ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาวแม่บ้านกับหนุ่มเจ้าเล่ห์ (NC)

สาวแม่บ้านกับหนุ่มเจ้าเล่ห์ (NC)

แวววรรณตัดสินใจทิ้งงานประจำเพราะเบื่อหน่ายเจ้านายจอมลามก ก่อนจะผันตัวมาเป็นแม่บ้านผ่านแอปพลิเคชันตามคำแนะนำของเพื่อน แม้พยายามเลี่ยงผู้ชายแต่กลับต้องมาดูแลคอนโดของอัครวินท์ ชายหนุ่มรูปหล่อที่แสดงออกอย่างใจดีจนเธอเริ่มประทับใจ ขณะที่อัครวินท์เองก็ชื่นชมในความขยันของสาวน้อยคนนี้ ทว่าเสน่ห์อันเย้ายวนโดยไม่ตั้งใจของแวววรรณกลับปลุกสัญชาตญาณดิบและความเจ้าเล่ห์ในตัวเขาให้ตื่นขึ้น จนเขาวางแผนจะครอบครองเธอเพียงผู้เดียวในห้องแห่งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

จากที่นั่งอยู่บนโซฟา ทั้งสองร่างที่กอดกันก็เริ่มโน้มตัวลงจากการผลักดันอย่างแผ่วเบาของคนที่อยู่ด้านบน

อัครวินท์ค่อยๆ ประคองให้แวววรรณเอนตัวลงนอนบนโซฟาที่แม้ว่าจะคับแคบไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าให้เธอนั่งตัวเกร็งๆ แบบนี้ เขาคิดอย่างครึ้มอกครึ้มใจกับความนุ่มนิ่มของร่างกายสาวน้อยในอ้อมกอด

มือหนาที่เคยปลอบโยนด้วยการลูบหลังลูบไหล่ ก็เลื่อนมาด้านหน้าอย่างมาดหมายในสิ่งที่นุ่มนิ่มและเต่งตึงกว่า ส่วนมืออีกข้างที่กระหวัดเกี่ยวพันกับมือของหญิงสาว ก็กระชับจับให้แน่นขึ้น พลางเริ่มใช้ลิ้นร้อนลุกไล้เข้าไปยังริมฝีปากของหญิงสาวที่เผลออ้าปากเพราะตกใจในคำสารภาพของชายหนุ่ม

จนกระทั่งสองลิ้นสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา อัครวินท์เลยค่อยๆ ไล้เลียลิ้นเล็กๆ ด้วยลิ้นตัวเองอย่างแผ่วเบาแว่วหวาน แต่กลับเรียกเสียงครางอืออาจากหญิงสาว เพิ่มความร้อนระอุให้ชายหนุ่มที่ได้ยิน จากความแผ่วเบาในการไล้เลีย ก็เริ่มลุกล้ำด้วยความหนักหน่วงทั้งเกี่ยวกระหวัดรัดรึง และดันเข้าดันออกราวกับกำลังร่วมรักผ่านลิ้นร้อนที่ชุ่มฉ่ำ

มือหนาอีกข้างที่สัมผัสหน้าอกนุ่มนิ่ม จากเดิมที่ลูบไล้อยู่ภายนอก ก็เริ่มบุกรุกเข้าไปสัมผัสเนื้อแท้ด้วยการสอดมือเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตที่สะกิดกระดุมนิดๆ สาปเสื้อก็หลุดออกมา แม้จะมีบราขวางกั้น แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้เขาหยุดมือ เขาใช้มือสอดเข้าไปใต้บราทันที แล้วลูบไล้อย่างหลงใหล พลางใช้นิ้วโป้งถูไถกับยอดอกอย่างหยอกล้อ ให้แวววรรณยิ่งครางฮือ

“อื้อ...” แวววรรณที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากครางอื้อๆ อย่างเดียว เพราะงงไปหมดกับสัมผัสหลายๆ ส่วนที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย จนไร้เรี่ยวแรงที่จะห้ามปรามหรือขัดขืนต่อต้าน มือบางข้างว่างที่ควรจะดึงมือหนาให้ออกไปพ้นตัวเธอ ก็กลับกลายเป็นปล่อยให้มือข้างนั้นตกลงข้างโซฟา เพราะไร้แรงที่จะยกขึ้นมาต่อกรใดๆ

