ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียรั้นรัก

มาเฟียรั้นรัก

มหากาพย์ความขัดแย้งในตระกูลมาเฟียรุ่นที่สอง เมื่อมาร์กัสพี่ชายผู้เงียบขรึมที่เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวภายใต้การเลี้ยงดูของปู่ย่า ต้องเผชิญหน้ากับมาร์คัสน้องชายคนเล็กสุดเอาแต่ใจที่ได้รับความรักล้นหลามจากครอบครัว ความบาดหมางปะทุขึ้นเมื่อมาร์คัสรู้สึกว่าพี่ชายกำลังจะแย่งชิงทุกอย่างไปจากเขา สงครามประสาทจึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีเดิมพันเป็นผู้หญิงที่เขามั่นใจว่าต้องเป็นของตนเองเท่านั้น ท่ามกลางความริษยาและศักดิ์ศรี พวกเขาต้องเลือกระหว่างความปรารถนาส่วนตัวหรือสายสัมพันธ์พี่น้องที่กำลังจะพังทลาย
ตอน
แชร์

ตอน 2

เสียงบรรเลงบทเพลงรักดังไปทั่วห้องนอน สองคนขับประสานกันส่งผ่านความสุขให้แก่กัน ชายหนุ่มรูปร่างราวเทพบุตรซาตาน ดวงตาคมเต็มไปด้วยแววตากระหายหื่น

เขายืนอยู่ปลายเตียงในมือมีเชือกเส้นใหญ่ ร่างเทพบุตรซาตานนั้นค่อยคืบคลานเข้ามาหาหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง สองมือจับรวบที่ขาเธอจากนั้นก็แยกขามัดไว้กับเสาเตียงทีละฝั่ง ก่อนจะขยับไปยังด้านบนนำมือสองข้างมารวบติดเอาไว้

“มันจะเจ็บไหม”

มุมปากคนถูกถามยกยิ้มแต่ไม่ตอบ ซาตานตนนั้นเดินวนรอบเตียงก่อนจะเดินไปหยิบแสสีดำขึ้นมา จากนั้นก็ฟาดลงบนตัวของเธอ

“อ๊ะ” เสียงหญิงสาวร้องด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะรุนแรงกับเธอแบบนี้ ความหวาดกลัวกับเกมรักที่เขาบอกว่าสนุก เธอเริ่มไม่อยากสนุกด้วยแล้ว

“มาร์คัสหยุดเถอะ เกตุเริ่มกลัวแล้ว” เกตุแก้วมองชายหนุ่มที่ไม่มี ทีท่าว่าจะหยุด ภายนอกเขาเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ เสเพล และเอาแต่ใจ แต่ใครจะคิดว่าบนเตียงเขาจะร้อนแรงกว่าอามรณ์เสียอีก

“ไม่ต้องกลัว สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นอารมณ์ให้เกตุยิ่งต้องการมากขึ้น” ใจเธอหวาดหวั่นกับเกมรัก พยายามขยับตัวหนีแต่มือและขาที่ถูกรั้งเอาไว้ก็ไม่อาจทำให้เธอหลุดพ้นเขาได้

เทพบุตรซาตานตนนั้น เริ่มขยับเข้าหาเธอ ใบหน้าซาตานก้มลงจูบปลอบให้เธอคลายความกังวลกับเกมรักที่ยังไม่ทันเริ่ม ริมฝีปากสากบดขยี้จนเธอเริ่มอ่อนลง สองมือสากก็ลูบไล้ไปตามร่างกาย ก่อนจะขยับล้วงเข้าไปยังด้านในกางเกงในตัวจิ๋ว

หญิงสาวสะดุ้งผวา ปล่อยจูบอันร้อนแรงเปิดตามองเขาให้ชัด เมื่อนิ้วเขาเริ่มคืบคลานเข้าไปในร่างกายของเธอ “เดี๋ยวก่อน” เธอยังไม่ได้เตรียมตัวเลย

แต่เทพบุตรซาตานตรงหน้าก็ไม่สนสิ่งใด กดมันลงไปจากนั้นก็บดขยี้จนร่างเธอแทบแหลกละเอียด เธอเพิ่งเข้าใจก็ตอนนี้ว่าเชือกพวกนั้น มีประโยชน์อะไร

พอเธอขยับคิดจะหนีก็ทำไม่ได้ ความเสียวซ่านความถูกพันธนาการที่ถูกรัดแน่น ทำให้เธอ “อ๊ะ” ร่างบางสั่นเทา นิ้วมือที่สอดเข้าไปรับรู้ถึงน้ำรักที่กำลังไหลออกมา

“บอกแล้วว่าเธอต้องชอบ”

“นายไปรู้วิธีพวกนี้มาจากไหน”

มุมปากมาร์คัสยกยิ้ม “มันอยู่ในสายเลือด” สายเลือดมาเฟียอย่างเขาไม่ต้องบอกต้องสอนก็สามารถถ่ายทอดทางสายเลือดอยู่แล้ว

หญิงสาวมองแผ่นอกราวกับเทพบุตร ความต้องการปรารถนาในกายเขาของเธอก็ยิ่งอยากมีมากขึ้น “ได้โปรด”

คนได้ยินเสียงขอร้องไม่ได้เร่งรีบตามเธอ เขาถอดนิ้วออกมาจากนั้นก็ลุกขึ้น หมายคิดจะถอดกางเกงชิ้นสุดท้ายออก หวังให้เธอได้เห็นสิ่งที่เรียกว่า เทพบุตรของจริง

ก๊อกๆๆๆ เสียงเคาะประตูทำให้คนที่กำลังจะถอดกางเกงขมวดคิ้ว ใครกันที่กล้ามาขัดจังหวะเขาตอนนี้ ในเมื่อกำลังจะได้มีความสุขเขาก็ทำไม่ได้ยิน

ก๊อกๆๆๆ เสียงเคาะรอบที่สอง ตามมาด้วยเสียงหนึ่งที่ทำให้เขาสะดุ้ง “มาร์คัส นายจะออกมาไหม วันนี้มีสอบไฟล์นอลวันสุดท้าย ถ้านายไม่รีบไปตอนนี้นายเรียนไม่จบแน่”

เสียงบ่นเหมือนแม่นั้นจะใคร นอกจากยัยปอฝ้ายเพื่อนสนิทของเขาที่กล้าหาญมาเคาะเขาถึงห้อง “ออกมา ถ้าไม่มาภายใน 1-10 ฉันจะไปแล้ว”

จบกันเกมรักที่เขาคิดจะสร้าง ปัง!! ดูเหมือนมือไม่พอเพราะตอนนี้ตามด้วยเท้า “รู้แล้ว” เสียงพูดไปอย่างรำคาญ จากนั้นก็รีบไปหยิบเสื้อผ้านักศึกษามาสวมใส่แทน

สายตาก็หันมองคนบนเตียง “นายจะไปไหน”

“ไปสอบ ก็เห็นแล้วว่าเพื่อนเธอพูดอะไร”

เกตุแก้วมองบนกับคนขัด เธอกำลังจะลิ้มรสความสุขปอฝ้ายก็เข้ามาขัดทุกรอบ สายตามองเขาที่สวมกระดุมเม็ดสุดท้าย จากนั้นก็หันไปหยิบกระเป๋าสะพาย

“เดี๋ยวมาร์คัสปล่อยฉันก่อน”

มาร์คัสหันมองคนถูกพันธนาการ ก็จัดการปลดเชือกตรงมือให้จากนั้นก็วิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อออกไปก็ได้ยินเสียงบ่นของ ปอฝ้ายดังต่ออีก

“นายทำอะไรชักช้า”

“เออน่าเธออย่าอยากรู้เลย”

“เมื่อวานก็เตือนแล้วว่าวันนี้สอบเก้าโมง ตอนนี้กี่โมงแล้วนายไม่ดูนาฬิกาหรือไง” ปอฝ้ายยังบ่นไม่หยุดตั้งแต่หน้าห้องเขาจนกระทั่งถึงประตูลิฟท์ด้านล่าง

“แม่คูณหยุดบ่นเถอะ” สีหน้าคนถูกห้ามมองอย่างเหนื่อยใจ เดินตามเข้าไปยังรถที่จอดอยู่ด้านนอก ขนาดคนขับรถเขายังไม่กล้าปลุก ต้องโทรให้เธอมาเรียกถึงคอนโด

เธอไม่ใช่แม่เขาสักหน่อย อีกอย่างเธอไม่อยากจะขัดพวกเขา สองคน ปอฝ้ายนึกถึงเสื้อผ้าที่เห็นตกอยู่บนพื้นใกล้ประตู ก็รู้ว่าต้นเหตุของการสายนี้คืออะไร

