ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวแสนชัง

เจ้าสาวแสนชัง

การวิวาห์ที่เริ่มต้นจากความจำใจทำให้ธรรพ์เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่กลิ่นจันทร์กลับยอมรับสถานะเจ้าสาวด้วยหัวใจที่แอบรัก ทว่าความเย็นชาและสายตาที่ดูแคลนกลับกัดกินหัวใจเธอมากขึ้นทุกวัน แม้ในวันที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา ธรรพ์ก็ยังคงใช้ถ้อยคำร้ายกาจเสียดสีและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเอาแต่ใจ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขมขื่นระหว่างสามีที่ชิงชังกับภรรยาที่ถูกเมินเฉยจะลงเอยอย่างไร เมื่อฝ่ายหนึ่งต้องการหย่าขาดแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมปล่อยมือ
ตอน
แชร์

ตอน 2

สันกรามแกร่งปูดโปนตลอดนั่งอยู่ในพิธีมงคลสมรสของตัวเองในวันนี้ ให้ตายสิเขาไม่อยากเชื่อว่ายุคนี้ยังมีการคลุมถุงชนอยู่ และแน่นอนเขาถูกแม่ท่านที่รักคลุมถุงชนให้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารังเกียจที่สุดในชีวิต เขาเหลือบตามองคนที่นั่งยิ้มข้างๆ แล้วก็โกรธยิ่งนัก หล่อนคิดว่าได้แต่งงานกับเขาคือโชคดีสินะ ได้ ให้มันรู้ไปว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นสวรรค์หรือนรกกันแน่ หล่อนมันก็แค่เด็กต่ำต้อย เด็กกำพร้าที่แม่ของเขารับมาเลี้ยงดูแล

ความเกลียดชังของเจ้าบ่าวปกปิดไม่มิดแม้วันนี้แขกจะมาร่วมงานแต่งของเขามากมายตามคำเชิญของคุณแม่ที่รัก แน่นอนว่าท่านมีหน้ามีตาทางสังคม และเขาเองก็ไม่ต่างกัน เขาเป็นถึงเจ้าของโรงแรมโมกขจรซึ่งเป็นโรงแรมดังประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และยังเป็นมรดกตกทอดของตระกูลที่ส่งต่อกันมาจนมาถึงรุ่นของเขา ทุกอย่างอยู่ในความดูแลของเขาแต่จะไม่ตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์แบบถ้าเขาไม่ยอมแต่งงานกับกาฝากที่แม่เก็บมาดูแล

ด้านฝ่ายเจ้าสาวนั่งยิ้มตลอดงานที่มีแขกเข้ามาแสดงความยินดี เธอรู้ว่าเจ้าบ่าวนั้นเกลียดชังตัวเอง แต่จะให้ทำยังไงได้เมื่อวันนี้คือวันแต่งงานจะให้นั่งหน้าเศร้าอมทุกข์อยู่ได้เยี่ยงไร แม้จะทุกข์ขมขื่นระทมเพียงไรในอกก็ไม่อาจแสดงออกมาได้ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือปั้นหน้ายิ้มแสร้งมีความสุขกับงานวิวาห์ที่ถูกจัดขึ้นในวันนี้

ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้แต่งงานกับชายที่หมายปองแอบมองมาตลอด และหล่อนก็เจียมตัวมาตลอดว่าตัวเองไม่คู่ควร แต่เมื่อธรรพ์ โมกขจร หรือคุณดี วัย 31 ปี เดินทางกลับมาจากฝรั่งเศสเมื่อสามปีก่อนก็มีการกำหนดงานแต่งงานของเธอเกิดขึ้น และงานแต่งจัดขึ้นทันทีเมื่อเธอเรียนจบปริญญาเมื่อเดือนที่แล้ว กลิ่นจันทร์ น้ำใจงาม หรือจันทร์ วัย 23 ปี หล่อนเป็นเพียงแค่กาฝาก เป็นแค่เด็กที่คุณท่านรับมาจากบ้านเด็กกำพร้า ท่านให้ที่อยู่ ให้การศึกษา ให้ชีวิตที่ไม่เคยคิดว่าจะมีได้ แต่เธอก็กลับได้รับความเอ็นดูจากท่านและนั่นเป็นสาเหตุที่ทำเธอตกลงแต่งงานกับลูกชายของท่านเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณท่าน แม้ว่าลูกชายท่านจะไม่ปรารถนาในตัวหล่อนก็ตาม เพราะเธอแค่อยากทำตามที่ผู้มีพระคุณต้องการเท่านั้น ยิ่งตอนนี้โรคหัวใจของท่านกำเริบบ่อยๆ เธอจึงไม่อยากขัดใจท่าน และลูกชายท่านเองก็เหมือนกัน และเพื่อนทรัพย์สมบัติของตระกูลด้วยที่ธรรพ์ยอมแต่งงานกับเธอเพราะเขาไม่ต้องการให้เธอได้ครอบครองทุกอย่างที่เป็นของเขา เพราะคุณท่านยื่นคำขาดไปหากไม่แต่งงานกับเธอเขาจะไม่ได้รับอะไรสักอย่างจากท่านหากว่าท่านจากลาโลกนี้ไป ทุกอย่างจะตกเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว นั่นคือจุดเริ่มต้นของงานแต่งงานที่ขมขื่นในครั้งนี้ ได้แต่ยิ้มเก็บน้ำตาไว้ในอกที่เศร้าตรมของตัวเอง

คุณนายผิงนั่งมองลูกชายและเด็กที่ตัวเองอุปการะมาเลี้ยงเหมือนลูกในไส้ ใช่นางเอ็นดูกลิ่นจันทร์ตั้งแต่แรกเห็นจึงรับเด็กสาวมาเลี้ยงดูแลตั้งแต่เธออายุแปดขวบ จนตอนนี้เป็นสาวสวยสะพรั่ง แถมเป็นเจ้าสาวที่สวยมาก แต่เสียดายความสวยของเธอเจ้าลูกชายตัวดีมองไม่เห็นมัน นางมองทั้งสองที่นั่งที่พื้นพรม ตอนนี้เป็นเวลาส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอ นางมองทั้งสองแล้วก็เหนื่อยใจ อีกฝ่ายนั้นแสดงความเกลียดชังออกมาทางสีหน้า แววตาอย่างชัดเจนไม่คิดจะปิดบังใคร ส่วนเจ้าสาวคนสวยก็ได้แต่ฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความเศร้าหมองเคล้าน้ำตาของตัวเองแม้มันจะปกปิดไม่มิดก็ตาม

“เอาล่ะแม่รู้ว่าลูกไม่ได้เต็มใจกับงานแต่งงานครั้งนี้ แต่คุณดีก็แต่งงานกับน้องแล้ว แม่อยากให้คุณดีใส่ใจดูแลน้องบ้าง ไม่รักไม่เป็นไรแต่อย่าเฉยชากับน้องมากนักเลย ยังไงเสียตอนนี้ก็ถือว่าเป็นผัวเมียกันแล้ว” ผิงนางบอกลูกชายที่นั่งก้มหน้ากัดฟันกรามแน่นอยู่ที่พื้นพรมตรงหน้าตัวเอง

“หึ! คุณแม่ยังคิดจะให้ผมใส่ใจผู้หญิงคนนี้อีกเหรอครับ ในเมื่อคุณแม่ก็รู้ดีว่าผมเกลียดกาฝากที่คุณแม่รับมาเลี้ยงมากแค่ไหน” คำพูดของเจ้าบ่าวไม่รักษาน้ำใจไม่สนใจจิตใจของเจ้าสาวที่นั่งข้างตัวเองเลยสักนิด เขาแสดงความชัดเจนของอารมณ์ตัวเองออกมาเสมอ

“คุณดีสงบสติอารมณ์หน่อย แม่รู้ว่าลูกไม่เต็มใจ แต่ลูกก็แต่งงานจดทะเบียนสมรสกับหนูจันทร์ไปแล้ว” ตอนนี้กลิ่นจันทร์เป็นสะใภ้ของนางเต็มตัวแล้ว เธอเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของครอบครัวเขาเรียบร้อยแล้ว จาก “น้ำใจงาม” มาเป็น “โมกขจร” เรียบร้อยแล้ว ถือว่าตอนนี้กลิ่นจันทร์มีสิทธิ์มีเสียงทุกอย่างในสมบัติของนางที่สามีนางทิ้งไว้ให้ตอนที่เขาจากไปเมื่อสิบปีที่แล้ว

“ถ้าคุณแม่ไม่ยกเรื่องโรงแรมและทรัพย์สมบัติของบ้านเราขึ้นมาอ้างผมก็ไม่แต่งงานกับเด็กของคุณแม่หรอก และคุณแม่ก็รู้ว่าผมมีแฟนอยู่แล้ว”

เขาบอกในตอนท้ายเมื่อคิดถึงแฟนสาวที่วันนี้เขาพยายามติดต่อหล่อนเท่าไหร่ก็ไม่ได้ เธอคงเสียใจที่เขาทำแบบนี้ แต่เขาทำอะไรไม่ได้เมื่อแม่ของเขายื่นคำขาดไปแล้ว ท่านไม่เคยขู่แต่ท่านทำจริงตามที่บอกทุกครั้ง ฉะนั้นเขาจึงต้องมาเป็นเจ้าบ่าวให้กลิ่นจันทร์ในวันนี้

“แฟนที่ใช้เรือนร่างหาเงินนั่นเหรอคุณดี อย่าคิดจะพาผู้หญิงแบบนั้นเข้าบ้าน และคุณดีคงรู้นะว่าเงื่อนไขในการแต่งงานยังไม่จบเท่านี้ คุณดีจะได้ทุกอย่างก็ต่อเมื่อมีหลานให้แม่ หลานที่เกิดจากคุณดีและหนูจันทร์เท่านั้น หลานที่เกิดจากลูกและผู้หญิงคนอื่นแม่ไม่ต้อนรับ” นางบอกอย่างเด็ดเดี่ยว

หึหึ

ธรรพ์ขำในลำคอสมเพชตัวเองเหลือเกิน ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะตกต่ำขนาดนี้ ใช่เขาตกต่ำเหลือเกิน ตกต่ำถึงขั้นแต่งงานเพื่อรักษาสมบัติของครอบครัวไว้ เขาเกลียดกลิ่นจันทร์นัก เกลียดหล่อนที่สุด เกลียดจนอยากลุกขึ้นกดหัวบีบคอให้ตายคามือ เกลียดหน้าตาใสซื่อ เกลียด!

