ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

วิญญาณหมอนิติเวชสาวยุคปัจจุบันทะลุมิติมาอยู่ในร่างคุณหนูจวนเสนาบดีผู้ถูกตราหน้าว่าไร้ความสามารถจนทำบุตรชายแม่ทัพตาย ท่ามกลางวิกฤตที่ฮ่องเต้หมายเอาชีวิตและครอบครัวทอดทิ้งเพราะข้อกล่าวหาอันเลวร้าย นางจึงใช้ทักษะการชันสูตรพลิกศพพิสูจน์ความจริงและโต้กลับทุกคนที่ดูแคลน แม้โลกทั้งใบจะหันหลังให้แต่นางยังมีท่านอ๋องผู้พร้อมทรยศคนทั้งโลกเพื่อปกป้องนาง กลายเป็นตำนานรักท่ามกลางการสืบสวนและอำนาจที่เต็มไปด้วยอุปสรรค
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ชิงหวงมิกล้าเจ้าค่ะ ชิงหวงเคารพท่านแม่ทัพมาโดยตลอด เพราะมีท่านแม่ทัพกับเหล่าทหารกล้าทั้งหลายคอยสละเลือดเนื้อที่สมรภูมิรบ พวกเราถึงได้ใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข ดังนั้นเมื่อได้ยินว่ายู่ฮูหยินคลอดยาก ข้าน้อยในฐานะที่เป็นหมอหลวงหญิงเพียงคนเดียวในสำนักหมอหลวง จึงไม่รอช้ารีบมาที่จวนท่านแม่ทัพทันที” ฉู่ชิงหวงพูดถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง “แต่เพราะปัญหาของยู่ฮูหยิน ข้าน้อยเองก็ตกใจอยู่ไม่น้อย ทว่าข้าน้อยยังไม่ทันได้รายงานความจริงกับท่านแม่ทัพก็ถูกคนตีจนสลบไปเสียก่อน”

“เจ้าฆ่าตัวตายหนีความผิดเองชัด ๆ !” ยู่ฮูหยินเดินเข้ามาโดยมีคนคอยช่วยพยุง เดิมทีนางนึกว่าฉู่ชิงหวงตายไปแล้วเสียอีก นึกไม่ถึงว่านางจะยังไม่ตาย ทั้งยังกลับมาที่จวนแม่ทัพอีก “ท่านแม่ทัพเจ้าคะ ท่านต้องทวงความยุติธรรมให้ข้ากับลูกที่น่าสงสารของเรานะ เขาเป็นลูกคนแรกของท่านนะเจ้าคะ”

“ไม่ต้องร้อง ไ่ม่ต้องร้อง” เจี่ยงซางหวู่เห็นอนุภรรยาแสนรักของตนร่ำไห้ราวกับดอกสาลี่งามต้องหยาดฝนก็ปวดใจนัก “ฉู่ชิงหวง เจ้ายังกล้าเล่นลิ้นอีกหรือ เจ้าทำให้ลูกข้าต้องตาย...”

“ท่านแม่ทัพ!” ฉู่ชิงหวงเอ่ยขัดเจี่ยงซางหวู่ขึ้น นางย้อนถามเขาอย่างมีชั้นเชิง “ยู่ฮูหยินของท่านไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน ชิงหวงจะทำให้ลูกของนางตายได้อย่างไร?

ทุกคนในที่นั้นได้ฟังคำพูดของฉู่ชิงหวงแล้วก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะยู่ฮูหยินที่ถึงกับหน้าถอดสี “ฉู่ชิงหวง เจ้ามันนังงูพิษ เจ้าฆ่าลูกข้าแล้วยังกล้ามาใส่ร้ายข้าว่าไม่เคยตั้งท้อง เจ้าจะบอกว่าที่ข้าอุ้มท้องมาเป็นสิบเดือนเป็นเรื่องโกหกอย่างนั้นหรือ?”

“ฉู่ชิงหวง หากเจ้ายังพูดจาเหลวไหลที่นี่อีก...”

