
อย่า(หย่า)นะคุณมาเฟีย
ตอน 3
ลูกน้องของชาลีส่งผ้าสะอาดให้กับชาลี ชาลีรับผ้าผืนนั้นมาแล้วเช็ดมือของตนเองจนสะอาด แต่ถึงจะเช็ดเลือดออกไปยังไงกลิ่นคาวเลือดก็ยังติดอยู่เช่นเดิม แต่เขาก็ไม่เคยใส่ใจมัน
ในวัยเด็กเขากับพ่อต้องถูกคนที่มีอำนาจมากกว่ารังแกมาทั้งเท่าไร ถ้าไม่ดิ้นรนมีชีวิตเขาก็คงตายไปนานแล้ว น่าเสียดายในวันที่เขามีอำนาจมากพอพ่อของเขากลับไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว หากวันนั้นเขาไม่ประมาทพ่อของเขาก็คงไม่ตาย
"นำศพมันไปทิ้งไว้ที่หน้ากาสิโนของพวกมัน" ชาลีออกคำสั่ง
ที่นี่เขามีกาสิโนที่ใหญ่ที่สุด พวกกาสิโนใกล้ๆ เลยไม่พอใจเขามากนัก เลยมักจะส่งคนมาก่อกวนที่กาสิโนของเขาหรือไม่ก็ส่งสายลับมาเช่นนี้ ถ้าเขาไม่แกร่งพอคงไม่อยู่มาจนถึงทุกวันนี้
เขาเสี่ยงตายมาแล้วทั้งหลายครั้ง เกือบโดนไฟเผาร่างทั้งเป็นก็เคยมาแล้ว เหตุผลที่เขาต้องมีรอยสักบนหน้ากับบนร่างกาย ก็เพราะต้องการปกปิดร่องแผลเป็นที่เกิดจากเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อคราวนั้น และรอยสักของเขามันทำให้เขาดูน่าหวาดกลัวขึ้นในฐานะมาเฟีย
"ครับ ผมจะเอาศพไปทิ้งไว้หน้ากาสิโนของพวกมัน คนที่นั่นจะได้แตกตื่นกัน" ลูกน้องของชาลีพูดแล้วก็ลากศพออกไป
ชาลีออกมาจากห้องลับก็ตรงไปที่เรือนกระจกในทันที เขาจำได้ว่ายังคงมัดเอมอรเอาไว้ แต่เขาไม่ได้คิดที่จะมาปล่อยเธอให้เป็นอิสระ เขานอนลงบนเตียงใกล้กับเอมอร
เอมอรที่หลับไปแล้วก็สัมผัสได้ว่ามีใครบางคนมานอนใกล้เธอ เธอได้กลิ่นคาวเลือดก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นชาลี เธอเลยแกล้งหลับ
"ฉันรู้ว่าเธอตื่นแล้ว" ชาลีพูดออกไป
ชาลีกระชากร่างของเอมอรเข้ามาในอ้อมอก เอมอรมองไปยังชาลีอย่างโกรธเคือง เขาช่างเป็นผู้ชายที่เอาแต่ใจ และเอาแต่เอานอนไม่ได้สักอย่าง
ชาลีมองไปยังเอมอรก่อนจะพลิกร่างของตัวเองขึ้นคร่อมบนเอมอรเอาไว้ เขาเสียสละจดทะเบียนสมรสกับเธอและยังเลี้ยงลูกของเธอทั้งสองคน เขาควรจะได้อะไรตอบแทนมากกว่านี้
"อย่างส่งเสียง ฉันเป็นสามีของเธอนี่ เรื่องแบบนี้ฉันมีสิทธิ์ในตัวของเธอ" ก่อนหน้านี้เขาไม่แตะต้องเธอก็เพราะว่าเธอกำลังตั้งครรภ์
เอมอรเห็นถึงความไม่ปลอดภัยเธอรีบขัดขืนจากชาลีในทันที เธอเพียงผ่าคลอดจะมีเรื่องพวกนั้นกับเขาได้อย่างไรกัน
"จะดิ้นทำไมกัน" ชาลีเริ่มหัวเสีย
"เธอมีอะไรก็พูดมา" ชาลีแกะผ้าที่มัดปากของเอมอรไปเพราะดูเหมือนเธอต้องการจะพูดอะไรบ้างอย่างกับเขา
"คุณจะทำอะไรฉัน คุณทำกับฉันอย่างนั้นไม่ได้นะ" เอมอรพูดออกไป
"ทำไมฉันจะทำไม่ได้ ตอนนี้ฉันคือสามีของเธอนะ" ชาลีพูดอย่างหงุดหงิด เพราะเขาไม่มีเซ็กซ์มานานเหลือเกิน
"ฉันเพิ่งผ่าคลอดนะ ยังมีอะไรกับคุณไม่ได้ตอนนี้" เอมอรรีบบอกเหตุผลกับเขาไป
"บ้าเอ๊ย! ให้ตายเถอะ" ชาลีลุกขึ้นอย่างหัวเสียแล้วเดินออกจากห้องไป
