
เพลย์บอยทวงรัก
ตอน 2
บทที่.1 Forget it...
โครม!
เสียงตัวถังรถยนต์ครูดกับพื้นถนนดังแสบแก้วหู ประกายไฟแลบแปลบปราบ ก่อนที่รถยนต์หรูจะพลิกคว่ำ หลายตลบ...กลิ้งหลุ่นๆ ลงไปตามถนนที่ทอดยาวลงไปยังตีนเขา ห่างจากเหวลึกไม่ถึง10เมตร รถยนต์หรูคันนั้นก็จอดสนิท...แต่ในสภาพที่ใครก็ตามมองเห็นคงได้แต่ร้องอุทานหาพระเจ้า...
ตัวถังด้านหน้ายุบเข้าหาช่วงกลางของตัวรถ สภาพภายนอกเสียหายอย่างหนัก กระจกนิรภัยแตกละเอียด...และหากเป็นรถยนต์ราคาปานกลางคงไม่เหลือเค้าโครงที่ดีแบบที่เห็น แต่นี่... เป็นรถหรูราคามากกว่า10ล้าน สภาพยังดูไม่ได้...ดังนั้นไม่ต้องเดา...ผู้โดยสารรวมทั้งคนขับ จะเป็นเช่นไร...
เสียงไซเรนดังแว่วมาแต่ไกล หญิงสาวที่อยู่เบาะหลังรถหรู ปรือตามองรอบตัวอย่างลำบาก เธอเจ็บร้าวไปตลอดลำตัว แขนและขา ชาจนขยับไม่ได้ ใบหน้าอาบไปด้วยลิ่มเลือดๆ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาจากปาก เมื่อด้านในร่างกายชอกช้ำไม่แพ้กัน
หวันยิหวาสะดุ้งเฮือก!!
เธอฝันถึงคืนนั้นอีกแล้ว...ในฝันเธอจำได้แค่...เธอเกิดอุบัติเหตุหนักแทบเอาชีวิตไม่รอด...นอกนั้นจำอะไรไม่ได้อีกเลย
มือเรียวบางยกขึ้นปิดใบหน้า พยายามเพ่งความคิดย้อนนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น...เธอไปทำอะไรที่นั่น แล้วรถยนต์ในฝัน คันนั้นมันเหลือเชื่อ... คนธรรมาดาอย่างเธอจะได้มีโอกาสแตะต้อง...ชุดที่สวมใส่ก็เช่นกัน มันหรูหราเกินกว่านักศึกษาจบใหม่ ที่ไปเที่ยวด้วยเงินจำนวนจำกัดจะสวมใส่ได้...แต่ไม่ว่าจะพยายามเค้นความคิดตนเองเท่าไหร่...เธอก็จำอะไรไม่ได้เลย แถมความรู้สึกเจ็บแปลบในอกนี่อีก น้ำตาของเธอไหลออกมาทุกครั้ง หากย้อนนึกถึงวันนั้น...
เธอลืมอะไรไปเหรอ?...เรื่องที่เกิดขึ้นมันร้ายแรงเสียจน สมองสั่งการของเธอยังต้องปิดกั้นไว้...
หญิงสาวกัดริมฝีปากล่าง...กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ เมื่อเค้าหน้าใครบางคนแวบเข้ามาในสมอง...แต่ก็แค่เพียงชั่วครู่เดียว ก่อนจะเลือนหายไปเหมือนทุกครั้ง...
ตืดๆ
โทรศัพท์ส่วนตัวดังเตือน หญิงสาวหยิบขึ้นมาจากหัวเตียง สไลด์หน้าจอกดปิด เมื่อเธอตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ช่วงเวลาเช่นนี้คือการออกกำลังกาย เธอต้องมีวินัย หากอยากกลับมาแข็งแรงดังเดิม...
หญิงสาวสะบัดผ้าห่มผืนบางออกจากตัว ก้าวลงจากเตียงนอน ไม่ลืมหยิบผ้าเช็ดตัวเนื้อนุ่มติดมือมาด้วย
หวันยิหวาไม่ได้อาบน้ำเธอแค่แปรงฟันกับล้างหน้าให้สดชื่นขึ้น ถอดชุดนอนลายการ์ตูนที่ชื่นชอบ เปลี่ยนเป็นกางเกงวอร์มขายาวกับเสื้อยืดแขนยาวมีฮูดด้านหลัง...
บ้านพักของบิดาอยู่ติดชายทะเล บรรยากาศน่าอยู่ และทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคย บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความทรงจำวัยเด็ก มีรูปของเธอทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงเวลาปัจจุบัน...แต่ความทรงจำนั่น ไม่เหลืออยู่ในสมองของเธอเลย
“หวาไปวิ่งนะคะแม่...” หญิงสาวชะโงกหน้าร้องบอกมารดาที่กำลังสาละวนอยู่หน้าเตา
ก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ออกไปจากตัวบ้าน ออกกำลังกายแบบที่เธอถนัด...ดีกว่านั่งทุกข์ใจให้คนรอบตัวเป็นห่วง
กลิ่นไอทะเลเค็มๆ ลอยมาปะทะไปหน้า ฝูงนกนางนวลโผบินไปมาหยอกเย้ากับฝูงปลาตัวเล็กที่ขึ้นมาเล่นแสงแดดบนผิวน้ำ นกตัวใหญ่โผลงไปขย้ำปลาชะตาขาด จนผืนน้ำแตกกระจาย...หวันยิหวามองนิ่งๆ เธอสงสารทั้งปลาและนก เมื่อมันเป็นวัฏจักรที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้...สิ่งมีชีวิตบนโลกต้องดิ้นรนให้ตนเองอยู่รอด มันอาจจะโหดร้ายไปสักหน่อย...แต่มันคือสัจธรรม
หญิงสาววิ่งไปหยุดที่ชายทะเล กางมือออกด้านข้าง พร้อมกับเริ่มออกกำลังกายช้าๆ
หวันยิหวาทำแบบที่มาเกือบ1เดือน มันช่วยให้เธอแข็งแรงขึ้น...แต่ก็ยังจำอะไรไม่ได้อยู่ดี...
พระอาทิตย์เริ่มพ้นผิวน้ำมากขึ้น และเธอก็รู้สึกล้า...จึงหมุนตัวกลับ วิ่งเหยาะๆ กลับที่พัก เหมือนทุกวัน
หวันยิหวานั่งท้าวคาง...มองภาพบนจอโทรทัศน์ที่แขวนอยู่ข้างพนัง...ข่าวด่วนเกี่ยวกับวงการธุรกิจข้ามชาติ การร่วมมือกันลงทุนปลูกสร้างตึกสูงระฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศไทย ระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่กับนักธุรกิจต่างชาติ เธอไม่ได้สนใจรายละเอียด เพียงแต่สะดุดหูกับประเทศที่เข้ามาร่วมทุน...บริษัทใหญ่ครั้งนี้ ไม่ได้มากจากประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา หรือจีนที่เกือบเป็นเจ้าโลก...เป็นประเทศในฝันที่ศิลปินต้องไปให้ถึง เพื่อชื่นชมศิลปะเก่าแก่...อิตาลี...นายทุนที่เข้ามาร่วมมือกับบริษัทยักษ์ เพื่อเนรมิตอาคารสูง บนเนื้อที่หลายร้อยไร่...
“พี่หวา...ขวัญไปเรียนนะ อยู่คนเดียวได้มั้ยคะ?”
คุณอาจจะชอบ





