ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย NightZ [IV] UNFAITHFUL

NightZ [IV] UNFAITHFUL

ประโยคปฏิเสธที่บอกให้รักษาความสัมพันธ์ไว้แบบเดิมยังคงตามหลอกหลอนฉันจนถึงวันที่ต้องเดินทางกลับมาตามคำสั่งที่เขาคงลืมไปแล้ว แต่ใครจะคาดคิดว่าสถานการณ์จะกลับตาลปัตร เมื่อจู่ๆ คนที่เคยผลักไสและยืนยันหนักแน่นว่าไม่ต้องการเปลี่ยนสถานะ กลับกลายเป็นฝ่ายเดินเข้ามาคุกเข่าขอคบกับฉันด้วยตัวเองเสียอย่างนั้น เรื่องราวความรักที่เคยถูกปิดตายกำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในรูปแบบที่ฉันไม่เคยเตรียมใจมาก่อนเลย
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ให้เกียรติครุยที่ใส่หน่อยดีป้ะ?! ไม่งั้นก็ถอดแล้วเอากันใต้บันไดไปเลยไป!!!”

พอจับสองคนนั้นแยกออกจากกัน ฉันก็เดินผ่ากลางออกมาอย่างหัวเสีย แล้วผู้หญิงที่โดนฉันขัดโมเม้นต์ฟินๆ นั่นก็คว้าแขนฉันกระชากถอยกลับไป ก่อนจะเดินมาเผชิญหน้ากับฉันและจ้องมาเหมือนจะเอาเรื่อง

หมับ!

“นี่แก!”

“ทำไม?!” ฉันถามออกไปอย่างอารมณ์เสียไม่ต่างกัน แล้วหันไปจ้องหน้าเฮียโยแบบโคตรหงุดหงิด เฮียเลยเดินเข้ามาจับแขนผู้หญิงคนนี้ออกและส่งเสียงเข้มออกมา

“ลิลลี่!”

“ก็มัน...”

“ไปรอข้างนอก!”

ยังไม่ทันที่ผู้หญิงคนนี้จะพูดอะไร เฮียโยก็พูดออกมาเสียงเรียบ จากที่ผู้หญิงคนนี้ทำท่าจะหัวร้อนใส่ฉันเลยกลายเป็นหงอยใส่เฮียไปซะงั้น หึ! นี่แหละนะมารยาหญิง

“ก็ได้ค่ะ”

พูดจบยัยนี่ก็เดินหนีไป แต่ก็ไม่วายจะมองตาขวางใส่ฉันจนสุดสายตา นี่แค่จูบนะ ถ้าเกิดได้กันใต้บันไดแล้วฉันไปขัดขึ้นมา ไม่โดนกระชากหัวไปโขกราวบันไดแบบนับตามจำนวนขั้นเลยรึไง หน้าไม่อาย!

ฉันมองยัยลิลลี่อะไรนั่นเดินพ้นไปจนสุดทางเดิน แล้วพอหันกลับมาก็เจอกับเฮียโยที่กำลังมองมาที่ฉันอย่างใช้ความคิด

“มองไม?!”

เห็นเฮียมองมาแบบนั้นฉันเลยตะคอกออกไป กล้าทำได้ไงวะ เห็นหน้าเฮียแล้วอยากจับทุ่มลงพื้น คนบ้าไรแค่หน้าตาธรรมดาก็น่าใช้กำลังด้วยซะจริง!

“เราแม่งดุฉิบหาย T.T”

เฮียโยพูดออกมาแล้วทำหน้าสลดลงเล็กๆ ส่งมาให้ฉัน แต่ถามว่าฉันเชื่อแอคติ้งนี้ของเฮียมั้ย? ขอตอบแบบไม่ต้องคิด ...ไม่เลย!

“ไม่ต้องสร้างภาพได้มั้ย” พูดจบฉันก็ก้าวขาจะเดินหนี แต่เฮียโยก็เอื้อมมือมาคว้าแขนฉันไว้อีก

หมับ!

