ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่

คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่

《คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่》ถ่ายทอดเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหญิงสาวผู้เคยเป็นความภาคภูมิใจของตระกูล เธอเกิดมาในฐานะทายาทที่ถูกคาดหวังสูงสุด ทั้งความสามารถและพรสวรรค์ทำให้เธอถูกวางตัวให้เป็นศูนย์กลางของอนาคตครอบครัว แต่ชีวิตของเธอกลับเปลี่ยนไปเพราะความรักที่ยาวนานถึงเจ็ดปี เธอยอมสละทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง อนาคต และศักดิ์ศรี เพื่อช่วยชายที่เธอรักอย่างมู่จื่อเจว๋ ทั้งยังใช้ความสามารถของตนสร้างธุรกิจ สนับสนุนเขาจนตระกูลของเขาก้าวสู่ความรุ่งเรือง แต่ความทุ่มเททั้งหมดกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เขาและเพื่อนสนิทที่เธอเคยไว้ใจร่วมกันวางแผน夺走ทุกอย่าง ทั้งบริษัท อำนาจ และชีวิตของเธอ เธอถูกทำให้หมดสติยาวนานถึงสามปี และในช่วงเวลานั้น เธอกลายเป็นเพียง “เงา” ที่ถูกกดทับอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ขณะที่คนที่ทรยศเธอกลับใช้ชีวิตหรูหราและเย้ยหยันศักดิ์ศรีของเธออย่างไม่เกรงกลัว เมื่อเธอฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หญิงสาวที่เคยอ่อนโยนได้หายไป เหลือเพียงตัวตนที่เยือกเย็น เด็ดขาด และเต็มไปด้วยพลังในการเอาคืน เธอเริ่มต้นการชำระบัญชีอย่างไม่ลังเล เปิดโปงความจริงทั้งหมด ล้มล้างแผนการของคนทรยศ และทวงคืนทุกสิ่งที่เคยเป็นของเธอ ความสัมพันธ์ที่เคยพังทลายถูกฉีกออกทีละชั้น พร้อมเผยให้เห็นโครงสร้างอำนาจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโลกชนชั้นสูง ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป ตัวตนที่แท้จริงของเธอก็ยิ่งถูกเปิดเผย เธอไม่ใช่เพียงหญิงสาวธรรมดา แต่คือทายาทตัวจริงของตระกูลใหญ่ระดับประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้ครอบครองความสามารถระดับนานาชาติ ทั้งด้านการต่อสู้และเครือข่ายอำนาจลับในโลกธุรกิจใต้ดิน การกลับมาของเธอทำให้วงการชนชั้นสูงสั่นสะเทือน ทุกตระกูลใหญ่ต้องหันมาจับตามอง ชายที่เคยทำร้ายเธอได้แต่คุกเข่าอ้อนวอนขอการให้อภัย แต่เธอไม่เหลือความรู้สึกเดิมอีกต่อไป ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ชายผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่รอคอยเธอมานานกว่าทศวรรษ ยังคงยืนอยู่เคียงข้างเธออย่างมั่นคง และในที่สุด เธอก็เลือกก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ของตนเอง—เส้นทางของผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นเหยื่ออีกต่อไป แต่เป็นผู้ควบคุมโชคชะตาของโลกทั้งใบอย่างแท้จริง
ตอน
แชร์

ตอน 2

งานเลี้ยงที่เซียนเลส พาเลซ โฮเทล

“ขอเสียงปรบมือต้อนรับคุณมู่แห่งมู่ซื่อครับ!”

มู่จื่อเจว๋พาเจียงอีโหรวผู้เป็นเลขาเข้ามาในงานท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกระหึ่ม

ในฐานะที่เป็นโรงแรมอันดับหนึ่งของเมืองเจียง แล้วก็เป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นโดยมู่ซื่อซึ่งบริษัทอันดับหนึ่งของเมืองเจียง จึงมีผู้ทรงอำนาจและมีอิทธิพลในแวดวงธุรกิจจำนวนมากในเมืองเจียงมารวมตัวกันที่นี่

รวมถึงเหล่าพันธมิตรร่วมงานของมู่ซื่อด้วยเช่นกัน

ส่วนงานเลี้ยงที่ใหญ่โตขนาดนี้ จุดประสงค์ก็เพียงเพื่อประกาศแต่งตั้งซีอีโอคนใหม่ของมู่ซื่อเท่านั้น

“ว้าว! คุณมู่หล่อจังเลย!”

