ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปะป๊านาเนีย

ปะป๊านาเนีย

เมื่อที่ดินผืนสุดท้ายของเธอถูกหมายตาโดยมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของอาณาจักรรีสอร์ทและฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่บริเวณชายแดน การเจรจาธุรกิจจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าทันทีที่ได้พบหน้ากัน ศศิร์ธากลับพบว่าความต้องการของเขาพุ่งเป้าไปมากกว่าแค่เรื่องที่ดิน เพราะเขายังปรารถนาในตัวเจ้าของที่ดินสาวผู้นี้ด้วย แม้เธอจะเป็นม่ายลูกติดที่เคยถูกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่เขาก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองทั้งหัวใจและผืนดินของเธอให้ได้ในคราวเดียวกัน
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ติดต่อไปสิบสามครั้งแล้วครับ แต่...เอ่อ..แต่...แต่ทางนั้นไม่ยอมเจรจาด้วยเลยครับ อะ เอา ตะ แต่ไล่ออกมา”

เสียงรายงานของ ‘คมเดช’ ทนายความส่วนตัวของศศิร์ธาทำให้คิ้วเข้มที่พาดเฉียงกระตุกขึ้นเล็กน้อย ทนายความคนสนิทของเขาทำไมถึงได้มีความไม่มั่นใจในน้ำเสียงแบบนี้ ทั้งยังมีอาการหวาดระแวงขณะรายงานเรื่องการติดต่อซื้อขายที่แปลงเล็ก ๆ แปลงหนึ่งให้เขาได้รับรู้ข้อมูล

ชายหนุ่มเจ้าของวงหน้ากึ่งไทยกึ่งเสี้ยวยุโรปนิ่งไปพักเดียว

เขาอยู่ในท่าก้มหน้าเล็กน้อยเพื่ออ่านรายงานในแฟ้มลับ สายตาคมเข้มสีดำมองจับอยู่ที่เอกสารแบบนั้นเกือบนาที แต่ไม่ได้อ่านเนื้อหาที่ในหน้านั้นเลย เพราะต้องแบ่งสมองไปคิดเรื่องที่กำลังได้ยินเมื่อครู่นี้

ศศิร์ธาหมุนหน้าเพียงเล็กน้อยเพื่อหันไปมองทางทนายความส่วนตัว แล้วจึงเอ่ยถามกลับไป “ทำไมถึงไม่ยอม”

คมเดชยังคงมีหน้าไม่สู้ดี เมื่อต้องรายงานเรื่องเมื่อกี้นี้อีกครั้ง ทั้งเจ้านาย ทั้งเจ้าของที่ต่างกดดันเขาพอกันทั้งคู่ น่ากลัวชะมัด

“พอผมบอกว่ามาติดต่อขอซื้อที่เท่านั้นแหละครับคุณศิธ เจ้าของที่ก็สั่งให้คนถือไม้มาไล่ตีผม ตะโกนด่าบอกแต่ว่าไม่ขาย ไม่คุยอะไรด้วยทั้งนั้น แล้วยัง...ยังจะ...” นึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้นแล้วคมเดชก็เอาแต่อึกอัก ทำท่าจะอาเจียน รายงานต่อไปไม่ไหว

ศศิร์ธาขมวดคิ้วคมเข้มเข้าหากันจนเป็นร่องเล็ก ๆ ร่องรอยประสบการณ์ชีวิตผุดขึ้นตรงหัวคิ้วจาง ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ร่องรอยพวกนั้นไม่ได้ทำให้ผู้ชายวัยเฉียดสี่สิบปีคนนี้ดูแก่ลงเลย กลับเสริมเสน่ห์ให้เขาดูดีมากกว่าพี่น้องร่วมบิดาเดียวกันเสียด้วยซ้ำไป

“คุณคมเดชถามเจ้าของที่ไปตรง ๆ แบบนั้นเลยหรือ”

ศศิร์ธาถามกลับ ชายหนุ่มเจ้าของชื่อศศิร์ธาสุภาพแบบนี้เสมอกับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนงานในฟาร์ม คนรับใช้ในบ้าน หรือแม้แต่สวน รวมถึงคนสนิทหรือคนขับรถของเขาก็ด้วย

