
มาเฟียรั้นรัก
ตอน 2
เสียงบรรเลงบทเพลงรักดังไปทั่วห้องนอน สองคนขับประสานกันส่งผ่านความสุขให้แก่กัน ชายหนุ่มรูปร่างราวเทพบุตรซาตาน ดวงตาคมเต็มไปด้วยแววตากระหายหื่น
เขายืนอยู่ปลายเตียงในมือมีเชือกเส้นใหญ่ ร่างเทพบุตรซาตานนั้นค่อยคืบคลานเข้ามาหาหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง สองมือจับรวบที่ขาเธอจากนั้นก็แยกขามัดไว้กับเสาเตียงทีละฝั่ง ก่อนจะขยับไปยังด้านบนนำมือสองข้างมารวบติดเอาไว้
“มันจะเจ็บไหม”
มุมปากคนถูกถามยกยิ้มแต่ไม่ตอบ ซาตานตนนั้นเดินวนรอบเตียงก่อนจะเดินไปหยิบแสสีดำขึ้นมา จากนั้นก็ฟาดลงบนตัวของเธอ
“อ๊ะ” เสียงหญิงสาวร้องด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะรุนแรงกับเธอแบบนี้ ความหวาดกลัวกับเกมรักที่เขาบอกว่าสนุก เธอเริ่มไม่อยากสนุกด้วยแล้ว
“มาร์คัสหยุดเถอะ เกตุเริ่มกลัวแล้ว” เกตุแก้วมองชายหนุ่มที่ไม่มี ทีท่าว่าจะหยุด ภายนอกเขาเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ เสเพล และเอาแต่ใจ แต่ใครจะคิดว่าบนเตียงเขาจะร้อนแรงกว่าอามรณ์เสียอีก
“ไม่ต้องกลัว สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นอารมณ์ให้เกตุยิ่งต้องการมากขึ้น” ใจเธอหวาดหวั่นกับเกมรัก พยายามขยับตัวหนีแต่มือและขาที่ถูกรั้งเอาไว้ก็ไม่อาจทำให้เธอหลุดพ้นเขาได้
เทพบุตรซาตานตนนั้น เริ่มขยับเข้าหาเธอ ใบหน้าซาตานก้มลงจูบปลอบให้เธอคลายความกังวลกับเกมรักที่ยังไม่ทันเริ่ม ริมฝีปากสากบดขยี้จนเธอเริ่มอ่อนลง สองมือสากก็ลูบไล้ไปตามร่างกาย ก่อนจะขยับล้วงเข้าไปยังด้านในกางเกงในตัวจิ๋ว
หญิงสาวสะดุ้งผวา ปล่อยจูบอันร้อนแรงเปิดตามองเขาให้ชัด เมื่อนิ้วเขาเริ่มคืบคลานเข้าไปในร่างกายของเธอ “เดี๋ยวก่อน” เธอยังไม่ได้เตรียมตัวเลย
แต่เทพบุตรซาตานตรงหน้าก็ไม่สนสิ่งใด กดมันลงไปจากนั้นก็บดขยี้จนร่างเธอแทบแหลกละเอียด เธอเพิ่งเข้าใจก็ตอนนี้ว่าเชือกพวกนั้น มีประโยชน์อะไร
พอเธอขยับคิดจะหนีก็ทำไม่ได้ ความเสียวซ่านความถูกพันธนาการที่ถูกรัดแน่น ทำให้เธอ “อ๊ะ” ร่างบางสั่นเทา นิ้วมือที่สอดเข้าไปรับรู้ถึงน้ำรักที่กำลังไหลออกมา
“บอกแล้วว่าเธอต้องชอบ”
“นายไปรู้วิธีพวกนี้มาจากไหน”
มุมปากมาร์คัสยกยิ้ม “มันอยู่ในสายเลือด” สายเลือดมาเฟียอย่างเขาไม่ต้องบอกต้องสอนก็สามารถถ่ายทอดทางสายเลือดอยู่แล้ว