“ไม่ใช่แค่หล่อนะ ที่สำคัญคือเป็นผู้ชายที่ดีมาก ๆ ด้วย ทั้ง ๆ ที่ดีเลิศขนาดนี้ แต่กลับคอยดูแลภรรยาที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราป่วยติดเตียงมานานสามปีอย่างซื่อสัตย์ ไม่แต่งงานใหม่ และยังได้ยินมาว่าภรรยาของเขาถูกคนในครอบครัวทอดทิ้งมาด้วยนะ!”

“คุณพระ ผู้หญิงคนนี้โชคดีเกินไปไหม”

“นั่นน่ะสิ เมื่อสามปีก่อนแม้แต่ศาสตราจารย์เผิง หมอที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศก็ยังบอกว่าไม่สามารถรักษาได้ ถ้าไม่ได้คุณมู่ ผู้หญิงคนนั้นก็คงจะตายไปนานแล้ว...”

ตอนนี้บรรดาสาว ๆ ต่างพากันพูดคุยซุบซิบด้วยความอิจฉา

มู่จื่อเจว๋ได้ยินแบบนั้นก็อกผายไหล่ผึ่งขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่

ในเวลานี้เฉินเจิน ตัวแทนของคณะกรรมการก็เดินมาอยู่ตรงหน้าของมู่จื่อเจว๋ ก่อนจะประกาศออกมาต่อหน้าผู้คนว่า:

“ผมเชื่อว่าทุกท่านต่างก็ทราบกันดีว่าคุณเซี่ย ซีอีโอคนก่อนของมู่ซื่อล้มป่วยหนักเป็นเวลาสามปี ดังนั้นหลังจากที่คณะกรรมการได้ร่วมกันหารือแล้ว จึงตัดสินใจที่จะเลือกซีอีโอคนใหม่มารับหน้าที่แทนคุณเซี่ย”

“ส่วนซีอีโอคนใหม่คนนี้ก็คือ...

ขณะที่พูดถึงตรงนี้

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหันก็ขัดจังหวะทำให้การประกาศหยุดชะงัก

มู่จื่อเจว๋หยิบโทรศัพท์ออกมา หลังจากเห็นว่าคนที่โทรมาคือบุคลากรของโรงพยาบาล เขาก็อึ้งตะลึงไปทันที สุดท้ายก็รับสาย

เสียงของนางพยาบาลดังมาจากปลายสายอย่างรวดเร็ว :

“คุณมู่ คุณเซี่ยหลิง ภรรยาของคุณเพิ่งจะฟื้นขึ้นมา ไม่ทราบว่าคุณสามารถมาที่โรงพยาบาลได้ตอนไหนคะ”

“อะไรนะ!” มู่จื่อเจว๋ตกใจจนแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้งไป

เซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาแล้วเหรอ

จะเป็นไปได้ยังไง!

แต่เพื่อไม่ให้ทุกคนเกิดความสงสัย มู่จื่อเจว๋จึงรีบวางสายไปด้วยความลนลาน ก่อนจะพูดกับเฉินเจิน “ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรครับ คุณเฉิน เชิญต่อได้เลย”

ขอแค่เขาได้รับหุ้นอย่างราบรื่น ต่อให้เซี่ยหลิงจะฟื้นขึ้นมาตอนนี้มันก็สายไปแล้ว

เฉินเจินพยักหน้า ก่อนจะประกาศต่อ “ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอแต่งตั้งคุณมู่ มู่จื่อเจว๋เป็นซีอีโอของมู่ซื่ออย่างเป็นทางการ!”

“เยี่ยม!”

ทุกคนพากันปรบมือ

“คุณเฉิน หลังจากนี้พวกเราจะลงนามโอนกรรมสิทธิ์หุ้นกันที่ไหนดี?” มู่จื่อเจว๋ที่รู้ว่าเซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาแล้วก็รีบเร่งเร้าด้วยความรีบร้อนทันที

แต่เฉินเจินกลับส่ายหน้า “คุณมู่ ไม่ได้เซ็นสัญญากันวันนี้ครับ”

“ไม่ใช่วันนี้เหรอ แล้วเมื่อไร?” สีหน้าของมู่จื่อเจว๋แข็งชะงักทันที

“ช่วงเวลาเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ จะมีการแถลงข่าวในอีกสามวันข้างหน้า ถึงตอนนั้นก็จะมีการประกาศให้ทั้งอินเทอร์เน็ตได้ทราบ ส่วนงานเลี้ยงในวันนี้ก็เป็นเพียงแค่การแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเท่านั้น”

คำตอบในงานเลี้ยงของเฉินเจินดังก้องอยู่ในหัวของมู่จื่อเจว๋อย่างต่อเนื่อง

มู่จื่อเจว๋ออกมาจากงานเลี้ยง เข้ามานั่งอยู่บนที่นั่งคนขับในรถหรู รู้สึกเหมือนกับถูกหลอก

“บ้าเอ๊ย!”