“ข้ามีหลักฐาน!” ฉู่ชิงหวงกล่าวอย่างเยือกเย็น “ท่านแม่ทัพ ท่านเป็นคนปราดเปรื่อง เป็นผู้กล้ามีปัญญา ใจคอกว้างขวาง ท่านคงไม่ยอมให้มีชีวิตบริสุทธิ์หนึ่งชีวิตต้องถูกสังหารไปอย่างคลุมเครือเช่นนี้กระมัง?”

เจี่ยงซางหวู่มองนัยน์ตาใสเป็นประกายของฉู่ชิงหวงแล้วขมวดคิ้วจาง ๆ

“ท่านแม่ทัพ ท่านอย่าเชื่อนางนะเจ้าคะ ข้าอุ้มท้องมาตั้งสิบเดือน ท่านเองก็รู้อยู่แก่ใจมิใช่หรือเจ้าคะ?” ยู่ฮูหยินเริ่มร้อนรน ยามนี้นางชักจะเสียใจแล้ว นางไม่น่าร่วมมือกับฉู่ชิงเยว่วางแผนให้ใส่ร้ายฉู่ชิงหวงเลยจริง ๆ เดิมทีนางแค่คิดว่าอยากหาเด็กสักคนมาเป็นลูกของตัวเอง เพียงเท่านี้นางก็จะได้เสวยสุขบนทรัพย์สมบัติของลูกแล้ว อีกทั้งนางก็จะได้เป็นฮูหยินท่านแม่ทัพ แต่ฉู่ชิงเยว่บอกว่าอาศัยเด็กคนเดียวคงไม่อาจเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพได้ อีกฝ่ายบอกว่าขอเพียงนางร่วมมือให้ร้ายฉู่ชิงหวง ก็จะช่วยให้นางได้ตำแหน่งฮูหยินท่านแม่ทัพ ทว่าตอนนี้นางชักจะเสียใจเสียแล้ว

“ท่านแม่ทัพ ชิงหวงเริ่มเรียนวิชาแพทย์กับท่านอารองตั้งแต่อายุหกขวบ จนบัดนี้ก็สิบปีแล้ว ภายหลังเป็นเพราะการแนะนำของพระนางซูเฟย ข้าถึงได้ผ่านบททดสอบยาก ๆ พวกนั้นจนกลายมาเป็นหมอหญิงเพียงคนเดียวในสำนักหมอหลวง ความสามารถของข้า ท่านแม่ทัพเองก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ มิเช่นนั้นคงไม่เชิญข้ามาที่จวนท่านกระมัง หลังจากที่ตรวจอาการให้ยู่ฮูหยินแล้ว ข้าถึงได้พบว่านางใช้สูตรยาลับเฉพาะที่ช่วยให้มีอาการเหมือนคนตั้งท้อง แต่หลังจากใช้ยาแก้อาการนั้นแล้วก็จะกลับมาเป็นปกติดังเดิม” ฉู่ชิงหวงสำลัก “แต่ข้ายังไม่ทันได้รายงานท่านแม่ทัพ ก็ถูกคนตีจนสลบไปก่อน จากนั้นก็ถูกคุมตัวไปลานประหาร ข้อหาลอบสังหารทายาทของท่านแม่ทัพ”

“เจ้าพูดเหลวไหล ข้าเปล่า ข้าไม่ได้ทำนะ!” ยู่ฮูหยินจับมือเจี่ยงซางหวู่ไว้ “ท่านแม่ทัพ ท่านต้องเชื่อข้านะเจ้าคะ ข้าไม่ได้ทำ”

“ท่านแม่ทัพ นับแต่โบราณมา ชาวบ้านล้วนใช้วิธีหยดเลือดพิสูจน์เพื่อยืนยันตัวตนที่แท้จริง” ฉู่ชิงหวงไม่รีบร้อน นางเอ่ยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ “คิดว่าพวกท่านคงยังไม่ได้จัดการศพทารกน้อยกระมัง?”

“ยัง” เมื่อคิดถึงศพทารกที่ยามนี้นอนอยู่ในโลงแล้ว เจี่ยงซางหวู่ก็ปวดใจนัก เขาอายุสามสิบกว่าแล้วแต่เพิ่งจะมีลูกแค่คนเดียว ซ้ำยามนี้กลับต้องมาจากไปเช่นนี้ จะไม่ให้เขาเศร้าใจได้หรือ?

