
มาเฟียรั้นรัก
ตอน 3
ปอฝ้ายมองครอบครัวของมาร์คัส กำลังพูดคุยอย่างสนุกสนานก่อนจะมองภาพของเกตุแก้วเพื่อนสาวกับมาร์คัส ที่ตอนนี้สองคนกลายเป็นแฟนกัน ความรู้สึกเศร้าทำให้เธอเดินออกมารับลมด้านนอก
ที่จริงแล้วเธอควรจะชินได้แล้ว สี่ปีที่ผ่านมามาร์คัสก็เปลี่ยนแฟนไปนับไม่ถ้วน แต่ทำไมเธอยังเศร้าอยู่ก็คงเพราะอยากเป็นเธอบ้างก็เท่านั้นเอง แต่เธอเองก็รู้เช่นกันว่าไม่มีวัน
“นั่งทำอะไรอยู่”
ปอฝ้ายหันมองตามเสียงเป็นพี่มาร์กัส อีกฝ่ายนั่งลงเก้าอี้ใกล้กัน
“ว่าไงตกลงมาทำอะไรตรงนี้”
“นั่งรับลมค่ะ แล้วพี่มาร์กัสล่ะ”
ชายหนุ่มแล้วบอก “รับลมเหมือนกัน” ปอฝ้ายหันมองไปยังด้านใน มองคู่สามีภรรยาคุณเจด้าและคุณพีรพัฒน์กำลังเดินเข้าห้อง ส่วนคุณน้าแอนนากับคุณลุงมาร์โกก็เหมือนจะออกไปด้านนอก
ตอนนี้จึงเหลือเพียงคู่ของเกตุแก้วและมาร์คัสด้านในบ้านที่นั่งหยอกล้อบนโซฟา เธอจึงหันมาคุยกับมาร์กัสต่อ
“ว่าแต่ตอนนี้โรงงานไปถึงไหนแล้วค่ะ”
“ตอนนี้โครงสร้าง เครื่องจักร การตกแต่งภายใน ก็เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ก็ยังไว้วางใจไม่ได้ พี่เลยต้องเข้าไปคุมงานทุกวัน”
ปอฝ้ายพยักหน้า “ตอนนี้ฝ้ายก็รอผลสอบอยู่ ถ้าไม่ติดปัญหาอะไรก็คงเรียนจบ ถ้าอย่างนั้นพี่มาร์กัสอยากได้เด็กฝึกงานใหม่ไหม?”
การทำงานอาจจะทำให้เธอหายเศร้า ส่วนเขาที่กำลังจะชวนพอดีจึงถือโอกาสนี้รับโดยไม่ลังเล “ว่าแต่ฝ้ายพอจะช่วยอะไรตรงไหนได้บ้าง”
“เราเรียนจบวิศวกรนะ ตอนนี้งานด้านนี้มีให้ทำเยอะแยะ ที่มีอยู่ก็แทบงานล้นมือ คิดว่าทำได้ไหมล่ะ”
ปอฝ้ายพยักหน้าอีกครั้ง ยิ้มกว้างรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ขึ้นมาแล้ว แต่ก็นะอย่างน้อยโรงงานนี้พ่อของเธอก็เป็นหุ้นส่วนด้วย เธอจึงรู้สึกว่าต้องรักและดูแลมันเช่นกัน
“มาคุยอะไรกันสองคนตรงนี้” มาร์คัสมาขัดจังหวะสองคน ก่อนเห็นภาพปอฝ้ายกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ความรู้สึกก็เหมือนขัดใจชอบกล
“นายจะกลับแล้ว?” เป็นมาร์กัสพี่ชายที่ถามต่อ
“ครับ ว่าจะไปส่งเกตุแก้วที่บ้านและคงยาวเลย” ยาวของเขาอาจจะไม่ได้ไปส่งเกตุแก้ว แต่อาจจะจบที่อื่น แม้แต่ปอฝ้ายยังเข้าใจ
มาร์กัสพยักหน้ารับรู้ ส่วนคนเป็นน้องหันมองปอฝ้ายอีกรอบ
“ว่าแต่เราก็อย่ากลับดึก” พูดจบก็เดินไปสองก้าว ก่อนจะเดินกลับมาใหม่ “หรือว่าจะให้เราไปส่ง ไหนๆ ก็ทางผ่านอยู่ งั้นกลับเลยไหม”
ปอฝ้ายอ้าปากจะปฏิเสธ เพราะไม่อยากไปกับพวกเขาสองคน แต่มาร์คัสก็พูดเองเออเอง จากนั้นก็ลากเธอกลับบ้านจนได้
