ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียรั้นรัก

มาเฟียรั้นรัก

มหากาพย์ความขัดแย้งในตระกูลมาเฟียรุ่นที่สอง เมื่อมาร์กัสพี่ชายผู้เงียบขรึมที่เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวภายใต้การเลี้ยงดูของปู่ย่า ต้องเผชิญหน้ากับมาร์คัสน้องชายคนเล็กสุดเอาแต่ใจที่ได้รับความรักล้นหลามจากครอบครัว ความบาดหมางปะทุขึ้นเมื่อมาร์คัสรู้สึกว่าพี่ชายกำลังจะแย่งชิงทุกอย่างไปจากเขา สงครามประสาทจึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีเดิมพันเป็นผู้หญิงที่เขามั่นใจว่าต้องเป็นของตนเองเท่านั้น ท่ามกลางความริษยาและศักดิ์ศรี พวกเขาต้องเลือกระหว่างความปรารถนาส่วนตัวหรือสายสัมพันธ์พี่น้องที่กำลังจะพังทลาย
ตอน
แชร์

ตอน 3

ปอฝ้ายมองครอบครัวของมาร์คัส กำลังพูดคุยอย่างสนุกสนานก่อนจะมองภาพของเกตุแก้วเพื่อนสาวกับมาร์คัส ที่ตอนนี้สองคนกลายเป็นแฟนกัน ความรู้สึกเศร้าทำให้เธอเดินออกมารับลมด้านนอก

ที่จริงแล้วเธอควรจะชินได้แล้ว สี่ปีที่ผ่านมามาร์คัสก็เปลี่ยนแฟนไปนับไม่ถ้วน แต่ทำไมเธอยังเศร้าอยู่ก็คงเพราะอยากเป็นเธอบ้างก็เท่านั้นเอง แต่เธอเองก็รู้เช่นกันว่าไม่มีวัน

“นั่งทำอะไรอยู่”

ปอฝ้ายหันมองตามเสียงเป็นพี่มาร์กัส อีกฝ่ายนั่งลงเก้าอี้ใกล้กัน

“ว่าไงตกลงมาทำอะไรตรงนี้”

“นั่งรับลมค่ะ แล้วพี่มาร์กัสล่ะ”

ชายหนุ่มแล้วบอก “รับลมเหมือนกัน” ปอฝ้ายหันมองไปยังด้านใน มองคู่สามีภรรยาคุณเจด้าและคุณพีรพัฒน์กำลังเดินเข้าห้อง ส่วนคุณน้าแอนนากับคุณลุงมาร์โกก็เหมือนจะออกไปด้านนอก

ตอนนี้จึงเหลือเพียงคู่ของเกตุแก้วและมาร์คัสด้านในบ้านที่นั่งหยอกล้อบนโซฟา เธอจึงหันมาคุยกับมาร์กัสต่อ

“ว่าแต่ตอนนี้โรงงานไปถึงไหนแล้วค่ะ”

“ตอนนี้โครงสร้าง เครื่องจักร การตกแต่งภายใน ก็เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ก็ยังไว้วางใจไม่ได้ พี่เลยต้องเข้าไปคุมงานทุกวัน”

ปอฝ้ายพยักหน้า “ตอนนี้ฝ้ายก็รอผลสอบอยู่ ถ้าไม่ติดปัญหาอะไรก็คงเรียนจบ ถ้าอย่างนั้นพี่มาร์กัสอยากได้เด็กฝึกงานใหม่ไหม?”

การทำงานอาจจะทำให้เธอหายเศร้า ส่วนเขาที่กำลังจะชวนพอดีจึงถือโอกาสนี้รับโดยไม่ลังเล “ว่าแต่ฝ้ายพอจะช่วยอะไรตรงไหนได้บ้าง”

“เราเรียนจบวิศวกรนะ ตอนนี้งานด้านนี้มีให้ทำเยอะแยะ ที่มีอยู่ก็แทบงานล้นมือ คิดว่าทำได้ไหมล่ะ”

ปอฝ้ายพยักหน้าอีกครั้ง ยิ้มกว้างรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ขึ้นมาแล้ว แต่ก็นะอย่างน้อยโรงงานนี้พ่อของเธอก็เป็นหุ้นส่วนด้วย เธอจึงรู้สึกว่าต้องรักและดูแลมันเช่นกัน