“จะไปไหน?” เขาเลิกคิ้วเล็กๆ ถามออกมา ฉันเลยตอบกลับไปแบบเซ็งๆ ไม่รู้จะอยู่ทำไม..

“ไปหาเฮียพาย หาเฮียบีท” ได้ยินแบบนั้นเฮียก็ทำหน้าเซ็งๆ แล้วถามกลับมาใหม่

“ไปหาพวกมันทำไม” ..เอ้า เฮียโยสติดีป่าวอ่ะ -_-?!

“Congrats ไง”

พอได้ฟังเฮียก็ทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ ฉันเลยก้าวขาจะเดินต่อแล้วเฮียก็เข้ามาขวางไว้ อะไรอีกล่ะ?!

พรึ่บบบ!

“งั้น Congrats เฮียก่อนดิ เฮียก็จบนี่ไง”

พูดจบเขาก็ชี้ไปที่ชุดครุยที่โคตรจะเลอะรองพื้นของยัยลิลลี่อะไรนั่นของตัวเอง ก่อนจะทำท่าปัดๆ มันลวกๆ จนยิ่งเลอะเข้าไปใหญ่ เหอะ! บอกละไงให้ทำเองยิ่งเละ

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

“ไร้สาระ! ก็ไปพร้อมกันดิ” ฉันพูดไปแล้วเอื้อมมือไปปัดชุดครุยเลอะๆ ของเขาไป แล้วเฮียโยก็มองมาแถมยังทำหน้างอใส่

“ไม่ เราเจอเฮียก่อน ต้องบอกเฮียก่อนดิ”

เออนะ..เอาเข้าไป เฮียโยจ้องหน้าฉันนิ่งเหมือนกดดันให้ฉันตามใจ สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจพูดมันออกไปตามใจเขาจนได้นั่นแหละ

“อืม Congrats นะเฮีย พอใจละนะ..ป่ะ”

พอพูดจบประโยคฉันก็เดินหนี แต่เฮียก็เอื้อมแขนมาคล้องคอฉันไว้ ก่อนจะลากกลับไปหาเขาอีกทีอยู่ดี แล้วจังหวะที่ฉันหมุนตัวกลับไปหยุดตรงหน้าเขามันเลยเหมือนเฮียกำลังกอดฉันไว้ ซึ่งเราใกล้กันมากจนใจฉันมันดันสั่นขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวเลยไง...

“ตั้งใจหน่อยดิ เฮียจบทั้งทีเลยนะเว้ย”

แขนข้างหนึ่งของเฮียกำลังคล้องคอฉันไว้ ส่วนอีกข้างก็ถูกส่งมายีผมฉันเบาๆ อย่างได้ใจ พร้อมกับเสียงบ่นอุบอิบของเขาที่ฉันจับใจความแทบไม่ได้เพราะไอ้การกระทำของเฮียมันดันทำฉันหูอื้อไปแบบฉับพลัน

“ตั้งใจ..แบบเฮียเมื่อกี๊?”

ฉันหลุดปากพูดออกไปอย่างใจคิด ทั้งที่ปกติฉันไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา เฮียโยมีผู้หญิงมากมาย การเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันมันทำให้ฉันเห็นภาพพวกนั้นจนชิน ไม่ว่าเฮียจะทำอะไร อยู่ที่ไหน กับใคร ที่ผ่านมาแม้จะพยายามจะไม่สนใจ แต่วันนี้..ตอนนี้. ทำไมลึกๆ ฉันโคตรกระวนกระวายจนควบคุมตัวเองไม่ได้เลย

“อันนั้นไม่นับดิ โดนรุกแบบไม่ตั้งตัวอย่างงี้ ก็ต้องมีเคลิ้มบ้าง >////<”

เฮียพูดออกมาแบบไม่ใส่ใจแถมยังแอบทำหน้าฟินอย่างไม่สำนึก แต่ฉันที่เป็นคนฟัง พอได้ยินมันก็กลับเดือดเนื้อร้อนใจจนโพล่งออกไปอย่างไม่ทันระวัง

“เฮียแม่งใจง่าย!”

