ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พระชายามาเฟีย สะท้านวัง

พระชายามาเฟีย สะท้านวัง

โชคชะตาจากจารึกโบราณนำพาไป๋หลันฮวา ทายาทมาเฟียสาวผู้ฉีกทุกกฎเกณฑ์ให้ย้อนเวลาสู่ยุคราชวงศ์โจวเพื่อพบกับโจวโยว่เฉิง อดีตรัชทายาทและแม่ทัพในตำนาน แม้เธอจะพยายามใช้ชีวิตสุจริตในฐานะดาราควบคู่กับการเป็นหัวหน้าแก๊งผู้แม่นปืน แต่พลังลึกลับกลับบีบให้เธอต้องแบกรับภารกิจสำคัญในการทวงคืนบัลลังก์และรื้อฟื้นความเป็นมนุษย์ให้แก่บุรุษผู้เย็นชา เพื่อสานต่อพันธนาการแห่งรักที่ถูกลิขิตไว้ข้ามสหัสวรรษท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจอันดุเดือด
ตอน
แชร์

ตอน 3

“เฮ้ยใครวะ!วิ่งชนซะมึนไปเลย”หญิงสาวนั่งบ่นพึมพำ ก่อนจะหันกลับไปมองร่างของหญิงชราที่กำลังพยายามยันกายของนางให้ลุกจากพื้น

           “โอโห่!นี่เราอ่อนแอถึงขนาดหญิงชราชนทีเดียวถึงกับล้มลงไปกองกับพื้นเลยเหรอวะเนี่ย”ไป๋หลันฮวาบ่นพึมพำให้กับตัวเองด้วยความแปลกใจ พลางจ้องหญิงชราตรงหน้าเขม็ง

           “เป็นอะไรหรือเปล่า”หวังเหล่ยรีบเข้ามาประคองร่างของเพื่อนสาว

           “ฉันไม่เป็นอะไรหรอก รีบไปดูคุณยายแกก่อนเถอะ คงจะล้มไปกับพื้นอย่างแรงเลยนะ”เธอบอกพร้อมรีบลุกขึ้นยืนพลางตรงเข้าไปประคองร่างหญิงชราที่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสามารถชนร่างของเธอจนกระเด็นและล้มฟุบไปกับพื้นได้

           “คุณยายเป็นอะไรไหม!เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”หญิงสาวถามกลับไปตามสไตล์สาวห้าวในแบบฉบับของเธอ

           ข้างฝ่ายหญิงชราวัยเกือบเจ็ดสิบปี ที่ถูกชายหนุ่มหญิงสาวช่วยกันประคองขึ้นมานั้นนางพยักหน้าขึ้นลงติดๆ กันเมื่อถูกถามกลับมาเช่นนั้น

           “ยายไม่เป็นไรแม่หนู..พ่อหนุ่ม ขอบใจมากนะที่ช่วยคนแก่”หญิงชรากล่าวขอบอกขอบใจเป็นการใหญ่

           “คุณยายจะรีบไปไหนเหรอ ท่าทางรีบร้อนมากเลย..อีกอย่างแรงเยอะมากด้วยชนกันเมื่อครู่ที่ผ่านมา รู้อะไรไหมหนูล้มลงไปนั่งกับพื้นเลยนะคุณยาย”หญิงสาวถามกลับไปด้วยความแคลงใจ

           “อ่อ...ยายจะรีบกลับบ้าน พอดีจำเวลาผิดนี่เครื่องก็จวนจะออกแล้ว ต้องรีบไปแล้ว!ต้องรีบแล้ว!ขอบใจมากนะแม่หนูจากนี้ไปขอให้โชคดี ได้พบกับคนที่เขากำลังรออยู่นะ”หญิงชรากล่าวขอบอกขอบใจพร้อมอวยพรในคราเดียวกัน

ก่อนจะรีบวิ่งจากไปอย่างรีบร้อนท่ามกลางความแปลกใจของชายหนุ่มหญิงสาว

           “คุณยายคนนี้ทำไมท่าทางแปลกจังเลยวะหรือนายว่าไง”ไป๋หลันฮวาหันไปถามเพื่อนสนิท ก่อนจะหยุดชะงักครั้นหันกลับมามองหญิงชราคนดังกล่าวอีกครั้งแต่จู่ๆ ก็หายไปจากสายตาเพียงชั่วพริบตา