“มาคุยอะไรกันสองคนตรงนี้” มาร์คัสมาขัดจังหวะสองคน ก่อนเห็นภาพปอฝ้ายกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ความรู้สึกก็เหมือนขัดใจชอบกล

“นายจะกลับแล้ว?” เป็นมาร์กัสพี่ชายที่ถามต่อ

“ครับ ว่าจะไปส่งเกตุแก้วที่บ้านและคงยาวเลย” ยาวของเขาอาจจะไม่ได้ไปส่งเกตุแก้ว แต่อาจจะจบที่อื่น แม้แต่ปอฝ้ายยังเข้าใจ

มาร์กัสพยักหน้ารับรู้ ส่วนคนเป็นน้องหันมองปอฝ้ายอีกรอบ

“ว่าแต่เราก็อย่ากลับดึก” พูดจบก็เดินไปสองก้าว ก่อนจะเดินกลับมาใหม่ “หรือว่าจะให้เราไปส่ง ไหนๆ ก็ทางผ่านอยู่ งั้นกลับเลยไหม”

ปอฝ้ายอ้าปากจะปฏิเสธ เพราะไม่อยากไปกับพวกเขาสองคน แต่มาร์คัสก็พูดเองเออเอง จากนั้นก็ลากเธอกลับบ้านจนได้

มาร์กัสมองท่าทางของน้องชายคิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากัน น้องชายกำลังทำตัวเป็นหมาหวงก้างทั้งที่ตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว

คนที่กลายเป็นคนนอกอย่างปอฝ้ายกำลังนั่งอยู่หลังรถ มอง พวกเขาสองคนคุยกันอย่างสนุก ก่อนที่เกตุแก้วจะหันมาชวนคุยต่อ

“ว่าแต่ฝ้ายเถอะ เรียนจบแล้วจะมาอยู่เชียงใหม่เลยไหม”

“อืม ก็วางแผนแล้วว่าจะทำโรงงานที่จะเปิดใหม่”

เกตุแก้วยิ้มแล้วหันไปถามมาร์คัสต่อ “แล้วนายล่ะ สรุปจะมาอยู่เชียงใหม่ไหม”

มาร์คัสหันมองเกตุแก้ว “ไม่แน่ใจคงต้องดูก่อน เพราะธุรกิจที่ กทม. ก็ต้องมีคนดูแล เท่าที่คุยกับมาดามท่านอยากให้เราอยู่ที่ กทม.มากกว่า”

พอเกตุแก้วได้ยินแบบนั้นก็ทำเสียงง้องอนใหญ่ ปอฝ้ายเหล่มองเพื่อนจากนั้นก็หันมองกระจกด้านนอก นายไม่มานะดีแล้วเพราะเธอ ไม่อยากเห็นภาพของพวกเขาสองคนบ่อยๆ

รถจอดถึงบ้านปอฝ้าย เธอลงจากรถจากนั้นก็เข้าบ้านไป เมื่อขึ้นไปยังห้องตัวเองก็เดินไปยังโต๊ะหนังสือ เปิดลิ้นชักออกมาในนั้นมีภาพของเธอและมาร์คัสอยู่

ความสัมพันธ์ของพวกเราคงเป็นมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เธอควรจะตัดใจได้แล้ว เมื่อคิดแบบนั้นเธอก็เก็บมันใส่กล่องแห่งความทรงจำแล้ววางไว้บนตู้เสื้อผ้า คิดว่าไม่นานก็คงลืม

สามวันถัดมาเธอก็ได้มาทำงานที่โรงงานจริงๆ หันมองป้ายโรงงาน M & A RICEMILL CO., LTD. ที่เด่นอยู่เบื้องหน้าก็รู้สึกว่าตัวเองคิดไม่ผิด

“ตกใจใช่ไหม” มาร์กัสที่ขับรถหันมองคนนั่งข้าง ปอฝ้ายจึงพยักหน้ารับ

“ไม่คิดว่าของจริงจะใหญ่แบบนี้ ทั้งหมดกี่ไร่คะ”

“พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1 พันไร่ แต่ตอนนี้ตัวโรงงานมีประมาณ แค่ครึ่งเดียว คงต้องค่อยๆ ขยายไป”

