ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ที่แท้เป็นผู้มีอิทธิพลระดับโลก

ที่แท้เป็นผู้มีอิทธิพลระดับโลก

เสิ่นซือหนิงยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อความรัก แต่กลับถูกสามีทรยศและขอหย่าเพื่อไปหาคนรักใหม่ เธอจึงตัดสินใจละทิ้งความเจ็บปวดแล้วกลับคืนสู่ตัวตนที่แท้จริงในฐานะอัจฉริยะด้านการปรุงน้ำหอมระดับโลก ผู้ก่อตั้งองค์กรข่าวกรอง และแฮ็กเกอร์ระดับตำนาน เมื่ออดีตสามีอย่างเมิ่งซือเฉินรู้ความจริงและพยายามขอโอกาสแก้ตัว ฮั่วจิ่งชวนชายหนุ่มที่เคยขาพิการกลับลุกขึ้นยืนเคียงข้างเธออย่างสง่างาม พร้อมประกาศกร้าวว่าคนอย่างเขาไม่มีสิทธิ์คู่ควรกับเธออีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ขอโทษค่ะ คุณหนูเสิ่น ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ !”

หลี่เนี่ยนเอ๋อร์รีบเดินลงบันไดมาอย่างรวดเร็ว

“หรือจะเอาของใส่ถุงไปก่อนดีไหมคะ?”

จริง ๆ แล้ว หญิงสาวไม่ค่อยชอบเสิ่นซือหนิงนัก ในสายตาของเธอ เสิ่นซือหนิงเป็นแค่สาวบ้านนอก แต่กลับตีตัวสูงเหมือนนกที่บินไปเกาะกิ่งสูงกลายเป็นนกฟีนิกซ์

เมิ่งซือเฉินขมวดคิ้วตำหนิ “ไม่ได้เรื่อง ทำงานซุ่มซ่ามไม่มีระเบียบ!”

ในกระเป๋าเดินทางมีข้าวของไม่มากนัก มีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด และไม่มีเครื่องประดับแม้แต่ชิ้นเดียว

แสดงให้เห็นว่าเงินที่ให้เสิ่นซือหนิงไปในช่วงหลายปีนี้ เธอแทบไม่ได้ใช้เลย พอจะเรียกได้ว่าเธอเป็นแม่บ้านที่ประหยัดพอตัว

แต่น่าเสียดาย ที่เขาไม่รู้สึกชอบเธอเลยแม้แต่น้อย

“ของของชิงชิงต้องถูกจัดให้เรียบร้อยก่อน เอาของเธอใส่ถุงไปก่อนก็แล้วกัน”

เมิ่งซือเฉินมองกระเป๋าเดินทางเก่าที่แตกกระจายด้วยสายตารังเกียจ

“ส่วนกระเป๋าใบใหม่ พรุ่งนี้จะให้พ่อบ้านไปซื้อมาให้คุณ”

เสิ่นซือหนิงแสยะยิ้มเล็กน้อย “กระเป๋าใบนี้ฉันขโมยมาจากพวกโจรในวันที่ต้องหนีตาย ถ้าไม่มีกระเป๋าใบนี้ คุณกับฉันคงจมน้ำตายไปนานแล้ว”

เธอรักษามันอย่างดีมาตลอดหลายปี

แต่ตอนนี้มันกลับแตกกระจาย เฉกเช่นเดียวกับชีวิตแต่งงานของเธอ

เมิ่งซือเฉินหัวเราะเยาะ “คำพูดพวกนี้เอาไว้หลอกคุณปู่ได้ แต่อย่าคิดว่าจะมาหลอกผมได้นะ”

แม้ว่าเขาจะขาดความทรงจำช่วงวัยเด็กที่ถูกลักพาตัวไป จำอะไรไม่ได้เลย แต่ในใจเขากลับรู้สึกว่าคนคนนั้นไม่น่าจะเป็นเสิ่นซือหนิง

“ทำไมยังไม่รีบเก็บของของเธอให้เรียบร้อยอีก!”