“แต่ตอนนี้ทารกตายไปแล้ว เลือดก็แข็งตัวหมดแล้ว คงไม่อาจใช้วิธีหยดเลือดพิสูจน์เพื่อยืนยันว่าเป็นสายเลือดเดียวกันได้” ฉู่ชิงหวงว่าพลางเหลือบไปมองยู่ฮูหยิน

ยู่ฮูหยินได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก จริงสิ เด็กก็ตายไปแล้ว จะพิสูจน์อย่างไรได้อีก?

“แต่... มีน้อยคนนักจะรู้ว่ายังสามารถใช้กระดูกพิสูจน์ความเป็นสายเลือดเดียวกันได้ด้วย!”

ยู่ฮูหยินพลันสีหน้าย่ำแย่ลงกว่าเดิม ไม่ได้ นางจะให้ฉู่ชิงหวงทำเช่นนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด

“หากท่านแม่ทัพอยากรู้ความจริง ก็ให้คนเอากระดูกสักท่อนของทารกมา เป็นลูกของท่านหรือไม่ แค่ทดสอบดูก็รู้แล้วเจ้าค่ะ”

“ฉู่ชิงหวง เจ้าฆ่าลูกชายข้ายังไม่พอ ยังจะทำให้ศพเขาไม่สมประกอบอีก เจ้ามันอำมหิตผิดมนุษย์มนาเกินไปแล้ว” ยู่ฮูหยินโผเข้าไปในอ้อมกอดเจี่ยงซางหวู่ “ท่านแม่ทัพ ลูกของเราตายอย่างอนาถเพียงนั้น ยามนี้ลูกตายไปแล้ว ท่านทนเห็นลูกอยู่อย่างไม่สงบได้หรือเจ้าคะ ยังต้องให้คนไปเลาะกระดูกลูกออกมาอีก เช่นนั้นลูกจะต้องเจ็บปวดสักแค่ไหนกันเจ้าคะ”

“ฉู่ชิงหวง เจ้ากลัวตายใช่หรือไม่ ถึงได้มาใส่ร้ายยู่ฮูหยินกับข้าเรื่องลูกของข้า เพื่อที่เจ้าเองจะหนีการลงทัณฑ์ใช่หรือไม่?” เจี่ยงซางหวู่ถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น กล่าวโดยสัตย์จริงแล้วเขาเองก็เคยสงสัยอยู่เช่นกัน เพราะภรรยาเอกที่แต่งงานกันมาหลายปีก็ไม่เคยตั้งท้อง กระทั่งอนุที่เรือนหลังคนอื่น ๆ ของเขาก็ไม่เคยตั้งท้องเลยสักคน เขาเกือบสงสัยในตัวเองแล้ว แต่พอได้ยินว่ายู่ฮูหยินตั้งท้องแล้วเขาก็ถึงได้โล่งใจ ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับลูกคนนี้มากนัก

“หากชิงหวงไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ ชิงหวงยินดีให้คนทั้งตระกูลถูกฝังไปตามลูกของท่านพร้อมกันเจ้าค่ะ!”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สุดที่รักของจักรพรรดิ
9.8
เฉียวชูเยว่อุทิศตนดูแลสามีจนได้เป็นขุนนาง ทว่าเขากลับทรยศนางด้วยความโลภและเจ้าชู้ เพื่อปกป้องอนาคตของเขา นางจำต้องยอมทอดกายรับใช้จักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดอย่างกล้ำกลืน ขณะที่สามีเสวยสุขในลาภยศและสตรีอื่น นางกลับถูกตอบแทนด้วยใบหย่าและถูกไล่ล่าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุด จักรพรรดิได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมยื่นข้อเสนอให้นางมาเป็นผู้หญิงของพระองค์ เพื่อแลกกับการคุ้มครองไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกนางได้อีกตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
9.5
หลังสูญเสียน้องสาวเพียงคนเดียว ฟางเซียนพยายามจบชีวิตตัวเองหลายสิบครั้งทว่าล้มเหลวทุกครา จนกระทั่งระบบห้ามฆ่าตัวตายปรากฏตัวขึ้นพร้อมบังคับผูกมัดวิญญาณเธอไว้ โดยสั่งห้ามตายจนกว่าจะครบหนึ่งหมื่นปีเนื่องจากสวรรค์เต็ม เธอถูกส่งไปยังโลกยุทธภพเพื่อทำภารกิจขัดเกลาตัวร้ายสูงสุดในฐานะอาจารย์ แม้จะถูกล่อลวงด้วยเงินทองหรือพลังอมตะเพื่อให้เป็นจอมมาร เธอกลับโหยหาเพียงความตายและพยายามทุกวิถีทางเพื่อหนีจากระบบเฮงซวยที่คอยขัดขวางการจากไปของเธอในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย  เกิดใหม่เป็นแม่หม้ายที่สามีทิ้ง
9.1
ชาติภพก่อนนางต้องสูญเสียลูกและสามีเพราะคนร้ายกราดยิงในห้าง จนนางเลือกจบชีวิตโดยการฆ่าตัวตายตาม พอเกิดชาติใหม่ก็มาอาศัยร่างที่ใบหน้าเหมือนตัวเองแถมมีลูกสาวที่หน้าเหมือนลูกสาวภพก่อนแต่กลับถูกสามีทิ้งให้มาอยู่ลำพังบนเขาจนอดข้าวตาย นางที่ได้มาอาศัยร้าง สัญญาว่าจะดูแลบุตรสาวคนนี้ให้ดีที่สุด และหวังว่าจะเจอสามีนางในภพเช่นกัน หญิงหม้ายเช่นนางจะดูแลบุตรสาวด้วยตัวเอง... "ท่านแม่กอดเอวของท่านพ่อเอาไว้แบบนี้ห้ามปล่อยนะเจ้าคะ ถ้าท่านแม่กอดเอวท่านพ่อก็จะได้กอดถิงถิงไปด้วย" เสียงเล็กของสาวน้อยที่นั่งตรงกลางระหว่างเจินเป่าและเหนียงไป๋กล่าวบอกผู้เป็นมารดาด้วยน้ำเสียงแจ่มใส เหนียงไป๋จึงไม่มีทางเลือกต้องพยักหน้ารับและทำตามที่บุตรสาวบอกแต่โดยดี ******************* นิยายสนุก น่ารัก อบอุ่นหัวใจ ดีต่อสุขภาพ แวะมาอ่านกันเยอะๆ นะคะ
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่เพื่อให้เจ้าคุณรัก
9.1
ชีวิตของจันทร์วราสิ้นสุดลงอย่างเหลือเชื่อเพียงเพราะไก่ย่างไม้เดียว ก่อนจะตื่นขึ้นในร่างบุตรสาวเจ้าพระยาแห่งยุคอดีต พร้อมสถานะภรรยาของเจ้าคุณพิพัฒน์ ขุนนางหนุ่มผู้แสนเย็นชาและไร้หัวใจ ทว่าวิญญาณสาวสถาปัตย์ยุคใหม่กลับไม่แยแสความห่างเหินนั้น ยิ่งเธอเมินเฉยและเป็นตัวของตัวเองมากเท่าไร สามีผู้เคร่งขรึมกลับยิ่งหลงเสน่ห์ในความแปลกใหม่ จนความเฉยชาแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งรักที่เขาเองก็ไม่อาจต้านทานได้ในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง
9.0
จางม่านอวี้จำใจรับตำแหน่งพระสนมทั้งที่รู้ว่าตนเองไร้ความงามโดดเด่นและไม่คู่ควรกับฮ่องเต้จูหมิงผู้สูงวัย ทว่านางกลับกลายเป็นสตรีที่กุมหัวใจทั้งจักรพรรดิ องค์ชาย และแม่ทัพเฉินต้าเหว่ยเพื่อนสนิทผู้ภักดี แม้ฐานะที่เปลี่ยนไปจะกลายเป็นกำแพงกั้นความรักระหว่างนางกับต้าเหว่ย แต่คำยืนยันในรักแท้ที่หนักแน่นดั่งหินผาของเขาก็ช่วยชุบชูหัวใจที่เหี่ยวเฉาของนางให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและโชคชะตาที่สวรรค์เป็นผู้ลิขิต
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