ความหวิวไหวหวามไหวที่มากที่สุดในตอนนี้คือโพรงปาก ที่ลิ้นร้อนระอุสุดชื้นฉ่ำนั้นกำลังบุกทะลวงเข้าๆ ออกๆ ดูดดึงลิ้นของเธอให้ขยับไปตามจังหวะเดียวกัน บ้างก็รัดเกี่ยวแล้วรูดเข้ารูดออก บางครั้งก็ดูดดึงริมฝีปากของเธอจนเธอเริ่มรู้สึกเจ็บพร้อมๆ กับความเสียวที่มากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่แพ้ตรงหน้าอกที่มือร้อนข้างหนึ่งลูบไล้ นวดคลึง แถมยังดึงยอดอกให้เธอยิ่งรู้สึกเสียวเข้าใหญ่

ส่วนขาสองข้างของเขาและของเธอต่างก็เกี่ยวพันกันไปมา ทั้งยังถูไถเรียกความเสียวให้เกิดขึ้นกับด้านล่างของร่างกายอีกด้วย

ความรู้สึกที่ไม่เคยเจอ มันก็ยากจะรับมือจริงๆ แวววรรณคิดอย่างอ่อนระทวยในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ให้เขาชักจูงไปทุกทางที่เขาอยากพาไป จนกระทั่งเธอรู้สึกถึงความเสียวอย่างที่สุด เมื่อริมฝีปากร้ายกาจนั้นไล้เรื่อยลงมายังปลายคาง ลำคอ ลาดไหล่ เนินอก... และยอดอกที่เขาดูดดื่มราวกับเป็นเด็กทารกที่พยายามดูดนมจากเต้าก็ไม่ปาน

เขาไล้เลียแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆ อมเม้มเข้าไปในปากและใช้ลิ้นร้อนพร้อมริมฝีปากไล้เลียดูดดุน จนเธอบิดตัวเสียวไปทั่วกาย ขาของทั้งสองที่เกี่ยวกันก็เริ่มบดเบียดกันมากขึ้นและมากขึ้น โดยเฉพาะตรงจุดอ่อนไหวที่ชายหนุ่มพยายามถูไถไปมา จนกระทั่งหญิงสาวไปถึงจุดสุดยอดได้เมื่อทุกๆ อย่างรุมเร้าไปทั่วร่างกาย

แวววรรณที่เพิ่งรู้จักการไปถึงจุดสุดยอดก็ยังคงไร้เรี่ยวแรง และดวงตาก็เหม่อค้างแต่ก็เต็มไปด้วยความหยาดเยิ้มจากความรู้สึกสุดยอด ที่ทำให้ชายหนุ่มต้องจัดการตัวเองให้ตามเธอไป เขาคงถูไถอย่างต่อเนื่องแม้ว่าหญิงสาวจะไปก่อนเขา แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ และรอบหน้าถ้าเธอไป เขาก็จะไปด้วย

กางเกงบ็อกเซอร์ที่แวววรรณใส่ ตอนนี้เริ่มหมิ่นเหม่ที่จะหลุดมิหลุดแหล่ จากการถูไถไปมาของชายหนุ่มและหญิงสาวนั้น ก็ทำให้อัครวินท์ตัดสินใจดึงกางเกงลงมาอีกนิด จนด้านล่างเริ่มเปลือยเปล่า เขาใช้มือข้างที่นวดอกไล้เรื่อยมายังด้านล่าง ยังจุดอ่อนไหวด้วยการลูบไล้แผ่วเบา แต่สะเทือนถึงเจ้าของร่างที่เกร็งสะท้านขึ้นมาทันที

เขายิ้มกับปฏิกิริยาของหญิงสาวที่ดูไร้เดียงสาไปหมด จนเขารู้สึกคลั่งอยากทำอะไรๆ ให้มากกว่านี้ แต่ก็ต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน... เขาไม่อยากหักหาญน้ำใจเธอนัก เพราะแค่นี้ก็ไม่รู้ว่า... หลังจากเธอได้ปลดปล่อยอีกรอบ เธอจะโกรธเขารึเปล่ายังไม่รู้เลย

ริมฝีปากยังคงดูดดึงและไล้เลียยอดอกเบาบ้างหนักบ้างสลับไปมา ส่วนมืออีกข้างที่เขาจับมือเธอไว้ ตอนนี้เขาปล่อยมือเธอเป็นอิสระแล้วใช้นิ้วของเขาเล่นริมฝีปากของเธอแทน ทั้งใช้นิ้วหยอกลิ้นร้อนของเธอ ริมฝีปากของเธออย่างไม่รู้เบื่อ ซึ่งเธอก็ทำตามที่เขาชี้ทางอย่างไม่ลดละเช่นกัน

แต่เพราะน้องชายของเขาต้องการปลดปล่อย เขาเลยย้ายมือข้างที่นวดจุดอ่อนไหวให้น้องชายของเขาได้ถูไถต่อ แล้วก็ดันตัวขึ้นมาอีกนิด เปลี่ยนมาใช้มือสองข้างในการนวดอกอวบ และริมฝีปากประกบกับริมฝีปากอีกครั้งแทน

ถึงจะมีกางเกงผ้ายืดคอยกั้นขวางระหว่างน้องชายของเขาและน้องสาวของเธอ แต่ความร้อนระอุก็ทะลุทะลวงให้หญิงสาวได้รับรู้รางๆ ว่าอะไรเป็นอะไร เธอเลยพยายามบิดตัวเพื่อให้หลุดพ้นจากความวาบหวามที่กำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง

“อย่าเพิ่งหนีนะ เรานะไปก่อนผมรอบหนึ่งแล้ว รอบนี้เราไปด้วยกันนะ”

เสียงแหบพร่ากระซิบชิดติดใบหู ก่อนจะรู้สึกถึงความร้อนชื้นตรงหูที่ทำเอาเธอขนลุก พลางสะบัดหน้าหนีจนได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆ

“ไม่ค่ะ... หนู...” เธอควรจะปฏิเสธยังไง ควรจะใช้คำว่าอะไร ตอนนี้เธอมึนไปหมดแล้ว และบางอย่างก็กำลังปะทุอีกครั้ง... ความรู้สึกที่สุดยอดกำลังจะมาหาเธอ ทำให้เธอได้แต่ครวญคราง “อื้อ... ไม่ไหวแล้ว”

แน่นอนว่าอัครวินท์ที่ได้ยิน ก็รีบเร่งตัวเองตามด้วย เขาย้ายสองมือจากหน้าอกมาเป็นช่วงเอวของแวววรรณทันที และรีบจัดท่วงท่าให้เหมือนกับท่าร่วมรักโดยที่ยังมีกางเกงของเขาขวางกั้น และนั่นทำให้เขาได้เห็นร่างกายอันเปลือยเปล่าของเธอ ร่างด้านบนที่บิดเร้าด้วยความเสียวกระสัน ด้านล่างก็ขยับตอบรับการเคลื่อนไหวของเขา ส่วนใบหน้านั้นตะแคงข้างแล้วยกมือขบกัดนิ้วตัวเองไปมา

เป็นภาพรัญจวนใจที่ทำให้เขาเดือดพล่านไปทั่วกาย จนในที่สุด เขาก็เปล่งเสียงครางอันหนักแน่นออกมา พร้อมๆ กับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวใต้ร่าง... และความแฉะชื้นที่แตกกระจายตรงจุดที่สัมผัสกันอย่างแนบแน่นและเร่าร้อน

แก่นกลางกายที่ยังสัมผัสกันและกัน ต่างก็รู้สึกถึงความเร่าร้อนที่ยังคงมีอยู่ แต่ชายหนุ่มคิดว่าสมควรพอแล้ว... เขาไม่ควรทำอะไรไปมากกว่านี้แล้ว แม้ว่า... จะอยากแค่ไหนก็ตาม

ส่วนแวววรรณที่นอนตะแคงด้วยความเหม่อลอยกับอารมณ์หวามหวิวที่เพิ่งจบไป... แต่ความเร่าร้อนก็ยังคงอยู่ ความรู้สึกที่ยังเต้นตุบๆ ราวกับเพิ่งจบศึกก็ทำให้เธอรู้สึกว่าควรจะอิ่มเอม แต่กลับไม่อิ่มเอมเท่าที่ควร เหมือนต้องการอะไรที่ลึกซึ้งกว่านี้มาทำให้กลางกายของเธอเต็มอิ่มกว่านี้

ชายหนุ่มก็เหมือนจะรู้ เขาค่อยๆ ทาบทับตัวเองลงบนตัวหญิงสาว พลางดูดเม้มริมฝีปาก และไล้ไปถึงใบหูที่เขาแอบขบกัดเบาๆ

“ยังไม่พอสินะ... ยังอยากมากกว่านี้สินะ...” พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับจะล่อลวงให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงมนตรา

แวววรรณเหม่อมองใบหน้าชายหนุ่มที่ชื้นเหงื่อ ผมเผ้ายุ่งเหยิง

“ตรงนั้นของเรานะ ยังเต้นตุบๆ อยู่เลย... อยากมากกว่านี้จริงๆ สินะ”

อัครวินท์ยิ้มกริ่มเมื่อแก่นกายของเขายังสัมผัสถึงความตื่นตัวของหญิงสาว นั่นทำให้เขาค้นพบว่า สาวน้อยใต้ร่างเขาคนนี้ เป็นพวกสาวไฟแรงสูงกว่าที่คิด และนั่นทำให้เขาพึงพอใจมาก

แน่นอนว่าแวววรรณลังเล เธอรู้ว่าระหว่างเขากับเธอ อาจจะเพราะความแปลกใหม่ หรือไม่ก็ใกล้ตัว ถึงได้ทำแบบนี้... ได้ง่ายๆ

พอคิดได้แบบนี้ เธอก็ส่ายหน้า แล้วพูดเสียงแผ่วว่า “ไม่ค่ะ”

ชายหนุ่มยิ้มอย่างเอ็นดู เขาเองก็ไม่ใช่คนเซ้าซี้หรือต้องบังคับให้ได้อะไร เขาแค่อยู่นิ่งๆ ปรับอารมณ์ ปรับทุกอย่างให้ดีขึ้น และคิดว่าควรจะพูดยังไงกับสาวน้อยคนนี้ดี ให้ได้รับรู้ว่าสิ่งที่เขาทำลงไปไม่ใช่แค่ความฉาบฉวยใดๆ หรืออารมณ์พาไป แต่เป็นความตั้งใจกึ่งหนึ่งที่อยากจะสัมผัสแบบนี้จริงๆ

เขาลูบผมเธอเล่น ระหว่างที่นอนกอดกันบนโซฟา “ผมตั้งใจนะ... เป็นความตั้งใจที่อยากจะผูกพันกัน”

อัครวินท์ลุกขึ้นนั่งเมื่อตัดสินใจจะพูดความจริงจากใจ เขาดึงเธอให้ลุกขึ้นมานั่ง พลางติดกระดุมให้เข้าที่เข้าทาง ซึ่งแวววรรณที่เห็นเขาทำแบบนี้ก็เขิน ก่อนจะเห็นว่ากางเกงตัวเองหลุดไปถึงไหนต่อไหน เธอก็หน้าแดงกว่าเดิม และรีบดึงรั้งกางเกงตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ดูลนลานจนชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ จนเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็จูบหน้าผากเธอ และพูดต่อทั้งๆ ที่ริมฝีปากยังแนบอยู่ที่หน้าผาก

“พี่ชอบเธอนะ”

เขาเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวทันทีเมื่อแน่ใจในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจลงไป ที่เหลือก็คืออีกฝ่ายที่จะรู้สึกยังไงกับเขา แต่ก็ขอพูดอะไรเพิ่มอีกหน่อยเหอะ

“ชอบก่อนที่อยากจะทำอะไรๆ แบบนี้นะ... อย่าเข้าใจผิดละ”

จริงๆ ไอ้ความรู้สึกชอบมันก็มาพร้อมๆ กับความรู้สึกอยากทำอะไรๆ กับเธอนั่นแหละเพียงแต่ความจริงบางอย่างก็พูดออกไปไม่ได้

“จริงเหรอคะ”

ใบหน้าแดงก่ำแลดูเย้ายวน อัครวินท์กลืนน้ำลายก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ชอบหนูจริงๆ เหรอคะ”

“ทำไมถึงชอบละคะ”

แน่นอนว่าเธอไม่มั่นใจสักนิดกับคำพูดของคนตรงหน้า ไม่ใช่เพราะเขาดูไม่น่านับถือ แต่เพราะเป็นผู้ชายต่างหาก เธอเองก็มีเพื่อนฝูงเยอะพอสมควร เลยมักได้ยินเรื่องราวของความรักที่ไม่สมหวังเพราะความลังเลของผู้ชาย บ้างก็ยกยอแต่คำหวานเพื่อหวังแต่ผลประโยชน์แก่ตัวเอง บ้างก็ไม่รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น หลากหลายเรื่องราวที่ทำให้เธอเบื่อผู้ชาย ยิ่งมาเจอกับตัวในการทำงานที่เจอเจ้านายผู้ชายชีกอมาแต๊ะอั๋งด้วยก็ยิ่งทำให้เธอเกลียดผู้ชายมากขึ้น ถึงขั้นไม่ไว้ใจเลยทีเดียว

แต่พอมาเป็นผู้ชายคนนี้ เมื่อแรกได้เจอ เธอก็รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้ชอบ ไม่ได้เกลียด ไม่อะไรทั้งนั้น มองว่าเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่ได้เจอกันบ่อยอยู่แล้ว แต่ทำไปทำมากลับกลายเจอกันบ่อยกว่าเดิม แม้ว่าจะเป็นเพียงเวลาไม่นานในการเจอกันก็ตาม แต่การได้พูดคุยนิดๆ หน่อยๆ ถูกถามไถ่ในเรื่องต่างๆ ด้วยความเป็นห่วง ก็ทำให้เธอรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่กับเขา

ทว่าความสบายใจก็ไม่ได้หมายถึงการถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้!

อีกอย่างที่น่ากังวลคือ... การชอบความรู้สึกที่วาบหวิวนี่สิ... เธอ... เป็นสาวหื่นใช่มั้ยเนี่ย

แง เธออยากร้องไห้จัง แม้จะรอคำตอบจากเขาด้วยใจที่เต้นรัวๆ ด้วยความตื่นเต้นก็ตาม แต่อีกใจก็รู้สึกแย่กับความรู้สึกหวิวไหวที่มากเกินไป และง่ายเกินไป

“น่าสนใจ คือคำจำกัดความแรกที่พี่มีต่อหนู” ในเมื่อเจ้าตัวเรียกตัวเองว่าหนู เขาเองก็รีบปรับทันที แต่ฟังแล้วเหมือนโคแก่กินหญ้าอ่อนชอบกล

“สนใจตรงที่แอบมาจัดห้องให้พี่บ่อยๆ กว่าพี่จะรู้ว่าห้องมีอะไรเปลี่ยน นิติข้างล่างก็โทรมาบอกหลังจากเราทำความสะอาดห้องไปได้เกือบเดือนละมั้ง” หญิงสาวที่นั่งฟังถึงอ้าปากค้างเลยทีเดียว ทำให้เขาต้องใช้มือดัดคางเธอให้หุบปาก

“นานไปมั้ยคะ ตั้งเดือน ขนาดฝากบอกตั้งแต่วันแรกแล้วนะคะนั่น แล้ววันต่อๆ มาก็ถามตลอดว่าเจ้าของห้องว่าอะไรมั้ย ก็ไม่เห็นนิติจะสนใจได้แต่บอกว่าไม่เป็นไรๆ”

แวววรรณว่าอย่างไม่พอใจกับนิติที่ควรจะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีกว่านี้

“เรื่องนั้นช่างเหอะ แต่เรื่องที่เราจัดห้องให้พี่นะ ทำให้พี่สนใจจริงๆ ว่าสาวแม่บ้านคนนี้เป็นคนยังไง พอมาเจอตัวจริง นิสัยตั้งใจในทุกอย่างก็ยิ่งทำให้พี่ประทับใจมากขึ้นๆ จนมาวันนี้เราก็ผูกพันไปอีกขั้น...แล้ว”

หญิงสาวหน้าแดงก่ำกับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่เพิ่งจบไปไม่นาน เธอเบือนหน้าหนี แล้วพูดอ้อมแอ้มว่า

“ไม่เร็วไปเหรอคะ”

“ก็แนบแน่นไปแล้วนี่นา”

ชายหนุ่มสวนกลับอย่างไวให้หญิงสาวยังคงหน้าแดง แต่ก็ค้อนชายหนุ่มเล็กน้อย ให้เขาหัวเราะแผ่วเบา

“ชอบไปแล้วถึงอยากยุ่งด้วยไงละ” ไม่พูดเปล่ายังโอบไหล่บางให้มาพักพิงที่อกของเขา ก่อนจะก้มลงไปจูบที่ศีรษะเบาๆ แต่หลายทีอย่างหลงใหล “เพราะชอบถึงได้ทำ” เขาพึมพำ

“แต่ยังไงก็เร็วไปนะคะ ยังไม่ทันจะ... เป็นแฟนกันเลย ก็... ถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้”

“พี่ใจร้อน” อัครวินท์หัวเราะเบาๆ “เอาเป็นว่า เราเป็นแฟนกันแล้วนะ”

แวววรรณลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “ค่ะ”

“งั้นต่อไปพี่ทำอะไรแบบเมื่อกี้อีก ก็ไม่ว่าพี่แล้วนะ” หญิงสาวเหล่อย่างไม่ไว้ใจ ให้ชายหนุ่มยิ้มพราว “พี่จะทำแค่นั้น ไม่มากกว่านี้แน่นอน”

“แค่นั้นก็เยอะเกินนะคะ สำหรับคนเป็นแฟน”

“ใครว่าละ น้อยไปด้วยซ้ำนะ เป็นคู่อื่นเขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว แต่นี่พี่เห็นเรายังอ่อนด้อยเกิน พี่เลยต้องค่อยๆ ป้อนให้เรียนรู้กันไป”

แวววรรณหน้าแดงจนไม่รู้จะแดงยังไงแล้วกับคำพูดตรงไปตรงมาแบบนี้

“รู้ได้ยังไงว่าอ่อนด้อย” แต่ก็อดจะเถียงกลับอย่างพาลๆ ไม่ได้

อัครวินท์หรี่ตาทันทีที่ได้ยิน ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อคิดอะไรได้

“เอ พี่ดูผิดไปเหรอ แต่ปฏิกิริยาโต้ตอบบอกได้เลยนะว่าอ่อนด้อยไร้ประสบการณ์”

“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย หมายถึงว่า ก่อนจะ...เห็นปฏิกิริยานะ รู้ได้ยังไงต่างหากละคะ” เธอฝืนพูดด้วยใบหน้าอันแดงก่ำ

“จริงๆ พี่ก็ดูผิดอยู่นะ เพราะเรานะชอบยั่วพี่”

“ชอบยั่ว” หญิงสาวเอ่ยเป็นคำถามจนเสียงนั้นสูงแหลมทีเดียวเชียว

“ใช่ ตอนคุยๆ กันก็มามุดโซฟาให้ดูก้น อย่างวันนี้เข้ามาในห้องก็เจอก้นเด้งไปเด้งมา ตบะจะแตกตั้งหลายรอบแล้ว”

“ไม่ได้ทำสักหน่อย”

“อย่าเลย เรานะชอบยั่วชัดๆ”

“เปล่านะ”

“อย่าเถียงๆ” คราวนี้หญิงสาวโมโห เลยโถมตัวมาหวังให้เขาหยุดปากเสียที

“ไม่ได้เถียงนะ หยุดพูดๆ เลย”

ชายหนุ่มหัวเราะอย่างชอบใจที่หญิงสาวมาทุบตีเขา แต่เจ้าตัวก็มือหนักใช่เล่น สงสัยจะทำงานบ้านเยอะ ร่างกายเลยแข็งแกร่งเอาการ “เอาละๆ เลิกล้อละๆ อย่าทุบตีพี่เลย พี่เจ็บนะ เรามือหนักใช่ย่อย”

“หึ”

“วันนี้วันศุกร์ พรุ่งนี้วันเสาร์... เรามีโปรแกรมจะทำอะไรมั้ยพรุ่งนี้นะ ไปเดตกันมั้ย”

แวววรรณตาวาวเมื่อได้ยิน เพราะเขายอมรับเธอเป็นแฟนจริงๆ ไม่ใช่แค่หวังร่างกายอย่างเดียว เพราะอย่างน้อย เขาก็คิดถึงเรื่องไปเที่ยวบ้างอะไรบ้าง ไม่ใช่หมกมุ่นอยู่กับราคะอย่างเดียว