“คุณแม่อย่าดูถูกแฟนผม คุณแม่ต้องการหลานใช่ไหมครับ ได้ผมจะทำให้ตามที่คุณแม่ต้องการ ถ้างั้นตอนนี้ได้เวลาเข้าหอแล้วคุณแม่เชิญกลับห้องตัวเองได้แล้วครับ ผมจะทำหน้าที่ผัวของผมให้มันจบๆ ไป” เขาบอกท่านเสียงเหี้ยม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สุดจะหวง (เมียรักของอคิระ)
8.9
อคิระเกลียดผู้หญิงที่ดูอ่อนแอและขี้แยที่สุด แต่เขากลับยื่นข้อเสนอให้เธอใช้ร่างกายแลกกับที่พักพิงเพื่อความอยู่รอด แม้เธอจะมีคุณสมบัติทุกอย่างที่เขาไม่ชอบ แต่เขากลับปรารถนาที่จะครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยข้อตกลงลับจึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งในใจของชายหนุ่มผู้ปากแข็งที่ต้องเผชิญกับความรู้สึกหวงก้างที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางความใกล้ชิดที่บีบคั้นอารมณ์ของทั้งคู่ในทุกๆ วัน
หน้าปกนวนิยาย ท่านรองเย็นชากับเลขาจอมยั่ว
8.4
เมื่อการถูกบังคับให้หมั้นหมายทำให้เขาปฏิเสธเธออย่างไม่ใยดี หญิงสาวที่แอบรักเขามาตลอดจึงตัดสินใจใช้ตำแหน่งเลขาเพื่อใกล้ชิดและวางแผนยั่วยวนหวังเอาชนะใจชายหนุ่มผู้เย็นชา ทว่าภารกิจนี้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อภายใต้ท่าทีเฉยเมยของเขากลับซ่อนความปรารถนาอันเร่าร้อนเอาไว้ ท่ามกลางเกมเสน่หาที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายจอมเผด็จการกับเลขาสาวสุดแซ่บจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเร้าใจและยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย โซ่รักสีรุ้ง
8.1
สายรุ้งตัดสินใจเผชิญหน้ากับสามีด้วยความอัดอั้นตันใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด หล่อนเอ่ยปากถามพี่กรอย่างประชดประชันถึงเหตุผลที่เขาไม่ยอมหย่าขาดจากกัน เพียงเพราะยังกอบโกยผลประโยชน์ไม่พอใจใช่หรือไม่ ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อกรแสดงท่าทีตกใจและคุกคามด้วยการกระชากกระเป๋าเดินทางของหล่อนทิ้งอย่างไม่ใยดี จนเสื้อผ้ากระจัดกระจายไปทั่วพื้นห้อง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แตกสลายและหัวใจที่บอบช้ำจนเกินจะเยียวยาต่อไปได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ใจแตก
9.1
น้ำอ้อยต้องเผชิญกับบทรักอันเร่าร้อนในห้องครัวเมื่อนิ้วมือแข็งแกร่งของเควินรุกรานจุดอ่อนไหวจนเธอสั่นสะท้านไปทั้งกาย แม้ปากจะพยายามเอ่ยห้ามด้วยความหวาดระแวงว่าจะมีใครมาเห็นเข้าในที่สาธารณะ แต่ปฏิกิริยาจากร่างกายที่ตอบสนองต่อสัมผัสของเขากลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง เควินมองดูหญิงสาวที่กำลังสูญเสียการควบคุมตัวเองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เขารู้ดีว่าบัดนี้ร่างกายของเธอตกอยู่ภายใต้การบงการของเขาอย่างสมบูรณ์ท่ามกลางความเสียวซ่านที่ยากจะหยุดยั้ง
หน้าปกนวนิยาย น้องสาวร้อนรัก
9.2
เมื่อสาวข้างบ้านสุดเซ็กซี่มาปรากฏตัวในสภาพไร้เสื้อผ้าที่ปลายเตียงของเขา ชายหนุ่มก็ไม่อาจห้ามใจได้อีกต่อไป แม้เธอจะเป็นน้องสาวของเพื่อนสนิทที่เขาไม่ควรล่วงเกิน แต่ความเย้ายวนและสัมผัสอันเร่าร้อนของเธอกลับปลุกปั่นอารมณ์ดิบจนยากจะควบคุม เพียงแค่เธอแตะต้องตัวเขา ความต้องการก็ลุกโชนจนต้องดึงเธอเข้ามาร่วมเตียงเพื่อลิ้มลองรสชาติความเผ็ดร้อนที่ยากจะต้านทานไหวในค่ำคืนนี้
หน้าปกนวนิยาย ปราบรักซาตาน
9.7
ความพยายามห้าปีของชาคริยาในการเป็นภรรยาที่แสนดี ไม่เคยทำให้รวิชญ์หันมามอบความรักให้เธอได้เลย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีแต่ความหมางเมินราวกับความทุ่มเทนั้นสูญเปล่า ทว่าความเจ็บปวดในใจยังถูกซ้ำเติม เมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้ายและเหลือเวลาบนโลกอีกไม่มาก เมื่อรู้ว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ชาคริยาจึงตัดสินใจเอ่ยปากขอร้องสามีผู้เย็นชาเป็นหนสุดท้าย เธอเพียงอยากขอเวลาสิบเดือนจากเขา เพื่อใช้ชีวิตร่วมกันก่อนที่ลมหายใจของเธอจะสูญสลายและต้องจากโลกใบนี้ไปตลอดกาล