หลี่เนี่ยนเอ๋อร์ที่ถูกชี้นิ้วสั่ง “ค่ะ”

ขณะที่เธอกำลังเก็บข้าวของขึ้นมานั้น ก็จงใจเหยียบให้เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วย

“คุณหนูเสิ่นคะ คุณหญิงท่านมักจะสอนเราว่า คนเราก็เหมือนเสื้อผ้านี่แหละ”

หลี่เนี่ยนเอ๋อร์มีคุณนายใหญ่คอยหนุนหลัง คำพูดจึงเต็มไปด้วยความมั่นใจ

“ถ้าจิตใจมันสกปรก ต่อให้พยายามซักยังไงก็ทิ้งรอยเอาไว้อยู่ดี!”

ที่ผ่านมาหลายปี เสิ่นซือหนิงปฏิบัติต่อเธออย่างดี

เพราะหลี่เนี่ยนเอ๋อร์เป็นญาติห่าง ๆ ของคุณนายใหญ่ ซึ่งก็คืนคุณย่าของเมิ่งซือเฉิน

กระทั่งครั้งหนึ่ง เมื่อเธอทำงานพลาดจนทำให้ตระกูลเมิ่งไปมีเรื่องกับฮั่วจิ่งชวน บุตรชายคนโตของตระกูลฮั่ว เสิ่นซือหนิงก็เป็นคนไปเจรจาต่อรองกับคุณชายฮั่วที่ขาพิการด้วยน้ำหอม เพื่อให้ตระกูลเมิ่งได้ที่ดินทำธุรกิจสำคัญมาได้สำเร็จ

แต่ตอนนี้ หลี่เนี่ยนเอ๋อร์ที่เคยสำนึกบุญคุณ กลับกลายเป็นคนที่ดูแคลนเธอเสียแล้ว

ทั้งหมดเพราะท่าทีของคุณนายใหญ่เปลี่ยนไป

“ถ้าเสื้อผ้ามันสกปรกมากจนซักล้างยังไงก็ไม่ออกจริง ๆ ”

เสิ่นซือหนิงกล่าวขึ้นพลางมองไปทางเมิ่งซือเฉิน “เพราะงั้นฉันเลยไม่เก็บไว้หรอก”

ยังไงเสื้อผ้าแบบเรียบหรูเหล่านั้น ไม่ใช่สไตล์ที่เธอชอบอยู่แล้ว

“แต่บางคนทำผิดแล้ว ก็สมควรถูกลงโทษ”

ดวงตาสีดำสนิทของเธอที่เงยขึ้นมาจ้องเขม็งนั้นแสนลึกล้ำและเย็นเยียบ

จนเมิ่งซือเฉินเองก็รู้สึกแปลกใจเป็นครั้งแรก เพราะเสิ่นซือหนิงที่เขารู้จักนั้นเป็นคนอ่อนโยนและว่านอนสอนง่ายอยู่เสมอ แต่ตอนนี้เธอกลับทำให้เขารู้สึกเย็นชาและห่างเหิน

แม้แต่หลี่เนี่ยนเอ๋อร์ก็ยังรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่แปลกไป เธอจึงรีบพูดแก้ตัวด้วยน้ำเสียงตีซื่อ “ฉันเป็นคนของตระกูลเมิ่งนะคะ ทีนี้คุณหนูเสิ่นกำลังจะหย่าแล้ว……”

เพี้ยะ!

คำพูดของหลี่เนี่ยนเอ๋อร์ยังไม่ทันจบ แก้มซ้ายของเธอก็ถูกตบเข้าเต็มแรง

เธอถึงกับมองเสิ่นซือหนิงด้วยความตกตะลึง “แกกล้าดียังไงมาตบฉัน? !”

“ตามอารมณ์นี่แหละ”

“ถ้าคุณนายใหญ่รู้เข้า……”

เพี้ยะ!