มาร์กัสมองท่าทางของน้องชายคิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากัน น้องชายกำลังทำตัวเป็นหมาหวงก้างทั้งที่ตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว
คนที่กลายเป็นคนนอกอย่างปอฝ้ายกำลังนั่งอยู่หลังรถ มอง พวกเขาสองคนคุยกันอย่างสนุก ก่อนที่เกตุแก้วจะหันมาชวนคุยต่อ
“ว่าแต่ฝ้ายเถอะ เรียนจบแล้วจะมาอยู่เชียงใหม่เลยไหม”
“อืม ก็วางแผนแล้วว่าจะทำโรงงานที่จะเปิดใหม่”
เกตุแก้วยิ้มแล้วหันไปถามมาร์คัสต่อ “แล้วนายล่ะ สรุปจะมาอยู่เชียงใหม่ไหม”
มาร์คัสหันมองเกตุแก้ว “ไม่แน่ใจคงต้องดูก่อน เพราะธุรกิจที่ กทม. ก็ต้องมีคนดูแล เท่าที่คุยกับมาดามท่านอยากให้เราอยู่ที่ กทม.มากกว่า”
พอเกตุแก้วได้ยินแบบนั้นก็ทำเสียงง้องอนใหญ่ ปอฝ้ายเหล่มองเพื่อนจากนั้นก็หันมองกระจกด้านนอก นายไม่มานะดีแล้วเพราะเธอ ไม่อยากเห็นภาพของพวกเขาสองคนบ่อยๆ
รถจอดถึงบ้านปอฝ้าย เธอลงจากรถจากนั้นก็เข้าบ้านไป เมื่อขึ้นไปยังห้องตัวเองก็เดินไปยังโต๊ะหนังสือ เปิดลิ้นชักออกมาในนั้นมีภาพของเธอและมาร์คัสอยู่
ความสัมพันธ์ของพวกเราคงเป็นมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เธอควรจะตัดใจได้แล้ว เมื่อคิดแบบนั้นเธอก็เก็บมันใส่กล่องแห่งความทรงจำแล้ววางไว้บนตู้เสื้อผ้า คิดว่าไม่นานก็คงลืม
สามวันถัดมาเธอก็ได้มาทำงานที่โรงงานจริงๆ หันมองป้ายโรงงาน M & A RICEMILL CO., LTD. ที่เด่นอยู่เบื้องหน้าก็รู้สึกว่าตัวเองคิดไม่ผิด
“ตกใจใช่ไหม” มาร์กัสที่ขับรถหันมองคนนั่งข้าง ปอฝ้ายจึงพยักหน้ารับ
“ไม่คิดว่าของจริงจะใหญ่แบบนี้ ทั้งหมดกี่ไร่คะ”
“พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1 พันไร่ แต่ตอนนี้ตัวโรงงานมีประมาณ แค่ครึ่งเดียว คงต้องค่อยๆ ขยายไป”
ก็เยอะมากจริงๆ พ่อเธอที่มีหุ้นส่วนแค่สิบเปอร์เซ็นต์ก็ดูยิ่งใหญ่กับขนาดโรงงาน เมื่อเข้าไปด้านในก็พบว่ามาร์กัสจัดห้องทำงานให้เธอ เป็นห้องฝั่งตรงกันข้าม
“ลองดูว่าขาดเหลืออะไรไหม ถ้ามีก็แจ้งเลขาได้เลย พี่เข้าไปเคลียร์งานตอนเช้าก่อน”
ปอฝ้ายพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นก็เดินสำรวจห้องตัวเอง ก่อนจะเปิดแฟ้มเพื่อตรวจสอบเครื่องจักรที่นำเข้ามาใช้ในโรงงานแล้ว
เสียงมือถือดังขึ้น ทำให้มาร์กัสหันมองโต๊ะทำงาน ตอนนี้โรงงานแปรรูปยังไม่เข้าที่เข้าทาง อีกทั้งเกิดเรื่องต่างๆ มากมายไม่เว้นแต่ละวัน ช่วงที่เขาปวดหัวกับปัญหาอยู่นั้น ก็เลยไม่รับโทรศัพท์ที่ดังอยู่
แต่หนึ่งรอบกว่ามากแล้ว แต่นี่เล่นโทรไม่หยุดเขาจึงตัดปัญหากดรับสายปลายทาง “มาร์คัสพี่ทำงานอยู่” เสียงเข้มบอกเลยว่ากำลังอารมณ์ไม่ดี
