ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นักล่าคู่กับหมอมหัศจรรย์

นักล่าคู่กับหมอมหัศจรรย์

ฟางจินซิ่วหมอสาวที่มีมิติวิเศษติดตัวต้องข้ามภพมาเป็นชาวนาในหมู่บ้านที่แห้งแล้งและถูกขายไป แต่ครอบครัวใหม่กลับดูแลเธออย่างดี เธอจึงตัดสินใจใช้สระน้ำศักดิ์สิทธิ์และทักษะการแพทย์รักษาแม่สามีพร้อมแก้ปัญหาความอดอยากด้วยการปลูกผักและล่าสัตว์จนชีวิตรุ่งเรือง แม้จะมีญาติขี้อิจฉาคอยระราน แต่เธอก็มีสามีพรานป่าผู้แข็งแกร่งและซื่อสัตย์คอยปกป้องเคียงข้าง โดยเขายอมสละได้แม้กระทั่งชีวิตเพื่อรักษาความรักครั้งนี้ไว้ตลอดกาลในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตราย
ตอน
แชร์

ตอน 2

เมื่อเห็นว่านางไม่พูดไม่จา ฟางต้าจู้ก็หันหลังไปบอกให้หวังซิ่วเม่ยผู้เป็นภรรยาไปเก็บสัมภาระให้นาง

“ตระกูลจงอยู่บนภูเขา วันนี้เราต้องส่งนางไปที่นั่น ถ้ายังไม่ไปอีก ถนนหนทางบนภูเขาตอนฟ้ามืดแล้วอันตราย”

ฟางจิ่นซิ่วไม่อยากจะสนใจคนครอบครัวนี้แล้ว เสี่ยวเฉาหรือน้องสี่กำลังซ่อนตัวอยู่หลังประตูแอบดูนางอยู่ ดวงตาคู่นั้นของนางเมื่ออยู่บนใบหน้าเล็ก ๆ ที่ซูบตอบแล้วดูโดดเด่นเป็นพิเศษ น้ำตากำลังไหลรินลงมาไม่ขาดสาย

ฟางจิ่นซิ่วรู้สึกทนไม่ไหวเล็หน้อย แต่ตอนนี้แม้แต่ตัวนางเองยังไม่สามารถปกป้องเอาไว้ได้เลย นางไม่รู้จริง ๆ ว่าจะดูแลเสี่ยวเฉาได้อย่างไร

เด็กผู้หญิงคนนี้มีสุขภาพไม่ดีมาตั้งแต่เกิด ซึ่งฟางต้าจู้ และภรรยาของเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเลี้ยงดูนางเอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ต้องขอบคุณความมีน้ำใจของเจ้าของร่างเดิมที่ขอร้องให้พ่อแม่เก็บน้องสาวคนนี้เอาไว้ ตอนที่เสี่ยวเฉาเกิดมานางเพิ่งจะมีอายุเพียงห้าขวบเท่านั้น น้องคนนี้นางแทบจะเป็นคนเลี้ยงดูมาคนเดียวเลยด้วยซ้ำ

ตอนนี้เมื่อนางถูกขายออกไป นับจากนี้ไปจึงไม่มีใครที่จะสามารถปกป้องเด็กหญิงคนนี้ได้อีกแล้ว

จะให้นางไปที่บ้านของตระกูลจงด้วยน่ะหรือ? รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว

หวังซิ่วเม่ยเข้าไปได้สักพัก หลังจากคิดไปคิดมาแล้วนางก็เดินออกมามือเปล่า แม้แต่เสื้อผ้าขาดวิ่นที่ฟางจิ่นซิ่วเคยใส่ในทุกวันสักตัว นางก็ทำใจที่จะให้ไปไม่ได้”

“ช่างเถอะ เดี๋ยวนางไปที่ตระกูลจงนางก็เป็นคนของตระกูลจงแล้ว จะมาสิ้นเปลืองข้าวของในเรือนของเราไปทำไม”

ฟางจิ่นซิ่วเสียใจแทนเจ้าของร่างเดิมมาก นางตามฟางต้าจู้ออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

น้ำทิพย์จากพิภพของนางมีฤทธิ์ในการรักษาอย่างน่าอัศจรรย์ ประกอบกับตัวนางเองก็เป็นนักศึกษาแพทย์ด้วย

หากตระกูลฟางไม่โหดเหี้ยมกับนางเช่นนี้ อาการบาดเจ็บที่ขาของฟางเจี้ยนเหรินเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยในสายตาของนางเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เงินห้าตำลึงเลยด้วยซ้ำ

