
อย่า(หย่า)นะคุณมาเฟีย
ตอน 2
ชาลีมองไปยังเอมอรด้วยความอารมณ์ที่หงุดหงิดใจ เขาดูออกว่าเธอเป็นเช่นนี้เพราะกำลังคิดถึงภูชิตอดีตคู่หมั้นของเธอ ในตอนแรกที่เธอตอบตกลงจดทะเบียนสมรสกับเขานั้น ดูเหมือนว่าเธอจะทำใจที่ลืมภูชิตไปได้แล้ว
จนกระทั่งเมื่อวานเธอประสบอุบัติเหตุลื่นล้มลงจนหัวฟาดกับพื้น ตอนนั้นเธอตกเลือดและต้องทำการคลอดก่อนกำหนด เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็กลับบอกว่าไม่อยากเห็นหน้าลูกแฝดทั้งสองของเธอ
เขาแปลกใจที่เธอมีอาการเช่นนี้ต่อลูกๆ ของเธอ เดิมที่เธอปกป้องลูกในท้องของเธอมาตลอด เธอไม่ยอมเอาเด็กออกด้วยซ้ำไปไม่ว่าเขาจะต้องการอย่างไร
"เธอกำลังคิดถึงหมอนั่นอยู่ใช่ไหม" ชาลีเข้าไปคว้าร่างของเอมอรและพูดกับเธอด้วยอารมณ์โกรธ
"ต่อให้ฉันไม่ได้รักเธอ เธอก็ไม่มีสิทธิ์คิดถึงผู้ชายคนอื่นต่อหน้าฉัน โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้นคือสามีของน้องสาวฉัน" ชาลีพูดอย่างเตือนสติเอมอร และซ้ำให้เธอรู้ว่าตอนนี้ภูชิตคือสามีของน้องสาวของเขาไปแล้ว
เอมอรได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับน้ำตานองหน้าอีกครั้ง เธอพยายามอดกลั้นมันมานานแต่คำพูดของชาลีมันเหมือนสวิทที่เปิดปุ่มน้ำตาของเธอให้ไหลออกมา
"ร้องไห้ทำไม เสียใจเหรอ" ชาลีเขย่าร่างของเอมอรที่กำลังร้องไห้
เอมอรเริ่มหวาดกลัวชาลี เขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอเมื่อพูดถึงภูชิต เขาเกลียดเธอที่เป็นอดีตคู่หมั้นของภูชิต เพราะในตอนนี้ภูชิตคือน้องเขยของไปแล้ว เพื่อน้องสาวเขายอมรับเธอที่กำลังตั้งครรภ์มาอยู่ใกล้ตัวเขา ยอมแม้กระทั่งจดทะเบียนสมรสกับเธอ
เขาทำลงไปก็เพื่อไม่ให้เธอเอาลูกในท้องไปยุ่งเกี่ยวกับภูชิตอีกต่อไป และเขาเข้าใจผิดคิดว่าลูกในท้องของเธอคือลูกภูชิต ต่อให้เธอปฏิเสธเขาอย่างไรก็ไร้ผล
"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วเด็กไม่ใช่ลูกของภูชิต" เอมอรพูดออกไปอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา
เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของเด็กคือใคร คืนนั้นมันคือความทรงจำที่เลวร้ายสำหรับเธอ ในตอนแรกเธอคิดว่ามันคือความโชคร้ายของเธอ แต่เมื่อจดจำสิ่งที่องค์กรอมนุษย์นั่นทำกับเธอ เธอก็เริ่มเกลียดชังค่ำคืนนั้นยิ่งขึ้นไปอีก นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในแผนการขององค์กร ที่ต้องให้เธอต้องพบเจอกับเรื่องเช่นนั้น
"ถ้าไม่ใช่ไอ้หมอนั่น แล้วมันเป็นลูกของไอ้ผู้ชายตัวไหน" ชาลียิ่งฟังเธอแก้ตัวก็ยิ่งโกรธเธอ
"ฉันไม่รู้! ฉันบอกว่าไม่รู้ไง กรี๊ดด!" เอมอรพูดแล้วกรีดร้องออกมาราวกับว่ากำลังคลุ้มคลั่ง
ไม่ว่าเธอจะพูดอย่างไรออกไปเขาก็ไม่เคยเชื่อเธอ แล้วเธอจะบอกเขาได้อย่างไรกันว่าเธอถูกขืนใจจากผู้ชายที่เธอไม่รู้แม้กระทั่งว่าใคร
"หยุดบ้าสักที!" ชาลีตะคอกใส่เอมอร
เมื่อเธอยังไม่ยอมหยุด เอาจึงใช้ผ้าผืนหนึ่งปิดปากของเธอเอาไว้ พร้อมทั้งมัดมือมัดเท้าของเธอเอาไว้อีก เอมอรดิ้นไปมาเล็กน้อยก็จะสงบลง
"ฉันบอกให้เธอเชื่อฟังฉันไง ถ้าไม่เชื่อฟังฉันเธอจะเจอดีกว่านี้" ชาลีบีบกรามของเอมอรจนแน่นแล้วพูดกับเธอ
เขาใช้วิธีที่เบาที่สุดสำหรับเธอแล้ว เขาเป็นมาเฟียการทำโทษคนร้ายหรือการขู่ให้กลัวมันย่อมรุนแรงกว่านี้ ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้ชายที่หยาบกระด้าง ไม่มีซึ่งความนุ่มนวลต่อให้ตรงหน้าจะเป็นผู้หญิงก็ตาม
"ฉันมีความเมตตาต่อเธอมากแล้วนะเอมอร เพราะฉะนั้นเลิกทำให้ฉันรำคาญใจเสียที" ชาลีพูดอย่างหงุดหงิดใจ