ส่วนปลายสายก็รีบบอก “พี่เจนล้มตอนนี้กำลังอยู่ในห้องผ่าตัด เด็กหัวใจเต้นอ่อนลงหมอกำลังเร่งช่วยชีวิตทั้งเด็กและแม่อยู่ ตอนนี้ผมกำลังติดงานมหาวิทยาลัยอยู่ อาจจะไปสนามบินเพื่อบินไปภูเก็ตช้ากว่าสักชั่วโมงหนึ่ง”
มาร์กัสได้ยินก็นิ่งงันอย่างตกใจ “งั้นพี่ล่วงหน้าไปก่อน” มาร์กัสรีบวางสายจากนั้นก็จัดเตรียมกระเป๋าของจำเป็นกำลังจะสะพายกระเป๋าก็มีคนโผล่เข้ามา
ปอฝ้ายหันมองหุ้นส่วนธุรกิจ “พี่มาร์กัสจะไปไหนหรือคะ”
“พอดีพี่เจนเกิดเรื่องต้องเข้าห้องฉุกเฉิน พี่ต้องไปภูเก็ตด่วน”
พี่เจด้าเกิดเรื่อง ถ้าจำไม่ผิดไม่กี่วันพี่เจด้าก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว ถ้าเกิดเรื่องตอนนี้ก็ยิ่งอันตรายทั้งแม่และลูก
“ฝ้ายขอตามไปด้วยนะคะ”
มาร์กัสเงยหน้ามองคนขอตามไปด้วย “ยังไงก็ต้องบินไปกรุงเทพอยู่แล้ว ให้ปอฝ้ายไปเยี่ยมพี่เจนก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยบินวนกลับมามหาลัย”
ถ้าไม่เพราะผิดพลาดเรื่องงานชิ้นสุดท้าย ตอนนี้เธอคงได้ตั้งใจทำงานเรียบร้อยแล้ว พอเกิดเรื่องก็ต้องกลับไปแก้ใหม่อีกรอบรู้สึกเสียเวลาการทำงานจริงๆ
สองคนจึงพร้อมใจกันออกจากโรงงาน ขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าด้านบนสุดที่เป็นที่จอดเฮลิคอปเตอร์ ตอนที่แม่วางแผนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ตอนนั้นเขามองว่าเป็นเรื่องน่าขำ
แต่ตอนนี้เริ่มคิดว่าแล้วถ้ามีเรื่องจำเป็นด่วนสิ่งนี้ก็ถือว่าเป็นความสะดวกอันดับแรก
เจลโล่ที่กลายมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของเขา จอดเฮลิคอปเตอร์ได้สำเร็จ แม้อย่างนั้นเขาก็รู้สึกกังวลกับเฮลิคอปเตอร์คันนี้อยู่ดี เพราะเป็นเครื่องใหม่ที่พึ่งได้มาไม่นานและยังไม่ได้เช็คทดสอบเลย แต่พอคิดว่าเป็นเครื่องใหม่เอี่ยมก็เลยคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร
“ไปกันเถอะ” ถ้าเดินทางตอนนี้สองชั่วโมงเราก็คงถึงภูเก็ต
มาร์กัสหันไปหยิบหูปิดเสียง ให้ปอฝ้ายจากนั้นก็สวมให้อีกฝ่าย หยิบที่คาดนิรภัยจัดให้หญิงสาวเพื่อเตรียมพร้อมขึ้นบิน
ปอฝ้ายยิ้มขอบคุณจากนั้นก็หันมองเครื่องบินที่กำลังบินขึ้นท่ามกลางสายฝนที่เริ่มเทลงมากะทันหัน
“จะเป็นอะไรมากไหมคะ” เสียงเธอเอ่ยขึ้นเพราะนี่เป็นครั้งแรก ที่เธอได้ขึ้นเครื่องบิน
มาร์กัสหันไปปลอบคนกลัวที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก
“ไม่เป็นไร พี่นั่งครั้งแรกก็กลัวแบบนี้แหละ”