พอคิดได้ว่าปากมันดันเผลอพูดไปแบบนั้น ฉันก็หันหน้าหนี แล้วเฮียก็เลื่อนมือมาบีบแก้มฉันจนหน้าบู้บี้ไปในทันที

“เรานี่มันปากร้าย”

“งื้อออ อ่อย! (ปล่อย) ”

ฉันพูดพร้อมกับสะบัดหน้าเบาๆ หลบมือเขาออกไปแต่ก็ไม่เป็นผล ทำไมมันหน่วงๆ ทุกทีเลยวะ เวลาเฮียทำเหมือนไม่มีอะไร เหมือนไม่สะทกสะท้าน ไม่สำนึก ..ไม่สนใจ

“เอาใหม่ Congrats เฮียใหม่ดิ๊.. เร็ว”

เฮียโยยอมปล่อยมือจากแก้มฉัน แล้วเลื่อนมาบีบจมูกเบาๆ แทนก่อนจะออกคำสั่ง ฉันเลยถอนหายใจแบบเซ็งๆ แล้วก็พูดออกไปช้าๆ อย่างเอือมๆ

“ยินดีด้วย ประสบความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งแล้ว...”

“โรส พูดเพราะๆ” แล้วเฮียก็ส่งเสียงดุออกมาเบาๆ อีก ฉันเลยเบะปากตอบกลับไปสั้นๆ จนเฮียขำออกมาในท่าทางแบบนั้น

“...ค่ะ!”

“หึ.. ครับ ขอบคุณนะ ^_^” เฮียโยส่งยิ้มหวานกลับมาแบบร่าเริงเกินเรื่องจนฉันหมั่นไส้ เลยพูดต่อแล้วเหล่ตามองเขาแบบเหน็บๆ กลับไป

“อย่าดื้อให้มันมากนัก แล้วก็อย่าพลาดทำใครท้องก่อนเรียนจบล่ะ ยิ่งแรดๆ อยู่!”

ป๊อก!

พูดจบฉันก็ใช้นิ้วเล็กๆ ของตัวเองดีดหน้าผากเฮียไปที แล้วรีบผละออกจากวงแขนของเฮีย ส่วนเฮียก็ทำหน้ามุ่ยร้องโอดโอยออกมา แล้วเลื่อนมือหนาไปลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ หลายที

“โอ๊ย เฮียเจ็บนะเว้ย!”

“สมน้ำหน้า!” ยิ่งเห็นท่าทางเจ็บจริงของเฮีย ฉันยิ่งสะใจ แต่โอดโอยได้ไม่เท่าไหร่หูตาเขาก็แพรวพราวขึ้นมาอีกละ

“ไหนมากอดทีดิ๊ ^_^”

“.....”

พอเฮียพูดมาแบบนั้นฉันก็ชะงักไปและจ้องหน้าเขานิ่ง แล้วเฮียก็มองมาด้วยท่าทางเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไร ก่อนจะยกแขนขึ้นทำท่าจะดึงตัวฉันเข้าไป แต่ฉันมุดหนีวงแขนนั้นจนเขาโวยวายและเดินตามมาเหมือนตั้งใจจะกอดให้ได้ ซึ่งมันอันตรายต่อใจฉันมากไปก็เลยต้องหนีแบบนี้นี่ไง

“อะไร กอดหน่อยไม่ได้ไง เร็วๆ”

“ไม่ดะ...”

พรึ่บบบ!

ฉันยังพูดไม่ทันจบ เฮียโยก็อาศัยจังหวะที่ฉันแปลกใจในท่าทางของเขา พุ่งเข้ามากอดฉันเอาไว้แน่นมาก แถมยังไม่ยอมขยับไปไหน ทำให้ตอนนี้เราได้แต่ยืนนิ่งๆ แบบนี้ เพราะถ้าเขาไม่ขยับฉันก็ขยับไม่ได้เลย เพราะเฮียตัวใหญ่เบ้อเร่อเลยน่ะสิ!

