอาจจะชอบ





