ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ได้โปรดอย่าเอ่ยว่าท่านเกลียดข้า

ได้โปรดอย่าเอ่ยว่าท่านเกลียดข้า

เมื่อหญิงสาวต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างโลก เธอก็ได้รับความเมตตาและการดูแลอย่างทะนุถนอมจากท่านชายหนิงหลงผู้สูงศักดิ์ แต่ท่ามกลางความอ่อนโยนนั้นกลับแฝงไปด้วยความกังขาที่ไม่อาจสลัดทิ้งได้ เพราะใบหน้าของเธอนั้นช่างละม้ายคล้ายคลึงกับอดีตคนรักที่ล่วงลับไปของเขาเหลือเกิน หรือแท้จริงแล้วความรักที่เขามอบให้จะเป็นเพียงเงาสะท้อนของใครอีกคน และความสัมพันธ์ครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรเมื่อความจริงปรากฏชัดเจน
ตอน
แชร์

ตอน 3

“...”

พอลืมตาขึ้นมาเห็นเพดานที่ไม่คุ้นเคย ความทรงจำก็ย้อนกลับเข้ามาในหัว

ฉันกำลังกลับบ้าน อยู่ดีๆ ก็มีแสงปรากฏขึ้นใต้เท้า และฉันหล่นตุ้บทับผู้ชายคนหนึ่ง หลังจากนั้น...ก็มาตื่นที่นี่

ฉันปัดผ้าห่มไปด้านข้างก็เห็นว่าตัวเองยังสวมชุดนักเรียน

ห้องที่ฉันอยู่ตอนนี้ดูเหมือนหลุดมาจากบ้านเก่าหรือเซ็ตถ่ายละคร มีหน้าต่างฉลุบานใหญ่ พื้นไม้ปูพรมลายสวย โต๊ะเขียนหนังสือตัวเตี้ย ฉากกั้นที่มีลายภูเขาและแม่น้ำ...

พอรวมเรื่องนี้กับผู้ชายแต่งชุดจีนที่เจอตอนหล่นมาที่นี่...

นี่ฉันหลุดเข้ามาใน...จีนโบราณ?

ถึงอยากพูดแบบนั้น แต่พอเปิดปากก็มีแต่ลมออกมาเหมือนเดิม

ฉันยกมือกุมลำคอ ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติแต่กลับไม่อาจเปล่งเสียงได้ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?

ฉันลงจากเตียง พอเหยียบพื้นไม้ก็มีเสียงเอี๊ยดดังขึ้น ฉันเดินไปที่หน้าต่างและมองออกไป

...ธรรมดากว่าที่คิด ฉันนึกว่าจะเจอสระบัวหรือศาลากลางน้ำ แต่สิ่งที่เห็นคือแปลงผัก ฉันไม่ได้มีความรู้เรื่องพืชผักขนาดนั้นแต่พอบอกได้ว่าที่เรียงกันอยู่ด้านหนึ่งคือผักกาดอะไรสักอย่าง ต้นเตี้ยๆ ตรงนั้นคงเป็นถั่วสักชนิด และด้านข้างยังมีมะเขือเทศ

ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาบ่าย แสดงว่าฉันนอนมาเกินครึ่งวัน

พอฉันถอยห่างจากหน้าต่างก็เหยียบพื้นจนลั่นเอี๊ยดอีกครั้ง พอดีกับมีคนเคาะประตู ฉันกำลังจะบอกให้เข้ามาแต่ลืมไปว่าตัวเองไม่มีเสียง ขณะจะเดินไปเปิดประตู ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้เรื่องที่ฉันเปล่งเสียงไม่ได้จึงเชิญตัวเองเข้ามาในห้อง

“ขออนุญาตขอรับ”

คนที่เข้ามาเป็นเด็กหนุ่มคนละคนกับชายหนุ่มที่ฉันล้มทับก่อนหน้านี้ น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน

เขารวบหางม้า ทำหน้าเหมือนโกรธใครอยู่ทั้งที่น้ำเสียงฟังดูสุภาพ ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นดวงตาคมกริบชวนให้นึกถึงเหยี่ยว เด็กหนุ่มสวมเสื้อแขนกุดติดกระดุมหน้าและกางเกงหลวมๆ เดินเท้าเปล่าเข้ามาในห้อง

เขาถือผ้าเข้ามาตั้งหนึ่งและวางมันลงบนเตียง พอฉันส่งสายตาแทนคำถาม เขาก็ยืดตัวขึ้น

“เสื้อผ้าของท่าน”

“...”

“...”

“...”

ความเงียบโรยตัวลงเมื่อเขาไม่ขยายความและฉันพูดไม่ได้ เด็กหนุ่ม มองฉันสลับกับกองเสื้อผ้า ในที่สุดก็พูดว่า

“ข้าน้อยจะไปยกน้ำชามา”

ฉันพยักหน้าอีกครั้งและมองเขาออกจากห้อง ขณะกำลังปิดประตูไม้ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดิน

“ถิงถิง!” เด็กหนุ่มขึ้นเสียง ฝีเท้านั้นหยุดอยู่หน้าห้องพอดิบพอดี ก่อนที่ใครบางคนจะกระชากประตูเปิดออกโดยไม่สนใจเสียงทักท้วง

“เจเจ้! มาเป็นเพื่อนกับถิงถิงนะ!”

“...?!”

ฉันโดนร่างเล็กพุ่งเข้าใส่จนล้มทับตั้งเสื้อผ้าที่เด็กหนุ่มอุตส่าห์วางไว้ให้อย่างดีเมื่อครู่นี้

คนที่พุ่งชนฉันเป็นเด็กหญิงตัวเล็กผมยาว อายุน่าจะสักห้าหกขวบ อยู่ในเสื้อผ้าสีสันสดใส ดวงตาเธอกลมโต แก้มนุ่มๆ เป็นสีชมพู

“ซูเหลียงกับหนิงหลงซิงแซไม่ว่างมาเล่นกับถิงถิงเลย เจเจ้! เจเจ้มาเล่นกับถิงถิงนะ!”

“ถิงถิงขอรับ...”

เด็กหนุ่มเข้ามาดึงคอเสื้อ ‘ถิงถิง’ ให้ถอยจากฉันเหมือนกำลังจับสัตว์ตัวเล็กๆ กลับเข้ากรง ถิงถิงยืนทำแก้มป่องในขณะที่เด็กหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ

“ถิงถิง...ตื่นเต้นนี่นา...” เธอแก้ตัวเสียงเล็ก

“ขอรับ...แต่จะพุ่งชนคนจนล้มไม่ได้ เข้าใจไหม?” เด็กหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะเบนสายตาไปทางกองเสื้อผ้า ท่าทางจะไม่อยากพับมันอีกรอบ เขาจึงหันกลับไปหาเด็กหญิง “...ฝากสอนเจเจ้ใส่เสื้อผ้าด้วย ถิงถิงเป็นพี่สาวแล้ว”

“ถิงถิงเป็นพี่สาวแล้วเหรอ?”

“สอนนางเหมือนที่นายท่านเคยสอน” พูดจบก็ผลุบออกจากห้อง

ฉันรู้สึกเหมือนเขาพยายามโยนภาระในการรับมือเด็กคนนี้มาให้ฉัน แต่เอาเถอะ... ถ้าเขาไม่สะดวกใจ ฉันรับหน้าที่ดูแลเธอแทนก็ได้ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นเด็กไม่ดี

“เจเจ้... ซูเหลียงบอกว่าเจเจ้พูดไม่ได้” เธอถามฉันตาแป๋ว

ฉันไม่แน่ใจว่าซูเหลียงคือใครระหว่างเด็กหนุ่มที่เพิ่งเดินออกไปก่อนหน้าหรือผู้ชายที่ฉันล้มทับ ได้แต่พับข้อสงสัยนั้นไว้ก่อนและพยักหน้า

“เจเจ้...เดินทางมาไกลคงเหนื่อยสินะ ถิงถิงเองก็มาจากที่ไกลมากๆ ไกลมากๆๆ เหมือนกัน” เด็กหญิงกระโดดขึ้นมานั่งบนเตียง “หนิงหลงซิงแซ บอกว่าถิงถิงมาโผล่ที่นี่ด้วยเวทมนตร์เคลื่อนย้ายล่ะ!”

เวทมนตร์...? เดี๋ยวก่อนนะ ที่สำคัญกว่าคือ ถิงถิงมาจากที่ไกลมากๆ เหมือนกันหมายความว่ายังไง?