“อื้อ อึดอัด -////-”

ฉันบ่นออกไปทั้งที่หน้าเริ่มออกร้อนขึ้นมา แต่จะให้เฮียเห็นอาการที่เป็นตอนนี้มันก็ไม่ได้ไง ก็ฉันน่ะ..ไม่เคยบอกให้ใครรู้เลยด้วยซ้ำ ไอ้ความรู้สึกที่มีตอนนี้อ่ะ!

“รีบตามไปล่ะไอ้แสบของเฮีย”

เฮียโยพูดออกมาแล้วเลื่อนมือมายีผมฉันเบาๆ อีกครั้ง ทำไมถึงชอบทำแบบนี้นักนะ มันดูเหมือนเขากำลังเอ็นดูฉัน ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการเลยสักนิด!

“ไม่ไป ไม่อยากเจอ”

ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ในใจฉันทั้งยิ้มและกรี๊ดออกไปในคำพูดของเขาซ้ำๆ บางที..คนเราก็ต้องปากแข็งบ้าง ถ้ามันจะรักษาความลับบางอย่างที่มีเอาไว้ไม่ให้มันถูกเปิดเผยออกไปให้ใครรู้

“เฮียต้องคิดถึงเราแน่เลยว่ะ”

เฮียโยยังคงพูด..คำพูดธรรมดาของเขา ที่ในทางกลับกันมันชวนให้ฉันดิ้นตายในใจซ้ำๆอยู่แบบนั้น แล้วก็เหมือนเดิมคือฉัน…

“คิดถึงบ้าไร ไร้สาระ -////-”

“ดูแลตัวเองด้วย ห่วง..”

ยิ่งนานไปคำพูดพวกนั้นกับอ้อมกอดนี้ยิ่งชวนให้ฉันเผลอไผลไปกับมันจนเกือบจะลืมตัว ฉันเลยเลือกตัดบทไปแล้วพยายามจะผละออกแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยอยู่ดี

“จะดราม่าทำไมเนี่ย”

พรึ่บ! พรึ่บบบ!

“ไม่ได้ดราม่าเว้ย ห่วงจริง..”

เฮียโยดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง และครั้งนี้มันแน่นมากกว่าเดิมหลายเท่าจนฉันเริ่มใจเต้นแรง แต่ยังต้องกลบเกลื่อนไอ้ความหวั่นไหวพวกนั้นด้วยคำพูดที่มันเหมือนจะไม่มีอะไร แต่กว่าพูดออกไปต้องตั้งสติแล้วตั้งสติอีก

“ห่วงมากขนาดนั้นเลย -////-?”

“เออดิ แยกกันแล้วจะเถียงกับใครวะ”

เฮียโยบ่นอุบอิบออกมาอย่างเอาแต่ใจ เขาจะรู้มั้ยว่าคำพูดธรรมดาพวกนั้นมันกระทบความรู้สึกฉันเข้าจังๆ จนเกือบจะพูดบางอย่างออกไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

“งั้นซ้ำชั้นอีกปีเอามั้ย?”

อีกคำถามที่ฉันต้องกลั้นใจพูดออกไปเพื่อให้สถานการณ์ยังเป็นปกติ แล้วเฮียก็ตอบมาแบบกวนๆ ตามสไตล์ของเขา

“เออน่าสน”

“บ้ารึไง ปล่อยได้ยังอึดอัด” ฉันบ่นๆ ออกไป แล้วส่งเสียงท้วงเล็กๆ เฮียเองก็ส่ายหัวออกมา

“ยัง.. เป็นผู้หญิงอ่ะระวังตัวด้วย”

เอาจริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ฉันได้ฟังคำพูดพวกนี้ ทั้งเฮียโยและเฮียคนอื่นก็พูดอะไรแบบนี้จนฟังซะเบื่อ

“ระวังตัวจากใคร ผู้ชายเหี้ยๆ แบบเฮี...”

“เฮ้ยแรงไป! ที่พูดนี่เข้าใจมั้ย?”