อีกฝ่ามือหนึ่งตามมาติด ๆ

คราวนี้แก้มทั้งสองข้างของหญิงสาวก็โดนตบจนแดงและบวมสมดุลกันแล้ว

หลี่เนี่ยนเอ๋อร์โดนแรงตบทำเอาเท้าข้างหนึ่งทรุดลงไปกระแทกพื้นอย่างแรง แถมคราวนี้ข้อเท้าเธอพลิกจริง ๆ แล้ว ใบหน้าก็ปวดร้อนจนเจ็บร้าว!

เธอเริ่มโวยวายทันทีด้วยน้ำตาที่ไหลพราก “คุณชาย เธอร้ายกาจเกินไปแล้ว!”

แต่ก่อนที่เสียงคร่ำครวญจะได้ดังต่อไป เสิ่นซือหนิงก็ยื่นมือมาบีบคอเธอแล้วคว้าสร้อยคอที่ห้อยคอติดตัวเธอไว้แน่นออกมา

“ตบสองทีนี้เป็นค่าชดเชยให้กระเป๋าเดินทางกับเสื้อผ้าฉัน”

เสิ่นซือหนิงใช้มือเธอค่อย ๆ เพิ่มแรงบีบที่ลำคออีกฝ่ายจนขึ้นสีแดงช้ำ น้ำตาไหลพราก

“ส่วนตอนนี้ ฉันจะเอาของที่ไม่ใช่ของคุณคืนมา”

สร้อยคอเส้นนั้นเป็นหยกมรกตที่ฝังด้วยเพชร แม้จะไม่ได้มีมูลค่ามากมาย แต่ด้านหลังของมันสลักตัวอักษร“หนิง”เอาไว้ ซึ่งชัดเจนว่ามันไม่ใช่ของหลี่เนี่ยนเอ๋อร์

“แก…… แกตั้งใจทำร้ายฉัน!”

หลี่เนี่ยนเอ๋อร์พยายามปัดป้องมือที่บีบคอเธอพลางหอบหายใจอย่างรุนแรง กระทั่งฉี่ราดอย่างไม่รู้ตัว

ณ ขณะนั้น เธอรู้สึกเหมือนกับว่าตนไม่เคยรู้จักเสิ่นซือหนิงมาก่อนเลย ในตอนที่ลำคอถูกบีบรักและกำลังจะขาดอากาศ เธอรู้สึกได้เลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าพร้อมที่จะเอาชีวิตเธอได้ทุกเมื่อ!

แต่เสิ่นซือหนิงเพียงแค่ทำลายสร้อยคอนั้นแล้วหันหลังจากไปอย่างไม่ไยดี

หลี่เนี่ยนเอ๋อร์ร้องขอความเห็นใจ “คุณชาย คุณอย่าเชื่อเธอเลยนะคะ มันเป็นการเข้าใจผิด……”

“ไสหัวไป!”

เมิ่งซือเฉินเตะเธอจนกระเด็น

เขารู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นทันทีเมื่อได้กลิ่นปัสสาวะฉุนกึกขึ้นมาเต็มจมูก

“ตระกูลเมิ่งของเราไม่ต้องการคนมือเท้าโสโครก!”

ขณะเดียวกันนั้น เสิ่นซือหนิงก็เดินออกจากบ้านแล้วกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทของเธอ

【ฉันหย่าแล้ว ตอนนี้รถกับบ้านของฉันอยู่ที่ประเทศเอ็ม ขอไปนอนบ้านเธอชั่วคราวได้ไหม 】

คำพูดเรียบ ๆ แค่นี้ ทำให้ปลายสายอย่างฉินซือหลันถึงกับอึ้ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความตื่นเต้น

【พระเจ้าช่วย เธอหย่ากับไอ้บ้านั่นได้ซะที! นอนอะไรกัน! งานนี้มันต้องฉลองด้วยปาร์ตี้โสดเท่านั้นไม่ใช่หรือไง?! 】

ถึงแม้เสิ่นซือหนิงจะถือโทรศัพท์ห่างออกจากหูแล้ว เธอก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะสะใจของฉินซือหลันชัดเจน