“ตอนนี้นายคบใครอยู่หรือเปล่า”

เมื่อขึ้นมาบนรถแล้ว ปอฝ้ายก็ถามมาร์คัส ชายหนุ่มหันมองแล้วปฏิเสธทันที “เปล่า” เสียงสูงแบบนี้แสดงว่ามี

ในเมื่อไม่อยากบอกเธอก็ไม่ถามแล้วกัน รอจนถึงมหาวิทยาลัยสอบจนเสร็จ ตอนที่พวกเราจะกลับกันนั้น เสียงมือถือก็ดังขึ้น

“เกตุแก้ว” ปอฝ้ายมองเบอร์เพื่อนที่เคยเรียนเชียงใหม่ด้วยกัน จำได้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนอีกฝ่ายบอกว่าจะมาหางานทำที่กทม. แต่หลังจากนั้นก็เงียบไปเลย

“ว่าไงเกตุ”

“ฝ้ายเหรอ ตอนนี้เราอยู่กทม. ทำงานที่ผับหนึ่งอยู่ วันนี้เป็นวันหยุดพอดีมาเจอกันหน่อยไหม”

ปอฝ้ายนัดแนะอีกฝ่าย ก่อนจะจบที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ใกล้มหาลัย กำลังจะขึ้นรถเมล์รถของมาร์คัสก็จอดแล้วลดกระจก

“เธอจะไปไหน”

“ไปห้าง” ปอฝ้ายบอกชื่อห้าง มาร์คัสที่หมดอารมณ์ตั้งแต่เช้าและอยากตอบแทนที่เธอทำให้เขามาสอบทัน

“เดี๋ยวไปส่ง ขึ้นมาสิ ตอนนี้ฉันว่างพอดี”

คำว่าว่างพอดีของเขา ทำให้คิ้วเธอกระตุกเตือนว่าต้องมีอะไร สักอย่าง และก็เป็นอย่างที่เห็น “นายอยากจะมาหลีสาวก็บอกเถอะ”

“เอาน่าแยกกันข้างหน้าก็ได้ ส่วนเธอจะไปไหนก็ไป” พอแบบนี้ เธอก็หมดความหมาย หัวใจที่เจ็บจี้ดเหมือนเตือนว่าเธอควรหยุดคิดกับเขาแบบอื่นได้แล้ว

“ฝ้าย” เสียงใสหนึ่งดังขึ้นทำให้ปอฝ้ายหันมอง พบว่าเป็นเกตุแก้วจริงๆ หญิงสาวดูสีหน้าตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็เดินมาหาเธอก่อนจะหันมองคนข้างตัวเธอ

“เจอกันอีกแล้วนะ”

ปอฝ้ายหันมองมาร์คัสที่นิ่งเงียบผิดปกติ “พวกเธอสองคนรู้จักกัน?” เป็นคำถามที่มาร์คัสเองไม่อยากตอบ

เมื่อคืนเขาไปเที่ยวผับแล้วก็ได้เจอกับเกตุแก้วก่อนที่พวกเราจะจบกันบนเตียง และเขาก็ให้เธอได้ลิ้มรสบทรักที่แสนร้อนแรงตอนเช้า แต่ไม่จบเพราะมีคนมาขัดเสียก่อน

เกตุแก้วยิ้มแล้วถามปอฝ้าย “แฟนฝ้ายหรือเปล่า”

ปอฝ้ายรีบส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “เปล่าเขาเป็นเพื่อนฝ้าย”

“ออ อย่างนั้นถ้าเกตุจะขอจีบพ่อหนุ่มคนนี้ได้ไหม” มุมปากเกตุแก้วยิ้มอย่างมีเลศนัย

ปอฝ้ายหันมองคนข้างหลัง ก่อนจะมองเกตุแก้วอีกรอบ และนั่นก็ทำให้พวกเขาสองคนได้คบกัน โดยที่เธอเองก็ไม่มีสิทธิที่จะปริปากบอกความรู้สึกตัวเองได้อีกเลย

พวกเขาไปด้วยกันแล้ว แต่เธอก็ยังนั่งอยู่ร้านกาแฟต่อ คิดจะหยิบหนังสือมาอ่านเล่น สมองก็ดูเหมือนจะไม่ทำงาน สายตาหันมองผู้คนที่รถ ที่กำลังวิ่งไปมา