แต่ที่ทำให้ศศิร์ธาดูน่าเกรงขาม ก็ตรงน้ำเสียงสุภาพ ๆ นี่เอง เมื่อมันได้บวกรวมกับแววตาที่เขาใช้มองขณะสนทนาด้วยแล้ว ยิ่งทำให้คู่สนทนาหวาดเกรง และมันทำให้ศศิร์ธาต่างจากเจ้านายคนอื่น ๆ ในตระกูลนี้อย่างชนิดที่เรียกได้ว่าไม่ทิ้งฝุ่น

“ก็ เอ่อ ก็…ใช่ครับคุณศิธ”

อะไรกันที่ทำให้ทนายความมือหนึ่งของเขาถึงกับเสียอาการได้ขนาดนี้ ทนายของเขาเอาแต่อึก ๆ อัก ๆ ไร้ความเป็นมืออาชีพไปเลย

ศศิร์ธาพยักหน้าทำนองว่ารับรู้แล้ว สายตาดำเข้มคมลึกมองออกไปยังวิวนอกตัวรถด้วยท่าทางคล้ายครุ่นคิด เขาผ่านสงครามธุรกิจมาหลาย ตั้งแต่กลับจากศึกษาต่อที่ต่างประเทศ เลยพอรู้จักหลากหลายสารพัดทริกที่ฝ่ายตรงข้ามหยิบยกขึ้นมาใช้ เขาเจอมาแทบจะทั้งนั้น ล้วนแล้วแต่ใช้วิธีการคล้ายคลึงกันทั้งหมด

ศศิร์ธารู้ข้อมูลมาว่าเจ้าของที่พักอยู่ตรงที่ดินแปลงนั้น พวกเขาปลูกพืชผักสวนครัว รวมถึงผลไม้ท้องถิ่น อยู่กินแบบพอเพียงตามค่านิยมที่ผู้คนบางกลุ่มใช้กันมานาน หรือบางกลุ่มก็เพิ่งจะเริ่มนำมาใช้ดำเนินชีวิตกัน แต่นั่นไม่ใช่ค่านิยมสำหรับศศิร์ธา

มุมปากของศศิร์ธาขยับขึ้นเป็นรูปโค้งขึ้นเพียงนิดเดียว พร้อมกับความคิดในหัวที่ว่า หากเงินไม่มากพอจะซื้อขาย และเจ้าของที่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน มักไม่ยินยอมเจรจา นั่นต่างหากปัญหาที่แท้จริง

ศศิร์ธาไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น เขานั่งเงียบเพื่อพิจารณาเรื่องงาน จนเห็นว่ารถเลี้ยวเข้าไปในถนนเส้นเล็กที่ไม่ได้ลาดด้วยยางมะตอยหรือคอนกรีตแบบที่คุ้นเคย แต่เป็นดินลูกรังตลอดเส้นทาง ก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นอีกเล็กน้อย ๆ ปล่อยลำตัวให้เอนไปตามแรงกระแทกซ้ายบ้างขวาบ้างจนถึงจุดหมาย

เมื่อรถจอดลงแล้ว ศศิร์ธามองตรงไปยังเบื้องหน้าที่เป็นผืนดินแปลงที่เขาต้องการนำมาขยายไปพร้อมกับแปลงข้าง ๆ ที่กว้านซื้อไว้แล้วเมื่อหลายเดือนก่อน

นี่สินะคู่ค้าที่เขาต้องลงมาเจรจาด้วยตัวเอง

ศศิร์ธาเห็นบ้านไม้กึ่งปูนหลังไม่ได้ใหญ่นัก ปลูกสร้างบนพื้นที่รวมแล้วไม่เกินยี่สิบไร่ ภายในนั้นมีสวนผลไม้หลากหลายชนิดแบบที่เก็บกินได้ทั้งปีตามฤดูกาล ลักษณะคล้ายปลูกกินเองในครัวเรือนมากกว่าจะเป็นในเชิงพาณิชย์

ศศิร์ธาเก็บรวบรวมข้อมูลตามที่ตาเห็น เพื่อใช้ต่อรองกับเจ้าของที่ดิน

เขาแตะที่เปิดประตูเตรียมผลักออกไป แล้วยกขาแข็งแรงทั้งสองข้างย้ายลงไปวางบนพื้นดินพร้อมกับยืดตัวตรงเต็มความสูงเมตรแปดสิบเซนต์ ชายหนุ่มมองสำรวจรอบบริเวณอีกทอดหนึ่งแล้วถึงออกเดินเข้าไปยังพื้นที่ด้านใน ไม่มีใครสักคน