แต่ใครจะไปรู้อนาคตเท่ากับคนที่เอ่ยปากชวนกันละ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อัคคีธารา
8.8
มินรญาสาวสวยทรงเสน่ห์เอ่ยปากท้าทายภูวนนท์ด้วยความมั่นใจว่าเขากำลังหลงรักเธอ แต่ชายหนุ่มกลับตอบโต้ด้วยถ้อยคำดูถูกทว่าปฏิกิริยาทางกายกลับสวนทางกับคำพูด เมื่อความเสียใจจากการสูญเสียคนรักผสมโรงกับฤทธิ์สุรา เปลี่ยนภูวนนท์ที่เคยเย็นชาราวสายน้ำให้กลายเป็นเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผา มินรญาที่เล่นกับไฟจึงถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแกร่ง เขาตัดสินใจระบายความแค้นและควาเจ็บปวดทั้งหมดลงที่ริมฝีปากของเธอเพื่อเป็นตัวแทนของใครอีกคนที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อีก
หน้าปกนวนิยาย ร่ายรักกับดักใจ
9.1
เมื่อไฮโซสาวเจ้าเสน่ห์อย่างเมริยาต้องเข้าพิธีวิวาห์สายฟ้าแลบกับด็อกเตอร์กันตธร หนุ่มมาดเนี้ยบผู้แสนสุภาพ หลังมีภาพหลุดขณะทั้งคู่เข้าโรงแรมด้วยกันกระจายไปทั่ว แต่ตัวตนที่แท้จริงของทั้งสองกลับต่างจากภาพลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง เมื่อสุภาพบุรุษจอมปลอมต้องมาปะทะกับสาวแสบในบ้านหลังเดียวกัน สงครามประสาทและการยั่วยวนจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความวุ่นวายที่ต่างฝ่ายต่างพยายามไม่ตกหลุมพรางหัวใจของกันและกันในฐานะสามีภรรยาจำเป็น
หน้าปกนวนิยาย ปวีร์แสนร้าย
8.0
ปวีร์ผู้จมอยู่กับความเจ็บปวดจากการที่ครอบครัวแตกแยก เริ่มเปลี่ยนความเสียใจเป็นความแค้นเมื่อพ่อแต่งงานใหม่ เขาปักใจเชื่อว่าแม่เลี้ยงคือมือที่สามที่ทำลายบ้านของเขา ความเกลียดชังนี้ลามไปถึงเฌอเอม ลูกสาววัยยี่สิบสองปีของแม่เลี้ยงที่เขาสนิทสนมด้วยมานาน จากความเคารพรักกลายเป็นความสัมพันธ์ลับที่แสนทรมาน เฌอเอมสาวน้อยผู้สดใสต้องยอมสละร่างกายและจิตใจเพื่อรองรับอารมณ์ร้ายของปวีร์ เพียงเพราะแม่ของเธอเลือกที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงของเขา
หน้าปกนวนิยาย ประธานขาหนูไม่ไหว
8.2
ความอยากรู้อยากเห็นนำไปสู่ความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามใจ เมื่อเธอเฝ้าจินตนาการถึงใบหน้าและท่าทางของท่านประธานหนุ่มในยามที่เขาปลดปล่อยอารมณ์ดิบออกมา แม้ว่าเขาจะดูเป็นคนเข้าถึงยากและเคร่งขรึมต่อหน้าคนอื่น แต่สำหรับเธอนั้นเขากลับมีมุมลับที่น่าค้นหามากกว่าที่ใครจะคาดคิด เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและการลองเชิงเริ่มต้นขึ้น เมื่อกำแพงที่เขาสร้างไว้ไม่ได้สูงชันเกินกว่าที่เธอจะก้าวข้ามไปค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย ยอดคุณหมอสกุลเฉิน
9.4
จากชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกเขยไร้ค่าและถูกดูแคลนว่าไม่ต่างจากขยะ ชีวิตของเขากลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิงหลังจากเผชิญอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เหตุการณ์นั้นนำพาให้เขาได้รับมรดกตกทอดอันล้ำค่าจากบรรพบุรุษตระกูลเฉินโดยบังเอิญ พลังลึกลับนี้เปลี่ยนให้เขากลายเป็นหมอเทวดาผู้มีทักษะการรักษาเหนือชั้นเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง จากชีวิตที่เคยมืดมนกลับกลายเป็นตำนานบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถด้านการแพทย์อันยอดเยี่ยมและทรงพลังในโลกปัจจุบัน