ทั้งหมดนี้เกิดจากตระกูลฟางที่รนหาที่เอง

ระหว่างทางฟางต้าจู้ก็คอยพูดล้างสมองฟางจิ่นซิ่วไปด้วย

“เมื่อไปอยู่ตระกูลจงแล้วเจ้าจะต้องขยันเข้าไว้ เขาจะได้เห็นแก่ความขยันขันแข็งของเจ้า แล้วยอมซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ให้เจ้า”

“หากเจ้าสวมเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของเก่าไปก็มีแต่จะอับอายผู้คน คนจะหาว่าแม่ของเจ้าไม่ได้จัดเตรียมของข้าวของดี ๆ ให้เจ้าได้”

“จงยวี่รู้วิธีการล่าสัตว์ หากเขาล่าสัตว์ดี ๆ มาได้ เจ้าควรจะให้ความสำคัญกับครอบครัวตัวเองให้มาก อย่าลืมเด็ดขาดว่าเจ้าสกุลฟาง อย่าทำตัวเป็นหมาป่าตาขาวเนรคุณหน่อยเลย”

“ต่อไปหากเจ้าถูกรังแกขึ้นมาจริง ๆ ข้าและเฮียใหญ่ของเจ้าไม่ถึงขนาดกับใจร้ายใจดำไม่ยอมช่วยเหลือเจ้า”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฟางจิ่นซิ่วก็ทนไม่ไหวแล้ว สรุปแล้วใครกันแน่ที่ใจร้ายใจดำ?

“เหอะ จะช่วยเหลือข้างั้นรึ?”

“พวกท่านขายข้าให้กับตระกูลจงไปแล้วไม่ใช่หรือไร? ในสัญญาการขายตัวก็บังคับให้ข้าให้ข้าประทับลายนิ้วมือไปแล้วนี่”

“ต่อจากนี้ไปไม่ว่าข้าจะอยู่หรือตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับตระกูลฟางอีกแล้ว”

ด้วยความที่กลัวว่าฟางจิ่นซิ่วจะหนีไปอีก ระหว่างทางมือทั้งสองข้างของนางจึงถูกมัดเอาไว้ตลอด โดยที่ปลายเชือกอีกด้านหนึ่งฟางต้าจู้จะคอยดึงเอาไว้

เมื่อฟางต้าจู้ได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความโกรธขึ้นมาทันที เขาจึงด่าทอว่านางเป็นหมาป่าตาขาวเนรคุณคน

จากนั้นก็พูดถึงพระคุณของการเลี้ยงดูครั้งแล้วครั้งเล่า

ฟางจิ่นซิ่วหัวเราะเยาะขึ้นมา นางไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมเสียหน่อย ดังนั้นการเลี้ยงดูจึงไม่เกี่ยวข้องกับนาง

รอให้ไปถึงตระกูลจงแล้ว นางจะรอดูสถานการณ์ก่อนค่อยว่ากัน

เมืองซีโจวกำลังประสบวิกฤตภัยความแห้งแล้งและความอดอยาก หากโลกอยู่ในความวุ่นวาย โจรก็จะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ต่อให้นางจะหนีไปได้ แต่นางก็อาจจะไม่รอดอยู่ดี

ถ้าคนตระกูลจงไม่เลว นางก็จะอยู่ต่อ อาศัยน้ำทิพย์จากพิภพ และทักษะทางการแพทย์ของนางแล้ว แม้จะอดอยากปากแห้งแค่ไหนก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะไม่มีข้าวกิน

หากจงยวี่ผู้นั้นเป็นยักษ์ที่โหดร้ายอย่างที่ชาวบ้านพูดกันจริง ๆ นางก็จะหาโอกาสหนีไปอีกครั้งให้ได้

วันข้างหน้าก็ค่อยว่ากันอีกที

ฟางต้าจู้เห็นว่านางดูดื้นรั้น ดังนั้นเขาจึงกระชับเชือกให้แน่น และเร่งความเร็วในการเดินขึ้นอีก

เมื่อข้ามภูเขาลูกนี้ไป ก็จะเป็นที่อยู่ของตระกูลจงที่พักกันอยู่บนไหล่เขา

นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านที่เรียกกันว่าหมู่บ้านกลางป่าอยู่ที่เชิงภูเขาอีกลูกด้วย แม้ว่าตระกูลฟาง และหมู่บ้านกลางป่าจะห่างกันโดยมีภูเขาลูกหนึ่งกั้นอยู่ แต่ในความจริงต้องใช้เวลาเดินทางสามถึงสี่ชั่วยามเลยก็ว่าได้กว่าจะมาถึง