ก็เยอะมากจริงๆ พ่อเธอที่มีหุ้นส่วนแค่สิบเปอร์เซ็นต์ก็ดูยิ่งใหญ่กับขนาดโรงงาน เมื่อเข้าไปด้านในก็พบว่ามาร์กัสจัดห้องทำงานให้เธอ เป็นห้องฝั่งตรงกันข้าม

“ลองดูว่าขาดเหลืออะไรไหม ถ้ามีก็แจ้งเลขาได้เลย พี่เข้าไปเคลียร์งานตอนเช้าก่อน”

ปอฝ้ายพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นก็เดินสำรวจห้องตัวเอง ก่อนจะเปิดแฟ้มเพื่อตรวจสอบเครื่องจักรที่นำเข้ามาใช้ในโรงงานแล้ว

เสียงมือถือดังขึ้น ทำให้มาร์กัสหันมองโต๊ะทำงาน ตอนนี้โรงงานแปรรูปยังไม่เข้าที่เข้าทาง อีกทั้งเกิดเรื่องต่างๆ มากมายไม่เว้นแต่ละวัน ช่วงที่เขาปวดหัวกับปัญหาอยู่นั้น ก็เลยไม่รับโทรศัพท์ที่ดังอยู่

แต่หนึ่งรอบกว่ามากแล้ว แต่นี่เล่นโทรไม่หยุดเขาจึงตัดปัญหากดรับสายปลายทาง “มาร์คัสพี่ทำงานอยู่” เสียงเข้มบอกเลยว่ากำลังอารมณ์ไม่ดี

ส่วนปลายสายก็รีบบอก “พี่เจนล้มตอนนี้กำลังอยู่ในห้องผ่าตัด เด็กหัวใจเต้นอ่อนลงหมอกำลังเร่งช่วยชีวิตทั้งเด็กและแม่อยู่ ตอนนี้ผมกำลังติดงานมหาวิทยาลัยอยู่ อาจจะไปสนามบินเพื่อบินไปภูเก็ตช้ากว่าสักชั่วโมงหนึ่ง”

มาร์กัสได้ยินก็นิ่งงันอย่างตกใจ “งั้นพี่ล่วงหน้าไปก่อน” มาร์กัสรีบวางสายจากนั้นก็จัดเตรียมกระเป๋าของจำเป็นกำลังจะสะพายกระเป๋าก็มีคนโผล่เข้ามา

ปอฝ้ายหันมองหุ้นส่วนธุรกิจ “พี่มาร์กัสจะไปไหนหรือคะ”

“พอดีพี่เจนเกิดเรื่องต้องเข้าห้องฉุกเฉิน พี่ต้องไปภูเก็ตด่วน”

พี่เจด้าเกิดเรื่อง ถ้าจำไม่ผิดไม่กี่วันพี่เจด้าก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว ถ้าเกิดเรื่องตอนนี้ก็ยิ่งอันตรายทั้งแม่และลูก

“ฝ้ายขอตามไปด้วยนะคะ”

มาร์กัสเงยหน้ามองคนขอตามไปด้วย “ยังไงก็ต้องบินไปกรุงเทพอยู่แล้ว ให้ปอฝ้ายไปเยี่ยมพี่เจนก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยบินวนกลับมามหาลัย”

ถ้าไม่เพราะผิดพลาดเรื่องงานชิ้นสุดท้าย ตอนนี้เธอคงได้ตั้งใจทำงานเรียบร้อยแล้ว พอเกิดเรื่องก็ต้องกลับไปแก้ใหม่อีกรอบรู้สึกเสียเวลาการทำงานจริงๆ

สองคนจึงพร้อมใจกันออกจากโรงงาน ขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าด้านบนสุดที่เป็นที่จอดเฮลิคอปเตอร์ ตอนที่แม่วางแผนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ตอนนั้นเขามองว่าเป็นเรื่องน่าขำ

แต่ตอนนี้เริ่มคิดว่าแล้วถ้ามีเรื่องจำเป็นด่วนสิ่งนี้ก็ถือว่าเป็นความสะดวกอันดับแรก