ไม่รอให้ฉันพูดจบเฮียโยก็พูดสวนออกมา แถมยังเปลี่ยนเรื่องไปซะงั้น ถึงทุกเฮียจะพูดเหมือนห่วงพวกฉัน แต่ไอ้ความอันตรายจากผู้ชายที่ว่า.. มันก็เข้าตัวพวกเขาทั้งนั้นอะนะ ซึ่งฉันชินละ

“อื้ม รู้แล้ว -////-”

ฉันตอบเฮียโยกลับไป แล้วเฮียก็เงียบไปแป๊บหนึ่งแต่ก็ยังกอดฉันไว้ไม่ยอมปล่อยสักที ฉันเองก็ใช้โอกาสนี้ซึมซับไอ้ความรู้สึกที่มีจากสัมผัสของเขาเงียบๆ ท่ามกลางคำพูดมากมายที่ยังหาจังหวะพูดมันออกไปไม่ได้

“ตัวนิ่มฉิบหาย เฮียปล่อยเรารอดไปได้ไงวะ -_-”

“ให้ตาย! นี่น้องถูกมั้ย จะเคลมกันเองให้ได้?” พอได้ยินคำพูดที่โคตรจะกวนปนหื่นไม่รู้กาลเทศะของเฮีย ฉันเลยพูดออกไปแบบเอือมๆ

หึ.. ใช่.. ‘น้อง’ ไง ฉันน่ะมันควรเป็นแค่นี้ก็พอแล้วไง เป็นน้อง เป็นเพื่อน เป็นคนที่ไม่ว่าจะพูดอะไร..ก็ไปไม่พ้นตัวสักที

“ฮ่ะๆ” เฮียโยหลุดขำออกมาในคำพูดที่ฉันโต้ตอบออกไป แล้วเขาก็เงียบไปอีก เงียบ..จนเราได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันเลยด้วยซ้ำ

“ปล่อยเหอะเฮีย เลิกแกล้งสักที! >////<”

สุดท้ายฉันก็เป็นฝ่ายทักท้วงออกไปอีกครั้ง แต่เหมือนว่าเขาก็ยังไม่ยอม และส่งเสียงยียวนเหมือนตั้งใจจะแกล้งกันอยู่แบบนั้นกลับมา

“ไม่เลิกเว้ย ยืนเฉยๆ ไป เดี๋ยวกอดเอง”

เฮียโยพูดออกมาแบบทีเล่นทีจริงจนฉันแยกแยะไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไร เลยแกล้งพูดออกไปแต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ

“รำคาญว่ะเฮีย >////<”

“แล้วไง..ก็ช่างดิ”

หึ.. นี่คงเป็นอีกครั้งที่ฉันหลุดยิ้มกับความรั้นของร่างสูงที่กอดฉันไว้นิ่งๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจ ร่างสูงของเฮีย.. ที่แม้จะกวนกันแค่ไหนก็คอยปกป้องฉันจากใครต่อใครเสมอ :)

“โทษนะฮะไอ้คู่จิ้น”

พรึ่บบบ!

ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ๆ เฮียพายก็เดินเข้ามา ทำให้ฉันกับเฮียโยผละออกจากกันทันทีด้วยความตกใจ

“ไอ้ห่า ตกใจหมด!”

เฮียโยหันไปหาเฮียพายแล้วพูดออกไปด้วยสีหน้าดุๆ เฮียพายเองก็มองมานิ่งๆ ก่อนจะชี้ออกไปข้างนอกที่พอพวกฉันชะเง้อไปมองก็เห็นว่าบรรดาสาวๆ ของเฮียโยกำลังเขม่นกันให้วุ่นวาย แล้วเฮียพายก็ทำหน้าเอือมๆ ออกมา

“ไปเคลียร์ดิ๊ วุ่นวายสัส”

พอเห็นแบบนั้นเฮียโยถึงกับถอนหายใจ แล้วบ่นออกมาแบบเซ็งๆ ซึ่งฉันก็รับฟังมันนิ่งๆ เพราะอย่างที่บอก..มันชิน

“มากันทำไมเยอะแยะวะ” พูดจบเฮียโยก็เดินแยกออกไป แล้วพอเฮียโยเดินพ้นไปปุ๊บ เฮียพายก็หันมาหาฉันปั๊บ

“…ไรเฮีย?”

ฉันถามออกไปอย่างรู้ทัน เพราะแค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าเฮียน่าจะอยากพูดอะไร ถึงวันๆนึงเขาจะพูดน้อยมาก แต่การรู้จักกันมาสักพักมันทำให้ฉันเริ่มเข้าใจเฮียพายผ่านแววตา ไม่ใช่สีหน้านิ่งเฉยแบบนั้น

“ร้อนไง? หน้าแดง”

เฮียพายพูดออกมาสั้นๆ แต่แววตาโคตรกวน ซึ่งนี่แหละคือบุคลิกที่โคตรจะน่าหมั่นไส้ของเขา ฉันเลยตอบกลับไปแบบไม่สนใจแล้วก้าวขาจะเดินหนี

“ยุ่ง -////-”

“หึ.. จะบอกมันเมื่อไหร่?”

กึก!

ฉันเดินผ่านหน้าเฮียพายมาแค่สองก้าวเท่านั้น แล้วก็ต้องชะงักฝีเท้าไปเพราะได้ยินคำถามที่ไม่เข้าใจความหมาย เลยถามกลับไป

“บอกอะไร”

พรึ่บบบ!

แล้วเฮียพายก็คว้าสมุดบันทึกเล่มจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือที่ฉันใช้เวลาตามหาอยู่นานเป็นอาทิตย์ออกมา ก่อนจะยื่นมันคืนมาให้ฉันที่ก็รีบคว้ามันทันทีอย่างไม่รีรออะไร

“เฮียไปเอามาจากไหน O_O?!”

ฉันพูดออกไปหน้าตาตื่นและรีบเปิดดูเนื้อหาในนั้นว่ามันยังอยู่ครบมั้ย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหน้าไหนหลุดรอดออกไป

“ลิซยืม Text ไปแล้วหยิบติดมา”

เฮียพายตอบกลับมาสั้นๆ แต่จากคำพูดก่อนหน้านั้นแปลว่าเขาต้องอ่านเนื้อหาข้างในนี้แล้วแน่ๆ.. นั่นแปลว่าความลับของฉันมันไม่ได้รู้แค่ฉันคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

“รับปากได้มั้ยว่าเฮียจะไม่...”

“ไม่บอก มันจะรู้มั้ย?”

ไม่รอให้ฉันพูดจบ เฮียพายพูดออกมาอย่างรู้ทันและมองมาที่ฉันอย่างเตือนสติ ฉันเลยถอนหายใจออกและก้มหน้ามองข้อความมากมายในสมุดบันทึกอย่างไม่รู้จะพูดอะไร

“.....”

“คิดให้ดี.. ไม่มีเวลาแล้วไม่ใช่รึไง”

ฉันพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่เฮียพายกำลังจะสื่อ เพราะเฮียโยจะกลับไทยพรุ่งนี้ ฉันเลยเหลือเวลาแค่คืนนี้... พูด...สิ่งที่ก็ไม่รู้ว่ามัน...ควรจะพูดมั้ย

นี่ฉัน..ควรพูดออกไปให้เขารับรู้มั้ย?