ภูเขาลูกนี้ใหญ่มาก ถ้าไม่ใช่เพราะภัยแล้งที่ทำให้วัชพืช และพืชพรรณมากมายเปิดทางให้คนเดินได้ ปกติแล้วก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปในภูเขาลูกนี้หรอก

เนื่องจากทางเข้าออกของภูเขาไม่สะดวก ผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านกลางป่ายากจนกว่าคนข้างนอกมากโข ส่วนใหญ่หากไม่ผลูกพืช ก็ทำได้แค่พึ่งพาอาหารจากภูเขาเท่านั้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บุตรเช่นข้า หาได้ต้องการบิดาเช่นท่าน
9.4
หลินตงหยาง โปรแกรมเมอร์ผู้จบชีวิตลงเพราะตรากตรำทำงานหนัก กลับตื่นขึ้นมาในร่างเด็กชายวัย 10 ขวบที่มีชื่อเดียวกันในโลกย้อนยุค เขาพบว่าเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตจากการถูกย่าแท้ๆ ทำร้ายเพื่อแย่งชิงอาหาร ทั้งที่ครอบครัวฝ่ายพ่อเคยทอดทิ้งพวกเขาไปอย่างไม่ใยดีเพื่อแสวงหาความร่ำรวยในเมืองหลวง ทิ้งให้แม่และลูกๆ ต้องเผชิญความลำบากเพียงลำพัง เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่พร้อมความทรงจำเดิม เขาจึงกำหมัดแน่นด้วยความแค้นและสาบานว่าจะปกป้องแม่กับน้องสาวจากคนสารเลวเหล่านั้นให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย อุบัติรักไฟกาล
9.4
รัชนิชลต้องร่วมงานกับแคสเตอร์ ช่างภาพหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้แสนยียวนในภารกิจถ่ายทำสารคดีกลางป่าลึก แม้เธอจะพยายามรักษาระยะห่างเพียงใด แต่เหตุการณ์น้ำป่าหลากทำให้ทั้งคู่ต้องหลงทางและติดอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ฤทธิ์จากเห็ดป่าที่เผลอกินเข้าไปนำพาไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนที่พร่าเลือน เมื่อถูกช่วยออกมาได้ รัชนิชลจึงตัดสินใจลาออกเพื่อเก็บซ่อนความลับเรื่องลูกในท้องไว้เพียงลำพัง โดยที่แคสเตอร์เองก็ไม่ล่วงรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลยแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลตัดสินใจเดินทางกลับสู่อารันดาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ เพื่อพบกับชี้คฟีรอสชายหนุ่มผู้มั่นคงในรักต่อเธอ ทว่าค่ำคืนแรกกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเธอถูกลักพาตัวจากห้องนอนไปตื่นขึ้นในกระโจมกลางทะเลทราย พร้อมกับร่างโชกเลือดของชี้คหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางอุปสรรคและหญิงสาวมากมายที่จ้องจะแย่งชิงเขา น้ำตาลต้องพิสูจน์ว่าความรักและความเชื่อใจของเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะฟันฝ่ากระแสลมร้อนและอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
7.8
ซูเจิน นักพฤกษศาสตร์สาวผู้ใช้ชีวิตในห้องวิจัยมานาน ตัดสินใจอาสาเข้าร่วมทีมสำรวจป่าเหอหนานอันตรายที่เคยคร่าชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน แม้เพื่อนร่วมงานจะคัดค้าน แต่เธอก็เลือกเผชิญหน้ากับความเสี่ยงเพื่อเก็บตัวอย่างพืชหายากในพื้นที่ลึกลับที่เทคโนโลยีล้ำสมัยยังเข้าไม่ถึง ทว่าในวันที่เจ็ดของการเดินทาง การค้นพบดอกไม้ประหลาดท่ามกลางป่าลึกกลับนำพาเธอไปสู่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เมื่อการสัมผัสเพียงครั้งเดียวทำให้เธอหมดสติไปพร้อมกับแสงสว่างปริศนาที่เปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อนิยายที่เคยอ่านพังพินาศเพราะมีคนมาเกิดใหม่แก้ไขพล็อตจนมั่วซั่ว หญิงสาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงต้องระเห็จออกจากจวนเพื่อท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ชีวิตใหม่ของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้วิชาพิสดารอย่างน้ำเต้าหู้สังหารศัตรู และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความป่วนและอันตรายในโลกแฟนตาซีที่คาดเดาไม่ได้ครั้งนี้