
จากยอดรักที่ถูกทิ้ง สู่ราชินีมาเฟีย
ตอน 2
มุมมองของฟ้า:
โคมไฟแมวเซรามิกตัวเล็กๆ ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง แสงนวลตาของมันเป็นความอบอุ่นที่คุ้นเคยในความมืดมิด สิบปีเต็มที่มันช่วยขับไล่ฝันร้ายของฉัน คืนนี้ มันกลับรู้สึกเหมือนเป็นการเยาะเย้ย
ฉันเอื้อมมือไปกระชากปลั๊กออกจากเต้ารับ ห้องทั้งห้องจมดิ่งสู่ความมืดมิดที่น่าอึดอัด มันมืดสนิทจนฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ ดีแล้ว ฉันอยากจะรู้สึกแบบนี้ ฉันอยากให้ความมืดกลืนกินฉันทั้งเป็น
เท้าเปล่าของฉันย่ำไปบนพื้นไม้เย็นๆ ไปยังตู้เสื้อผ้า ฉันดึงกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่เต็มไปด้วยฝุ่นลงมาจากชั้นบนสุด ฉันค่อยๆ รวบรวมเศษซากวิญญาณของชีวิตฉันกับพี่ธามทีละชิ้น ล็อกเก็ตเงินลายตราสัญลักษณ์ของมหรรณพที่เขาให้เป็นของขวัญวันเกิดปีที่สิบห้าของฉัน ขวดน้ำหอมกลิ่น 'ราตรี' ที่เขาซื้อให้เพราะบอกว่ามันหอมเหมือนที่ที่เขาจะพาฉันไปสักวันหนึ่ง ที่ที่ไม่มีเลือดและความลับ
ทั้งหมดถูกโยนลงในกระเป๋า อนุสรณ์แห่งความศรัทธาที่ตายไปแล้ว
ใต้เตียงของฉันมีกล่องไม้ที่ล็อกกุญแจไว้ ข้างในคือไดอารี่ของฉัน ฉันพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ นิ้วลูบไล้ลายมือหวัดๆ แบบเด็กผู้หญิง มันคือประวัติศาสตร์อันน่าสมเพชของความภักดีของฉัน ทุกคำพูดที่อ่อนโยน ทุกการกระทำเล็กๆ น้อยๆ จากเขา ถูกบันทึกและวิเคราะห์ราวกับเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
แล้วฉันก็เจอมัน หน้ากระดาษจากหลายปีก่อน หลังจากที่คู่แข่งพยายามส่ง 'ข้อความ' มาให้ฉันโดยให้ลูกน้องอันธพาลเดินตามฉันกลับจากโรงเรียน พี่ธามจัดการพวกมัน ฉันไม่เคยเห็นพวกมันอีกเลย คืนนั้น เขาเจอไดอารี่ของฉันเปิดทิ้งไว้บนโต๊ะ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันพบบันทึกใหม่ที่เขียนด้วยลายมือเฉียบคมและก้าวร้าวของเขา มันไม่ได้เขียนด้วยหมึก มันเขียนด้วยเลือด
*ฟ้าคือสมบัติของมหรรณพ ใครแตะต้องมันต้องตาย*
สมบัติ
คำๆ นั้นกระแทกเข้าใส่ฉันอย่างจัง จนหายใจไม่ออก ไม่ใช่น้องสาว ไม่ใช่เด็กในปกครอง ไม่ใช่แม้กระทั่งคน ฉันเป็นแค่สิ่งของ เป็นทรัพย์สินที่ต้องปกป้อง เหมือนรถยนต์หรือคอลเลกชันอาวุธโบราณของเขา การปกป้องของเขาไม่ใช่เรื่องของความรัก มันคือเรื่องของความเป็นเจ้าของ