【ถ้ากลุ่มสิบทิศรู้ว่าผู้ก่อตั้งกลับมา ระบบคงได้ล่มกันหมดแน่ ๆ ! 】

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย พระชายาสารพัดพิษ
8.3
บุตรีสายตรงจวนเสนาบดีผู้เคยอ่อนโยนกลับต้องจบชีวิตอย่างอนาถพร้อมลูกในท้อง หลังถูกคนรักหักหลังและครอบครัวทรยศจนสิ้นตระกูล เมื่อได้รับโอกาสเกิดใหม่ในวัยสิบสี่ปี นางจึงละทิ้งความเมตตาและลุกขึ้นมาทวงแค้น ป้าที่หวังอำนาจ น้องสาวจอมฉวยโอกาส และอดีตสามีโฉดจักต้องพินาศด้วยน้ำมือของนาง ทว่าท่ามกลางเพลิงแค้นที่นางก่อเพื่อเปลี่ยนโชคชะตา กลับมีบุรุษลึกลับก้าวเข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือในสงครามประสาทครั้งนี้อย่างไม่คาดคิด
หน้าปกนวนิยาย ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ
9.2
ฮัวฟู่หรงดาราสาวดาวรุ่งเสียชีวิตกะทันหันขณะรับบทฮูหยินของอินลี่ซาน แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งต้าฉิน แต่โชคชะตากลับพาเธอย้อนอดีตสู่ยุคโบราณในร่างของฮูหยินฮัวที่หายตัวไป ท่ามกลางการตามล่าอย่างพลิกแผ่นดินของสามีทมิฬ การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอคนเดิมที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป ฟู่หรงตัดสินใจสวมบทฮูหยินตัวร้ายที่พร้อมฟาดฟันทุกคนที่เคยทำร้ายคนที่เธอรัก แม้จะร้ายกาจเพียงใดเธอกลับครองใจแม่ทัพผู้แข็งแกร่งได้อย่างเบ็ดเสร็จในสมรภูมิแห่งความรักและแค้นนี้
หน้าปกนวนิยาย เพลิงแค้นซาตาน
9.0
เหนือตะวันแบกความแค้นจากการเห็นพ่อแม่ถูกสังหารมาทั้งชีวิต เมื่อโอกาสแก้แค้นมาถึง เขาจึงเริ่มทำลายศัตรูรวมถึง เอื้อมดาว หญิงสาวผู้ภักดีที่ต้องรับกรรมแทนครอบครัว แม้เธอจะยอมตกเป็นเหยื่อเพื่อหวังดับไฟในใจเขา แต่ความทรมานที่เขามอบให้กลับย้อนมาทำร้ายความรู้สึกตนเองอย่างประหลาด เมื่อเห็นน้ำตาของเธอแทนที่จะสะใจ เขากลับต้องเจ็บปวดรวดร้าวเสียเอง จนเริ่มสับสนว่าควรจัดการกับหัวใจและหนี้แค้นครั้งนี้อย่างไรดี
หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจแม่ทัพกลับเป็นคู่หมายองค์ชายรอง
7.9
เมื่อรักแท้ถูกทดสอบด้วยอุปสรรคถาโถม ความเชื่อมั่นและความเสียสละจะเพียงพอให้ก้าวข้ามผ่านไปได้จริงหรือ นี่คือเรื่องราวการดิ้นรนท่ามกลางสมรภูมิแห่งความรู้สึกและการตัดสินใจครั้งสำคัญ ระหว่างการลุกขึ้นสู้เพื่อไขว่คว้าหัวใจมาครอบครอง หรือการก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่สวรรค์ขีดเขียนเอาไว้ให้เป็นไป เส้นทางใดกันแน่คือบทสรุปที่หัวใจดวงนี้ควรเลือกเดินในท้ายที่สุด เพื่อพิสูจน์คุณค่าของความรักที่มั่นคงท่ามกลางไฟสงครามและอำนาจ