ถึงไม่รู้ว่าส่วนไหนเป็นเรื่องหลอกเด็กและส่วนไหนเป็นเรื่องจริง แต่ฉันควรฟังเธอไว้ก่อน

“เจเจ้เหมือนกับถิงถิงเลย มีแสงว้าบ! แล้วก็มาโผล่!” ถิงถิงหัวเราะ “อย่างน้อยหนิงหลงซิงแซก็บอกแบบนั้น ถิงถิงนอนกลางวันอยู่เลยไม่เห็นตอนเจเจ้มา”

“...” ฉันพยักหน้าแรงๆ แสดงให้เธอเห็นว่าฉันตั้งใจฟังอยู่

“แต่เสื้อผ้าเจเจ้ดูแปลกจัง! เหมือนเสื้อผ้าของคนต่างแคว้นที่ถิงถิงเคยเห็นในหนังสือเลย!”

ยิ่งคุยกับเธอยิ่งได้ข้อมูลใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เดี๋ยวก่อนนะ แล้วทำไมฉันฟังคนพวกนี้รู้เรื่องล่ะ? มีคำถามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฉันจึงตัดสินใจชี้กองเสื้อผ้าให้เธอสอนฉันใส่

ถิงถิงเป็นครูที่ดีกว่าที่คาด เธอยืดอกว่าตัวเองเป็นพี่สาวต้องช่วยเหลือฉันที่มาใหม่

พอได้ยินเด็กหญิงกล่าวเช่นนั้นก็เข้าใจขึ้นมาอย่างหนึ่งว่า เธอกับเด็กหนุ่มผมหางม้าคงอยู่ด้วยกันมานาน เขาจึงรู้วิธีหลอกล่อเธออย่างมีประสิทธิภาพ

เสื้อผ้าประกอบไปด้วยกางเกงผ้าฝ้ายตัวบาง เสื้อชั้นในที่ต้องผูกข้างหลัง และเสื้อนอก

เดี๋ยวก่อนนะ...นี่พวกเขาไม่ใส่กางเกงในกันเหรอ? ถิงถิงที่ถอดชุดออกเพื่อแต่งตัวไปพร้อมฉันเองก็ไม่ได้ใส่อะไรไว้ข้างใต้

เดี๋ยวก่อนๆ อย่างนี้ถ้าประจำเดือนมาจะทำยังไงล่ะ...?

ขณะถิงถิงกำลังเล่นอยู่ในกองเสื้อผ้า ฉันก็แอบถอดกางเกงในออกและซุกเอาไว้ใต้เตียงพร้อมถุงเท้า เสื้อซับใน และเสื้อใน เดี๋ยวค่อยเอาไปซัก...

เสื้อชั้นในเป็นผ้ารูปสามเหลี่ยม ฉันเอาคล้องคอและผูกเชือกข้างหลังก็ใส่เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นก็สวมกางเกงฝ้ายและผูกเชือกรอบเอวไม่ให้หลุด

ฉันสวมเสื้อนอกท่อนบนก่อน มันเป็นเสื้อแขนยาวหลวมๆ ที่ต้องผูกเชือกข้างหน้าเส้นเดียวจบ ยังเห็นเสื้อชั้นใน แต่คิดว่ากระโปรงอีกตัวน่าจะทับได้พอดี

“หลังจากนั้นก็อันนี้!” ถิงถิงพยายามกางกระโปรงให้เห็น มันเป็นผ้ายาวๆ ผืนหนึ่งที่มีเชือกให้รัด เด็กหญิงห่อมันรอบด้านหลังตัวฉันครึ่งทบและบอกให้ฉันผูกเชือกเส้นตรงมุมที่ฉันถืออยู่เข้ากับเส้นตรงกลาง

ฉันพยักหน้าทำตามที่เด็กน้อยสั่งทุกอย่าง ทำให้เธอชอบใจทีเดียว

ฉันนึกถึงน้องชายตัวเองขึ้นมา เวลาฉันทำตามที่เขาอยากให้ทำ เขาจะอารมณ์ดี แต่ถ้าไม่ เขาจะรำคาญฉันมาก

หลังผูกเสร็จ ถิงถิงพันอีกครึ่งทบมาด้านหน้าและผูกเชือกเส้นที่เหลือ ได้เป็นกระโปรงที่พันรอบเอว ตบท้ายด้วยผ้าคาดเอวหนึ่งผืนที่เด็กหญิงช่วยผูกข้างหลังให้ โดยรวมแล้วเป็นชุดที่ดูเหมือนสาวราชวงศ์ไหนสักยุค ใส่สบายและอุ่นกว่าที่คิด

พอแต่งตัวเสร็จ ถิงถิงวิ่งไปเปิดประตู

“เสร็จแล้วนะ!” เธอตะโกนไปทางซ้ายของทางเดิน

ฉันรีบใช้มือสางผมเพราะตอนนี้ยังไม่ได้แต่งหน้าหรืออะไรเลย อย่างน้อยถ้าใครจะเข้ามาก็ขอดูดีไว้ก่อน...