เขาเดินลึกเข้าไปอีกตรงหลังบ้าน แว่วเสียงคุยกันที่ตรงด้านหลังของบ้านนั่นเอง สายตาคมเข้มกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วค่อยเดินตรงไปตามเสียงที่ได้ยิน

“เขามาหลายรอบแล้วจ้ะ ครั้งล่าสุดเอาไม้ฟาดเข้าให้ แล้วก็จับอีตาแว่นไว้ได้ ขู่ว่าจะเอาขี้หมายัดปาก เลยหน้าซีดวิ่งกลับไปขึ้นรถแทบไม่ทัน”

ศศิร์ธาฟังนิ่ง ๆ นี่เองที่ทำให้คมเดชหน้าซีดเซียว ทำท่าจะอาเจียนตอนรายงานความคืบหน้าให้เขาฟัง เมื่อตอนอยู่บนรถ คนพวกนี้ไร้อารยะถึงกับจะเอาอุจจาระสุนัขยัดปากทนายความของเขาเลยหรือ ศศิร์ธาส่ายหน้าด้วยอาการเอือมระอา

“นี่ถ้ามันมาอีก บอกตาเลยดีไหม ถ้าตารู้นะ จะต้องเข้าไปเอาปืนมายิงหัวพวกนั้นแน่นอนเลย” เสียงที่ฟังดูมีอายุบอกสำทับอย่างกระแทกกระทั้นใส่อารมณ์ คงนึกโกรธนั่นเอง

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง”

“แล้วพวกนั้นบอกไหมว่าจะซื้อไปทำอะไร”

“ไม่ได้บอกหรอกแม่” เสียงหวานใสเรียบเอื่อยเสียงนั้นทำให้ศศิร์ธาต้องหยุดฟัง หัวใจของเขาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงนั้น ศศิร์ธาขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด พยายามมองเข้าไปตรงสวนแต่ไม่เห็นเจ้าของเสียงนั่นที่กระตุกหัวใจของเขา

“บอกแต่ว่าเป็นตัวแทนจากเจ้าของที่ข้าง ๆ เรานี่แหละ นี่เขาได้ที่ไปตั้งเยอะแล้ว ซื้อที่ยายหนั่นไปนั่นก็ตั้งเป็นหลายร้อยไร่ ไม่รู้ว่าจะมาอยากซื้อที่ของเราทำอะไรอีก”

“ใช่พวกธุรกิจสีเทา ๆ ดำ ๆ อะไรนั่นที่ออกข่าวหรือเปล่า”

“น่าจะใช่มั้งแม่”

“หน้าด้าน! ที่ของตัวเองกว้างออกขนาดนั้นยังจะอยากได้ที่ของคนอื่น”

“นั่นสิ แล้วแบบนี้ถ้าเจ้าของตัวจริงเข้ามาคุยเอง พวกเราจะเอายังไงกันดี”

“ก็ไม่เอาไงหรอก บอกเหมือนเดิมไปนั่นแหละว่าไม่ขาย” เสียงเรียบเอื่อยเสียงนั้นบอกขึ้นอย่างนุ่มนวล แต่เต็มไปด้วยความมั่นคงอยู่ในน้ำเสียงของเธอ