หญิงสาวมองแผ่นอกราวกับเทพบุตร ความต้องการปรารถนาในกายเขาของเธอก็ยิ่งอยากมีมากขึ้น “ได้โปรด”
คนได้ยินเสียงขอร้องไม่ได้เร่งรีบตามเธอ เขาถอดนิ้วออกมาจากนั้นก็ลุกขึ้น หมายคิดจะถอดกางเกงชิ้นสุดท้ายออก หวังให้เธอได้เห็นสิ่งที่เรียกว่า เทพบุตรของจริง
ก๊อกๆๆๆ เสียงเคาะประตูทำให้คนที่กำลังจะถอดกางเกงขมวดคิ้ว ใครกันที่กล้ามาขัดจังหวะเขาตอนนี้ ในเมื่อกำลังจะได้มีความสุขเขาก็ทำไม่ได้ยิน
ก๊อกๆๆๆ เสียงเคาะรอบที่สอง ตามมาด้วยเสียงหนึ่งที่ทำให้เขาสะดุ้ง “มาร์คัส นายจะออกมาไหม วันนี้มีสอบไฟล์นอลวันสุดท้าย ถ้านายไม่รีบไปตอนนี้นายเรียนไม่จบแน่”
เสียงบ่นเหมือนแม่นั้นจะใคร นอกจากยัยปอฝ้ายเพื่อนสนิทของเขาที่กล้าหาญมาเคาะเขาถึงห้อง “ออกมา ถ้าไม่มาภายใน 1-10 ฉันจะไปแล้ว”
จบกันเกมรักที่เขาคิดจะสร้าง ปัง!! ดูเหมือนมือไม่พอเพราะตอนนี้ตามด้วยเท้า “รู้แล้ว” เสียงพูดไปอย่างรำคาญ จากนั้นก็รีบไปหยิบเสื้อผ้านักศึกษามาสวมใส่แทน
สายตาก็หันมองคนบนเตียง “นายจะไปไหน”
“ไปสอบ ก็เห็นแล้วว่าเพื่อนเธอพูดอะไร”
เกตุแก้วมองบนกับคนขัด เธอกำลังจะลิ้มรสความสุขปอฝ้ายก็เข้ามาขัดทุกรอบ สายตามองเขาที่สวมกระดุมเม็ดสุดท้าย จากนั้นก็หันไปหยิบกระเป๋าสะพาย
“เดี๋ยวมาร์คัสปล่อยฉันก่อน”
มาร์คัสหันมองคนถูกพันธนาการ ก็จัดการปลดเชือกตรงมือให้จากนั้นก็วิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อออกไปก็ได้ยินเสียงบ่นของ ปอฝ้ายดังต่ออีก
“นายทำอะไรชักช้า”
“เออน่าเธออย่าอยากรู้เลย”
“เมื่อวานก็เตือนแล้วว่าวันนี้สอบเก้าโมง ตอนนี้กี่โมงแล้วนายไม่ดูนาฬิกาหรือไง” ปอฝ้ายยังบ่นไม่หยุดตั้งแต่หน้าห้องเขาจนกระทั่งถึงประตูลิฟท์ด้านล่าง
“แม่คูณหยุดบ่นเถอะ” สีหน้าคนถูกห้ามมองอย่างเหนื่อยใจ เดินตามเข้าไปยังรถที่จอดอยู่ด้านนอก ขนาดคนขับรถเขายังไม่กล้าปลุก ต้องโทรให้เธอมาเรียกถึงคอนโด
เธอไม่ใช่แม่เขาสักหน่อย อีกอย่างเธอไม่อยากจะขัดพวกเขา สองคน ปอฝ้ายนึกถึงเสื้อผ้าที่เห็นตกอยู่บนพื้นใกล้ประตู ก็รู้ว่าต้นเหตุของการสายนี้คืออะไร
“ตอนนี้นายคบใครอยู่หรือเปล่า”
เมื่อขึ้นมาบนรถแล้ว ปอฝ้ายก็ถามมาร์คัส ชายหนุ่มหันมองแล้วปฏิเสธทันที “เปล่า” เสียงสูงแบบนี้แสดงว่ามี
ในเมื่อไม่อยากบอกเธอก็ไม่ถามแล้วกัน รอจนถึงมหาวิทยาลัยสอบจนเสร็จ ตอนที่พวกเราจะกลับกันนั้น เสียงมือถือก็ดังขึ้น
“เกตุแก้ว” ปอฝ้ายมองเบอร์เพื่อนที่เคยเรียนเชียงใหม่ด้วยกัน จำได้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนอีกฝ่ายบอกว่าจะมาหางานทำที่กทม. แต่หลังจากนั้นก็เงียบไปเลย
“ว่าไงเกตุ”
“ฝ้ายเหรอ ตอนนี้เราอยู่กทม. ทำงานที่ผับหนึ่งอยู่ วันนี้เป็นวันหยุดพอดีมาเจอกันหน่อยไหม”
ปอฝ้ายนัดแนะอีกฝ่าย ก่อนจะจบที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ใกล้มหาลัย กำลังจะขึ้นรถเมล์รถของมาร์คัสก็จอดแล้วลดกระจก
“เธอจะไปไหน”
“ไปห้าง” ปอฝ้ายบอกชื่อห้าง มาร์คัสที่หมดอารมณ์ตั้งแต่เช้าและอยากตอบแทนที่เธอทำให้เขามาสอบทัน
“เดี๋ยวไปส่ง ขึ้นมาสิ ตอนนี้ฉันว่างพอดี”
คำว่าว่างพอดีของเขา ทำให้คิ้วเธอกระตุกเตือนว่าต้องมีอะไร สักอย่าง และก็เป็นอย่างที่เห็น “นายอยากจะมาหลีสาวก็บอกเถอะ”
“เอาน่าแยกกันข้างหน้าก็ได้ ส่วนเธอจะไปไหนก็ไป” พอแบบนี้ เธอก็หมดความหมาย หัวใจที่เจ็บจี้ดเหมือนเตือนว่าเธอควรหยุดคิดกับเขาแบบอื่นได้แล้ว
“ฝ้าย” เสียงใสหนึ่งดังขึ้นทำให้ปอฝ้ายหันมอง พบว่าเป็นเกตุแก้วจริงๆ หญิงสาวดูสีหน้าตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็เดินมาหาเธอก่อนจะหันมองคนข้างตัวเธอ
“เจอกันอีกแล้วนะ”
ปอฝ้ายหันมองมาร์คัสที่นิ่งเงียบผิดปกติ “พวกเธอสองคนรู้จักกัน?” เป็นคำถามที่มาร์คัสเองไม่อยากตอบ
เมื่อคืนเขาไปเที่ยวผับแล้วก็ได้เจอกับเกตุแก้วก่อนที่พวกเราจะจบกันบนเตียง และเขาก็ให้เธอได้ลิ้มรสบทรักที่แสนร้อนแรงตอนเช้า แต่ไม่จบเพราะมีคนมาขัดเสียก่อน
เกตุแก้วยิ้มแล้วถามปอฝ้าย “แฟนฝ้ายหรือเปล่า”
ปอฝ้ายรีบส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “เปล่าเขาเป็นเพื่อนฝ้าย”
“ออ อย่างนั้นถ้าเกตุจะขอจีบพ่อหนุ่มคนนี้ได้ไหม” มุมปากเกตุแก้วยิ้มอย่างมีเลศนัย
ปอฝ้ายหันมองคนข้างหลัง ก่อนจะมองเกตุแก้วอีกรอบ และนั่นก็ทำให้พวกเขาสองคนได้คบกัน โดยที่เธอเองก็ไม่มีสิทธิที่จะปริปากบอกความรู้สึกตัวเองได้อีกเลย
พวกเขาไปด้วยกันแล้ว แต่เธอก็ยังนั่งอยู่ร้านกาแฟต่อ คิดจะหยิบหนังสือมาอ่านเล่น สมองก็ดูเหมือนจะไม่ทำงาน สายตาหันมองผู้คนที่รถ ที่กำลังวิ่งไปมา
สี่ปีที่ผ่านมา ความรู้สึกที่เธอให้เขาแม้จะไม่ปริปากบอกแต่เธอก็คิดว่าเขาอาจจะรับรู้ แต่สุดท้ายเธอก็เป็นได้แค่เพื่อนของเขาเท่านั้น
แบบนี้แล้วเธอควรหยุดคิดและเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว กับใครสักคน ก็ได้ หรือจะเป็นคนผู้ชายสักคนที่เข้ามาทักเธอตอนนี้ เธออาจจะเลือกคบเขาก็เป็นได้
“ฝ้าย” เสียงเรียกชื่อนั้นทำให้คนคิดเล่นๆ สะดุ้ง เมื่อหันมองก็พบว่าเป็นพี่มาร์กัส พี่ชายของมาร์คัส
ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสเลคสีดำผู้เนคไทสีน้ำเงิน หากเทียบแล้วพี่ชายเขาคงเป็นเทพบุตร ส่วนมาร์คัสก็คงเป็นซาตานร้ายๆ
“พี่มาร์กัสมายังไงคะ”
“พี่ซื้อของให้มาดาม” สายตาคมหันมองเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“พี่นั่งได้ไหม”
“ค่ะ” ปอฝ้ายรีบเชิญเขา ลืมเรื่องที่คิดเล่นๆ ว่าจะคบคนแรกที่เข้ามาทักไปสนิท
“โชคดีจังที่เจอฝ้าย เพราะพี่มีเรื่องปวดหัวอยู่” มาร์กัสยิ้มก่อนจะหยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งใบที่ยาวพอสมควร “รายการซื้อของของมาดาม”
ปอฝ้ายอ่านตั้งแต่ด้านบนจนด้านล่าง มีของบางอย่างที่ผู้หญิงอย่างเราถึงจะเข้าใจ “แล้วทำไมป้าแอนนาไม่มาซื้อเองล่ะค่ะ” คิดยังไงถึงได้ใช้ลูกชาย
แววตามาร์กัสเหมือนมีพิรุธนึกถึงตอนที่ชิงกระดาษจากมือมารดามาแล้วบอกว่าจะซื้อให้เมื่อชั่วโมงก่อน “พอดีมาดามติดธุระด่วน ส่วนพวกนี้ก็ด่วนเหมือนกัน ฝ้ายช่วยพี่ซื้อของพวกนี้ได้ไหม”
ปอฝ้ายยิ้ม “ได้ค่ะ ฝ้ายไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว” คนที่กำลังเซ็งกับอารมณ์รีบรับปากจากนั้นก็เริ่มซื้อของตามลิส ที่จดมา
คนเข็นรถเข็นตามหลังเดินอย่างมีความสุข แม้ว่าแผนนี้จะมาอย่างฉุกละหุก แต่เขาก็พอใจกับผลลัพธ์ของมัน
ปอฝ้ายเดินเข้าร้านโน่นร้านนี้จนเลือกของจนเสร็จ หันมองก็พบว่าตะวันตกดินพอดี “ให้พี่เลี้ยงอาหารเย็นเราเป็นการตอบแทนนะ”
หญิงสาวคิดจะปฏิเสธ แต่พอเห็นสีหน้าชายหนุ่มก็ปฏิเสธไม่ลง จึงยอมกินอาหารมื้อค่ำไปด้วยกัน เอาตรงๆ สำหรับมาร์คัสแล้วเขาเหมือนความมืดในยามกลางคืน และมาร์กัสคือแสงตะวันในตอนกลางวัน สองพี่น้องตระกูลมาร์เรนนิสัยไม่เหมือนกันจริงๆ
คุณอาจจะชอบ

![หน้าปกนวนิยาย มาเฟีย'จ้าว'ชีวิต [ Mafia’s King ] SET : Romance Of Mafia 2nd](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/89e917ca5001834806835767077/akjIOE44C3cA.webp!15491.webp)