เอมอรถอนหายใจอย่างโล่งใจ โชคดีที่ชาลียอมฟังเธอ ถ้าเธอขืนมีอะไรกับเขาตอนนี้คงแย่แน่ แผลผ่าคลอดของเธอยังปวดอยู่เลย ก็เธอเพิ่งผ่าคลอดเมื่อวานนี้เอง เพราะเขาเป็นมาเฟียและมีศัตรูมากมาย เธอเลยต้องทำการผ่าคลอดกับหมอที่เขาจ้างมาสถานที่ทำการผ่าคลอดก็เรือนกระจกแห่งนี้
"แต่เมื่อวานทำไมฉันถึงล้มจนหัวฟาดกับพื้นได้กัน" เอมอรเริ่มแปลกใจ มีเธอจำได้ว่ามีคนผลักเธอ
ชาลีตรงมาที่ห้องของอรอินทร์อีกครั้ง เขาเคาะประตูเรียกเธออย่างคนมีอารมณ์โกรธ อรอินทร์ที่หลับอยู่ก็ถึงกับสะดุ้งจากเตียง
"คุณนี่เอง มีอะไรเหรอ" อรอินทร์เปิดประตูมาแล้วถามเขาด้วยเสียงงัวเงีย
"ผู้หญิงที่ผ่าคลอดจะมีอะไรกับสามีของตัวเองได้เมื่อไร" ชาลีถามอรอินทร์ออกไป
"อ๊ะ! อ๋อ คุณหมายถึงแม่ของเด็กแฝดสินะ"
"จะใช่หรือไม่ใช่ ก็รีบตอบมาก่อนเถอะ" ชาลีอยากรู้คำตอบจนรู้สึกหงุดหงิดที่อรอินทร์ไม่ตอบเขาเสียที
"ก็โดยปกติต้องรออีกหกสัปดาห์ จนกว่าแผลผ่าตัดจะหายดีและมดลูกเข้าที่ เพิ่งผ่าคลอดไปเมื่อวานคุณคงไม่ใจดำทำกับเธอได้ลงหรอกนะ" อรอินทร์พูดกับชาลี
"ทำไมมันถึงนานแถมยังยุ่งยากอีกเนี่ย" ชาลีบ่นแล้วเดินจากไป
"อะไรของเขาเนี่ย ลงแดงหรือไงกัน ชักจะสงสัยแล้วสิว่าแม่ของเจ้าเด็กแฝดเป็นใคร"
ท่าทีของชาลีที่แทบจะบ้านั้นทำให้อรอินทร์อยากรู้ว่าแม่ของเด็กนั้นเป็นใคร ถ้าชาลีบอกเธอว่าเด็กแฝดนั้นไม่ใช่ลูกของเขานี่สิ
"ไม่ใช่ลูกแต่ทำไมหน้าถึงเหมือนเขา" อรอินทร์พูดออกมาแล้วก็ได้แต่งง เธอดูเด็กแฝดแล้วก็พบว่ามีส่วนคล้ายกับชาลีอยู่มาก
"หรือเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าเมียตัวเองมีชู้กัน" เพราะเหตุผลนี้เลยทำให้ชาลีไม่ยอมรับเด็กแฝดว่าเป็นลูกของเขา
"แต่คนอย่างเขาก็น่าจะตรวจ DNA ไปแล้วนี่ หรือตรวจแล้วผลมันออกมาว่าไม่ใช่" อรอินทร์ยิ่งคิดแล้วก็ก็ยิ่งสับสน เธอหยุดคิดแล้วเข้ากลับไปนอนอีกครั้ง
เธอไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของชาลีมากเกินไป เขาให้เธอเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เธอก็จะทำมันเพียงทำนั้น หลังจากนั้นเธอจะให้เขาช่วยตามสืบเรื่องขององค์กร เขาเป็นมาเฟียคงต้องสืบหาข้อมูลได้ดีแน่ หากมีเวลาเธอเองก็จะออกไปสืบด้วยตัวเองเช่นเดียวกัน
ชาลีกลับไปหาเอมอรอีกครั้ง คราวนี้เขาแค่นอนลงและหันหลังให้กับเธออย่างเช่นเคย ชาลีมักจะทำเช่นนี้เสมอตั้งแต่เธอยังตั้งครรภ์อยู่ สำหรับเอมอรมันเลยกลายเป็นเรื่องที่ปกติไปแล้ว
ชาลีหลับตาไปสักพักก็หันกลับมาแกะผ้าที่มัดมือและเท้าของเอมอรออกไปให้เธอ แล้วเขาก็ล้มตัวนอนลงอีกครั้งโดยไม่พูดอะไรกับเอมอร บางครั้งการกระทำเล็กๆ น้อยเช่นนี้ของเขาก็ทำให้เธออบอุ่นที่หัวใจขึ้นมา ถึงเขาจะร้ายแต่ก็ยังมุมที่อ่อนไหวในบางครั้ง
บางทีเขาแค่ไม่รู้ว่าต้องแสดงออกอย่างไรกับเธอ ถ้าหากเธอทำให้เขาตกหลุมรักเธอขึ้นมา เขาจะเป็นผู้ชายที่อบอุ่นให้เธอได้หรือเปล่า เอมอรคิด
คุณอาจจะชอบ