เจลโล่ที่กลายมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของเขา จอดเฮลิคอปเตอร์ได้สำเร็จ แม้อย่างนั้นเขาก็รู้สึกกังวลกับเฮลิคอปเตอร์คันนี้อยู่ดี เพราะเป็นเครื่องใหม่ที่พึ่งได้มาไม่นานและยังไม่ได้เช็คทดสอบเลย แต่พอคิดว่าเป็นเครื่องใหม่เอี่ยมก็เลยคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร

“ไปกันเถอะ” ถ้าเดินทางตอนนี้สองชั่วโมงเราก็คงถึงภูเก็ต

มาร์กัสหันไปหยิบหูปิดเสียง ให้ปอฝ้ายจากนั้นก็สวมให้อีกฝ่าย หยิบที่คาดนิรภัยจัดให้หญิงสาวเพื่อเตรียมพร้อมขึ้นบิน

ปอฝ้ายยิ้มขอบคุณจากนั้นก็หันมองเครื่องบินที่กำลังบินขึ้นท่ามกลางสายฝนที่เริ่มเทลงมากะทันหัน

“จะเป็นอะไรมากไหมคะ” เสียงเธอเอ่ยขึ้นเพราะนี่เป็นครั้งแรก ที่เธอได้ขึ้นเครื่องบิน

มาร์กัสหันไปปลอบคนกลัวที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก

“ไม่เป็นไร พี่นั่งครั้งแรกก็กลัวแบบนี้แหละ”

คนขับเครื่องบินมองกระจกไปยังด้านหลังคนพูด เขาหูฝาดหรือว่าภาพหลอนกันแน่ คุณมาร์กัสเคยกลัวอะไรด้วยหรือ ว่าแต่น้ำเสียงอ่อนแบบนี้เขาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน

สองคนนี้เป็นไงมาไงกันนะ แต่เพราะตอนนี้เขาต้องเร่งความเร็วเพื่อไปให้จุดหมายปลายทาง จึงหันมาสนใจขับเฮลิคอปเตอร์ต่อ สายฝนก็ไม่ยอมหยุด ยังคงตกหนักและดูเหมือนจะหนักขึ้นเรื่อยๆ

เพี๊ยงๆ เสียงฟ้าผ่าลงมากลางอากาศทำให้ปอฝ้ายตกใจแล้วก้มหน้าปิดตาเอาไว้ สองมือก็ท่องพุธโธเพื่อให้เธอไปถึงที่หมายโดยเร็ว หวังเพียงให้ตัวเองมีชีวิตรอดก็พอ

คิ้วมาร์กัสก็ขมวดเช่นกัน ดูเหมือนสภาพอากาศวันนี้จะเลวร้ายพอสมควร หลังจากที่ประเมินแล้วดูเหมือนพวกเราต้องหาที่จอดก็เลยบอกคนขับเฮลิคอปเตอร์ด้านหน้า

เจลโล่รับคำพยายามจะเลี้ยวกลับไปยังโรงงานดังเดิมหรือไม่ก็ขอลงจอดที่สนามบินที่เชียงใหม่แทน แต่จังหวะเลี้ยวกลับนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงสัญญาณเตือน จากนั้นเสียงฟ้าผ่าลงมาใกล้หู

ชิปหายแล้ว เจลโล่มองสัญญาณใบพัดด้านบนเสียหายไปสองใบ หันมองมาร์กัสที่เริ่มหยิบร่มชูชีพขึ้นมาอย่างรวดเร็วให้พวกเราใส่เอาไว้ จากนั้นก็เตรียมตัวให้พร้อมเมื่อเครื่องบินกำลังสั่นขึ้นเรื่อยๆ เสียการ ทรงตัวอย่างหนัก

“บินไปภูเขาลูกโน่น” แม้จะฝนตกแต่ก็พอมองเห็นว่าภูเขาลูกนั้นโล่งเตียนพอที่จะสามารถลงจอดได้ แต่แล้วไม่ทันจะหักเลี้ยวพายุลูกใหม่ ก็พัดเข้ามาทำให้เฮลิคอปเตอร์หมุนเข้าไปในพายุดังกล่าว

จากนั้นเสียงร้องของปอฝ้ายก็ดังขึ้น มาร์กัสโอบหญิงสาวไว้ในอกจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป....