           “เฮ้ย!อะไรจะเดินเร็วขนาดนั้น นั่นมันเส้นทางตรงไปอย่างเดียวไม่มีห้องน้ำหรือร้านค้าหรือช็อปอะไรที่พอจะให้แวะเข้ากลางทางได้เลยนี่หว่า แล้วหายไปได้อย่างไงกัน นายเห็นคุณยายคนนั้นเดินหายไปตรงไหนไหม”เธอถามเพื่อนร่วมแก๊ง สายตายังคงจับจ้องอยู่แต่ทางเดินตรงหน้าไม่วางตา

           “ฉันก็ไม่ได้มองอยู่ตลอดเวลา เมื่อกี้พอถามกลับมาก็มัวแต่ยืนฟังแก ไม่รู้ว่าเดินหายไปตั้งแต่เมื่อไรเหมือนกัน”กล่าวพร้อมกวาดสายตาไปทั่วบริเวณก่อนจะเดินตรงไปทางขวาพร้อมก้มลงเก็บกระเป๋าเป้ให้เพื่อนสาว และกระเป๋าขนาดย่อมอีกใบที่ตกอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาพร้อมกันพลางเดินถือกลับมา

           “เอ้า!...กระเป๋าเป้ของแกกระเด็นไปซะไกลไลย”กล่าวพร้อมยื่นส่งให้เพื่อนสาวพร้อมกระเป๋าขนาดย่อมอีกใบ

           ในขณะที่อีกฝ่ายยื่นมือไปรับไว้แบบงงๆ เพราะจำได้ว่า กระเป๋าเป้ที่เธอสะพายหลังมาด้วยนั้นไม่ได้กระเด็นตกไปไกลถึงเพียงนั้นเสียเมื่อไรกันเล่า

           “แต่ฉันจำได้ว่ากระเป๋าเป้มันตกอยู่ใกล้ตัวฉันนะเว้ย ไม่ได้กระเด็นไปไกลถึงขนาดนั้น อีกอย่างกระเป๋าใบนี้ก็ไม่ใช่ของฉันด้วย”หญิงสาวตอบกลับไป

           “อ้าวเหรอ! แต่เมื่อกี้ฉันก็เห็นคุณยายสะพายกระเป๋าที่เหมือนกับใบนี้เปี๊ยบเลย ถ้ากระเป๋าใบนี้ไม่ใช่ของแกแล้วจะเป็นของใครกันในเมื่อคุณยายคนนั้นเขาก็มีแบบเดียวกัน”หวังเหล่ยบอกกลับไป

           “จริงเหรอ! ทำไมเป็นแบบนั้นว้า”หญิงสาวกล่าวด้วยความงุนงงระคนสงสัย พลางเอื้อมมือไปรับกระเป๋าอีกใบที่อยู่มือของหวังเหล่ยก่อนจะเปิดออกอย่างรวดเร็วเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินภายใน

           “อะไรกันนี่!อร้ายยยย!!!”ไป๋หลันฮวากล่าวออกมาทันใดพร้อมส่งเสียงกรีดร้องออกมา ครั้นเห็นข้าวของภายในกระเป๋าดังกล่าว

           “เฮ้ย!ร้องทำไม.เกิดอะไรขึ้น!”หวังเหล่ยถามกลับไปด้วยความอยากรู้

           “ของในกระเป๋านี้ไม่ใช่ของฉันก็จริง!แต่มันดันมีของที่ฉันอยากได้คือเจ้าสิ่งนี้!”หญิงสาวกล่าวพร้อมยกหนังสือนิยายที่ยังไม่ทันแกะซีลและหนังสือเล่มหนาแลดูเก่าแก่เสียนี่กระไรออกมาจากระเป๋าดังกล่าวโดยพลัน