“...”

คนที่ก้าวเข้ามาคือ...ผู้ชายคนนั้นที่ฉันล้มทับ

เขาเป็นชายร่างใหญ่ มีนัยน์ตาสีแดง ใบหน้าคมเข้มยิ่งขับให้สีหน้าจริงจังดูน่าเกรงขาม อยู่ในชุดตัวยาวแบบที่พระเอกซีรีส์จีนโบราณชอบใส่กัน ท่อนบนมีชายเสื้อยาว ปกเสื้อทบมาทางขวา

เขาดูลำบากใจทันทีที่เห็นฉัน...

“เจ้าสบายดีไหม?”

คำถามแรกที่เขาถามผิดคาดนิดหน่อย ฉันทำหน้าเหลอหลาอยู่สองสามวิก็พยักหน้า

“...ดี” เขาพูดต่อ

“ถิงถิงสอนเก่งไหม หนิงหลงซิงแซ?” เด็กหญิงตรงไปเกาะเสื้อผ้าเขา ชายหนุ่มพยักหน้า

“เจ้าทำได้ดี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานจนไม่เหมือนกำลังพูดกับเด็ก แต่ในขณะเดียวกัน น้ำเสียงแบบนั้นก็สื่อถึงความจริงใจว่าเขาคิดเช่นนั้นจริงๆ ไม่ได้แค่พูดให้เธอรู้สึกดี

ถิงถิงหัวเราะคิกคักและวิ่งกลับมาหาฉัน

“ถิงถิงกับเจเจ้ จะไปเล่นกัน”

“อย่างนั้นรึ?” ชายหนุ่มพยักหน้า “แต่ก่อนพวกเจ้าไป ข้าขอคุยกับนางสักครู่ได้หรือไม่?”

“ได้ เพราะถิงถิงเป็นพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ต้องรู้จักอดทนรอ!” พูดจบเด็กหญิงก็วิ่งออกไปนอกห้อง ปล่อยฉันอยู่กับเขาในห้องแค่สองคน

ณ จุดนั้น ฉันได้เข้าใจว่า อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ บอกให้เธอฟังไม่ได้สักคำเป็นยังไง ฉันอยากถามหลายเรื่องแต่เสียงพูดไม่มี...แล้วฉันก็ทำตาโตเมื่อเห็นว่าเขาหยิบกระดาษกับดินสอมาด้วย

พอเขายื่นให้เงียบๆ ฉันก็รับไปเขียนทันที

ที่นี่ที่ไหน?

ชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปม ฉันฉุกคิดว่าเขาคงอ่านภาษาไทยไม่ออกเลยเขียนอังกฤษกำกับไว้ข้างล่าง จากนั้นก็ขุดความรู้ภาษาจีนงูๆ ปลาๆ สมัยประถมกลับมา ฉันพอจะนึกออกแค่ 在哪 ที่แปลว่าที่ไหน

แต่ถึงเขียนไปสามภาษา เขาก็ยังขมวดคิ้ว

“ขออภัย ข้าอ่านไม่ออกเลย”

...ว่าแล้วเชียว

ฉันหลุดมาที่ไหนกันแน่เนี่ย?