เสียงสะอื้นหลุดออกจากลำคอของฉัน แหบพร่าและน่าเกลียด ด้วยมือที่สั่นเทาอย่างบ้าคลั่ง ฉันเริ่มฉีกหน้ากระดาษออกจากไดอารี่ ฉันฉีกทำลายทุกความทรงจำอันล้ำค่า ทุกความหวังที่เป็นความลับ จนกระทั่งเหลือเพียงเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่เป็นซากหัวใจโง่ๆ ของฉันเอง
วันต่อมา ไอริณย้ายเข้ามาอยู่ในห้องที่เชื่อมกับห้องของพี่ธามอย่างเป็นทางการ ห้องของฉัน ห้องที่ฉันเคยอยู่ก่อนที่จะถูกย้ายไปอยู่ปีกสำหรับแขกเมื่อปีที่แล้วเพราะฉัน 'กำลังโตเป็นสาว'
หล่อนเรียกฉันไปที่ห้องนั่งเล่น ทั้งตระกูล ทั้งลูกน้องคนสนิทของพี่ธาม อยู่ที่นั่นกันพร้อมหน้า เป็นผู้ชมเงียบๆ สำหรับการหยามเกียรติของฉัน
ไอริณยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ดูถูกและสงบนิ่ง "ฟ้าจ๊ะ ที่รัก ของขวัญต้อนรับจ้ะ"
หล่อนชูสร้อยคอเส้นหนึ่งขึ้นมา มันไม่ใช่สร้อยเงินหรือทองเส้นบางๆ ที่ฉันคุ้นเคย แต่มันเป็นปลอกคอโลหะสีดำราคาถูกเส้นหนาเตอะ ประดับด้วยเพชรปลอมแวววาวเป็นรูปตราสัญลักษณ์ของตระกูลเวชพิพัฒน์ มันไม่ใช่สร้อยคอ มันคือปลอกคอ
ลมหายใจของฉันสะดุด ฉันแพ้โลหะผสมราคาถูก พี่ธามรู้เรื่องนี้ดี เขาเคยโยนสร้อยข้อมือที่เพื่อนที่โรงเรียนให้ฉันทิ้งไป ริมฝีปากของเขาบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจเมื่อเห็นผื่นแดงเริ่มขึ้นที่ข้อมือของฉัน
ฉันมองไปที่เขา อ้อนวอนด้วยสายตา *อย่าทำแบบนี้ ได้โปรด*
ใบหน้าของเขาเรียบเฉยเหมือนสวมหน้ากาก เขาสบตาฉัน ดวงตาสีเข้มของเขาเย็นชาและว่างเปล่า และเอ่ยคำตัดสิน
"รับไปสิ"
น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท เด็ดขาด มันคือคำสั่ง ต่อหน้าทุกคน เขากำลังแสดงให้พวกเขาเห็นตำแหน่งใหม่ของฉันในลำดับชั้น ต่ำกว่าเขา ต่ำกว่าหล่อน
มือของฉันสั่นขณะเอื้อมไปหยิบปลอกคอ นิ้วของไอริณสัมผัสกับนิ้วของฉันขณะที่หล่อนติดตะขอรอบคอฉัน โลหะเย็นเฉียบและหนักอึ้ง
"มันเหมาะกับเธอดีนะ" หล่อนพูดเสียงหวานดังพอให้ทุกคนได้ยิน "สัตว์เลี้ยงทุกตัวก็ควรมีปลอกคอ"
เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างสุภาพ แต่มันรู้สึกเหมือนก้อนหินที่ถูกขว้างใส่ฉัน ฉันยืนอยู่ที่นั่น ก้มหน้าลง ขณะที่โลหะเริ่มอุ่นขึ้นบนผิวของฉัน ความรู้สึกคันและแสบร้อนที่คุ้นเคยเริ่มขึ้นแทบจะในทันที เหมือนวงแหวนไฟที่รัดแน่นรอบลำคอ
ฉันไม่ได้เกา ฉันไม่ได้ร้องไห้ ฉันแค่ยืนอยู่ตรงนั้นและปล่อยให้มันแผดเผา ตอกย้ำความจริงให้ฉันรู้ ฉันคือสมบัติ และฉันเพิ่งถูกส่งมอบให้กับเจ้าของคนใหม่
คุณอาจจะชอบ





