
ลูกหนี้รักมาเฟียร้าย
ตอน 3
“ลัน… เจ๊ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ เจ๊อยากให้ลันเข้าใจว่าลูกค้าคนเมื่อสักครู่เส้นใหญ่จริงๆ เจ๊ไม่อยากมีปัญหาด้วย” เจ๊นกยกมือขึ้นมาลูบบ่านาลัน สายตาของหญิงวัยสี่สิบเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องให้พนักงานคนสนิทออกจากงานทั้งที่เธอไม่ได้เริ่มก่อนด้วยซ้ำ
“หนูเข้าใจค่ะเจ๊ นายคนนั้นคงเป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพลที่สามารถสั่งปิดร้านเจ๊ได้ เจ๊มีลูกน้องอีกหลายชีวิตที่ต้องเลี้ยงดู ไม่คุ้มหรอกที่ต้องมาแลกกับลันคนเดียว”
“เห้อ ขอบใจนะที่เข้าใจเจ๊ เอางี้ถ้าร้านคนรู้จักของเจ๊รับสมัครพนักงานเมื่อไร เจ๊จะรีบโทรบอกลันนะ” มือเล็กที่สวมทองคำแท้ควักเงินจำนวนหนึ่งในนาลัน ก่อนจะที่สวมกอดและบอกลากัน การเสียพนักงานที่นิสัยดีและซื่อสัตย์ไปคนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจกันได้ง่ายๆ
หลังจากที่ถูกไล่ออก หญิงสาววัยสี่สิบสองร่างเล็กผิวขาวผมยาวสลวยในชุดวาบหวิวสีแดงเดินเหม่อลอยไปตามทางเรื่อยๆ จุดหมายปลายทางคือร้านน้ำเต้าหู้มาโนชที่พ่อเธอขายประจำ
ทว่าช่วงนี้พ่อของเธอไม่ค่อยสบาย ทำให้น้องชายวัยยี่สิบซึ่งอยู่คนละมหาวิทยาลัยอย่าง ‘นีโอ’ ต้องขายน้ำเต้าหู้แทน โดยจะขายช่วงเวลาที่กลับจากมหาวิทยาลัย
“ไงนีโอวันนี้ขายดีไหม เหนื่อยหรือเปล่า?”
“ก็ดี… แต่เอ๊ะ ทำไมชุดทำงานพี่มันสั้นแบบนี้ล่ะ” นีโอที่กำลังเก็บล้างกระบวยตักน้ำเต้าหู้ หันมาถามพี่สาวที่ดูเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นพนักงานในบาร์สาธร
“ก็เจ๊เจ้าของร้านบอกว่าชุดเดิมมันยาวไป เลยสั่งเปลี่ยนยกเซ็ทเลย”
“อีกนิดก็สั้นเสมอหูแล้ว” นีโอพูดประชด หากจะห้ามไม่ให้พี่สาวไปทำงานกลางคืนก็คงไม่ได้เพราะช่วงนี้หนี้สินที่บ้านรุมเร้าแถมพ่อยังมาป่วยอีก
“ไม่ต้องรอให้เสมอหูหรอก พี่ถูกไล่ออกแล้ว”
“หา! เรื่องอะไรอ่ะพี่ ทำไมจู่ๆ ถึงโดนไล่ออก?” นีโอหันควับเมื่อรู้ว่าพี่สาวถูกไล่ออกกระทันหันทั้งที่สนิทกับเจ๊นกเจ้าของบาร์ราวกับเพื่อนสนิทที่ถึงแม้จะคนละช่วงวัยก็ตาม
นาลันเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นีโอฟังทำให้เจ้าตัวถึงกับอ้าปากหวอ สงสัยพี่สาวเขาคงทำบุญน้อยไปหน่อยเลยเจอของจริงเข้าให้
“นายคนนั้นคงเส้นใหญ่จริงแฮะ แต่เจ๊ก็แกเกินไปไหมแทนที่จะไฝว้ให้พี่ แต่นี่อะไรดันยอมแพ้ซะงั้น”
“พี่ว่าเจ๊แกก็ไม่ผิดอะไรหรอก เป็นเจ้าของร้านก็ต้องรักษาลูกค้าไว้ ส่วนลูกจ้างที่ทำงานถวายหัวอย่างเรา ต่อให้ทำดีแค่ไหน ถ้าเขาจะให้ออกก็ต้องออกเท่านั้น แต่เจ๊แกก็ดีนะให้เงินพี่มาก้อนหนึ่งด้วย ถ้าเป็นนายจ้างคนอื่นก็คงไม่ได้หรอก”
“ช่างเถอะพี่ คิดซะว่าเป็นคราวซวยของเราก็แล้วกัน ไว้ค่อยหางานใหม่นะ” นีโอปลอบใจพี่สาวด้วยการใช้ให้เธอยกชั้นวางแก้วไปวางบนรถกระบะ
“ว่าแต่พ่อมาโนชเป็นไงบ้าง?”