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FXY” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FXY
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจซื่อจื่อ
8.4
ฉางเจียอีเคยลั่นวาจาว่าจะไม่ขอข้องแวะกับบุรุษปากร้ายที่ชอบนินทาผู้นั้นอีกชั่วชีวิต แต่ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกจนนางต้องผิดคำพูดเสียเอง เมื่อมีความจำเป็นต้องเข้าไปพัวพันกับเขาเพื่อช่วยเหลือพี่ใหญ่ให้พ้นจากความทุกข์ที่แสนสาหัส เดิมทีนางเพียงปรารถนาจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในบ้านของตนเองไปจนตาย แต่การปรากฏตัวของเขากลับทำให้ทุกอย่างผิดแผนไปหมด เรื่องราววุ่นวายเหล่านี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่แสนจะขัดใจนาง
หน้าปกนวนิยาย แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบความจริงอันโหดร้ายเมื่อลูกทั้งห้าต้องอดอยาก และญาติสามีกำลังวางแผนขายลูกสาวของเธอ หญิงสาวเด็ดขาดที่จะไม่ยอมทนเป็นเบี้ยล่างอีกต่อไป เธอประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องลูก สวรรค์เข้าข้างเมื่อเธอค้นพบระบบร้านค้าลับที่ช่วยให้กักตุนเสบียงได้แบบไม่อั้น เธอแอบสร้างความมั่งคั่งเงียบๆ เมื่อภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่มาเยือนและกวาดล้างหมู่บ้าน ญาติจอมละโมบต้องเผชิญความอดอยากแสนสาหัส ทว่าครอบครัวของเธอกลับนั่งกินเนื้อและข้าวอย่างสุขสบายไร้กังวล ถือเป็นการแก้แค้นที่สาสม
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติลับมาอยู่ที่เดิมยุค60
8.7
โชคชะตาพาเธอย้อนเวลากลับมาสู่ยุค 60 อีกครั้งเพื่อสะสางบัญชีแค้นในอดีตอันแสนแร้นแค้น เมื่อแม่เลี้ยงของสามีคอยกดขี่และเอารัดเอาเปรียบครอบครัวของเธอมาโดยตลอด ทั้งบ้านใหญ่และบ้านรองที่เคยถูกรังแกถึงเวลาต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม การทะลุมิติครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเปลี่ยนโชคชะตาและทำให้คนที่เคยทำร้ายพวกเขาต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่ทำไว้ในอดีตที่ผ่านมา
หน้าปกนวนิยาย ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ
9.4
ตารัคคือดินแดนแห่งผู้พิทักษ์ปฐวีธาตุที่กำลังเร่งตามหาอัญมณีสาบสูญเพื่อเติมเต็มเจตนารมณ์ของเทพบิดร ทว่านีรุณกลับเริ่มคลางแคลงใจว่าภารกิจนี้คือสิ่งที่พระองค์ต้องการจริงหรือไม่ ในขณะที่เธอกำลังค้นหาคำตอบท่ามกลางความสงสัย อลัน ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีผมสีเงินและดวงตาสีฟ้าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมความลับบางอย่าง การเดินทางเพื่อพิสูจน์ศรัทธาและไขปริศนาที่ถูกซ่อนไว้ในดินแดนแห่งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการผจญภัยที่เดิมพันด้วยความจริงอันสูงสุด
หน้าปกนวนิยาย ขย่มรักอาจารย์ฮอตเนิร์ด
9.5
หนานอัน พริตตี้สาวผู้โหยหาความรัก ยอมทำทุกทางเพื่อให้ได้ชายที่แอบชอบมาครอบครอง เธอตัดสินใจเดินทางไปยังศาลเจ้าลึกลับในชนบทตามคำแนะนำของแม่หมอเพื่อขอพรในคืนที่มืดมิดที่สุด ทว่าท่ามกลางบรรยากาศชวนขนลุกและคำทำนายปริศนาจากหญิงชราเฝ้าศาล เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อสายฟ้าฟาดลงมากลางศาลเจ้าอย่างรุนแรง ส่งร่างของเธอให้จมดิ่งสู่ความมืดมิด เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หนานอันกลับพบว่าโลกที่เธอเคยรู้จักได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย นิยายเรื่องนี้ เป็นข้าที่เขียน!
9.3
จื่อเม่ยนักเขียนสาวหลุดเข้าไปเป็นจื่ออิน อนุภรรยาของซีเฉินตัวร้ายในนิยายที่ตนแต่งขึ้น ทว่าชะตากรรมของร่างนี้กลับต้องตายภายในสองตอนแรกพร้อมกับเขา นางจึงพยายามหาทางหนีเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและเต็มไปด้วยแผนชิงบัลลังก์ตามคำสั่งของซีกุ้ยเฟยผู้เป็นมารดา แม้ช่วงแรกเขาจะดูอันตรายและไร้หัวใจต่อทั้งนางและรั่วหนิงพระชายาเอก แต่สุดท้ายความผูกพันกลับเปลี่ยนตัวร้ายธงแดงให้กลายเป็นสามีที่รักมั่นเพียงนางโดยไม่มีวันนอกใจใน