
เล่ห์สวาทจอมลวง
ตอน 3
“ถ้าทำได้ล่ะ จะเชื่อที่ครูพูดไหม?...การทำตัวเป็นเด็กดี เด็กน่ารัก พ่อแม่จะได้รักมากขึ้นกว่านี้ไง”
“เค้าไม่มีแม่ มีแต่แด๊ดคนเดียว” น้ำเสียงขึ้นจมูกตอบเสียงสะบัดเมื่อพูดถึงคนในครอบครัว
หญิงสาวพยักใบหน้ารับรู้ อืม...มีปัญหาครอบครัว พ่องานยุ่ง ไม่มีแม่เป็นคนคอยอบรม อยู่กับพี่เลี้ยงและบอดี้การ์ด เด็กตัวเท่านี้มีบอดี้การ์ดเพื่อ? สงสัยเธอจะต้องคุยกับผู้ปกครองของเด็กชายวินเซ้นต์เป็นการส่วนตัวสักครั้ง เพื่อที่เด็กจะได้มีพัฒนาการดีๆ ไม่ใช่ฉุนเฉียวเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้
“ครูก็ไม่มีแม่อยู่ด้วยหร๊อก!! แต่ครูไม่เห็นเป็นไรนี่นา อยู่มาได้จนถึงตอนนี้ ไม่เกเร ไม่งอแงด้วยค่ะ”
“จริงอ่ะ...ทำไมไม่มีล่ะ”
เด็กชายเผลอตัว เมื่อคุณครูคนสวยหลอกล่อด้วยเรื่องที่เขาคิดถึง
“จริงสิ!! แม่ครูอยู่ไกล...ข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลแสนไกล”
มณีรีนยิ้มกว้าง เธอทรุดนั่งเบื้อหน้าเด็กชาย ยกมือขึ้นเกลี่ยรอยน้ำตาให้พร้อมกับยิ้มกว้างขวาง เมื่อวินเซ้นต์ขยับตัวหนี
“แต่แม่เค้าไม่ได้ตายนะ... แค่ไม่ได้อยู่ด้วย อยู่คนล่ะที่...แต่เค้าก็ไม่อยากเจอแม่หรอก แม่ชอบแต่งตัวโป้ๆ ชอบออกเที่ยวกลางคืน”
หญิงสาวอุทานในใจ เห้ย!! ผู้ปกครองของเด็กนี่ทำไมประพฤติตัวอย่างที่ไม่ดีให้เด็กเห็น เท่าที่ฟังมณีรินไม่อยากจะนึก หากเธอโตมาแบบนี้ คงไม่แคล้วเป็นแบบเด็กชายคนนี้แน่ๆ พ่อไปทาง แม่ไปทาง อีกคนบ้างาน อีกคนบ้าเที่ยว โอ้ย!! อยากจะจับทั้งพ่อและแม่มาอบรมเสียใหม่ เด็กๆ เหมือนผ้าขาว มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะแต้มสีอะไรลงไป ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะมีหลากสีเพราะครอบครัวขาดๆ เกินๆ นี่เอง ชักอยากเจอผู้ปกครองของวินเซ้นต์ทั้ง2 คนเสียแล้วสิ!!
“วินเซ้นต์ มาให้ครูกอดทีสิ”
ความสงสารพุ่งพรวดๆ เธออ้าแขนออกและพยักหน้าเรียกเด็กชาย แม้เขาจะฝืนปั้นหน้าว่าข้าไม่แคร์!! ข้าอยู่ได้แม้จะไม่มีใคร? แต่เด็กก็คือเด็ก เขาปรารถนาอ้อมกอดที่อบอุ่นจากคนรอบข้าง ไม่ใช่ปล่อยให้เขาอ้างว้างอยู่กับความเหงาและเดียวดาย
วินเซ้นต์มีท่าทีลังเลเล็กน้อย มือเล็กๆ นั่นกำแน่น...เขามองสบสายตากับมณีรินนิ่งๆ เมื่อเธอคลี่ยิ้มเต็มหน้า ร่างเล็กๆ นั่นก็ถลาเข้ามาซุกอก พร้อมทั้งสะอื้นฮักๆ จนตัวโยน เธอวางมือบนแผ่นหลังเด็กน้อย ลูบขึ้นลูบลงและกระซิบปลอบใจ รู้สึกเห็นใจเด็กชาย เขาคงสะสมความเดียวดายอยู่ในใจเป็นนาน คงโหยหาอ้อมกอดแสนอบอุ่น แต่กลับแสดงออกด้วยความแข็งกระด้างแทน เพื่อตบตาทุกๆ คน แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ทั้งที่หัวใจอ่อนแอ ช่างน่าสงสารและน่าเห็นใจ!!