           “อะไรของแกวะเสี่ยวหลัน เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่ากระเป๋าใบนี้ไม่ใช่ของแกแต่เป็นของคุณยายคนนั้น เมื่อกี้ยังเห็นยืนมึนๆอึนๆอยู่เลย แต่ตอนนี้ดันมาบอกว่ามีของที่อยากได้อยู่ในกระเป๋าใบนี้ แล้วนี่อะไรยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ส่งเสียงวี้ดว้ายอยู่ได้ เสียชื่อหัวหน้าแก๊งสามพยัคฆ์หมด ถ้าจะประสาทแน่ๆ”หวังเหล่ยบ่นพึมพำให้เพื่อนสาว

           “ความสุขของฉันเว้ย! นายไม่ต้องมายุ่ง มันก็ต้องมีโมเม้นท์ของชอบส่วนตัวกันบ้างแหละ จะให้ควงปืน ควงมีดตีหน้ายักษ์อยู่ตลอดเวลาหรือไง ว่าแต่หนังสือเล่มนี่ทำไมเก่าจัง”กล่าวพร้อมจับหนังสือนิยายเล่มโปรดยัดเข้าไปในกระเป๋าตามเดิม แต่หันกลับมาให้ความสนใจหนังสือโบราณเล่มที่อยู่ในมือดังกล่าว

           ท่ามกลางสายตาของหวังเหล่ยที่ยืนมองเพื่อนสนิทกำลังให้ความสนใจหนังสือโบราณตรงหน้า

           “นี่ใจคอจะไม่ไปวิ่งตามคุณยายคนนั้นเพื่อเอากระเป๋าไปคืนแกอย่างนั้นหรือไง ถึงยืนใจเย็นอ่านหนังสืออยู่ได้ ถามจริงมีอะไรน่าสนใจถึงขนาดนั้นเลยเหรอ”ชายหนุ่มถามกลับไปด้วยความอยากรู้

           “แล้วนายรู้อย่างนั้นเหรอว่าคุณยายเดินทางไปไหน ฉันไม่ใช่เทพเซียนนะเว้ย! จะได้มีญาณทิพย์หรือตาทิพย์ที่ล่วงรู้ว่าใครจะไปที่ไหนอะไรอย่างไงหรืออย่างไร แต่ที่แน่ๆ กระเป๋าใบนี้มีนิยายเล่มจบที่ฉันจะได้เอาไปไว้อ่านเล่นบนเครื่องบินค่าเวลาตั้ง 2 ชั่วโมงครึ่งได้แล้วกว่าจะถึงเซี่ยงไฮ้ กระเป๋าใบนี้น่าสนใจเป็นบ้าเลยวะ”หญิงสาวตอบกลับไป

           “ถึงขนาดนั้นเชียวรึ!”หวังเหล่ยกล่าวพร้อมยืนมองเพื่อนสาวแก๊งเดียวกันพลางส่ายหน้าไปมาติดๆ กัน

           “ดูไปก่อนแล้วกันจะไปหากาแฟกิน ท่าทางคงอยากรู้อยากเห็นและอยากอ่านละสิท่า แกมันพวกหนอนหนังสือบ้าอ่านนิยายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว..จะเอาด้วยไหม”ชายหนุ่มเอ่ยถามกลับไป

           “เอาคาปูชิโนและก็เอสเพรสโซ่เข้มๆ มาให้ด้วยอย่างละหนึ่งแก้ว แค่นั้นแหละ”หญิงสาวตอบกลับไป

           “อือ...ตามนั้น..โธแม่คุณตาค้างกันพอดีเล่นกินสองแก้วพร้อมกันแบบนี้”หวังเหล่ยกล่าวพร้อมหันกลับไปสำรวจบริเวณโดยรอบเพื่อมองหาร้านกาแฟที่คอยให้บริการอยู่ภายในท่าอากาศยานดังกล่าว

           ในขณะที่ไป๋หลันฮวา กำลังพลิกหน้าหนังสือที่อยู่ในมือของเธอขณะนี้ด้วยเพราะมีบางอย่างทำให้เธอสนใจ

