ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย 52 Hz อวาฬกาศ

52 Hz อวาฬกาศ

เมื่อรุ่นพี่สุดอบอุ่นอย่าง 'พี่ปลื้ม' ยื่นนิ้วก้อยมาให้เพื่อขอคืนดี ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะเรียบง่ายแต่กลับแฝงไปด้วยความใส่ใจ การกระทำเล็กน้อยที่แสนอ่อนโยนนั้นกลับสั่นคลอนความรู้สึกภายในใจของฉันอย่างรุนแรง ความใจดีที่เขามีให้คนรอบข้างเสมอมากลายเป็นจุดเริ่มต้นของความอบอุ่นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจอย่างที่ฉันเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ามันจะส่งผลต่อความรู้สึกมากขนาดนี้ เป็นความสัมพันธ์ที่ละมุนละไมและลึกซึ้งในแบบที่ยากจะอธิบายได้
ตอน
แชร์

ตอน 2

Plawan Talks.

วาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม มีขนาดตัวที่ใหญ่ อาศัยอยู่เฉพาะในทะเลและมหาสมุทร เป็นสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายปลา คือมีรูปร่างเพรียวยาว มีครีบ และมีหางเหมือนปลา แต่หางจะมีแนวนอน ไม่ใช่แนวตั้งเหมือนปลา เพราะฉะนั้นวาฬไม่ใช่ปลา...

อืม... แปลก

ฉันครุ่นคิดในหัวสมองของตัวเองอย่างหนักเกี่ยวกับบทความในเว็บที่กำลังอ่านอยู่

“ถ้าไม่ใช่ปลา...” แล้วทำไมคนถึงต้องเรียกว่า ‘ปลาวาฬ’ ด้วย

เป็นคำถามที่ถูกตั้งขึ้นจากข้อสงสัยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ฉันเรียนจบมัธยมศึกษา แต่ก็ไม่กล้าจะถามคนภายนอกออกไป เพราะกลัวคนอื่นจะมองว่าฉันแปลก ซึ่งฉันคิดว่าไม่ได้มีแค่ฉันเองหรอกที่ตั้งข้อสงสัยแบบนี้ ฉันว่าอีกหลายคนบนโลกใบนี้ก็มีข้อสงสัยเหมือนๆ กับฉัน

“อืม...” ฉันครางในลำคอ ก่อนจะกดปุ่มโฮมออกจากหน้าบทความที่กวาดสายตาอ่านได้เพียงสามบรรทัด

ตอนเด็กๆ ฉันมีความใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นนักบินอวกาศ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างทำให้ความฝันของฉันถูกบั่นทอนลงทีละนิดทีละน้อย ฉันชอบท้องฟ้า ชอบสีน้ำเงิน ชอบความเงียบสงบ แต่ก็อยากจะสื่อสารกับคนอื่นๆ ด้วย แต่เพราะฉันเป็นแบบนี้...

เรียกว่าอะไรนะ? โลกส่วนตัวสูงหรือเปล่า ทำนองนั้น...

ฉันไม่เข้าใจว่าคนโลกส่วนตัวสูงมันผิดมากมายขนาดไหนกัน ฉันก็แค่อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่อยากสุงสิงกับใคร ไม่ชอบการเข้าสังคมหรือเผชิญหน้ากับบุคคลมากหน้าหลายตาที่ตัวเองไม่รู้จัก แต่ฉันก็มักจะถูกคนรอบข้างมองว่า ‘หยิ่ง’ เสมอ

ครืด! ครืด!