มู่จื่อเจว๋ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโหเกรี้ยวกราด

“พี่จื่อเจว๋ เป็นอะไรไปเหรอคะ?” เจียงอีโหรวถามขึ้นด้วยความสับสนไม่เข้าใจ

“หุ้นยังไม่ถูกโอนมา เซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาก่อน” มู่จื่อเจวสตาร์ทเครื่องด้วยใบหน้าที่หมองหม่น “พวกไปโรงพยาบาล ไปจัดการเรื่องของเซี่ยหลิงให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

...

ภายในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาล

“เสี่ยวหลิง คุณเพิ่งฟื้นขึ้นมา ต้องพักฟื้นตามคำสั่งของหมอนะ มา หิวแล้วใช่ไหม กินอะไรก่อน เรื่องของบริษัท มีผมอยู่ด้วย คุณพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างสงบจิตสงบใจได้เลยนะ”

เซี่ยหลิงนอนมองชายโฉดหญิงชั่วที่อยู่ตรงหน้าคู่นี้กำลังวุ่นไปวุ่นมาอยู่บนเตียงอย่างเงียบ ๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะเธอยังมีสติสัมปชัญญะ เธอก็ไม่มีทางเชื่อแน่นอนว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทั้งสองคนนี้จะแอบมีอะไรกันอยู่ริมเตียงของเธอ

“จริงสิ เสี่ยวหลิง เมื่อตะกี้นี้ผมถามหมอแล้ว หมอบอกว่าตอนนี้ร่างกายของคุณอ่อนแอมาก ไม่สามารถสัมผัสอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ปล่อยรังสีได้ ไม่อย่างนั้นมันจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูร่างกายของคุณ”

มู่จื่อเจว๋เดินตรงไปปิดโทรทัศน์ ก่อนจะสะกิดจมูกของเธอ เก็บโทรศัพท์ของเซี่ยหลิงไปอย่างเอาใจใส่ ก่อนจะแสร้งทำเป็นพูดขึ้นอย่างเอ็นดู “โทรศัพท์ก็เล่นไม่ได้เหมือนกัน มันไม่ดีต่อร่างกาย คุณทนอีกสักสองสามวันนะ”

ก่อนที่เขาจะลงนามเซ็นข้อตกลงการโอนหุ้น กลายเป็นซีอีโอคนปัจจุบันของบริษัทอย่างเป็นทางการ จะปล่อยให้เซี่ยหลิงติดต่อกับโลกภายนอกไม่ได้เด็ดขาด

แล้วก็จะให้คนพวกนั้นของบริษัทรู้ว่าเซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาแล้วไม่ได้เหมือนกัน

ไม่อย่างนั้นความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเขาก็จะสูญเปล่า

“ใช่ ๆ เสี่ยวหลิง คุณมู่พูดถูก สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือสุขภาพร่างกายของเธอ ส่วนเรื่องในบริษัท มีคุณมู่อยู่ เธอไม่ต้องเป็นห่วง”

เจียงอีโหรวเองก็แสร้งทำเป็นพูดปลอบขึ้นมา

พูดจบ เธอก็ยังเช็ดน้ำตาที่แทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง “เสี่ยวหลิง ตลอดระยะเวลาสามปีที่เธอนอนหมดสติ เธอไม่รู้ว่าฉันเป็นห่วงเธอมากขนาดไหน แล้วคุณมู่ด้วย พวกเรากลัวว่าเธอจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก เพราะงั้นพวกเราจึงเรียกชื่อของเธออยู่ที่ริมเตียงตลอดทุกวัน...”

ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนตัวเองได้ยินคำพูดแบบนี้ ก็คงจะรู้สึกซาบซึ้งใจไม่น้อย แต่เซี่ยหลิงในตอนนี้รู้สึกอยากจะอาเจียนเท่านั้น