ศศิร์ธาขมวดคิ้วสงสัยให้กับเสียงที่กระตุ้นแรงเต้นของหัวใจของเขา จนเผลอยกมือขึ้นแตะลงตรงหน้าอกด้านซ้ายเบา ๆ ทำไมหัวใจของเขาถึงได้กระแทกจังหวะแรงขึ้นแบบนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย ทิ้งให้ตาย: บาปของเจ้าพ่อ
8.7
เมื่อเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลในกรุงเทพฯ ปฏิเสธการมีทายาทกับฉัน แต่กลับไปแอบมีลูกกับหญิงตระกูลอริ ความจริงที่เจ็บปวดนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงที่เขาผลักฉันจนแท้ง และเมียน้อยของเขาก็ทิ้งฉันให้ตายอย่างโดดเดี่ยวที่ก้นเหว ทว่าฉันรอดชีวิตและกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะสถาปนิกชื่อดังระดับโลก จนเขาต้องเป็นฝ่ายมาคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ฉันกลับไปหา แต่หัวใจที่ถูกทำลายลงไปแล้วจะยอมให้อภัยการทรยศที่แสนเลือดเย็นนี้ได้จริงหรือ
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักนายบอดี้การ์ดจอมโหด
8.9
เซียวเฟิง บอดี้การ์ดหนุ่มมาดขรึมต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ เมื่อเขาได้รับมอบหมายให้คุ้มครองทั้งชีวิตและความบริสุทธิ์ของเมริสา ลูกสาวมาเฟียสาวสวยผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน แม้เขาจะพยายามรักษาความเย็นชาเพื่อทำตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพียงใด แต่ความใกล้ชิดจากการต้องอยู่ร่วมกันตามลำพังกลับทำให้กำแพงในใจเริ่มสั่นคลอน เมื่อหญิงสาวเลือกที่จะรุกเข้าหาอย่างเร่าร้อนเพื่อทลายหน้ากากอันเฉยเมย เขาจะทนฝืนความต้องการที่พลุ่งพล่านเพื่อรักษาจรรยาบรรณได้นานแค่ไหน
หน้าปกนวนิยาย Sign on love   เดิมพันรัก มาเฟียร้าย
9.0
มินตรา ดาราสาวพราวเสน่ห์ผู้ถูกตราหน้าว่าหยิ่งยโส ตัดสินใจใช้มารยาหญิงทุกวิถีทางเพื่อล่อลวง กรรฐ์ มาเฟียหนุ่มในคราบคุณหมอผู้เย็นชาให้ติดกับดักหัวใจ ท่ามกลางเกมความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นความในใจไว้ภายใต้ท่าทีเฉยเมย มินตราไม่เคยล่วงรู้เลยว่าชายหนุ่มที่เธอพยายามยั่วยวนนั้นได้ถลำลึกตกหลุมพรางรักของเธอไปนานแล้ว เดิมพันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบว่าใครจะเป็นฝ่ายเผยความลับก่อนกัน ในเมื่อความรักถูกใช้เป็นเครื่องมือพิชิตใจมาเฟียร้าย
หน้าปกนวนิยาย ไซเรน…มาเฟียร้ายคลั่งรัก (Siren & Tier)
9.7
ไซเรน มาเฟียหนุ่มสุดเถื่อนวัย 29 ปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่แฝงด้วยความอันตราย ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเมื่อถูกช่วยชีวิตโดย เทียร์ นักศึกษาสาววัย 23 ปี จากมาเฟียผู้โหดร้ายต่อคนทั้งโลก เขากลับปฏิญาณตนว่าจะยอมเป็นเด็กดีและคลั่งรักเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ทว่าการก้าวเข้ามาของเขากลับทำให้ชีวิตอันสงบสุขของเทียร์ต้องสั่นคลอน เมื่อต้องรับมือกับคำขอแต่งงานสุดแปลกและการรุกรานที่หาความปกติไม่ได้จากชายหนุ่มที่พร้อมจะสยบแทบเท้าเธอ
หน้าปกนวนิยาย สิเน่หาต้องมนต์
8.9
ชีวิตดั่งเจ้าหญิงของทานตะวันพังทลายลงเมื่อธุรกิจกาสิโนของบิดาล้มเหลว จนเธอต้องกลายเป็นสินค้าขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้มหาศาลให้กับโนเอล จอห์นสัน มาเฟียหนุ่มผู้ดิบเถื่อนที่จ้องจะครอบครองเธอมาตลอด แม้เธอจะพยายามขัดขืนต่อการคุกคามของเขาเพียงใด แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่คือโนเอลยอมปล่อยเงินกู้ก้อนนี้เพราะหลงเสน่ห์เธอจนถอนตัวไม่ขึ้น เขาเฝ้ารอเวลานี้เพื่อบีบให้เธอไร้ทางเลือก และวิธีเดียวที่ทานตะวันจะอยู่รอดได้คือการยอมจำนนอยู่ใต้เงื้อมมือของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง