
ความลับของอดีตภรรยา
ตอน 2
“พวกเธอหย่ากันแล้วเหรอ?”
น้ำเสียงของกู้รั่วเวยร่าเริงอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน “ที่บอกว่าไม่เกี่ยวอะไรกับพวกแกนี่มันหมายความว่าไง ถังเฟิงเยว่ ที่ฉันต้องมาอยู่ในสภาพนี้ก็เป็นเพราะน้องชายแสนดีของแก! ตอนนั้นแกถือโอกาสบีบให้ลี่จิ่งถิงแต่งงานกับแก แกถึงจะยอมบริจาคเลือดให้ฉัน ทำไมตอนนี้เสียใจแล้วเหรอ?”
“ไม่ช้าก็เร็วฉันก็จะสามารถสืบหาความจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์ในตอนนั้นว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เธอพูดถูกอยู่อย่างหนึ่งนะ”
ถังเฟิงเยว่พูดขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจว่า “สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดในชีวิตนั้นคือการแต่งงานกับลี่จิ่งถิง”
“แก...” กู้รั่วเวยถึงกับพูดไม่ออกทันที
พอได้ยินถังเฟิงเยว่บอกว่าจะตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น ใจของเธอก็รู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
จนกระทั่งเธอเห็นคน ๆ นั้นปรากฏตัวขึ้นที่ประตูห้อง “จิ่งถิง!”
ลี่จิ่งถิงสวมชุดสูทและยืนตัวตรงอยู่นอกประตู เขาจอดรถไว้ที่ลานรถใต้ดิน ทันทีที่เขาเดินมาที่ประตูห้อง เขาก็ได้ยินถังเฟิงเยว่พูดประโยคนั้นออกมาพอดี มันเหมือนกับโดนตบหน้าไม่มีผิด มันทั้งดังและเจ็บ
สีหน้าของเขานั้นไม่สู้ดีนักและก็ค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้นมา
ถังเฟิงเยว่นั้นรู้ว่าลี่จิ่งถิงมาแล้ว แต่เธอนั้นไม่คิดแม้แต่จะหันกลับไป “ฉันพูดจบแล้ว คุณกู้ ยังไงคุณก็รีบหาคนใจดีที่ยอมบริจาคเลือดให้คุณเถอะด้วยแล้วกันนะคะ เพราะอย่างไรนั้นมันจะกระทบกับเวลาการรักษา และก็อาจจะต้องออกประกาศการเจ็บป่วยขั้นวิกฤติขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้”
ใบหน้าของกู้รั่วเวยซีดเผือด จนถึงตอนนี้ถึงได้ตระหนักถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา
ถังเฟิงเยว่หันหลังและเดินออกไปอย่างสง่างาม ตอนที่เดินมาถึงตรงหน้าลี่จิ่งถิงนั้น เธอสบเข้ากับสายเย็นชาของเขาโดยตรงอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว และสามารถสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
ถ้าไม่ได้อยู่ในห้องผู้ป่วยหล่ะก็ เกรงว่าเขาต้องอาละวาดแล้วแน่ ๆ
เธอกระตุกมุมปาก “ไม่ต้องพบเจอกันอีกนะ”
พอพูดจบ เธอก็เดินผ่านเขาและออกจากห้องผู้ป่วยไป
ลี่จิ่งถิงที่ร่ายกายกำยำนั้นยังคงยืนอยู่นอกห้องผู้ป่วย ใบหน้าอันหล่อเหลาขมวดคิ้วแน่นและหันหน้ากลับไปมองเธอ
แผ่นหลังของเธอผอมมาก และกระดูกผีเสื้อทั้งสองยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอก็ยังยืดเอวของเธอให้ตรงอย่างดื้อรั้นและหายไปจากสายตาของเขา
...
หลังจากออกมาจากโรงพยาบาล ถังเฟิงเยว่ ก็นั่งแท็กซี่กลับไปที่วิลล่าของตระกูลลี่ ก่อนจะเก็บข้าวของและย้ายออกไป
ถังเจิ้นเทียนกับหลิวฟางชิงนั้นปลูกฝังความคิดของเธอมาตั้งแต่เด็กว่า ‘ลูกชายเท่านั้นที่สามารถสืบทอดธุรกิจของพ่อได้’ ดังนั้นเธอเลยทำงานพาร์ทไทม์ตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยและเก็บเงินก้อนเล็ก ๆ ไว้และไม่ได้ขอเงินจากครอบครัวอีก
สองสามปีก่อนนั้นเธอได้ซื้ออพาร์ทเมนต์ในใจกลางเมืองไว้ห้องหนึ่ง ตอนนี้ในที่สุดก็ได้ใช้สักที
หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว ถังเฟิงเยว่ก็มองตัวเองในกระจก เธอนั้นดูซีดเซียวและเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก
แต่ก่อนนั้นเธอเป็นคนมีชีวิตชีวามาก แต่มันกลับกลายเป็นว่าเธอต้องมาตกอยู่ในสภาพตกต่ำแบบนี้เพราะการแต่งงานครั้งนี้
โชคดีที่ทุกอย่างจบลงแล้ว
โทรศัพท์มือถือวางอยู่บนอ่างล้างจาน เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดวีแชทและรายชื่อผู้ติดต่อและบล็อกคำว่า ‘ลี่จิ่งถิง’ โดยไม่ลังเล จากนั้นก็โยนมันไปข้าง ๆ ทันที
สามวันต่อมา พาดหัวข่าว “หุ้นของถังชื่อ กรุ๊ปดิ่งลงอย่างหนัก ผู้ถือหุ้นจำนวนมากรวมตัวกันเพื่อโวยวายอยู่ที่ประตูของถังชื่อ กรุ๊ป” นั้นก็ขึ้นหน้าหนึ่งทันที
ตอนเช้าตรู่ ถังเฟิงเยว่นั้นตื่นขึ้นมาเพราะโทรศัพท์ของเธอสั่นไม่หยุด
พอเปิดขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นข้อความจากเสี่ยวไป๋ปิน รีบกลับมาดูที่ถังชื่อ กรุ๊ปหน่อย น่าจะเกิดเรื่องแล้ว
ถังเฟิงเยว่กำโทรศัพท์แน่นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะยกผ้านวมขึ้นและลงมาจากเตียงทันที
แม้ว่าจะมีความแค้นและความโกรธในใจของเธอ แต่เธอยังมีสายเลือดของตระกูลถังอยู่
ทันทีที่รถหยุดที่ทางเข้าของถังชื่อ กรุ๊ปนั้น พวกนักข่าวที่ได้ข่าวต่างก็พากันมารุมประตูรถไว้อย่างแน่นหนาทันที
“คุณถัง เรื่องที่ถังเจิ้นเทียนเป็นหนี้หนึ่งหมื่นห้าพันล้านและการยักยอกเงินกองทุนสาธารณะนั้นเกี่ยวข้องกับการทุจริต เรื่องนี้คุณมีอะไรจะอธิบายไหมครับ?” ไมโครโฟนยื่นมาที่ปากของเธอ
ถังเฟิงเยว่ถูกฝูงชนผลักไปมา แต่เธอยังคงเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เกรงกลัวว่า “ที่คุณถังจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจะเป็นคนตรวจสอบเอง ส่วนเรื่องที่เป็นหนี้หนึ่งหมื่นห้าพันล้านนั้น...”
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก็จริงบัญชีของถังชื่อ กรุ๊ปนั้นขาดแคลนเงิน แต่อย่างมากนั้นก็แค่สิบห้าล้าน ทำไมจู่ ๆ ถึงมีหนี้มากมายถึงหนึ่งหมื่นห้าพันล้านได้กันนะ
นี่มันเป็นการผลักให้ถังชื่อ กรุ๊ปลงนรกชัด ๆ !
“คุณถัง เป็นอะไรไปครับ ทำไมไม่พูดแล้วหล่ะครับ หรือคุณเองก็รู้ดีว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดใช่ไหมครับ?”
ตรงนั้นไม่ได้มีแค่นักข่าวเท่านั้น แต่ยังมีผู้ถือหุ้นจำนวนมากที่ถือป้ายอยู่ด้วย ตอนนี้พอเห็นคนของตระกูลถังนั้นต่างก็พากันเบียดเข้ามาทันที
“วันนี้คุณต้องให้เหตุผลที่สมเหตุสมผลกับเรา!”
ในขณะเดียวกัน รถมายบัคคันหนึ่งก็แล่นมาจอดที่ประตูถังชื่อ กรุ๊ป
คุณอาจจะชอบ