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รสรักหวานเอย
9.4
ชัชวินหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบต้องกลายเป็นคู่หมั้นกับอารยาสาวจบใหม่ด้วยพันธะแห่งหนี้สิน แม้จุดเริ่มต้นจะไร้รักแต่ความใกล้ชิดกลับปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาที่ร้อนแรงเกินต้านทาน เมื่อชายหนุ่มประกาศกร้าวถึงความต้องการอันดุดันและเร่าร้อน สาวทันสมัยอย่างอารยาก็ไม่ยอมถอยแต่กลับเลือกใช้จริตยั่วยวนท้าทายเพื่อปั่นหัวคู่หมั้นรุ่นอาให้ตบะแตก ท่ามกลางเกมกามารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับรสสัมผัสที่ดูดดื่มและลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดในความสัมพันธ์ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย สมยอมรัก
9.6
ท่ามกลางบรรยากาศของโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความสมัครใจของคนสองคนได้ถือกำเนิดขึ้น เมื่อเธอตัดสินใจมอบความไว้วางใจและยินยอมพร้อมใจให้แก่เขา ขณะเดียวกันเขาก็เปิดรับและตอบสนองต่อความรู้สึกนั้นด้วยความเต็มใจอย่างที่สุด พันธะรักที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญ แต่เป็นความยินยอมพร้อมใจที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้แก่กันและกัน จนกลายเป็นความผูกพันที่หลอมรวมคนทั้งคู่ให้กลายเป็นของกันและกันอย่างสมบูรณ์ในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ตรวนรักโซ่สวาท
8.8
กัญชพรจำต้องจากนวินวรรษมาด้วยความเจ็บปวดร้าวราน แม้จะพยายามสลัดภาพเขาออกจากใจแต่ก็ทำได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์พยานรักที่เป็นสายใยผูกพันระหว่างเขากับเธอไว้ ความสัมพันธ์ที่เคยเร่าร้อนและลึกซึ้งในอดีตยังคงตามหลอกหลอน สัมผัสอันวาบหวามที่เคยเติมเต็มกายและใจกลายเป็นตรวนที่ล่ามเธอไว้ไม่ให้ลืมเลือน แม้จะพยายามหนีเพียงใดแต่ความผูกพันทางกายและพยานรักในครรภ์กลับทำให้การลบเขาออกจากชีวิตเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย ยังคงอยู่
9.6
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา เฉินมั่นยอมเป็นเพียงเงาข้างกายฮั่วฉงโจวด้วยความหวังว่าความอ่อนโยนจะชนะใจเขาได้ ทว่าสุดท้ายเธอกลับพบว่ามันเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ เธอจึงเลือกเดินจากไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่เรียกร้องสิ่งใดและหายไปจากชีวิตเขาอย่างสิ้นเชิง แต่ในวันที่เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่และกำลังจะเข้าพิธีวิลางานกับชายอื่น มหาเศรษฐีหนุ่มที่เคยเย็นชากลับบุกมาพังงานแต่งด้วยความคลุ้มคลั่ง เขาทวงถามทั้งน้ำตาถึงความรักที่เธอเคยมีให้เพียงแค่เขาคนเดียว
หน้าปกนวนิยาย ยัยตัวร้ายกับนายแบดบอย NC18++
9.8
กาย กันต์ธีร์ รุ่นพี่วิศวะคอมฯ ปี 4 สุดหล่อสายกวนที่โสดสนิทและมีเสน่ห์เหลือร้าย กลับต้องมาเสียอาการให้ อลิส อังสุมาลิน สาวสวยสุดเซ็กซี่จากนิเทศฯ ปี 2 ที่พกความมั่นใจมาเต็มร้อย เมื่อเขาจู่โจมด้วยจูบพร้อมเรียกเธอว่าเมียอย่างหน้าไม่อาย อลิสจึงตัดสินใจงัดมารยาหญิงทุกกระบวนท่าเพื่อพิชิตใจนายแบดบอยคนนี้ให้ได้ งานนี้ใครจะตกหลุมรักใครก่อนกัน ในความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความแสบสันและตื้อเท่านั้นที่ครองโลก
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักแดนทมิฬ
8.7
สำหรับภามหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาลีผู้มีนัยน์ตาสีฟ้า เซ็กซ์เปรียบดั่งยาเสพติดที่ยากจะถอนตัว เมื่อเขาพยายามรุกรานรุ้งไพลินด้วยสัมผัสอันเร่าร้อน แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนและปฏิเสธเพียงใด แต่ท่าทีพยศนั้นกลับยิ่งกระตุ้นความปรารถนาของเขาให้รุนแรงขึ้น ท่ามกลางเกมกามารมณ์ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการเอาชนะ รุ้งไพลินต้องหาทางรักษาหัวใจไม่ให้พ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของเขา พร้อมกับเผชิญหน้ากับปริศนาอันมืดดำเพื่อกระชากหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญที่ซ่อนอยู่