หรือว่าพวกเราตายแล้วตอนที่มาร์กัสรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางความมืด และเหมือนอยู่บนรถอะไรสักอย่างข้างกายมีปอฝ้ายนอนสลบไม่ได้สติ

ส่วนเขาเองก็รู้สึกเจ็บที่ขาและแขน มองดูผ้าพันแผลที่พันลวก ก่อนจะลืมตาขึ้นให้ชัดอีกครั้งก็พบว่ามีปืนจ่อตรงหน้าเขาตอนนี้ถึงสี่คน

จากนั้นเขาก็พบว่าคนพวกนั้นล้วนพูดภาษาไทยไม่ได้แต่เหมือนจะเป็นภาษาพม่ามากกว่า เขาหันมองรอบกระบะก็ไม่พบเจลโล่มีเพียงแค่พวกเราสองคน

หลังจากประเมินสถานการณ์ตรงหน้าแล้วตอนนี้เขาทำได้ อย่างเดียวก็คือ ตามน้ำไปก่อน

รถกระบะเคลื่อนย้ายไปตามทางของถนนดินแดงไม่นานก็จอดที่หมู่บ้านกลางป่าแห่งหนึ่ง มาร์กัสหันมองปอฝ้ายที่ฟื้นขึ้นมาพอดี หญิงสาวจะร้องแต่อีกฝ่ายก็เรียกสติ

“เงียบอย่าเสียงดัง” ไม่ให้เธอเสียงดัง เธอที่กลัวอยู่แล้วก็รีบหุบปากเพราะกระบอกปืนยาวกำลังจ่ออยู่ตรงหน้า

ปอฝ้ายลงจากรถพร้อมกับมาร์กัส จากนั้นพวกคนที่จับตัวพวกเรามาก็พาพวกเราไปขังที่กระท่อมไม้เหมือนกรงขัง จากนั้นก็คล้องโซ่พวกเราเหมือนหมูตัวหนึ่ง ตอนนั้นเองที่พวกเราได้สังเกตว่ามีคนอยู่ด้านหลัง อีกสองสามคน

มาร์กัสจึงเดินสำรวจกรงหมู คนที่ถูกจับมาก่อนก็พูดขึ้น

“คุณหนีไม่พ้นหรอก ถ้าหนีแล้วพวกมันจับได้ก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น”

เสียงคนไทยที่ถูกจับมาก่อนพูดขึ้น ทำให้มาร์กัสเดินมาหาปอฝ้ายอีกรอบ ก่อนจะหาที่นั่งที่มุมซ้ายของกระท่อมพยายามคิดหาวิธีหนีจากกลุ่มโจรพม่าพวกนี้

คนที่ถูกจับมาก่อนสำรวจมองผู้หญิงคนเดียวในนี้ จากนั้นก็เอ่ยเตือนคนที่มาด้วยกัน “ระวังนะพ่อหนุ่ม สาวๆ แบบนั้นพวกมันจะจับไปเป็นเมีย”

มาร์กัสหันมองสีหน้าปอฝ้ายที่ซีดเผือดทันที “มีผมอยู่ผมจะ ไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นแน่นอน”

เธอก็หวังจะเป็นอย่างนั้นตอนนี้เขาคือความหวังสุดท้ายของเธอ ที่จะพาเธอให้รอดกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันครั้งนี้ ปอฝ้ายจึงขยับแนบชิด กับตัวเขา

พอเสียงประตูโซ่ดังขึ้นเธอก็ผวาสะดุ้งอย่างตกใจ มองคนที่เดิน เข้ามาถือปืนแล้วมองรอบกระท่อมจากนั้นก็ใช้ปืนเล็งมาที่พวกเราสองคน

“ออกมา!!” เสียงขู่เป็นภาษาไทยทำให้พวกเรารีบลุกขึ้น จากนั้นก็ถูกพวกมันพาไปยังกระท่อมที่ดูสภาพดีกว่าที่พวกเราอยู่ เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนก็พบว่ามีคนนั่งอยู่บนโซฟาสีดำเก่าในมือก็มีปืนถืออยู่เช่นกัน

พวกเขาถูกผลักลงคุกเข่ากับพื้น มาร์กัสมองโดยรอบอย่างระวังก่อนจะมองปืนที่พวกเขาถือเอาไว้ ดูเหมือนจะเป็นปืนไรเฟิลรุ่นเก่า