เอมอรมักจะทำให้เขาหงุดหงิดใจอยู่เรื่อยมา ซึ่งเขาไม่เคยเป็นนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน กับลูกแฝดของเธอก็ด้วย เจ้าสองตัวที่น่ารำคาญนั่น วันๆ ไม่ทำอะไรมีแต่ส่งเสียงร้องไห้ให้เขารำคาญใจ
"ค่อยๆ ดื่มนะ อย่ารีบ" อรอินทร์กำลังให้นมของเธอกับแฝดคนที่สอง แฝดคนแรกกินอิ่มแล้วก็หลับแล้ว
เมื่อเธอมองไปยังเด็กแฝดสองคนก็ทำให้เธอคิดถึงลูกแฝดของเธอขึ้นมา ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เตชิตจะดูแลพวกเขาทั้งสองได้ดีหรือเปล่า
"เตชิตฉันหวังว่าคุณจะดูแลลูกของเราได้ดีนะ รอฉันกลับไปแล้วเราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์อีกครั้ง"
หากองค์กรชั่วร้ายยังอยู่ เธอคงใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างไม่เป็นสุข ชีวิตในแต่ละวันคงอยู่ด้วยความหวาดระแวง ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรคนผู้นั้นจะเข้ามาอีก ยิ่งพวกเขาสามารถเปลี่ยนเป็นใครก็ได้ในชีวิตของเธอ
"พวกเขาหลับแล้วเหรอ" ชาลีกลับเข้ามาอีกครั้งหลังจากที่อรอินทร์ให้นมเด็กแฝดเสร็จแล้วก็กล่อมพวกเขาเข้านอน
"ค่ะ พวกแกหิวกันมาก กินกันไปเยอะเลย พออิ่มแล้วก็เลยหลับไป"
"มาเถอะฉันจะพาเธอไปที่ห้องพักของเธอ" ชาลีพูดจบก็เดินนำอรอินทร์ไป
"ห้องนี้เธอพออยู่ได้ไหม" ชาลีถามอรอินทร์
"อยู่ได้ค่ะ" อรอินทร์ตอบชาลี ห้องนี้ใหญ่โตพอสมควรมีของใช้มากมายครบทุกอย่างเธอจะอยู่ไม่ได้อย่างไรกัน
"เธอพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ก็ไปดูเด็กๆ เหมือนเดิม ถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับองค์กรฉันจะบอกเธออีกแรง" เขาเองก็จะช่วยเธอตามหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์เหมือนกัน
"ขอบคุณค่ะ" อรอินทร์ขอบคุณชาลี เธอไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเธอจะต้องมาพึ่งพาเขา ไม่สิตอนนี้เขาเองก็พึ่งพาเธอเหมือนกัน เรียกว่าต่างคนต่างพึ่งพากันจะดีกว่า
ชาลีออกไปจากห้องของอรอินทร์และตรงไปที่ห้องลับทันที ห้องลับที่ว่าคือห้องที่มีไว้สำหรับลงโทษคน วันนี้เขาจับสายลับของศัตรูฝ่ายตรงข้ามได้หนึ่งคนรอให้เขาเข้าไปลงโทษ
"ไอ้หมอนี่แหละครับที่เป็นสายให้กับแก๊งศัตรูของเรา"
"ไปเอาแซ่ออกมา" ชาลีสั่งลูกน้องคนสนิท
เมื่อรับแซ่มาจากลูกน้องเขาก็ใช้มันฟาดลงไปบนร่างของสายลับคนนั้นอย่างไร้ปรานี เสียงเจ็บปวดของผู้ถูกฟาดด้วยแซ่ก็ดังอย่างโหยหวน
"แกส่งข้อมูลอะไรออกไปบ้าง บอกมา!" ชาลีเค้นถามความจากคนผู้นี้ เขาอยากรู้ว่าเรื่องที่เขามีน้องสาวอยู่ที่เมืองไทยถูกฝ่ายตรงข้ามล่วงรู้ไปแล้วหรือยัง
หากฝั่งนั่นรู้ว่าเขามีน้องสาว จันทร์เจ้าคงไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ถึงจะอยู่ไกลถึงเมืองไทย แต่คนนี้อาจจะส่งคนไปทำร้ายจันทร์เจ้าได้ทุกเมื่อ
"ไม่! ไม่ยังไม่ได้ส่งข่าวอะไรไปเลย" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด
"ไปเอาน้ำเกลือมา" ชาลีสั่งลูกน้องของตน ก่อนจะออกแรงเฆี่ยนตีลงไปอีก เสื้อผ้าของชายคนนั้นขาดไม่เป็นชิ้นดีและอาบไปด้วยเลือด แผลจากการโดนเฆี่ยนตีเปิดเป็นทางยาวและเหวะหวะ
ชาลีสั่งให้ลูกน้องนำน้ำเกลือมาสาดลงร่างของชายตรงหน้าที่เขาเฆี่ยนตีอยู่ เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นมาในเวลาต่อมา เขาเจ็บปวดจนเจียนตาย หากตายได้ตอนนี้คงก็ยินดี
"ถ้านายไม่พูดฉันยังมีวิธีที่ทรมานนายยิ่งกว่านี้อีก" ชาลียังคงทรมานคนผู้นั้นต่อไป
เขาใช้เหล็กร้อนที่เผาไฟจนขึ้นสีแดงแล้วกดมันลงไปที่แผลของชายตรงหน้า เขาส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน ชายคนนั้นดิ้นไปมาก่อนจะสิ้นใจตายลงในที่สุด
"อดทนไม่เก่งเอาเสียเลย" ชาลีพูดจบก็ทิ้งแท่งเหล็กในมือลงด้วยสายตาที่ยากเกินจะคาดเดามาก
คุณอาจจะชอบ