แรงสั่นจากโทรศัพท์ในมือทำให้ฉันต้องลดสายตาลงมอง เบอร์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทำให้รอยยิ้มของฉันค่อยๆ เผยออกมา ก่อนจะกดรับสายโดยไม่ลังเล

“ฮัลโหลป๊า...” เป็นป๊าฉันเองที่โทรมา

[ป๊าอยู่หน้าหอ ลงมาเอาของเร็ววาฬ หนูลืมของสำคัญไว้]

“ได้ค่ะ” ตอบเพียงเท่านั้น ฉันก็กดวางสายจากป๊าไป

วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ หอพักที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยของตัวเอง เพราะไอ้คำว่าโลกส่วนตัวสูง ป๊าฉันเลยต้องทำเรื่องกับทางมหาวิทยาลัยให้ฉันได้อยู่หอนอก ซึ่งมันก็เป็นสิทธิของฉันนั่นแหละ แต่ปีหนึ่งส่วนมากจะอยู่หอในกันไง ฉันก็เลยเป็นพวกแปลกแยกจากคนอื่นพอสมควร

ฉันเดินตรงไปที่ประตู ก่อนจะเปิดมันออกไปและเดินเอื่อยเฉื่อยไปกดลิฟท์ และทันทีที่ลิฟท์เปิดออก ฉันก็เดินเข้าไปทันทีโดยไม่ได้สนใจว่าใครเป็นใคร

ปึก!

“...” คนในลิฟท์เดินสวนออกมาสามคน และหนึ่งในนั้นก็เดินชนฉันแบบจังๆ

คิ้วฉันขมวดแน่น รู้สึกเจ็บที่ไหล่นิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ฉันเงยหน้ามองคนชนนิ่งๆ เขาเป็นผู้ชาย สูงร้อยแปดสิบกว่าๆ เห็นจะได้ มีใบหน้าหล่อเหลา สันจมูกโด่ง ริมฝีปากหยักลึก ดูแล้วก็หล่อดี รายละเอียดบนใบหน้าเขาอย่างกับพระเจ้าสรรค์สร้างมา

แต่... ไม่ขอโทษฉันหน่อยเหรอ เดินชนขนาดนี้

“...” เขาจ้องฉันกลับนิ่งๆ พลางเลิกคิ้วทำหน้าสงสัยเหมือนกับว่าฉันมีอะไรจะถามเขาหรือเปล่า

ฉันส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจกับบุคคลตรงหน้า ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในลิฟท์เลย ไม่อยากจะคาดคั้นเอาคำขอโทษจากปากคนที่ไม่รู้ว่าควรจะขอโทษ ฉันเป็นคนไม่สนใจโลกภายนอกเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยใส่ใจว่าใครจะประพฤติตัวแบบไหนกับตนเอง แต่ถ้าเขาขอโทษ... มันก็จะดีกว่านี้หน่อยหนึ่ง

“ป๊า...” พอลิฟท์ลงมาถึงชั้นล่างและเห็นป๊าอยู่ในรัศมีสายตาของตัวเอง ฉันก็รีบวิ่งเข้าไปกอดคนเป็นพ่อทันที

“เป็นยังไงบ้างไอ้ตัวเล็ก อยู่ได้ใช่ไหมลูก” ป๊าสวมกอดฉันกลับอย่างแนบแน่น ก่อนจะลูบไล้ฝ่ามือลงบนหัวฉันอย่างเอ็นดู

“อยู่ได้” ฉันตอบป๊าเสียงเรียบ ผละตัวเองออกมา แล้วปรายตามองถุงที่ป๊าถืออยู่ “นี่ใช่ไหม”

“ใช่... ลืมได้ยังไง ของรักของหวงขนาดนี้” ป๊ายิ้มกว้าง ก่อนจะส่งถุงที่ถือติดไม้ติดมือมาด้วยให้ฉัน

ฉันรับถุงนั้นมา หยิบของในนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะระบายยิ้มออกมาอย่างโล่งอก โชคดีที่ป๊าเอากลับมาให้ ถ้าไม่มีมัน ไม่รู้ว่าคืนนี้ฉันจะหลับลงได้ยังไง

“ขอบคุณนะป๊า” ฉันหันไปบอกป๊ายิ้มๆ

มันเป็นตุ๊กตาปลาวาฬที่แม่ของฉันซื้อให้ตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็ก ตอนนี้ท่านไม่อยู่บนโลกนี้แล้วล่ะ ท่านจากฉันไปตั้งแต่ฉันสามขวบแล้วมั้ง ยังไม่ได้บอกใช่ไหมว่าแม่ฉันเป็นแอร์โฮสเตส ส่วนพ่อฉันทำงานเป็นสถาปนิกที่บริษัทแห่งหนึ่งของกรุงเทพ ไม่ต้องสงสัยนะว่าทำงานคนละสายแล้วโคจรมาเจอกันได้ยังไง พ่อกับแม่ฉันปิ๊งกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้วแหละ แล้วก็คบกันมาตลอดจนกระทั่งแต่งงานกัน

ฉันก็เป็นผลผลิตจากความรักของทั้งสองคน แต่ดูเหมือนว่าความสุขของฉันมันจะคงอยู่ได้แค่สามปี พอฉันสามขวบ แม่ฉันก็จากไปด้วยอุบัติเหตุทางเครื่องบิน ตอนนั้นเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ด้วย

“ทีหลังอย่าลืมอีกล่ะ ไว้ป๊าจะแวะมาหาเรื่อยๆ” ป๊าบอก ก่อนจะเอื้อมมือมายีผมฉันเบาๆ “ดูแลตัวเองดีๆ นะวาฬ”

“เข้าใจแล้ว...” ฉันบอกป๊าเสียงยาน ก่อนจะฉีกยิ้มยิงฟันขาวๆ ให้ป๊าเห็นว่าลูกสาวคนนี้ยังอยู่สบายดี ไม่มีอะไรเสียหายหรือสึกหรอ

“งั้นป๊ากลับแล้วนะ” ป๊าบอก ก่อนจะทำท่าเหมือนจะเดินกลับไปยังรถยนต์ที่จอดไว้ แต่แล้วท่านก็ชะงัก แล้วก็เดินกลับมาหาฉัน “ป๊าจะกลับจริงๆ แล้วนะ”

“…” ฉันพยักหน้าให้ป๊าเป็นเชิงว่าให้ป๊ากลับได้เลย ไม่ต้องห่วงอะไร

“นี่ป๊าจะกลับแล้วนะวาฬ”

“อื้อ...” ฉันครางรับ แต่ป๊าก็ยังไม่ยอมไปสักที ทำให้ต้องถามออกไปด้วยความสงสัย “ทำไมป๊าไม่ไป”

“ปลาวาฬ...” ฉันเลิกคิ้วขึ้นมองป๊าเมื่อถูกเรียกชื่อ “หนูเป็นคนหรือเปล่าลูก หรือหนูเป็นหุ่นยนต์”

“…” คำถามนั้นทำให้ฉันสตั๊นไปด้วยความงุนงง

“ป๊าจะกลับแล้ว ไม่หอมแก้มป๊าก่อนกลับหน่อยเหรอ” เท่านั้นแหละ ฉันถึงกับร้อง ‘อ๋อ’ ในใจอย่างถ่องแท้

ที่แท้ก็ต้องการให้ฉันหอมแก้มนี่เอง แล้วทำไมป๊าไม่บอกกันตรงๆ นะ ให้ฉันงงอยู่ตั้งนาน

ฉันเดินเข้าไปหอมแก้มป๊าดังฟอด ก่อนจะผละออกมา “รักป๊านะ”

“ถ้าไม่บอกจะได้หอมไหมวันนี้” ป๊าพูดติดตลก ก่อนจะเดินออกไป

ฉันมองตามร่างป๊าที่ค่อยๆ เล็กลงเพราะระยะที่ห่างออกไป วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันต้องอยู่คนเดียว โลกอันโดดเดี่ยวของวาฬ 52 Hz กำลังจะเริ่มแล้วสินะ...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่สุดยอดตัวประกอบผู้ร่ำรวยในยุค80
8.2
เมื่อนักศึกษาสาวหัวกะทิจากศตวรรษที่ 21 ต้องมาเกิดใหม่เป็นเพียงลูกเลี้ยงในบ้านนางเอกนิยายยุค 80 แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายกว่าที่คิด เมื่อเธอตื่นขึ้นมาในฉากวิกฤตที่ถูกวางแผนทำลายชื่อเสียง โดยการถูกจับให้มาอยู่บนเตียงเดียวกับตัวร้ายอันดับหนึ่งของเรื่องเพื่อรอเวลาให้ผู้คนมาเปิดโปงความฉาวโฉ่ เธอจึงต้องรีบหาทางเอาตัวรอดจากแผนการร้ายและใช้ความฉลาดที่มีเพื่อเปลี่ยนชะตากรรมของตัวประกอบผู้ร่ำรวยคนนี้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย นายหัวขาปรานีหนูหน่อย
8.9
นายหัวอารัณย์เคยพยายามหักห้ามใจโดยอ้างว่าเพลงขวัญยังเด็กเกินไปและไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติ แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ต่อความต้องการและลุ่มหลงในรสชาติของหญ้าอ่อนจนถอนตัวไม่ขึ้น แม้ฝ่ายหญิงจะอ้อนวอนขอความปรานีเพราะร่างกายเริ่มรับไม่ไหว แต่การตอบสนองที่สวนทางกับคำพูดของเธอกลับยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มอยากครอบครองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักพอ บทพิสูจน์ความอดทนครั้งนี้จะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน เมื่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขาดูเหมือนจะไม่มีวันจางหายไปง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย รักเลือดมาเฟีย
8.4
ลูเฟีย มาเฟียใจร้ายที่เห็นเมญ่าเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่น เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมและบทรักอันเร่าร้อนเพื่อปราบพยศหญิงสาวที่แสนเย่อหยิ่ง จนเธอต้องยอมศิโรราบให้แก่ความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ทว่าหลังจากสร้างบาดแผลทางใจและทำร้ายเธอสารพัด เมญ่ากลับตัดสินใจหอบลูกหนีไปจากชีวิตเขาอย่างไม่ใยดี ทำให้เสือร้ายผู้เหี้ยมโหดต้องกลายสภาพเป็นหมาบ้าที่ยอมทำทุกทางเพื่อตามหาและทวงคืนครอบครัวของตนกลับมา ในเรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและการล้างแค้นอันดุเดือด
หน้าปกนวนิยาย รักแท้ในคืนหลอกลวง
8.7
ซ่งหยุนหยุนต้องเผชิญกับความอัปยศในวันวิวาห์ เมื่อเจ้าบ่าวของเธอไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ด้วยความโกรธแค้นและต้องการประชดประชันโชคชะตา เธอจึงตัดสินใจมอบความสาวให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งในคืนเข้าหอแทน ทว่าการตัดสินใจเพียงชั่ววูบนั้นกลับเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อชายหนุ่มลึกลับคนดังกล่าวไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ และเริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
หน้าปกนวนิยาย เมียลับมหาเศรษฐี
9.6
เมื่อความสัมพันธ์ลับสิ้นสุดลงเพราะเขาต้องไปแต่งงานกับหญิงอื่น เธอจึงจำใจหอบลูกในครรภ์หนีไปพร้อมหัวใจที่แตกสลาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องวนมาพบกับภูมิระพีอีกครั้ง ความหวาดหวั่นเริ่มกัดกินใจเมื่อเผลอเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก เธอพยายามปกปิดความลับเรื่องลูกชายสุดที่รักเอาไว้ เพราะเกรงว่ามหาเศรษฐีหนุ่มจะพรากแก้วตาดวงใจไปจากเธอ ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ยังคงฝังรากลึก เธอจะรับมือกับสถานการณ์ที่บีบคั้นนี้อย่างไรเพื่อปกป้องลูกน้อยจากเงื้อมมือของเขา