หน้าปกนวนิยาย บทเรียนลับคลับชั้นสูง
9.7
ว่าแล้วเธอจำต้องยอมสวมบทเป็นนางทาสแต่งตัวให้นายท่านอย่างเขาด้วยความจำใจ แต่เธอก็มีวิธีที่จะไม่ต้องเห็นภาพบาดตานั่น ด้วยการปิดตามันดื้อๆ นี่แหละ รับรองไม่เห็นชัวร์ (เอ่อ! แต่ไอ้การปิดตาแบบนี้ ถึงมันจะไม่เห็นแต่มันก็ยังสัมผัสได้นี่) ยังไม่ทันขาดคำ ขณะที่เธอกำลังคุกเข่าเพื่อสวมอันเดอร์แวร์ให้เขาพร้อมกับปิดตาไปด้วย และไอ้การที่เธอกำลังปิดตานี่แหละที่ทำให้เธอทำอะไรไม่ค่อยสะดวก พยายามคลำโน่นคลำนี่เงอะงะไปหมด แน่นอนว่ามันอันตรายต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรของเขาด้วยเช่นกัน และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา เขาจึงพยายามเหวี่ยงตัวหลบมือเรียวของเธอ ในขณะที่เธอกลับพยายามไล่ตามจับมันอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน ให้ตายเถอะ! ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเธอกำลังคลำหาอะไร แล้วเธอมาไล่จับของเขาเพื่ออะไรเนี่ย เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก เขากับเธอยังคงเล่นไล่จับกันอย่างเสียวไส้ ด้วยการขยับเอวซ้ายขวาซ้าย เอ้าซ้ายขวาซ้าย ‘ซึ่งกูไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกูต้องมายืนส่ายเอวอยู่แบบนี้ด้วย ให้ตายเถอะกูอยากถ่ายภาพนี้เก็บไว้จริงๆ เลย แม่คุณจะได้รู้ว่า ตัวเองกำลังตามล่าอะไรอยู่’ แต่เมื่อทำแบบนั้นไม่ได้ เขาจึงต้องส่ายเอวต่อไป เธอขยับมาทางซ้าย เขาจึงย้ายมาทางขวา เมื่อเธอไล่ตามมา เกือบจะคว้าได้แล้วเชียว เขารีบเบี่ยงตัวหลบ กลัวจะพบกับความเสียว ขยับเอวเพียงนิดเดียว เธอกลับเลี้ยวตามมาทัน (หมับ!!!) “ฮ่าๆๆ จับได้แล้ว” เธอหัวเราะชอบใจ เมื่อในที่สุดเธอก็คว้าหมับเข้ากับอะไรบางอย่างได้สำเร็จ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร เมื่อไม่รู้ก็ต้องดูให้เห็นกับตา “กรี๊ด...! ลามกจกเปรต ทุเรศที่สุด เอามันออกไป เอาออกไปเดี๋ยวนี้นะ” เธอโวยลั่นกับบางอย่างที่อยู่ในมือ แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ มือเธอที่กำลังขยับส่ายไปส่ายมาราวกับจับปลาชะโดตัวโต ทำเอาคนถูกจับถึงกับต้องรีบขยับตามแทบไม่ทัน ราวกับกลัวว่ามันจะหลุดติดมือเธอไป ให้ตายเถอะ! ไม่เข้าใจว่าแม่คุณจะส่ายไปส่ายมาเพื่ออะไร ‘ไม่ใช่ปลาช่อนนะเว้ยเฮ้ย! แล้วมันก็ดิ้นไม่ได้ เอ๊ะ! หรือว่าได้วะ’ “นี่! แม่คุณ ช่วยตั้งสติแล้วก้มมองหน่อยเถอะ ว่าไอ้ที่อยู่ในมือคุณน่ะ ผมไปบังคับให้คุณจับมันรึเปล่า อูว! ถ้าขืนคุณยังไม่หยุดขยับตั้งแต่ตอนนี้ล่ะก็ เกิดปลาที่อยู่ในมือคุณมันพ่นน้ำออกมาอย่าหาว่าผมไม่เตือน” คำเตือนของเขาทำเอาเธอถึงกับรีบปล่อยมือทันที อีโรติก