“งั้นเหรอ?” เธอหัวเราะเบา ๆ

“ตลอดสามปีที่นอนหมดสติ ฉันก็เหมือนจะได้ยินเสียงของพวกเธอจริง ๆ นั่นแหละ...”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย นางฟ้าเมรี
8.9
จากที่เคยปฏิเสธการคลุมถุงชนอย่างหนักแน่น อาจารย์หนุ่มกลับต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อพบว่าสาวข้างบ้านจอมขี้เมาคือคนเดียวกับที่เขาเคยมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนและโหยหามาตลอด เพื่อเปลี่ยนสถานะจากคู่นอนลับๆ ไปสู่เจ้าของหัวใจ เขาจึงยอมปีนรั้วลอบเข้าหาเธอในยามวิกาลจนเกิดเรื่องชุลมุนเจ็บตัว แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นคนบ้ากามและโดนไล่ตะเพิดด้วยความโมโห แต่เขาก็ยังดื้อรั้นที่จะพิสูจน์ความจริงใจเพื่อให้ได้นอนเคียงข้างเธอในฐานะคนพิเศษที่มากกว่าแค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์สวาททาสรักจอมมาร
9.3
ฮวาเย่ห์หยวนธิดาจิ้งจอกเก้าหางผู้เลอโฉมจำต้องรับโองการสวรรค์เพื่อหยุดยั้งมหาสงคราม หน้าที่ของนางคือการใช้เสน่ห์ล่อลวงจอมมารลี่เซี่ยนผู้ไร้ความปรานี ทว่าในระหว่างภารกิจที่เต็มไปด้วยอันตราย นางกลับได้รับความช่วยเหลือจากอาเซี่ยนบุรุษลึกลับผู้แสนดีจนเริ่มสั่นคลอน แม้แผนการยั่วยวนจอมมารจะสัมฤทธิ์ผล แต่ฮวาเย่ห์หยวนกลับติดกับดักหัวใจจนกลายเป็นทาสรักของศัตรูเสียเอง นางจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อต้องติดอยู่ท่ามกลางความรักที่แสนอันตรายและบุรุษที่แสนอบอุ่น
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตหงส์ฟ้าชะตารัก ภาค แคว้นจ้าว NC20+
8.1
หลี่เหมยลี่นักธุรกิจสาวเก่งหลุดมิติมาอยู่ในร่างองค์หญิงปัญญาอ่อนผู้ไร้ค่าในนิยายที่เคยอ่าน แม้จะเป็นเพียงตัวประกอบที่ต้องตายตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่เธอกลับได้รับพรสวรรค์พิเศษทั้งวิชาแพทย์ การต่อสู้ และการแปลงโฉม เพื่อใช้ปกป้องตนเองและพี่น้องให้รอดพ้นจากการเป็นหมากทางการเมืองในแคว้นจ้าว ท่ามกลางอันตรายเธอยังต้องเผชิญกับความฝันอันเร่าร้อนกับบุรุษลึกลับนัยน์ตาหงส์ผู้เข้ามาสั่นคลอนหัวใจและเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาลในภาคต่อสุดเข้มข้นนี้
หน้าปกนวนิยาย เอื้อมหัวใจเทพบุตรแบดบอย
9.5
เมื่อเอื้อมพัฒน์ เชฟหนุ่มสุดฮอตเจ้าของฉายาพ่อเสือร้ายผู้รักสนุกและไม่เคยคิดผูกมัดกับใคร กลับมาสะดุดตาเด็กฝึกงานสาวอย่างศุรตาจนเกิดเป็นความสนใจที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางความรักของเพลย์บอยตัวฉกาจครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะอดีตที่ขมขื่นและเบื้องหลังอันดำมืดของเขากำลังตามหลอกหลอน อีกทั้งปมความขัดแย้งที่แฝงไปด้วยอันตรายยังพร้อมจะปะทุขึ้นทุกเมื่อเพื่อทำลายความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวนี้ให้พังทลายลง
หน้าปกนวนิยาย เตี้ยนเซี่ย ท่านไม่หิวหรือ
6.5
เมื่อเยี่ยเม่ย นักฆ่าสาวแห่งยุคปัจจุบัน ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกกลางวังน้ำวนมรณะแห่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เธอกลับรอดชีวิตและตื่นขึ้นในดินแดนโบราณที่ไร้บันทึกประวัติศาสตร์ ที่นั่นเธอได้พบเป่ยเฉินเสียเยี่ยน องค์ชายสี่แห่งเป่ยเฉินผู้ถูกขนานนามว่าปีศาจอำมหิต การพบกันของพวกเขาคือจุดเริ่มต้นของการไขปริศนา เยี่ยเม่ยต้องตามหาความทรงจำที่ขาดหายและสืบหาความจริงเบื้องหลังการข้ามภพ เธอจำต้องเปิดโปงความลับเรื่องตัวตนที่ซ่อนอยู่ เพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องราวประหลาดทั้งหมดไม่ใช่แค่ความบังเอิญ