           “ตำนานแม่ทัพไร้พ่าย! ว้าว...หนังสือเล่มนี้เป็นตำนานโบราณที่ฉันอยากอ่านอยู่พอดีเลย ไม่น่าเชื่อเลยว่าไม่ต้องดิ้นรนไปถึงหอสมุดแห่งชาติก็ดันมาเจอหนังสือที่ต้องการจะอ่านด้วยความบังเอิญ ไหนๆ ดูสิ ในนี้เขียน..เขียนว่า บริเวณทะเลทรายพระจันทร์เสี้ยว ตะ...”หญิงสาวกล่าวออกมาได้เพียงเท่านั้นพลันต้องหยุดชะงักลง

           เมื่อมีบางอย่างร่วงหล่นลงมาจากหนังสือตกมาอยู่ในมือของหญิงสาวในขณะนี้

           “นี่มันอะไรกัน คล้ายกระดูกสัตว์เลย..ไม่ใช่สิเหมือนกระดองเต่าต่างหาก มีคำจารึกเอาไว้ด้วยอักษรจีนเก่าสมัยโบราณหรืออักษรจีนใหม่นะ”

หญิงสาวพูดพร้อมใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงไปมาจนสามารถเห็นจารึกที่อยู่ในกระดองเต่าได้อย่างชัดเจน พร้อมค่อยๆ อ่านจารึกที่เขียนด้วยอักษรโบราณราว 3000 ปีก่อนได้อย่างน่าอัศจรรย์

           กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน นำชีวิตอันไกลโพ้นห้วนคืนสู่ดินแดนหลังกาล ทันทีที่ไป๋หลันฮวาอ่านจารึกโบราณจากกระดองเต่านั้นออกมา กลุ่มควันขาวมิรู้มาจากแห่งหนใดปรากฏขึ้นมาโดยพลัน ล่องลอยมาจากที่ใดก็มิอาจรู้ได้เริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมไปทั่วบริเวณ โดยที่สาวเจ้ามิได้เงยหน้าขึ้นมามองบริเวณรอบกายของเธอแม้แต่น้อย

           ทันใดนั้นเอง

           พรึ่บ!!! ร่างระหงของหัวหน้าแก๊งสามพยัคฆ์หายวับไปกับตาพร้อมเป้ที่เธอกอดเอาไว้แนบอกและกระเป๋าใบน้อยที่ถืออยู่ในมือ หญิงสาวไม่รู้เลยว่ากำลังพานพบกับสิ่งที่วิทยาศาสตร์มิอาจพิสูจน์ได้อยู่ในขณะนี้

ทันทีที่เธอได้สัมผัสกับหนังสือโบราณที่มีกระดองเต่าจารึกคาถาศักดิ์สิทธิ์เมื่อ 3000 ปีก่อน นำเธอหวนคืนสู่แผ่นดินต้าโจวในอดีตกาลโดยมิรู้ตัว