จากนั้นไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วนั่งลงใกล้กับคนที่เป็นหัวหน้า คนเป็นหัวหน้าพูดภาษาพม่ากับผู้หญิงไม่นานอีกฝ่ายก็หันมาแปลให้ฟัง

“พวกคุณเป็นใคร ทำไมถึงตกเครื่องบินราคาแพงนั้นใช่เศรษฐีไหม”

มาร์กัสเงยหน้ามองคนถาม ถ้าบอกว่าเศรษฐีได้โดนเรียกค่าไถ่แล้ว “พวกเราสองคนเป็นผัวเมียกัน กำลังจะขับเครื่องบินไปส่งให้คนซื้อไม่ใช่เจ้าของเอง”

ผู้หญิงที่พูดไทยได้หันไปแปลคำของมาร์กัสให้คนข้างตัวฟัง อีกฝ่ายก็ตะโกนเสียงดังเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด จากนั้นคนถือปืนก็ตรงเข้ามา เขามองเห็นอีกฝ่ายกำลังจะยิงปืนก็ลุกขึ้นจากนั้นก็จับปืนดึงมาเป็นของตัวก่อนจะแกะสลายแยกเป็นชิ้นส่วน

ความเร็วที่เขาทำทำให้หัวหน้าโจรพวกนั้นรู้สึกตกใจ จึงหันไปพูดกับหญิงสาวข้างตัว “คุณประกอบปืนเป็นแล้วยิงปืนเป็นไหม”

มาร์กัสส่ายหน้าลูกมาเฟียแบบเขาถูกฝึกยิงปืนตั้งแต่ห้าขวบ ถ้ายิงไม่เป็นก็เสียชื่อแย่ “เป็น”

อองยี้หัวหน้าก็พูดขึ้นอีกหนึ่งประโยค ชบาจึงพูดต่อ “นายอยากให้คุณพิสูจน์คำพูดว่าจริงไหม ถ้าโกหกผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็นเมียนาย”

สีหน้าของชบาดูไม่ชอบคำสุดท้าย เมื่อก่อนตัวเองเป็นผู้หญิง ที่สวยที่สุดในค่าย มาตอนนี้กลับมีอีกคนเข้ามาแทนที่ ดังนั้นเธอจึงเอาใจช่วยคนที่บอกว่าเป็นผัว

มาร์กัสถูกลากมาที่ลานฝึกอาวุธ เขามองปืนไรเฟิลที่แยกประกอบอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มรวบรวมสมาธิเพียงหนึ่งนาทีจากนั้นก็ประกอบมัน ไม่ถึงห้าสิบวินาทีด้วยซ้ำ

คนที่มองดูเวลาแล้วตกใจ และตกใจยิ่งกว่าเมื่ออีกฝ่ายใช้ปืน ไรเฟิลที่ประกอบยิงเป้าทั้งหมด 5 เป้าถูกภายในหนึ่งนาทีโดยไม่ต้องเล็งเลยด้วยซ้ำ

ความสามารถแบบนี้พอจะเลี้ยงอีกฝ่ายเป็นคนฝึกอาวุธให้กองกำลังของเขาได้ ดังนั้น จึงต้องทำดีกับอีกฝ่ายหน่อย

“นายจะให้คุณฝึกอาวุธพวกเรา และให้กระท่อมคุณอยู่อย่างสบาย แต่คุณห้ามหนีเด็ดขาดไม่งั้นตายศพไม่สวยแน่”

มาร์กัสมองหน้าที่ที่ได้รับ แม้จะเป็นงานถนัดแต่ก็ไม่ถูกต้องเท่าไร ที่ฝึกให้กับพวกโจรเก่งขึ้นมา แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกก็เลยยอมรับข้อเสนอไปก่อน

ไม่นานผู้หญิงคนนั้นก็พาไปยังกระท่อมใกล้กับกระท่อมของนาย รอบด้านมีคนคุ้มกันแน่นหนา “ฉันชื่อชบานะ ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอกได้”

ชบาเดินมายืนตรงหน้าปอฝ้าย “ฉันขอเตือนคุณก่อนนะ สิ่งไหนที่คุณโกหกแล้วก็ทำให้เป็นจริงด้วย เพราะถ้านายเกิดจับได้ขึ้นมาผู้หญิง ของคุณไม่ได้มีผัวคนเดียวแน่”