สี่ปีที่ผ่านมา ความรู้สึกที่เธอให้เขาแม้จะไม่ปริปากบอกแต่เธอก็คิดว่าเขาอาจจะรับรู้ แต่สุดท้ายเธอก็เป็นได้แค่เพื่อนของเขาเท่านั้น

แบบนี้แล้วเธอควรหยุดคิดและเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว กับใครสักคน ก็ได้ หรือจะเป็นคนผู้ชายสักคนที่เข้ามาทักเธอตอนนี้ เธออาจจะเลือกคบเขาก็เป็นได้

“ฝ้าย” เสียงเรียกชื่อนั้นทำให้คนคิดเล่นๆ สะดุ้ง เมื่อหันมองก็พบว่าเป็นพี่มาร์กัส พี่ชายของมาร์คัส

ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสเลคสีดำผู้เนคไทสีน้ำเงิน หากเทียบแล้วพี่ชายเขาคงเป็นเทพบุตร ส่วนมาร์คัสก็คงเป็นซาตานร้ายๆ

“พี่มาร์กัสมายังไงคะ”

“พี่ซื้อของให้มาดาม” สายตาคมหันมองเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“พี่นั่งได้ไหม”

“ค่ะ” ปอฝ้ายรีบเชิญเขา ลืมเรื่องที่คิดเล่นๆ ว่าจะคบคนแรกที่เข้ามาทักไปสนิท

“โชคดีจังที่เจอฝ้าย เพราะพี่มีเรื่องปวดหัวอยู่” มาร์กัสยิ้มก่อนจะหยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งใบที่ยาวพอสมควร “รายการซื้อของของมาดาม”

ปอฝ้ายอ่านตั้งแต่ด้านบนจนด้านล่าง มีของบางอย่างที่ผู้หญิงอย่างเราถึงจะเข้าใจ “แล้วทำไมป้าแอนนาไม่มาซื้อเองล่ะค่ะ” คิดยังไงถึงได้ใช้ลูกชาย

แววตามาร์กัสเหมือนมีพิรุธนึกถึงตอนที่ชิงกระดาษจากมือมารดามาแล้วบอกว่าจะซื้อให้เมื่อชั่วโมงก่อน “พอดีมาดามติดธุระด่วน ส่วนพวกนี้ก็ด่วนเหมือนกัน ฝ้ายช่วยพี่ซื้อของพวกนี้ได้ไหม”

ปอฝ้ายยิ้ม “ได้ค่ะ ฝ้ายไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว” คนที่กำลังเซ็งกับอารมณ์รีบรับปากจากนั้นก็เริ่มซื้อของตามลิส ที่จดมา

คนเข็นรถเข็นตามหลังเดินอย่างมีความสุข แม้ว่าแผนนี้จะมาอย่างฉุกละหุก แต่เขาก็พอใจกับผลลัพธ์ของมัน

ปอฝ้ายเดินเข้าร้านโน่นร้านนี้จนเลือกของจนเสร็จ หันมองก็พบว่าตะวันตกดินพอดี “ให้พี่เลี้ยงอาหารเย็นเราเป็นการตอบแทนนะ”