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ปลูกรักฮูหยินแม่ทัพปีศาจ
8.8
เมื่อชีวิตเดิมไร้ความหมาย เก้าเทียนรุ่ยจึงตัดสินใจเดิมพันกับโชคชะตาเพื่อตามหารักแท้จนได้พบกับเสวียนลิ่วหลาง แม่ทัพผู้แข็งแกร่งแต่กลับอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นจากความไม่แน่ใจ แต่ความผูกพันที่ผ่านพ้นอุปสรรคมาด้วยกันก็ค่อยๆ ถักทอเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ท่ามกลางความเขินอายและการเรียนรู้นิสัยใจคอ เสวียนลิ่วหลางตัดสินใจประกาศความเป็นเจ้าของอย่างหนักแน่น เพราะเมื่อพบคนที่ใช่ดั่งตะเกียบที่ต้องอยู่คู่กัน เขาก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษารักนี้ไว้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ซูเยว่ซินทะลุมิติ1970
9.4
เมื่อเชฟสาวฝีมือดีต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันเพียงเพราะโชคร้ายติดอยู่ในเหตุการณ์ปล้นธนาคารจนโดนลูกหลงเสียชีวิต วิญญาณของเธอกลับไม่ได้ไปสู่สุคติแต่ดันทะลุมิติย้อนเวลากลับไปยังยุคปี 1970 แทน ท่ามกลางความลำบากและสภาพสังคมที่แตกต่างจากโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอจะใช้ทักษะการทำอาหารและไหวพริบที่มีเพื่อเอาตัวรอดในร่างใหม่และเริ่มต้นชีวิตครั้งที่สองในอดีตได้อย่างไร ติดตามการผจญภัยที่เต็มไปด้วยรสชาติและโชคชะตาที่พลิกผันได้ในเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตมาร ชุด จอมมารที่รัก
9.7
เมื่อเจ้าชายผู้สูงศักดิ์นึกสนุกปลอมตัวเป็นองครักษ์เพื่อทดสอบว่าที่พระชายา โดยหวังจะขัดขวางงานแต่งงานของตนเอง แต่แผนการกลับพลิกผันเมื่อเขาตกหลุมรักเธอเสียเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่หา บาร์ซาร์ในคราบฟาเดลได้มอบจูบที่ดุดันและเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนหญิงสาว การสัมผัสที่หิวกระหายและรุนแรงทำเอาแองเจลล่าถึงกับเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสที่คาดไม่ถึง จนฝ่ายชายเกบจะสูญเสียการควบคุมตนเองไปกับความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้ในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
9.7
วิรัลย์ ราชกุมารผู้ถูกเมินแห่งเวรุฬา หวังสร้างชื่อจากการนำทัพทำศึก แต่กลับพ่ายแพ้ต่อไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นปรมะอย่างราบคาบ แทนที่จะถูกประหาร เขากลับถูกขอตัวเป็นรางวัลแห่งชัยชนะด้วยรูปโฉมที่งดงามต้องตา แม้ไอศูรย์จะเพียรเกี้ยวพาราสีเพียงใด วิรัลย์ก็พร้อมปลิดชีพตนเองดีกว่าต้องอัปยศเพราะถูกขืนใจ จอมทัพอสุราจึงต้องเปลี่ยนจากการใช้กำลังมาเป็นเล่ห์กลเพื่อล่อลวงหัวใจยักษาผู้เย่อหยิ่งให้ยอมศิโรราบในศึกรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย วาสนารักคุณชายจอมวุ่นวาย
9.6
เมื่อครอบครัวเผชิญวิกฤต เขมกรจึงจำใจแลกเปลี่ยนบางสิ่งจนกลายเป็น เกาหยุนเอ๋อร์ คุณชายผู้ไร้ความทรงจำที่เคยประกาศตัวเป็นภรรยาของ ซ่งหยวนเจ๋อ ต่อหน้าสาธารณชน ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่โกรธเคืองและคอยตามติดดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งเลี้ยงอาหารและให้ขี่หลัง จนหยุนเอ๋อร์เริ่มมีอาการใจสั่นอย่างประหลาดเมื่ออยู่ใกล้ชิดอ้อมกอดและสายตาที่อ่อนโยนของหยวนเจ๋อ เขาจึงกังวลว่าตนเองกำลังเจ็บป่วยร้ายแรงโดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดนี้กำลังเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้ง
หน้าปกนวนิยาย ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ
9.4
เฉินลี่จูคือผู้ช่วยคนสนิทที่ยอมทุ่มเทกายใจทำงานให้เหวินเฟยเทียน พ่อค้าผู้เห็นแก่ตัวที่ชุบเลี้ยงนางมาจากหมู่บ้านขอทาน ทว่าเขากลับมองนางเป็นเพียงเครื่องมือทำเงิน จนถึงวันที่เขาตัดสินใจแต่งงานกับคุณหนูตระกูลซุนเพื่ออำนาจ ลี่จูที่หัวใจสลายจึงเลือกหนีไปจากชีวิตเขา การหายตัวไปของนางทำให้เฟยเทียนเริ่มพังทลายและตระหนักถึงความสำคัญ เขาออกตามหานางอย่างบ้าคลั่งจนได้พบกับเด็กหญิงตัวน้อยนามว่าหลี ผู้มีใบหน้าพิมพ์เดียวกับเขาอย่างน่าอัศจรรย์