มาร์กัสหันมองหญิงสาวก่อนมองรอบกายที่มีผู้ชายยืนมอง ไม่วางตา เขาจึงรีบให้เธอขึ้นไปบนกระท่อมจากนั้นก็ปิดประตูที่เปิดอยู่ให้สนิทกว่าเดิม

“ยังไงก็ต้องตามน้ำไปก่อน”

ตามน้ำไปก่อนหมายความว่ายังไง “หมายถึงฝ้ายต้องนอนกับพี่จริงๆ ใช่ไหม”

เจอโจรก็ว่าแย่แล้ว ต้องมามีผัวที่ไม่พร้อมอีกปอฝ้ายก็ยิ่งหน้าซีดเผือดมากกว่าเดิม “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นแค่ทำเสียงประกอบก็พอ”

เสียงประกอบก็พอ หมายถึงยังไง ปอฝ้ายรู้สึกเรื่องที่เจอหนักที่สุดในชีวิตแล้วนะ ยังต้องมาทำเสียงครางกระเส่าหลอกคนด้านนอกอีกเธอจะบ้าตาย!!!

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักพญามังกร
8.7
เพื่อปกป้องครอบครัวจากอันตราย สรัญรัตน์จำต้องยอมพลีกายให้แก่หยางโจวหมิง มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งเกาะฮ่องกง ชายหนุ่มผู้มีแววตาเย็นชาและพร้อมบงการทุกชีวิตตามใจปรารถนา ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เธอถูกบังคับให้เปลื้องผ้าต่อหน้าเขาอย่างช้าๆ ท่ามกลางความอัปยศและหยาดน้ำตา ขณะที่พญามังกรดำจ้องมองเรือนร่างใต้อาภรณ์กี่เพ้าด้วยความเสน่หาที่ปนเปไปด้วยความดูแคลน แม้หัวใจจะเจ็บปวดเพียงใด แต่เธอก็ไม่อาจหลีกหนีพันธนาการร้ายที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อตีตราจองในตัวเธอได้เลย
หน้าปกนวนิยาย มาเฟีย​'จ้าว'ชีวิต  [ Mafia’s King ] SET : Romance Of Mafia 2nd
8.0
เมื่ออดัมจูงมือน้ำฟ้าเข้าไปในร้านขายยาเพื่อซื้อยาคุมกำเนิด บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเขินอาย หญิงสาวตกตะลึงเมื่อชายหนุ่มเอ่ยถามเภสัชกรถึงระยะเวลาที่เธอต้องอยู่กับเขา โดยเปรียบเทียบกับจำนวนเม็ดยาในแผง อดัมต้องการแสดงให้เห็นว่าพันธนาการระหว่างเขากับเธอนั้นยาวนานกว่าที่คิด จนเภสัชกรต้องเสนอขายยาให้ยกหลังถึงสี่ร้อยกล่องเพื่อตอบสนองความต้องการของมาเฟียหนุ่มผู้นี้ ในผลงานลำดับที่สองของซีรีส์ Romance Of Mafia ที่เข้มข้นและตราตรึงใจ
หน้าปกนวนิยาย พ่ายเกมสวาท
8.7
เมื่อความเจ็บปวดจากการถูกคนรักทรยศทำให้เอลิซตัดสินใจประชดชีวิตด้วยความบ้าระห่ำ เธอจึงเอ่ยปากชวนคนแปลกหน้าเข้าสู่เกมเดิมพันสุดอันตรายโดยไม่คาดคิดว่าเขาคือเซฟ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่มีธุรกิจมืดในมือ เมื่อคำท้าทายเพียงประโยคเดียวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธนาการที่ไม่อาจถอนตัว เธอต้องติดอยู่ในเกมสวาทที่เดิมพันด้วยชีวิตและจิตใจ ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหาที่เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล ซึ่งเธออาจต้องเลือกระหว่างการอยู่รอดหรือชดใช้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย สยบรักร้าย นายคาสโนว่า (ภาค 2)
8.3