หญิงสาวคิดจะปฏิเสธ แต่พอเห็นสีหน้าชายหนุ่มก็ปฏิเสธไม่ลง จึงยอมกินอาหารมื้อค่ำไปด้วยกัน เอาตรงๆ สำหรับมาร์คัสแล้วเขาเหมือนความมืดในยามกลางคืน และมาร์กัสคือแสงตะวันในตอนกลางวัน สองพี่น้องตระกูลมาร์เรนนิสัยไม่เหมือนกันจริงๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พ่ายเกมสวาท
8.7
เมื่อความเจ็บปวดจากการถูกคนรักทรยศทำให้เอลิซตัดสินใจประชดชีวิตด้วยความบ้าระห่ำ เธอจึงเอ่ยปากชวนคนแปลกหน้าเข้าสู่เกมเดิมพันสุดอันตรายโดยไม่คาดคิดว่าเขาคือเซฟ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่มีธุรกิจมืดในมือ เมื่อคำท้าทายเพียงประโยคเดียวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธนาการที่ไม่อาจถอนตัว เธอต้องติดอยู่ในเกมสวาทที่เดิมพันด้วยชีวิตและจิตใจ ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหาที่เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล ซึ่งเธออาจต้องเลือกระหว่างการอยู่รอดหรือชดใช้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ยอดรักเทพบุตรมาเฟีย
9.7
โชคชะตาความรักของทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งฮ่องกง เมื่อคาสโนว่าตัวร้ายกลับต้องมาสิ้นลายเพราะเสน่ห์ของสาวน้อยไร้เดียงสาอย่างโยธกา เขาจึงตั้งมั่นที่จะครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียวตลอดกาล ท่ามกลางบรรยากาศอันเร่าร้อนในห้องลับ พี่หมิงพยายามปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น แม้เธอจะเอ่ยปากห้ามด้วยเสียงแผ่วเบา แต่สายตาอันหวานเยิ้มและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขากลับยิ่งตอกย้ำว่าเขาไม่มีวันปล่อยดอกไม้งามดอกนี้ให้หลุดมือไปได้เลย
หน้าปกนวนิยาย วิมานมาร
8.1
อันโตนิโอ ปาสซินี่ หนุ่มอิตาลีผู้หล่อเหลาและสง่างามจำต้องซ่อนความแค้นลึกซึ้งไว้ภายใต้หน้ากากไร้ที่ติ มาร์กาเร็ต ปาเชโก้ หญิงสาวผู้ไร้เดียงสา ยอมมอบหัวใจให้เขาเพียงผู้เดียวแม้รู้ว่าเขาไม่มีวันรักตอบ หลังจากค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนผ่านพ้นไป เธอกลับถูกเขากดดันด้วยถ้อยคำร้ายกาจและสัมผัสที่เอาแต่ใจ แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด รสจูบที่ดิบเถื่อนและทรงพลังของเขาก็ทำลายความต้านทานของเธอลงสิ้น จนสุดท้ายเธอกลับเผลอใจตอบสนองความต้องการของชายผู้เป็นดั่งฝันร้ายที่เธอถวิลหาอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นหมอมาเฟีย
9.0
โชคชะตานำพาให้ศัลยแพทย์หนุ่มเจ้าของโรงพยาบาลผู้กุมอำนาจมืดในฐานะมาเฟียต้องเข้าพิธีหมั้นหมายตามความต้องการของครอบครัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยคู่หมั้นของเขาคือหญิงสาวนักเขียนไส้แห้งประจำสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง ทว่าการโคจรมาพบกันในฐานะคู่หมั้นครั้งนี้ไม่ใช่การเผชิญหน้ากันครั้งแรก เพราะทั้งสองต่างมีความทรงจำบางอย่างร่วมกันมาก่อน เรื่องราวความรักท่ามกลางอิทธิพลมืดจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความสัมพันธ์ในอดีตที่กำลังถูกรื้อฟื้นคืนมาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก)
8.7
บทสรุปส่งท้ายของซีรีส์มาเฟียที่รัก เมื่ออันโตนิโอ ซิวีลิอาโน่ มาเฟียผู้มีหัวใจเย็นชาดั่งหินผาได้พบกับณัชชา หญิงสาวที่ทำให้ความรู้สึกที่เคยตายด้านกลับมาลุกโชนอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสอารมณ์ที่ยากจะต้านทาน ณัชชายอมมอบสิ่งที่หวงแหนที่สุดให้เขาอย่างเต็มใจ แม้เธอจะมีคนรักอยู่แล้วก็ตาม ทางด้านอันโตนิโอเองก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยเธอไป แม้จะต้องใช้วิธีที่เห็นแก่ตัวที่สุดเพื่อรั้งเธอไว้เคียงข้างเขาก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ฆาตกรรัก
7.9
ภาพการจากไปของพ่อแม่ที่ถูกสังหารต่อหน้ายังคงตราตรึงอยู่ในใจมาเฟียหนุ่มอย่างไม่ลบเลือน ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานกลายเป็นเป้าหมายเดียวในชีวิตคือการล้างแค้นให้สาสม เมื่อเวลาแห่งการเอาคืนมาถึง เขาจึงเลือกพุ่งเป้าไปที่หญิงสาวผู้ใกล้ชิดกับฆาตกรมากที่สุดเพื่อให้เธอเป็นตัวแทนรับกรรมที่เธอไม่ได้ก่อ เขาหวังใช้เธอเป็นเครื่องมือบีบหัวใจศัตรูให้แตกสลาย และอยากรู้นักว่าหากคนเป็นพ่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของลูกสาวตนเองจะรู้สึกเจ็บปวดเจียนตายเพียงใด