“ยังไม่ดีขึ้นเลย เงินที่พี่ให้ไว้ใกล้หมดแล้วนะ อาทิตย์หน้าหมอนัดให้พ่อไปตรวจอย่างละเอียด คงต้องจ่ายหลายหมื่น”
เมื่อได้ยินเรื่องค่าใช้จ่ายในการพาพ่อไปหาหมอ นาลันก็ควักกระเป๋าสตางค์หยิบเงินที่เจ๊นกให้มาวันนี้ ยื่นให้นีโออย่างไม่ลังเล ถึงแม้เธอจะเหลือเงินติดตัวไม่กี่ร้อยก็ตาม
มาโนชเป็นพ่อของนีโอแต่ไม่ใช่พ่อแท้ๆของนาลัน ทว่ามาโนชก็เลี้ยงนาลันมาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อแม่ของเธอเสียไปแล้วทั้งคู่ เธอต้องทำทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตพ่อบุญธรรมที่แสนดีคนนี้ให้ได้
“เหนื่อยว่ะพี่ ฉันรู้สึกว่าพยายามหาเงินเท่าไรก็ไม่พอสักที” นีโอยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อ ไม่วายตัดพ้อถึงชีวิตตัวเองที่ไม่เคยได้สัมผัสกับความสุขสบายสักครั้ง
“จะท้อทำไม มันต้องมีทางอื่นดิ แต่พี่ขอคิดก่อนนะว่าจะเอาไงต่อ” ฝ่ามือบางตบบ่าน้องชายเบาๆ เพื่อปลุกใจ ถึงจะเหนื่อยยากแค่ไหนก็ห้ามท้อเด็ดขาด ถ้าท้อหรือถอยแม้แต่ก้าวเดียวคงได้อดตายกันทั้งครอบครัว
ระหว่างนั้นรถเอ็มวีพีหรูขับมาจอดติดไฟแดงหน้าร้านน้ำเต้าหู้มาโนช ดวงตาคมกริบบนใบหน้าหล่อขาวซึ่งมีส่วนผสมของความเป็นลูกครึ่งฮ่องกงมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็นสองพี่น้องกำลังเก็บร้านพอดี
“นี่มันยัยเด็กเชียร์เบียร์ที่เพิ่งถูกไล่ออก สงสัยได้งานใหม่เป็นเด็กขายน้ำเต้าหู้แทน” ปากหยักได้รูปพูดกับคนขับรถ ก่อนจะยกขาขวาขึ้นมาไขว่ห้าง
“คุณเควินรู้จักสองคนนี้หรอครับ?” คนขับรถถามกลับเจ้านายตัวเองพลางหันหน้าไปมองชายหญิงที่กำลังเก็บของในร้านน้ำเต้าหู้
“หึ! ไม่รู้หรอก และก็ไม่อยากรู้ด้วย”
พูดจบเควินก็เลื่อนโทรศัพท์อ่านข่าวต่อไป ยัยเด็กนั่นก็แค่สาวเชียร์เบียร์ที่มีความสวยตามแบบพิมพ์นิยมที่ทำตัวไร้มารยาทใส่เขา ไม่ได้มีอะไรที่ทำให้เขาต้องรู้สึกสงสารหรือแยแสเธอสักนิด
สิ่งที่เขาสนใจจะมีก็แต่ธุรกิจที่ทำกำไรให้เขามหาศาลกับของสะสมโบราณที่เขามักไปประมูลเพื่อนำมาประดับบารมี
คุณอาจจะชอบ