คนขับเครื่องบินมองกระจกไปยังด้านหลังคนพูด เขาหูฝาดหรือว่าภาพหลอนกันแน่ คุณมาร์กัสเคยกลัวอะไรด้วยหรือ ว่าแต่น้ำเสียงอ่อนแบบนี้เขาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน
สองคนนี้เป็นไงมาไงกันนะ แต่เพราะตอนนี้เขาต้องเร่งความเร็วเพื่อไปให้จุดหมายปลายทาง จึงหันมาสนใจขับเฮลิคอปเตอร์ต่อ สายฝนก็ไม่ยอมหยุด ยังคงตกหนักและดูเหมือนจะหนักขึ้นเรื่อยๆ
เพี๊ยงๆ เสียงฟ้าผ่าลงมากลางอากาศทำให้ปอฝ้ายตกใจแล้วก้มหน้าปิดตาเอาไว้ สองมือก็ท่องพุธโธเพื่อให้เธอไปถึงที่หมายโดยเร็ว หวังเพียงให้ตัวเองมีชีวิตรอดก็พอ
คิ้วมาร์กัสก็ขมวดเช่นกัน ดูเหมือนสภาพอากาศวันนี้จะเลวร้ายพอสมควร หลังจากที่ประเมินแล้วดูเหมือนพวกเราต้องหาที่จอดก็เลยบอกคนขับเฮลิคอปเตอร์ด้านหน้า
เจลโล่รับคำพยายามจะเลี้ยวกลับไปยังโรงงานดังเดิมหรือไม่ก็ขอลงจอดที่สนามบินที่เชียงใหม่แทน แต่จังหวะเลี้ยวกลับนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงสัญญาณเตือน จากนั้นเสียงฟ้าผ่าลงมาใกล้หู
ชิปหายแล้ว เจลโล่มองสัญญาณใบพัดด้านบนเสียหายไปสองใบ หันมองมาร์กัสที่เริ่มหยิบร่มชูชีพขึ้นมาอย่างรวดเร็วให้พวกเราใส่เอาไว้ จากนั้นก็เตรียมตัวให้พร้อมเมื่อเครื่องบินกำลังสั่นขึ้นเรื่อยๆ เสียการ ทรงตัวอย่างหนัก
“บินไปภูเขาลูกโน่น” แม้จะฝนตกแต่ก็พอมองเห็นว่าภูเขาลูกนั้นโล่งเตียนพอที่จะสามารถลงจอดได้ แต่แล้วไม่ทันจะหักเลี้ยวพายุลูกใหม่ ก็พัดเข้ามาทำให้เฮลิคอปเตอร์หมุนเข้าไปในพายุดังกล่าว
จากนั้นเสียงร้องของปอฝ้ายก็ดังขึ้น มาร์กัสโอบหญิงสาวไว้ในอกจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป....
หรือว่าพวกเราตายแล้วตอนที่มาร์กัสรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางความมืด และเหมือนอยู่บนรถอะไรสักอย่างข้างกายมีปอฝ้ายนอนสลบไม่ได้สติ
ส่วนเขาเองก็รู้สึกเจ็บที่ขาและแขน มองดูผ้าพันแผลที่พันลวก ก่อนจะลืมตาขึ้นให้ชัดอีกครั้งก็พบว่ามีปืนจ่อตรงหน้าเขาตอนนี้ถึงสี่คน
จากนั้นเขาก็พบว่าคนพวกนั้นล้วนพูดภาษาไทยไม่ได้แต่เหมือนจะเป็นภาษาพม่ามากกว่า เขาหันมองรอบกระบะก็ไม่พบเจลโล่มีเพียงแค่พวกเราสองคน
หลังจากประเมินสถานการณ์ตรงหน้าแล้วตอนนี้เขาทำได้ อย่างเดียวก็คือ ตามน้ำไปก่อน
รถกระบะเคลื่อนย้ายไปตามทางของถนนดินแดงไม่นานก็จอดที่หมู่บ้านกลางป่าแห่งหนึ่ง มาร์กัสหันมองปอฝ้ายที่ฟื้นขึ้นมาพอดี หญิงสาวจะร้องแต่อีกฝ่ายก็เรียกสติ
“เงียบอย่าเสียงดัง” ไม่ให้เธอเสียงดัง เธอที่กลัวอยู่แล้วก็รีบหุบปากเพราะกระบอกปืนยาวกำลังจ่ออยู่ตรงหน้า
ปอฝ้ายลงจากรถพร้อมกับมาร์กัส จากนั้นพวกคนที่จับตัวพวกเรามาก็พาพวกเราไปขังที่กระท่อมไม้เหมือนกรงขัง จากนั้นก็คล้องโซ่พวกเราเหมือนหมูตัวหนึ่ง ตอนนั้นเองที่พวกเราได้สังเกตว่ามีคนอยู่ด้านหลัง อีกสองสามคน
มาร์กัสจึงเดินสำรวจกรงหมู คนที่ถูกจับมาก่อนก็พูดขึ้น
“คุณหนีไม่พ้นหรอก ถ้าหนีแล้วพวกมันจับได้ก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น”
เสียงคนไทยที่ถูกจับมาก่อนพูดขึ้น ทำให้มาร์กัสเดินมาหาปอฝ้ายอีกรอบ ก่อนจะหาที่นั่งที่มุมซ้ายของกระท่อมพยายามคิดหาวิธีหนีจากกลุ่มโจรพม่าพวกนี้
คนที่ถูกจับมาก่อนสำรวจมองผู้หญิงคนเดียวในนี้ จากนั้นก็เอ่ยเตือนคนที่มาด้วยกัน “ระวังนะพ่อหนุ่ม สาวๆ แบบนั้นพวกมันจะจับไปเป็นเมีย”
มาร์กัสหันมองสีหน้าปอฝ้ายที่ซีดเผือดทันที “มีผมอยู่ผมจะ ไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นแน่นอน”
เธอก็หวังจะเป็นอย่างนั้นตอนนี้เขาคือความหวังสุดท้ายของเธอ ที่จะพาเธอให้รอดกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันครั้งนี้ ปอฝ้ายจึงขยับแนบชิด กับตัวเขา
พอเสียงประตูโซ่ดังขึ้นเธอก็ผวาสะดุ้งอย่างตกใจ มองคนที่เดิน เข้ามาถือปืนแล้วมองรอบกระท่อมจากนั้นก็ใช้ปืนเล็งมาที่พวกเราสองคน
“ออกมา!!” เสียงขู่เป็นภาษาไทยทำให้พวกเรารีบลุกขึ้น จากนั้นก็ถูกพวกมันพาไปยังกระท่อมที่ดูสภาพดีกว่าที่พวกเราอยู่ เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนก็พบว่ามีคนนั่งอยู่บนโซฟาสีดำเก่าในมือก็มีปืนถืออยู่เช่นกัน
พวกเขาถูกผลักลงคุกเข่ากับพื้น มาร์กัสมองโดยรอบอย่างระวังก่อนจะมองปืนที่พวกเขาถือเอาไว้ ดูเหมือนจะเป็นปืนไรเฟิลรุ่นเก่า
จากนั้นไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วนั่งลงใกล้กับคนที่เป็นหัวหน้า คนเป็นหัวหน้าพูดภาษาพม่ากับผู้หญิงไม่นานอีกฝ่ายก็หันมาแปลให้ฟัง
“พวกคุณเป็นใคร ทำไมถึงตกเครื่องบินราคาแพงนั้นใช่เศรษฐีไหม”
มาร์กัสเงยหน้ามองคนถาม ถ้าบอกว่าเศรษฐีได้โดนเรียกค่าไถ่แล้ว “พวกเราสองคนเป็นผัวเมียกัน กำลังจะขับเครื่องบินไปส่งให้คนซื้อไม่ใช่เจ้าของเอง”
ผู้หญิงที่พูดไทยได้หันไปแปลคำของมาร์กัสให้คนข้างตัวฟัง อีกฝ่ายก็ตะโกนเสียงดังเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด จากนั้นคนถือปืนก็ตรงเข้ามา เขามองเห็นอีกฝ่ายกำลังจะยิงปืนก็ลุกขึ้นจากนั้นก็จับปืนดึงมาเป็นของตัวก่อนจะแกะสลายแยกเป็นชิ้นส่วน
ความเร็วที่เขาทำทำให้หัวหน้าโจรพวกนั้นรู้สึกตกใจ จึงหันไปพูดกับหญิงสาวข้างตัว “คุณประกอบปืนเป็นแล้วยิงปืนเป็นไหม”
มาร์กัสส่ายหน้าลูกมาเฟียแบบเขาถูกฝึกยิงปืนตั้งแต่ห้าขวบ ถ้ายิงไม่เป็นก็เสียชื่อแย่ “เป็น”
อองยี้หัวหน้าก็พูดขึ้นอีกหนึ่งประโยค ชบาจึงพูดต่อ “นายอยากให้คุณพิสูจน์คำพูดว่าจริงไหม ถ้าโกหกผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็นเมียนาย”
สีหน้าของชบาดูไม่ชอบคำสุดท้าย เมื่อก่อนตัวเองเป็นผู้หญิง ที่สวยที่สุดในค่าย มาตอนนี้กลับมีอีกคนเข้ามาแทนที่ ดังนั้นเธอจึงเอาใจช่วยคนที่บอกว่าเป็นผัว
มาร์กัสถูกลากมาที่ลานฝึกอาวุธ เขามองปืนไรเฟิลที่แยกประกอบอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มรวบรวมสมาธิเพียงหนึ่งนาทีจากนั้นก็ประกอบมัน ไม่ถึงห้าสิบวินาทีด้วยซ้ำ
คนที่มองดูเวลาแล้วตกใจ และตกใจยิ่งกว่าเมื่ออีกฝ่ายใช้ปืน ไรเฟิลที่ประกอบยิงเป้าทั้งหมด 5 เป้าถูกภายในหนึ่งนาทีโดยไม่ต้องเล็งเลยด้วยซ้ำ
ความสามารถแบบนี้พอจะเลี้ยงอีกฝ่ายเป็นคนฝึกอาวุธให้กองกำลังของเขาได้ ดังนั้น จึงต้องทำดีกับอีกฝ่ายหน่อย
“นายจะให้คุณฝึกอาวุธพวกเรา และให้กระท่อมคุณอยู่อย่างสบาย แต่คุณห้ามหนีเด็ดขาดไม่งั้นตายศพไม่สวยแน่”
มาร์กัสมองหน้าที่ที่ได้รับ แม้จะเป็นงานถนัดแต่ก็ไม่ถูกต้องเท่าไร ที่ฝึกให้กับพวกโจรเก่งขึ้นมา แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกก็เลยยอมรับข้อเสนอไปก่อน
ไม่นานผู้หญิงคนนั้นก็พาไปยังกระท่อมใกล้กับกระท่อมของนาย รอบด้านมีคนคุ้มกันแน่นหนา “ฉันชื่อชบานะ ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอกได้”
ชบาเดินมายืนตรงหน้าปอฝ้าย “ฉันขอเตือนคุณก่อนนะ สิ่งไหนที่คุณโกหกแล้วก็ทำให้เป็นจริงด้วย เพราะถ้านายเกิดจับได้ขึ้นมาผู้หญิง ของคุณไม่ได้มีผัวคนเดียวแน่”
มาร์กัสหันมองหญิงสาวก่อนมองรอบกายที่มีผู้ชายยืนมอง ไม่วางตา เขาจึงรีบให้เธอขึ้นไปบนกระท่อมจากนั้นก็ปิดประตูที่เปิดอยู่ให้สนิทกว่าเดิม
“ยังไงก็ต้องตามน้ำไปก่อน”
ตามน้ำไปก่อนหมายความว่ายังไง “หมายถึงฝ้ายต้องนอนกับพี่จริงๆ ใช่ไหม”
เจอโจรก็ว่าแย่แล้ว ต้องมามีผัวที่ไม่พร้อมอีกปอฝ้ายก็ยิ่งหน้าซีดเผือดมากกว่าเดิม “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นแค่ทำเสียงประกอบก็พอ”
เสียงประกอบก็พอ หมายถึงยังไง ปอฝ้ายรู้สึกเรื่องที่เจอหนักที่สุดในชีวิตแล้วนะ ยังต้องมาทำเสียงครางกระเส่าหลอกคนด้านนอกอีกเธอจะบ้าตาย!!!
คุณอาจจะชอบ

![หน้าปกนวนิยาย มาเฟีย'จ้าว'ชีวิต [ Mafia’s King ] SET : Romance Of Mafia 2nd](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/89e917ca5001834806835767077/akjIOE44C3cA.webp!15491.webp)