หลังงานวิวาห์ของเซ่นโซกับซิลสิ้นสุดลง เคร่าสาวโสดสายเที่ยวตัดสินใจมุ่งหน้าสู่คลับของพี่ริชแมนในเม็กซิโกเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ท่ามกลางชายหนุ่มที่ดาหน้าเข้ามาจีบ เคร่ากลับไม่สนใจใครทั้งสิ้น แม้จะเพิ่งจบความสัมพันธ์กับพี่วินมา แต่เธอก็รู้ดีว่านั่นไม่ใช่ความรักที่แท้จริง แม้ภายหลังจะพบว่าเหตุการณ์บาดหมางในอดีตเป็นแผนร้ายของหญิงอื่น แต่ความเจ้าชู้ของพี่วินก็ทำให้เธอหมดใจและเลือกเดินจากมาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อิสระอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักมาเฟีย
7.9
“อย่าบอกนะว่าเธอกำลังคิดเรื่องลามกอยู่ เธอนี่มันหื่นตัวแม่จริงๆ เดี๋ยวก็อ่อย เดี๋ยวก็ยั่ว ใจคอจะปล้ำฉันให้ได้เลยใช่ไหม” เขาว่าพลางส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันไปลอบยิ้มอีกทาง แม้ว่าลึกๆ ในใจ ‘สุดที่รัก’ จะอยากเป็นเจ้าสาวของ ‘เลโอนาร์ด แบร์นาร์ด’ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งสเปนมากเพียงใด แต่เพราะมาดขรึมๆ กับหน้านิ่งๆ ของเขา มันเลยทำให้เธออยากรู้จริงๆ ว่าการหมั้นครั้งนี้เกิดจากความเต็มใจของเขารึเปล่า ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน และเธอก็ไม่ได้ไร้เสน่ห์จนเกินเยียวยา เธอจึงต้องยั่ว ยั่วให้เขารู้ว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้มีดีแค่ยั่วโมโห ถึงจะเป็นการยั่วระดับอนุบาลก็เถอะ แต่เชื่อเถอะว่าเธอจะทำให้เขาหวั่นไหวได้…มั้ง “หยุด ไม่ต้อง ฉันถอดเองได้” สุดที่รักบอกพลางรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองเร็วๆ ด้วยกลัวว่าเขาจะฉีกมันอีก “ทำอะไร” เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ก็มันเสียดาย คุณถอดเองทีไรมันกลายเป็นเศษผ้าทุกที เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ห้ามคุณถอดเสื้อผ้าฉันอีกเป็นอันขาด” สีหน้าจริงจังของเธอ ทำเอาเลโอนาร์ดถึงกับหลุดขำออกมา “เธอจะเป็นคนถอดเองทุกครั้งที่ฉันต้องการงั้นสิ” “อืม! เฮ้ย! ไม่ใช่ ถอดทุกครั้งที่คุณต้องการ ฉันก็แย่น่ะสิ” เธอรีบแก้ต่างเมื่อเผลอรับคำเขาไป “แล้วจะเอายังไง” “โอ๊ย! คนบ้านี่ฉันเจ็บนะ ก็ในเมื่อคุณไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่รัก ไม่หึง ไม่หวง แล้วคุณจะมาสนใจอีกทำไมว่าฉันจะคบจะคุยกับใคร นอกเสียจากว่าทั้งหมดที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ คุณจะยอมรับว่าคุณรักฉัน ไม่งั้นคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามไม่ว่าฉันจะคุยกับใคร” “อืม!” เฮ้อ! จะฟังคำว่ารักจากผู้ชายคนนี้มันช่างยากซะจริง
หน้าปกนวนิยาย Smokin'Love วิมานรักสีเทา
8.7
กันต์ณทีป์หรือหมอเกรย์เบื้องหน้าคือแพทย์ผู้แสนดีแต่เบื้องหลังเขากลับสืบทอดอำนาจมาเฟียสุดโหดต่อจากบรรพบุรุษ แม้เขาจะพยายามหลีกหนีความรักเพียงใดโชคชะตากลับเล่นตลกส่งเพลงพิณหญิงสาวผู้บอบช้ำจากรักที่ไม่สมหวังซ้ำเล่าให้มาพบกับเขา ความบังเอิญเพียงชั่วข้ามคืนทำให้คนแปลกหน้าทั้งคู่ต้องมาใช้สถานะแฟนร่วมกัน จากความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจกลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรักแท้ที่หมอมาเฟียหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไปในวิมานรักสีเทาแห่งนี้