เธอคงต้องทำอะไรสักอย่าง!! เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของวินเซ้นต์ และต้องหาทางไปคุยกับผู้ปกครองเขา สร้างความเข้าใจเสียใหม่ งานสำคัญสำหรับการยังชีพก็จริง แต่คนในครอบครัวสำคัญกว่า ยิ่งเขายังเป็นเด็กน้อยยิ่งต้องการความอบอุ่นและการปกป้องดูแล ไม่ใช่การปล่อยปละละเลยเหมือนอย่างที่วินเซ้นต์ได้รับ ไม่เช่นนั้น เหล่าผู้ปกครองทั้งหลายจะเสียใจภายหลัง หากบุตร หรือหลานเกิดความผิดพลาดเดินทางผิด เพราะตั้งใจประชดประชันโลก
“ปล่อยมาให้หมดเลยจ้ะ แล้วมาช่วยครูเก็บของดีกว่านะคะ ครูสัญญาว่าจะตามแด๊ดของวินเซ้นต์ให้!!...หนูจะได้เจอหน้าแด๊ด บ่อยๆ หลังจากนี้”
มณีรินลูบมือบนแผ่นหลังเด็กชาย เธอย้ำให้เขารู้ ครูอนุบาลคนนี้ของเขา จะตามล่าและลากบิดาของเขาให้แวะมาหาให้ได้
“จริงนะ!! อย่าโกหกนะครับ”
“จริงสิ!! ครูสัญญาแล้วนี่คะ เอาล่ะ...เรามาช่วยกันเก็บของดีกว่าไหมจ้ะ” เธอขยี้ศีรษะทุยได้รูปของวินเซ้นต์ จับโยกไปโยกมาด้วยความเอ็นดู อย่างนี้ค่อยเหมาะสมกับหน้าตาดีๆ นี่หน่อย ปากนิดจมูกหน่อย ผิวขาวผ่อง แหมๆ ชักอยากเห็นหน้าพ่อแม่ของเด็กชายนี่แล้วสิ!! ลูกรูปงามขนาดนี้ พ่อแม่คงน้องๆ เทพบุตรหรือไม่ก็นางฟ้านางสวรรค์
เด็กชายวิ่งตื้อ!! ออกจากอ้มอกของมณีริน เขาเดินไปเก็บกองของเล่นที่ตัวเองอาละวาดขวางปา เก็บในที่เดิมๆ ของมัน เพื่อให้มณีรินพอใจ จนยอมทำอย่างที่ตัวเองพูด ‘แด๊ด’ วินเซ้นต์เรียกบิดาในใจ เขาอยากกอดท่าน แต่แองเจลโล่ไม่ค่อยมีเวลา
“เก็บเสร็จแล้วคร๊าฟ” เด็กชายยิ้มแผล่ เขาจัดการเก็บของที่หล่นเกลื่อนจนหมด แม้จะไม่เรียบร้อย แต่ก็ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ที่ดีขึ้นกว่าเก่าเยอะแยะ
“ดีมาก...ทีนี้ครูจะพาวิน...ไปขอโทษเพื่อนๆ วินทำให้พวกเค้าตกใจ...” หญิงสาวพูดเสียงอ่อน
คุณอาจจะชอบ





